หมวดหมู่
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่มุสลิมไทย โพสต์
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> Muslimthai Focus
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
นครปัตตานี กบฏตรงไหน
บิ๊กจิ๋วย้อนถามคนข่าวลงพื้นที่เพื่อดูปัญหาโจรใต้บึ้มทหารพราน
              
"บิ๊กจิ๋ว"ลงพื้นที่ปัตตานีรับฟังปัญหาจากชาวบ้าน ย้อนถามเสนอตั้ง"นครปัตตานี"เป็นกบฏตรงไหน ขณะรัฐบาลเดินหน้าค้านระบุ “พ่อใหญ่จิ๋ว” เคยเสนอมาแล้วสมัยเป็นรองนายกฯ แต่ไม่สำเร็จ “สุเทพ เทือกสุบรรณ” เผยเป็นเกมการเมืองที่พยายามทำให้รัฐบาลเสียคะแนน วอนอย่าทำให้คนไทยสับสน ส่วน “พล.อ.ชวลิต” ลงพื้นที่ปัตตานี ขณะที่แนวร่วมป่วนวางบึ้มทหารพรานเจ็บ ส่วนอีกรายยิงสองสาวยะลาสาหัส กลายเป็นประเด็นที่มีการพูดถึงกันมากสำหรับแนวคิดของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย ที่เสนอให้ตั้ง “นครปัตตานี” และให้ ออก พ.ร.บ.ให้ประชาชนสามารถดูแลตัวเองได้ โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 3 พ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า พล.อ.ชวลิต สามารถแสดงความคิดเห็นในการแก้ไขปัญหาได้ แต่ต้องไม่ทำให้คนส่วนใหญ่เกิดความสับสน ทั้งนี้ตนยอมรับว่าไม่เข้าใจสิ่งที่ พล.อ.ชวลิต เสนอ ถึงแม้จะรู้จักกันมานานกว่า 30 ปี และยังงง ๆ อยู่ จึงไม่อยากจะวิพากษ์วิจารณ์ แต่หาก พล.อ.ชวลิต หมายความต้องการให้การปกครองจังหวัดปัตตานีเป็นเอกเทศคงทำไม่ได้ เพราะประเทศไทยเป็นรัฐเดี่ยวไม่มีการแบ่งแยก
   
“สมัยที่ พล.อ.ชวลิต เป็นนายกรัฐมนตรี และมาเป็นรองนายกรัฐมนตรี สมัย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ก็ไม่เห็นว่าจะมีความคิดอะไรเป็นพิเศษ แต่วันนี้อาจจะคิดอะไรขึ้นมาได้ ดังนั้นอย่าเพิ่งประมาท” นายสุเทพ กล่าวและว่า พล.อ. ชวลิต เป็นประธานพรรคเพื่อไทยคงต้อง ปฏิบัติเกมรุกทางการเมือง ที่พยายามจะดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งให้รัฐบาลเสียคะแนน เพื่อพรรคเพื่อไทยได้คะแนน ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา จึงไม่ได้ติดใจ แต่ขอย้ำว่าอย่าทำให้คนไทยและประเทศไทยเกิดความสับสน อย่าทำให้ประเทศไทยเสียหายและขาดทุนจากการต่อสู้เพื่อเอาชนะทางการเมือง อย่างไรก็ตามภายใน 1-2 วันนี้หากตนสุขภาพดีก็เตรียมจะลงพื้นที่และพาสื่อมวลชนไปด้วย
   
นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เมื่อปี 2547 สมัยที่ พล.อ.ชวลิต เป็นรองนายกรัฐมนตรี ก็เคยเสนอให้มีการบริหารการปกครองแบบพิเศษ แต่ก็ไม่สามารถเดินหน้าได้ เพราะมีความผิดพลาดทางนโยบายจนเกิดเหตุการณ์อุ้มฆ่าละเมิดสิทธิมนุษยชน ซึ่ง พล.อ.ชวลิต     ก็ได้พยายามริเริ่มแก้ไขปัญหาหลายครั้งแต่   แก้ไม่ได้
   
