หมวดหมู่
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่มุสลิมไทย โพสต์
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> Muslimthai Focus
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
ถังแก๊สอัดลูกโป่งบึ้มสยอง

กลางงาน'ลอยกระทง'โพลชี้ ศก.แย่ปีนี้กร่อย
             
ถังแก๊สอัดลูกโป่งบึ้มสยองงานลอยกระทงพ่อค้าพม่าตายอนาถ ชาวบ้านเจ็บระนาว 30 หวีดร้องลั่นสนั่นงาน ตำรวจสงสัยถังชำรุด ส่วนที่เชียงราย “ม.2” จุดประทัดยักษ์เล่น บึ้มมือเละ หมอตัดทิ้ง 3 นิ้ว   “กาฬสินธุ์” พลุงานฉลองกฐินพุ่งชนระเบิดใส่ร่างหนุ่ม เจ็บปางตาย ผญบ.โบ้ยฝีมือ  โจ๋แสบโยนระเบิดใส่ ตร. เร่งเช็กปมเหตุ       “โพล” ระบุลอยกระทงปีนี้กร่อยแห่ร่วมลอยกระทงน้อยลง เพราะเศรษฐกิจแย่ บ้านเมืองวุ่นวาย “มาร์ค-แม้ว” ครองใจนักการเมืองที่คนอยากร่วมลอยกระทงด้วย ส่วนดาราต้อง “เคน-อั้ม” ด้าน “ยี่เป็งเชียงใหม่”  เริ่มแล้วทัวริสต์แน่น สวนสัตว์จับ “หลินปิง” สวมบทนางนพมาศน้อย นั่งกระทงยักษ์ โปรโมตลอยกระทง-ท่องเที่ยว
   
เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 1 พ.ย. พ.ต.ท.สุชาติ คงศรี สวส.สภ.แม่ระมาด จ.ตาก รับแจ้งเหตุถังแก๊สที่ใช้อัดลูกโป่งสวรรค์ที่จำหน่ายภายในงานลอยกระทงเทศบาลตำบลแม่ระมาด อ.แม่ระมาด เกิดระเบิดขึ้น มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก  จึงรุดไปตรวจสอบ พบศพนายอาทวย ไม่ทราบนามสกุล อายุ 38 ปี สัญชาติพม่า เสียชีวิตคาที่ และมีผู้บาดเจ็บเป็นชาวบ้านถูกสะเก็ดระเบิดและแรงอัดอีกกว่า 30 คน ถูกนำตัวส่งรพ.แม่สอด และรพ.แม่ระมาด ในจำนวนนี้อาการสาหัส 6 คน รักษาตัวอยู่รพ.แม่สอด คือ น.ส.มาลา ยอดแก้วอธิษ ฐาน อายุ 23 ปี นายคะนอง ปันทิ อายุ 18 ปี นายนรา ยอดแพ นายสมนึก ปัญญาเลิศ นายทองสุข จิตราษฎร์ อายุ 40 ปี และนายวีระ เอี่ยมพงศา และส่วนที่เหลือบาดเจ็บเล็กน้อย แพทย์ดูแลรักษาบาดแผล และให้กลับบ้านได้
   
สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุมีการจัดงานลอยกระทง ผู้ตายเอาลูกโป่งสวรรค์มาขายในงาน หลังงานเลิกขณะผู้ตายกำลังเข็นถังแก๊สขึ้นรถบรรทุกกลับบ้าน จู่ ๆ ถังแก๊สเกิดระเบิดตูมสนั่น ผู้ตายถูกแรงระเบิดกระเด็นไปไกลกว่า 10 เมตร และถูกถังแก๊สกระเด็นตามมาทับร่างซ้ำจนเสียชีวิต ท่ามกลางเสียงหวีดร้องเพราะความตกใจของผู้คนจำนวนมากที่มาร่วมงาน ในชั้นนี้ตำรวจตั้งประเด็นของอุบัติเหตุไว้ 3 ประเด็นคือ ถังแก๊สชำรุด แก๊สรั่วไหล หรือถูกประกายไฟ เนื่องจากภายในงานมีการจุดดอกไม้ไฟหรือไฟพะเนียงด้วย แต่คงต้องรอผลการตรวจสอบจากกองพิสูจน์หลักฐานเพื่อยืนยันสาเหตุที่แน่ชัดอีกครั้ง   
   
