หมวดหมู่
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่มุสลิมไทย โพสต์
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> Muslimthai Focus
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
เลือกผู้ว่าฯ3จังหวัดมาร์คเบรก / เมินผุดรัฐปัตตานี - เชื่อ “มาเลย์ฯ”เข้าใจ

นายกฯแจงกระทู้สด “หมอแว” ยืนกรานไม่สนไอเดียบิ๊กจิ๋วผุดนครรัฐปัตตานี เบรกเลือกตั้งผู้ว่า 3 จว.ชายแดนใต้ มั่นใจนายกฯมาเลย์เข้าใจ ยันสื่อเข้าใจคลาดเคลื่อน ไม่ก้าวก่ายกิจการภายใน “สุเทพ”ระบุ ไม่ต้องการเจรจากับ “ กลุ่มพูโล”  อ้างเป็นกลุ่มที่ไม่น่าสนใจและไม่อยากหน้าแตก “องคมนตรี” ปัดวิจารณ์ “บิ๊กจิ๋ว”  ตั้งนครปัตตานี ย้ำปชช.ต้องช่วยกัน แก้ไขสถานการณ์บ้านเมือง เชื่อโครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” ปลูกฝังแนวคิดให้เยาวชนมั่นใจแก้ไขปัญหาได้ในอนาคต    

                เมื่อวันที่ 5 พ.ย.52 ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่มีนายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่หนึ่ง ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม นพ.แวมาฮาดี แวดาโอะ ส.ส.นราธิวาส พรรคเพื่อแผ่นดิน ได้ตั้งกระทู้สดถามนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ เรื่อง การกระจายอำนาจบริหารโดยการจัดตั้ง นครปัตตานีโดยระบุว่า ในช่วงที่ผ่านมา สำนักข่าวต่างประเทศจำนวนมากได้มีการนำเสนอข่าวว่าระหว่างการประชุมสุดผู้นำอาเซียนที่ผ่านมา นายกฯของไทยเห็นด้วยกับแนวคิดให้มีการตั้ง “Autonomy” (เขตปกครองตนเอง) เพื่อแก้ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งสอดคล้องกับคำให้สัมภาษณ์ของนายนาจีบ ราซัค นายกรัฐมนตรีมาเลเซียที่มีการระบุถึง Autonomy เช่นกัน ต่อมาพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี ได้มีการเสนอ นครปัตตานีขึ้นมา ทำให้เกิดความสับสน แสดงว่ารัฐบาลไทยสนับสนุนกับการตั้งเขตปกครองพิเศษใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เช่นเดียวที่เกิดขึ้นกับซินเจียงของจีน และฮ่องกงใช่หรือไม่          

                นพ.วามาฮาดี กล่าวว่า เมื่อเป็นเช่นนี้จึงต้องการสอบถามว่าหากมีการตั้งเขตปกครองดังกล่าวขึ้นมาจริงจะขัดกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยหรือไม่ และในเมื่อรัฐบาลมีความพยายามที่จะปรับปรุงการบริหารราชการแผ่นดินในพื้นที่ดังกล่าวแล้วจะมีความเป็นไปได้หรือไม่ หากในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้จะมีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดโดยตรงเหมือนกับในกรุงเทพมหานคร

                จากนั้น นายอภิสิทธิ์ ได้ตอบว่า เรื่องคำว่า Autonomy ส่วนตัวได้มีการย้ำกับสื่อมวลชนที่มาสัมภาษณ์หลายครั้งแล้วว่า จะมีปัญหาในการตีความเมื่อมีการเผยแพร่ไป ซึ่งคำว่า Autonomy ไม่ได้มีความหมายไปถึงโครงสร้างการบริหาร แต่จะเป็นเพียงการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ ให้เข้ามาร่วมกันแก้ปัญหามากกว่า

                นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตามส่วนตัวไม่ทราบแนวคิดของพล.อ.ชวลิตในเรื่องดังกล่าวนั้นมีโครงสร้างในการบริหารอย่างไร แต่สำหรับนโยบายของรัฐบาลเพื่อแก้ปัญหานี้ต้องเป็นไปภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน โดยตอนนี้เราได้มีนโยบายการปรับปรุงระบบการบริหารราชการแผ่นดินในพื้นที่ด้วยระบบกฎหมายผ่านการเสนอร่าง พ.ร.บ.เพื่อยกฐานะของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะสามารถเสนอให้สภาฯพิจารณาได้ในสมัยประชุมสามัญนิติบัญญัติ

                “รัฐบาลยังไม่มีแนวคิดที่จะให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดโดยตรง เพราะจะเอาพื้นที่ที่มีการเลือกตั้งผู้ว่าโดยตรงอย่างกรุงเทพฯมาเปรียบเทียบไม่ได้ เพราะในกรุงเทพฯก็มีการบริหารในลักษณะนี้มานานแตกต่างจากจังหวัดอื่น ก็ยังมีปัญหาการบริหารที่ไม่ทั่วถึง ระหว่างกรุงเทพฯชั้นนอกและชั้นใน จนมีการเสนอเปลี่ยนระบบเป็นระบบเทศบาลย่อยแทน จึงคิดว่ากรณี 3 จังหวัดภาคใต้เป็นคนละกรณีกับกรุงเทพฯ”

                นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวด้วยว่า นอกจากนี้รัฐบาลไทยได้มีความร่วมมือในการแก้ไขปัญหากับรัฐบาลมาเลเซียแล้ว โดยการประชุมเอเปคที่สิงคโปร์จะได้มีการหารือกับนายกฯมาเลเซียถึงการเตรียมความพร้อม ในระหว่างที่ท่านเองจะเดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ซึ่งมีการเดินทางพร้อมกันลงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย และเท่าที่ได้หารือกับนายกฯมาเลเซียเมื่อครั้งการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่ผ่านมา ท่านเองก็เห็นด้วยกับแนวทางของรัฐบาลไทยและถือว่าเป็นกิจการภายในของประเทศไทย ที่จะไม่เข้าไปแทรกแซง แต่ก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมือระหว่างกัน             

                ขณะที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มพูโลต้องการเจราจากับทางรัฐบาลไทย โดยต้องการให้นายกฯมาเลเป็นตัวกลางแก้ปัญหาว่า ไม่เคยสนใจเรื่องที่จะเจราจา เมื่อถามว่าทำไมไม่สนใจเรื่องนี้ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่เห็นหรือว่าเขาล้มเหลวมากี่ครั้งแล้ว ไม่อยากหน้าแตก เมื่อถามต่อว่า แสดงว่าพูโลไม่มีศักยภาพ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่อยากพูดท้าทายอะไรเขา แต่คิดว่าไม่น่าสนใจเพราะไม่นำไปสู่การแก้ปัญหาอย่างแท้จริง                 

                เมื่อถามถึงกรณีที่ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย และอดีตนายกรัฐมนตรีจะเดินสายไปพบปะกับนายกฯของมาเลเซีย จะส่งผลกระทบต่อการบริหารราชการในประเทศหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า พล.อ.ชวลิต กับพ.ต.ท.ทักษิณก็ชัดเจนว่า ทำงานประสานกันอยู่แล้ว พล.อ.ชวลิตมาเป็นประธานพรรคเพื่อไทยก็ทำงานรับใช้ พ.ต.ท.ทักษิณอยู่แล้ว เป้าหมายเขาชัดเจน เราก็ทำงานแก้ไขปัญหาของเราไป                     