ขณะที่ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน  อดีต ผบ.ทบ. กล่าวว่า การเสนอตั้งนครปัตตานี ตนเห็นว่าไม่สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน ในพื้นที่ และคนทั้งประเทศ เพราะปกติแล้วในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีผู้นำท้องถิ่น นายอำเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัด ที่เป็นชาวมุสลิม ไม่น้อยกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นการบริหารจัดการและปกครองทุกวันนี้ดีที่สุดแล้ว ถ้าแบ่งแยกจะทำให้เกิดความขัดแย้งของคนอีกกลุ่ม คือ ชาวไทยที่ไม่ได้นับถือศาสนาอิสลาม ซึ่งมีอยู่ประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์   
   
ด้านนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษก พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พล.อ.ชวลิต กล่าวถูกเรื่องนครปัตตานี ในลักษณะรูปแบบการปกครองท้องถิ่นส่วนพิเศษ เช่น เมืองพัทยา กทม. นครเชียงใหม่ ไม่เป็นลักษณะการแบ่งแยกดินแดนที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญตามมาตรา 1 จึงไม่ใช่การแบ่งแยกรัฐเหมือนที่รัฐบาลและสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์บางคนบิดเบือน พล.อ.ชวลิต เป็นนายทหารชั้นผู้ใหญ่ และเป็นอดีตนายกรัฐมนตรี จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีแนวคิดแบ่งแยกดินแดนตามที่พรรคประชาธิปัตย์กล่าวหา
   
ส่วนที่พรรคประชาธิปัตย์ นายพีรยศ    ราฮิมมูลา ส.ส.สัดส่วน นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ส.ส.ยะลา นายอับดุลการิม เด็งระกินา ส.ส.ยะลา นายอิสมาแอล เบญอิบรอ  ฮิม ส.ส.ปัตตานี ในฐานะคณะทำงานเฉพาะกิจปัญหาชายแดนใต้ ร่วมกันแถลงข่าวการประชุมเพื่อติดตามปัญหาภาคใต้เป็นประจำเดือน โดยที่ประชุมมีมติเสนอให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาคือ 1.เร่งดำเนินคดีต่าง ๆ ที่ค้างอยู่ เช่น เหตุการณ์กรณีกรือเซะและตากใบ กรณียิงนักฟุตบอลเยาวชน 10 กว่าคนที่ อ.สะบ้าย้อย 2.ให้คณะทำงานร่วมติดตามการใช้งบประมาณว่าถึงประชาชน เกิดประสิทธิภาพหรือไม่และ 3.ให้รัฐบาลจัดจ้างล่ามประจำสถานีตำรวจภาคใต้ทุกสถานีเนื่องจากคนภาคใต้มีความกังวลเรื่องสำนวนคดีที่จะมีการแปลระหว่างภาษาไทยและภาษามลายู
   
วันเดียวกันที่ท่าอากาศยานดอนเมือง เมื่อเวลา 09.00 น. พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ ก่อนเดินทางลงพื้นที่ จ.ปัตตานี เพื่อรับฟังปัญหาในพื้นที่ ว่า ทุกครั้งที่ติดตามการทำงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนใหญ่จะติดตามข้าราชการ ตำรวจ ทหาร แต่ไม่ค่อยได้ฟังเสียงประชาชน การลงพื้นที่ครั้งนี้จึงถือว่าสำคัญ ดังนั้นคงไม่มีใครตอบประเด็นการแก้ไขปัญหา การแต่งตั้งสายงาน องค์กร เครือข่ายในการทำงานได้ดีเท่ากับชาวบ้าน ส่วนการเสนอตั้งนครปัตตานี ตนไม่เห็นว่าไม่ชัดเจนตรงไหน เพราะมันคือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบหนึ่ง ซึ่งจะต้องกำหนดขึ้นมาโดยพระราชบัญญัติที่จะเขียนหรือมีรายละเอียดอย่างไรก็ตามพูดคุยกัน ไม่ใช่อยู่ดี ๆ จะพูดเรื่อยเปื่อย ต้องถามชาวบ้านว่าเขาอยากได้อย่างไร
   