ที่ จ.เชียงราย เมื่อกลางดึก วันที่ 31 ต.ค. ที่ผ่านมา ขณะ พ.ต.อ.จรัญฌิ์ เริงธรรม ผกก.สภ.เมืองเชียงราย และพ.ต.ท. ธานี เกสรสุวรรณ สวป. นำกำลังออกตรวจตราการลักลอบขายประทัดยักษ์และดอกไม้เพลิง ผ่านมาหน้าตู้ยามหนองหม้อ ต.ป่าอ้อดอนชัย มีชาวบ้านวิ่งหน้าตาตื่นมาแจ้งว่ามีเด็กนำประทัดยักษ์มาจุดแล้วเกิดระเบิดใส่มือ ไปตรวจสอบพบ ด.ช.เทพ (นามสมมุติ) อายุ 14 ปี นร.ชั้น ม.2 ร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด ที่มือมีเลือดไหลอาบ จึงนำตัวส่ง รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ แพทย์ผ่าตัดช่วยเหลือ เบื้องต้นคาดว่าต้องตัดนิ้วซ้ายทิ้งถึง 3 นิ้ว ต่อมาไปตรวจค้นห้องพักพบประทัดยักษ์ ประทัดธรรมดา และระเบิดลูกปิงปอง อยู่ในกระเป๋าสะพายภายในห้อง ซึ่งจะสอบสวนหาแหล่งจำหน่าย เพื่อดำเนินคดีต่อไป
   
พ.ต.อ.จรัญฌิ์ ยังฝากเตือนถึงพ่อแม่ผู้ปกครองให้สอดส่องดูแลบุตรหลาน ไม่ให้เอาประทัดหรือดอกไม้ไฟมาเล่น เพราะอาจได้รับอันตรายได้ เช่นเดียวกับที่ รพ.แพร่ มีเด็กหญิงวัย 13 ปี จุดประทัดเล่น แต่เกิดพลาดระเบิดใส่มือจนกระดูกนิ้วแตก 3 นิ้ว  และเด็กชายวัย 13 ปี อีกรายก็ได้รับบาดเจ็บที่นิ้วเพราะจุดประทัดเล่นเหมือนกัน
   
ส่วนที่ จ.กาฬสินธุ์ เมื่อกลางดึกวันที่ 31 ต.ค.เช่นกัน เกิดเหตุพลุระเบิดใส่ร่างนายไพทูรย์ ภูใบบัว อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 43 หมู่ 8 ต.ลำพาน อ.เมือง ได้รับบาดเจ็บสาหัส นิ้วมือ-แขนด้านซ้ายฉีกขาด และศีรษะฉีกขาดจนเห็นกะโหลก เหตุเกิดบนถนน บ้านโคกคอน หมู่ 12 ต.พาน เพื่อนจึงรีบนำตัวส่ง รพ.กาฬสินธุ์ ก่อนถูกส่งต่อไปยัง รพ. ศูนย์ขอนแก่น หลังเกิดเหตุ พ.ต.ท.สุกิจ อ่วมวงศ์ รอง ผกก.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ รุดไปตรวจสอบ พบกองเลือดและเศษซากพลุเกลื่อนถนน สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้บาดเจ็บกับเพื่อนกำลังเดินกลับบ้านพัก จู่ ๆ มีพลุพุ่งในแนวราบมาชนใส่ร่าง อย่างจัง จากการตรวจสอบในบริเวณนั้น พบที่สนามกีฬาโรงเรียนบ้านโคกคอนวิทยานุกูล ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุหลายร้อยเมตร มีการจัดงานฉลองบุญกฐินสามัคคีของหมู่บ้าน และมีการจุดพลุไฟในงาน
   
อย่างไรก็ดี นายประดิษฐ์ นันอัมไพ ผู้ใหญ่บ้านโคกคอน หมู่ 12 เปิดเผยว่า น่าจะเป็นฝีมือวัยรุ่นที่มาร่วมงานแอบพกระเบิดที่ทำเองเข้ามาและอาจโยนเล่นไปถูกผู้เสียหายจนบาดเจ็บ ไม่น่าจะเกิดจากการจุดพลุในงาน เนื่องจากมีการควบคุมดูแลอย่างดี และดูจากบาดแผลไม่น่าจะเกิดจากพลุ แต่น่าจะเกิดจากระเบิดมากกว่า และจุดเกิดเหตุก็อยู่ห่างไกลกันพอสมควร ขณะที่ พ.ต.ท. สุกิจ กล่าวว่า จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบเศษวัสดุของพลุที่ยังหลงเหลืออยู่ และยังพบว่าตำแหน่งที่จุดพลุไปยังที่เกิดเหตุอยู่ห่างกันไม่ถึง 500 เมตร แม้ผู้ใหญ่บ้านจะเชื่อว่าเกิดจากระเบิดฝีมือวัยรุ่น แต่ตำรวจมั่นใจว่าน่าจะเกิดพลุพุ่งเข้าชนแล้วระเบิดใส่ร่าง แต่คงต้องรอผลตรวจสอบที่ชัดเจน รวมทั้งต้องสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง
   