                เมื่อถามว่า ต่อไปพล.อ.ชวลิตจะไปพบปะกับนายกฯของมาเลเซียกังวลหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่มีอะไรที่จะต้องไปกลัว ทุกอย่างต่อสู้ไปตามความเป็นจริง เรื่องภายในของประเทศไทย ประเทศเพื่อนบ้านไม่สามารถเข้ามาแทรกแซงกิจการภายในของเราได้ ไม่ว่าพล.อ.ชวลิตหรือพ.ต.ท.ทักษิณจะเดินสายไปพูดจาให้ทั่วอย่างไรก็ไม่มีใครเข้ามาแทรกแซงปัญหาภายในของเราได้ เรื่องภายในเป็นเรื่องที่คนไทยด้วยกันจะแก้ปัญหากันเอง รัฐบาลไม่เคยไปอ่อนไหวหรือหวั่นไหวกับการเคลื่อนไหวดังกล่าว

                ขณะที่ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานปิดโครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้”รุ่นที่ 13ว่า เราพยายามทำให้เยาวชนในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้มีโอกาสที่จะทำความรู้จัก ได้มีโอกาสเยี่ยมเยียนสถานที่สำคัญ ส่วนหนึ่งได้นำประสบการณ์ความรู้นำไปถ่ายทอดให้กับครอบครัวและให้กับคนรุ่นหลัง ซึ่งโครงการนี้ได้รับการยอมรับจากเยาวชน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนใหญ่อยากเข้ามาร่วมกิจกรรม ดังนั้นทำให้เราบรรลุผลสำเร็จส่วนหนึ่ง นอกจากนี้ ในเชิงวิชาการโครงการฯได้ทำความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยอิสลาม จ.ยะลา ที่จะให้มีการประเมินทางวิชาการผลของโครงการนี้เป็นอย่างไร

                เมื่อถามว่า ห่วงสถานการณ์ความไม่สงบในภาคใต้หรือไม่ พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวว่า คงไม่เป็นห่วง คิดว่าการที่เราสร้างคนรุ่นใหม่ที่มีความเข้าใจมีความรักความสามัคคี ถือว่าเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองของเรา เมื่อถามว่า เห็นด้วยต่อแนวทางนิรโทษกรรมผู้ทำผิดในชายแดนภาคใต้หรือไม่ พล.อ.สุรยุทธ์ ปฏิเสธขอไม่พูดเรื่องปัจจุบัน ขอพูดในเรื่องอนาคต อยากเห็นเยาวชนที่มีความเข้าใจและช่วยกันสร้างชาติบ้านเมืองต่อไป

                เมื่อถามถึงแนวคิด พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย ในการตั้งนครปัตตานี พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวว่า ขอพูดเรื่องเยาวชน พูดเรื่องอนาคต เรื่องปัจจุบันไม่ขอวิพากษ์วิจารณ์ เมื่อถามย้ำว่า จะทำให้เป็นการแบ่งแยกดินแดนหรือไม่ พล.อ.สุรยุทธ์กล่าวว่า ไม่ขอพูด เพราะว่าสิ่งที่ทำเราหวังผลในอนาคตเมื่อถามว่า แนวทางการแก้ไขภาคใต้รัฐบาลมาถูกทางหรือไม่ พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวว่า ไม่วิพากษ์วิจารณ์ เพราะค่อนข้างลำบากที่จะให้ข้อคิดเห็นทางการเมือง ในฐานะที่ทำหน้าที่ตรงนี้ มีหน้าที่รับฟัง ไม่มีหน้าที่พูด          

                เมื่อถามถึงสถานการณ์ที่ยังมีปัญหา พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวว่า ต้องช่วยกันแก้ไข อย่างที่ตนพูดให้เยาวชนฟัง ไม่มีอะไรที่สมบูรณ์ร้อยเปอร์เซนต์ ต้องช่วยกันหาทางแก้ไขในทุกเรื่อง สถานการณ์บ้านเมืองคงเหมือนกัน บ้านเมืองคงไม่ร้อยเปอร์เซนต์ ต้องช่วยกันแก้ไขในทุกด้าน

 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
บทความที่น่าสนใจ
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com

Warning: include(../../main/globalsitemap.php): failed to open stream: No such file or directory in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194

Warning: include(): Failed opening '../../main/globalsitemap.php' for inclusion (include_path='.:/usr/lib/php:/usr/local/lib/php') in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194