เมื่อถามว่า พรรคประชาธิปัตย์ออกมาโจมตีแนวคิดจัดตั้งนครปัตตานีว่าเป็นกบฏ พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า กบฏอย่างไร หากเป็นกบฏก็แย่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กฎหมายไทย รัฐธรรมนูญไทย จะเป็นกบฏได้อย่างไร ทั้งนี้ พล.อ.ชวลิต ได้ย้อนถามว่า ใครเป็นคนพูด ผู้สื่อข่าวจึงบอกว่า นายเทพไท ทำให้ พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า คุณเทพไท มีชื่อว่าพญา แต่อย่าเพิ่งเล่า แต่คนนี้เป็นคนน่ารัก แต่แกเป็นพญาจริง ๆ
    ต่อมาที่โรงแรมเซาเทิร์นปัตตานี เมื่อเวลา 13.00 น. พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย กล่าวตอนหนึ่งระหว่างร่วมประชุมองค์ประชาสังคมเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ครั้งที่ 2 ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเกือบ 6 ปีที่ผ่านมาได้สร้างความทุกข์ยากให้กับคนในพื้นที่และยังไม่เห็นความสำเร็จในอนาคตอันใกล้ ตนมีความรู้สึกที่ค่อนข้างไม่ค่อยสบายใจมาก เพราะในสายเลือดของตนไม่มากก็น้อยมีเลือดของที่นี่ โดยเมื่อประมาณ 400-500 ปี บรรพบุรุษของตนมาเกิดและตายที่นี่ คือสุลต่านสุไลมาน ความสัมพันธ์นี้ทำให้เกิดความใกล้ชิดและผูกพันกับพี่น้องที่นี่ และตนยังเป็นหนี้ชีวิตของพี่น้องภาคใต้เพราะเคยได้ตั้งสัตย์ปฏิญาณว่าหากทำภาระให้ 3 จังหวัดใต้ไปสู่ความสันติสุขไม่ได้ ก็คงจะยุติบทบาทภารกิจทุกอย่างในชีวิตไม่ได้ นี่จึงเป็นสิ่งที่ทำให้ต้องกลับมาสู่วงการเมืองอีกครั้งเพื่อใช้หนี้และทำภารกิจให้จบให้ได้
   
พล.อ.ชวลิต กล่าวต่อว่า การประชุม ประชาคมฯครั้งแรกมี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เป็นประธาน สาเหตุที่ต้องให้พล.อ.เปรมเพราะท่านมีส่วนที่ผูกพันกับสถาบันจึงต้องการให้ท่านนำเอาความสุขความทุกข์พี่น้อง 3 จังหวัดชายแดนใต้ เข้าไปกราบบังคมทูลฯ จากนั้นเราได้วางแผนกันมา โครงการแรกคือการนำพี่น้องที่ติดคุกในต่างประเทศกว่า 1,205 คน กลับประเทศไทยในวันเฉลิมพระชนมพรรษาปี พ.ศ. 2551 แต่เกิดปัญหาความไม่มั่นใจในกระบวนการ ทำให้โครงการนี้ไม่ประสบความสำเร็จ แต่วันนี้ตนได้ทำหนังสือถึงเอกอัครราชทูตแต่ละประเทศว่าขอฝากพี่น้องของพวกเราด้วย และ 2.การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างพระราชวงศ์ของกษัตริย์ไทยและราชวงศ์ซาอุดีอาระเบีย แต่มีเหตุเกิดขึ้นทำให้ไม่สำเร็จ
   
พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า วันนี้ในพื้นที่ต้องการความยุติธรรมเป็นสิ่งสูงสุด การแก้ไขปัญหาว่าไม่ใช่การแบ่งแยกดินแดน แต่ต้องอโหสิกรรม นิรโทษกรรม โดยยึดแนวทาง เดียวกับกฎหมายเรื่องคอมมิวนิสต์ สิ่งที่ตนเสียใจมากที่สุดคือปัญหากรือเซะ ซึ่งหลังเหตุการณ์ 1 วัน ตนเดินทางมาประกาศยุทธศาสตร์ 3 ข้อคือ 1.ยุทธศาสตร์ดอกไม้หลากสี 2.ยุทธศาสตร์ถอยคนละ 3 ก้าวและ 3.ยุทธศาสตร์ว่าด้วยนครปัตตานี โดยเป็นเรื่องของการปกครองตัวเองภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งเรื่องนี้พี่น้องก็ไม่ปฏิเสธ  ตนดีใจที่ได้ยินเสียงกลองแห่งสันติภาพและระฆังแห่งสันติสุข ตนขอความกรุณาเหนื่อยกันสักนิดเพื่อให้วันอันสำคัญของคนไทย    ที่กำลังจะมาถึงคือวันที่ 5 ธ.ค. เป็นวัน   แห่งสันติภาพสู่แผ่นดิน และสิ่งที่พี่น้องประชาชนเสนอมา จะนำไปวางเป็นแผนงาน ซึ่งเรียกว่า ฮารัปปันบารู เซอกัล หรือความหวังใหม่ ในรูปแบบใหม่ เพื่อทำให้ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้สว่างรุ่งโรจน์และเราจะยืนเคียงข้างกันไปจนกว่าจะเกิดความสงบสุขในแผ่นดินนี้จงได้
   
ส่วนสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อเวลา 07.40 น. ร.ต.ท.ธนายุทธ ชูเฉลิม ร้อยเวร สภ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งเกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดทหารพราน ริมถนนสายไม้แก่น-ไทรทอง พื้นที่ หมู่ 1 บ้านโคกนิบง ต.ไทรทอง จึงรีบนำกำลังเดินทางไปตรวจสอบ พบธงชาติไทย 3 ผืนอยู่ที่พื้น ห่างกันเล็กน้อยพบหลุมระเบิดกว้าง 30 นิ้ว ลึก 10 นิ้ว โดยมีสายไฟยาวประมาณ 8 เมตร และสะเก็ดระเบิดกระจายอยู่ทั่วบริเวณ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนคนเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ทราบชื่อ ส.ท.ประกาศิต นาถมทอง อายุ 26 ปี สังกัด ทหารพราน ที่ 44 ร้อย ทพ.4406 ถูกสะเก็ดระเบิดที่ขาขวา ท้อง แต่ไม่สาหัสมากนัก สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุทหารพรานสังกัดดังกล่าวจำนวน 8 นาย กำลังเดินลาดตระเวนรักษาความปลอดภัย มาถึงที่เกิดเหตุเห็นธงชาติวางอยู่ ส.ท.ประกาศิต จึงเดินเข้าไปหยิบแต่เกิดระเบิดขึ้น
   
ถัดมาเวลา 11.10 น. ร.ต.ท.วัชระชัย ฉุยเนย ร้อยเวร สภ.แม่หวาด อ.ธารโต จ.ยะลา ได้รับแจ้งมีคนถูกยิงริมถนน 410 (ธารโต-เบตง) บ้านคอแย หมู่ 5 ต.แม่หวาด อ.ธารโต จึงรีบนำกำลังเดินทางไปตรวจสอบ พบเพียงกองเลือดอยู่ที่พื้นห่างกันเล็กน้อยพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า สีเขียวดำ ทะเบียน กลม 246 ยะลา ล้มคว่ำอยู่ ส่วนคนเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลทราบชื่อนางประคิน คงสารี อายุ 36 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดที่แขนและขาขวา และ น.ส.บุญนภา นวลศรี อายุ 19 ปี ถูกยิงที่ตะโพกและขาสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุทั้งคู่กำลังขี่รถจักรยานยนต์จากตลาดเพื่อกลับบ้านพัก มาถึงที่เกิดเหตุมีคนร้าย 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์ตามมาประกบยิงก่อนจะหลบ หนีไป.
 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
บทความที่น่าสนใจ
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com
สารบัญเว็บไซต์ Muslimthaipost.com
SubDomain หน้าหลัก