ด้าน “สวนดุสิตโพล” สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 28-31 ต.ค. เกี่ยวกับเทศกาลวันลอยกระทง ที่ปีนี้หรือปี 52 ตรงกับวันที่ 2 พ.ย. ได้ข้อสรุปว่า ประชาชนร้อยละ 42.25 จะไปลอยกระทง ซึ่งน้อยกว่าเมื่อปีที่ผ่านมา สาเหตุเพราะเศรษฐกิจไม่ดี สิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย บ้านเมืองวุ่นวาย ใจคอหดหู่ และร้อยละ 49.71 เห็นว่างานปีนี้สนุกสนานน้อยกว่าปีที่แล้ว เพราะสถานการณ์บ้านเมืองยังไม่ดีขึ้น เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว ประชาชนต้องประหยัด ส่วนปัจจัยที่ทำให้งานไม่คึก คักเพราะสภาวะเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว ข้าวของแพง และเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมือง
   
ส่วนคำถามที่ว่าอยากไปลอยกระทงกับนักการเมืองคนใดมากที่สุดนั้น ร้อยละ 44.83 ตอบว่าไม่มี ส่วนร้อยละ 24.61 ตอบว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ 24.64% และร้อยละ 18.27 คือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ส่วนเคน-ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์ คือดาราที่อยากไปลอยกระทงด้วยมากที่สุด รองลงมาคือ อั้ม-พัชราภา ไชยเชื้อ และ อั้ม-อธิชาติ ชุมนานนท์ ส่วนนักกีฬาที่อยากไปลอยกระทงด้วยมากที่สุด คือ แทมมารีน ธนสุกาญจน์ ตามมาด้วย ลีซอ และฟีม-รัฐภาคย์
   
ทางด้าน “เอแบคเรียลไทม์โพล” เปิดเผยผลสำรวจว่า ประชาชนร้อยละ 96.6 เข้าใจวัตถุประสงค์ของประเพณีลอยกระทง ว่าเป็นการขอบคุณแม่น้ำที่ทำประโยชน์  ต่าง ๆ ให้มนุษย์ และเป็นการขอขมาแม่น้ำที่มนุษย์ได้ทิ้งสิ่งปฏิกูลต่าง ๆ ลงไป ส่วนร้อยละ 84.3% เข้าใจว่าเป็นการอธิษฐานตามที่ปรารถนา และส่วนใหญ่ ร้อยละ 58.0 ตั้งใจจะไปลอยกระทง แต่ร้อยละ 42.0 ไม่ไปเพราะไม่ใช่วันหยุด ต้องทำงาน มีธุระ เศรษฐกิจไม่ดี ไม่ชอบ กลัวดอกไม้ไฟ กลัวเสียงดัง
   
ขณะที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์” เกี่ยวกับเทศกาลลอยกระทง โดยขอให้ประชาชนดูแลในเรื่องความปลอดภัย เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุ และความสูญเสียได้ รวมทั้งเชิญชวนให้ใช้กระทงที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ และรณรงค์ในเรื่องหนึ่งครอบครัวหนึ่งกระทง
    
