หมวดหมู่
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่มุสลิมไทย โพสต์
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> Muslimthai Focus
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
ประวัติศาสตร์แห่งปลายด้ามขวาน (8) : ปัญหาที่ยังค้างคาหลังรัฐบาล พล.อ.เปรม

คมชัดลึก : ปัจจัยสำคัญยิ่งอีกประการหนึ่งที่ทำให้สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ดีขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงรัฐบาล พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ คือ ความเคารพเทอดทูนที่ชาวไทยรวมทั้งที่นับถือศาสนาอิสลามมีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ทุกๆ ปี พระองค์ท่านและราชวงศ์จะเสด็จแปรพระราชฐานมายังพระตำหนักที่ จ.นราธิวาสและประทับแรมอยู่เป็นเวลานับเดือน

ทรงออกพบปะราษฎรซึ่งส่วนใหญ่ในพื้นที่นับถือศาสนาอิสลามเพื่อเยี่ยมเยียนดูแลทุกข์สุขอย่างใกล้ชิด ทำให้ประชาชนผู้ว้าเหว่เหล่านี้รู้สึกมั่นคงและยึดถือพระองค์ท่านเป็นศูนย์รวมทางจิตใจ จึงนับเป็นเหตุปัจจัยหนึ่งทำให้สถานการณ์ไม่รุนแรงไปกว่าที่เคยเป็นมา และเมื่อทางราชการมีแนวทางในการแก้ปัญหาที่ถูกต้องของรัฐบาล พล.อ. เปรม ติณสูลานนท์ ก็จึงยิ่งทำให้สถานการณ์คลี่คลายลงอย่างรวดเร็ว

 กล่าวได้ว่า พระบารมีแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและการแก้ปัญหาอย่างถูกต้องตรงจุดของ พล.อ.เปรม ตลอดระยะเวลา 7 ปีนี้ ได้ทำให้ความรู้สึกเลวร้ายของชาวไทยมุสลิมที่สั่งสมกันมาหลายชั่วคนได้ผ่อนคลายลงไปอย่างมาก ความรู้สึกแปลกแยกจากสังคมส่วนใหญ่ของประเทศที่เป็นไทยพุทธค่อยๆ จางหายไป เมื่อมีความรู้สึกว่า ตนได้รับการปฏิบัติจากทางราชการอย่างเท่าเทียมกันในฐานะคนไทยร่วมประเทศคนหนึ่ง ความแตกต่างทางชาติพันธุ์และการนับถือศาสนาไม่เป็นอุปสรรคในความเป็นคนของประเทศนี้อีกต่อไป

 ทั้งหมดนี้ จึงนำไปสู่บทสรุปสำหรับชาวไทยมุสลิมส่วนใหญ่ในพื้นที่ว่า ไม่มีความจำเป็นอีกต่อไปแล้วที่จะต้องแบ่งแยกดินแดน ไม่ว่าจะเป็นรัฐอิสระหรือไปรวมกับมาเลเซียดังเช่นในอดีต ในเมื่อมีความสุขและความอบอุ่นอยู่ในดินแดนแห่งนี้แล้ว

แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีคนอีกจำนวนหนึ่งที่ยังฝังใจเชื่อมั่นอย่างจริงจังในแนวทางแบ่งแยกดินแดน แต่เมื่อเงื่อนไขไม่อำนวยให้ก็จึงเพียงแต่เฝ้ารอโอกาส

 อย่างไรก็ตาม แม้ทางราชการจะประสบความคืบหน้าเป็นอย่างมากในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่จากปัญหาที่สั่งสมมามานานหลายชั่วอายุคน จึงทำให้มีบางปัญหาที่ยังมิได้รับการแก้ไขให้หมดสิ้นสมบูรณ์ จนกระทั่งพล.อ.เปรม ปฏิเสธที่จะรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไปในปี พ.ศ.2531 นำไปสู่รัฐบาลที่นำโดยฝ่ายการเมืองอย่างสมบูรณ์ในเวลาต่อมา

 จากสภาพความสงบเรียบร้อยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้งปัญหาการก่อการร้ายโดยเฉพาะ พคท.ที่หมดสิ้นไปจากประเทศไทยในสมัยปลายรัฐบาล พล.อ.เปรม ทำให้รัฐบาลชุดต่อๆ มาไม่ใส่ใจปัญหาการก่อการร้ายอีกต่อไป ในส่วนของจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ถูกตีราคาให้ไม่แตกต่างจากพื้นที่อื่นๆ ของประเทศ

 นโยบายยกระดับให้พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็น “พื้นที่พิเศษที่มีปัญหาความมั่นคง” ค่อยๆ จางหายไป ส่งผลให้โครงการและงบประมาณที่เคยได้รับการจัดสรรเป็นกรณีพิเศษเพื่อยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ถูกยกเลิก ศอ.บต.ถูกลดบทบาทและยุบเลิกในเวลาต่อมา กองทัพภาคที่ 4 ก็ถูกลดบทบาทเนื่องจากรัฐบาลเห็นว่า ปัญหาการก่อการร้ายได้ยุติลงแล้ว

 นอกจากการพัฒนาเพื่อยกระดับชีวิตความเป็นอยู่เพื่อให้พี่น้องชาวไทยที่นับถือศาสนาอิสลามในจังหวัดชายแดนภาคใต้มีมาตรฐานชีวิตความเป็นอยู่ให้เท่ามาตรฐานของคนไทยในพื้นที่อื่นจะยังไม่สำเร็จสมบูรณ์ในยุครัฐบาลพล.อ.เปรม แล้ว ปัญหาหนึ่งที่นับเป็นรากเหง้าสำคัญของปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้คือ ปัญหาการศึกษาของเยาวชน

 ในอดีตที่ผ่านมา เนื่องจากความสัมพันธ์ที่ไม่ดีระหว่างราชการไทยกับชาวไทยมุสลิมในจังหวัดชายแดนภาคใต้จนนำไปสู่ความหวาดระแวงเรื่อง “การกลืนชาติ” ดังนั้น พ่อแม่ของเด็กมุสลิม จึงไม่ยินยอมที่จะให้บุตรหลานของตนมาศึกษาในโรงเรียนของรัฐ แต่นิยมส่งเข้าไปเรียนในโรงเรียนสอนศาสนาอิสลามแทน โดยเฉพาะ “ปอเนาะ” ที่มีอยู่ทั่วไป
จุดอ่อนของปอเนาะคือการให้ความรู้แต่ทางด้านศาสนา ไม่มีหลักสูตรทางวิชาการและวิชาชีพอื่นๆ แตกต่างกับระบบการศึกษาส่วนรวมของรัฐ ดังนั้น เด็กเหล่านี้จึงประสบปัญหาไม่สามารถสอบแข่งขันเข้าเรียนต่อโรงเรียนทั่วไปหลังจบการศึกษาจากปอเนาะได้ ส่งผลตามมาเมื่อจะต้องประกอบอาชีพเลี้ยงตัวและครอบครัวต่อไป กลายเป็นคนว่างงาน และสุ่มเสี่ยงต่อปัญหาสังคมต่างๆ ที่จะติดตามมา โดยเฉพาะยาเสพติด และง่ายต่อการถูกชักจูงไปในทางเสียหาย

 พล.อ.บัญชร ชวาลศิลป์ 

 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
บทความที่น่าสนใจ
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com
สารบัญเว็บไซต์ Muslimthaipost.com
SubDomain หน้าหลัก