ส่วนที่ จ.เชียงใหม่ เมื่อเวลา 10.00 น. นายประเสริฐศักดิ์ บุญตระกูลพูนทวี หัวหน้าโครงการวิจัยและจัดแสดงหมีแพนด้าในประเทศไทย สวนสัตว์เชียงใหม่ ได้แยกหลินปิงออกมาจากคอกกัก และอุ้มลงไปยังส่วนจัดแสดงหมีแพนด้า เพื่อให้หลินปิงได้นั่งเป็นนางนพมาศอยู่ในกระทงยักษ์ที่ทำด้วยไม้ไผ่ ตกแต่งด้วยดอกไม้นานาชนิด เพื่อส่งเสริมงานประเพณีลอยกระทง หรือยี่เป็งเชียงใหม่ โดยมีกลุ่มนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติแห่มาชมความน่ารักกันคึกคัก สำหรับสุขภาพของหลินปิงแข็งแรงดี ไม่มีอาการแตกตื่นประชาชนหรือสภาพแวดล้อม แค่ซุกซนและชอบปีนป่ายขอบกระทงเล่น จึงต้องนำแครอทและใบไผ่มาหลอกล่อ ให้สงบและซุกซนน้อยลง การโชว์ตัวหลินปิงในบทนางนพมาศนั้น จะจัดขึ้น 3 วัน คือวันที่ 1-3 พ.ย. นี้ โดยให้นักท่องเที่ยวเข้าชมวันละ 2 รอบ และจะแจกหน้ากากอนามัยให้ปิดปากปิดจมูก ป้องกันเชื้อโรคแพร่ระบาดสู่คนอื่น ๆ หรือหลินปิง เนื่องจากช่วงนี้อากาศเริ่มหนาวเย็น
   
สำหรับบรรยากาศงานประเพณียี่เป็งของจังหวัดเชียงใหม่ เริ่มขึ้นแล้วในวันที่ 1 พ.ย. นี้ โดยหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนต่าง ๆ จัดขึ้นตามพื้นที่ต่าง ๆ สำหรับช่วงเย็นมีการเปิดงานประเพณีเดือนยี่เป็ง ประจำปี 2552 ที่ลานประตูท่าแพ จากนั้นจะมีขบวนแห่โคมยี่เป็ง เพื่ออนุรักษ์และสืบสานงานประเพณียี่เป็งเชียงใหม่ ให้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัด และส่งเสริมให้ชาวเชียงใหม่มีส่วนร่วมในงานเทศ กาลท้องถิ่นอย่างแท้จริง นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการประกวดหนูน้อยยี่เป็ง เทพียี่เป็งรอบคัดเลือก ส่วนในวันที่ 2 พ.ย. ช่วงเช้าจะมีการปล่อยโคมลอยยักษ์รูปหมีแพนด้า     “ช่วงช่วง”, “หลินฮุ่ย” และ “หลินปิง” ขนาดใหญ่เท่าตึก 3 ชั้น มีขบวนแห่กระทงเล็ก และการประกวดเทพียี่เป็ง ส่วนในวันที่ 3 พ.ย. จะมีขบวนแห่กระทงใหญ่ และมีการแสดงแสงสีเสียงที่ลำน้ำแม่ปิง
   
ที่ จ.ปัตตานี ตำรวจประจำจุดตรวจดอนยาง สภ.หนองจิก และทหารพรานจากกรมทหารพรานที่ 43 ช่วยกันนำ     “กระทงสันติสุข” ที่สื่อถึงความสมานฉันท์ระหว่างชาวไทยพุทธ-ชาวไทยมุสลิม ซึ่งผลิตจากวัสดุธรรมชาติลงทดลองลอยในคลองชลประทาน ก่อนจะนำไปร่วมประกวดในประเพณีลอยกระทง วันที่ 2 พ.ย.นี้ เพื่อร่วมสืบสวนวัฒนธรรมอันดีงามของชาติ
   
ส่วนที่ จ.พระนครศรีอยุธยา อบจ. พระนครศรีอยุธยา ร่วมกับการท่องเที่ยว แห่งประเทศไทย (ททท.) จัดงานสีสันแห่งสายน้ำสืบสานประเพณีลอยกระทงบริเวณพระบรมราชานุสรณ์ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทุ่งภูเขาทอง อ.พระนครศรีอยุธยา มีการจัดตลาดย้อนยุค การแต่งกายโบราณ การแสดงสาธิตการทอผ้า และการจำหน่าย อาหารไทย การประกวดนางนพมาศ การประกวดกระทง และพิธีอาบน้ำเพ็ญ พิธีสวดโพชฌงคปริตร และสวดนพเคราะห์ ส่วนในเกาะเมืองเทศบาลนครนครศรีอยุธยา จัดให้มีการประกวดนางนพมาศ และกิจกรรมลอยกระทง 4 มุมเมือง 3 สายน้ำ ได้แก่ พระราชวังจันทรเกษม วัดพนัญเชิงวรวิหาร เจดีย์พระศรีสุริโยทัย และใต้สะพานปรีดีธำรง
   
ที่วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร กรุงเทพฯ เมื่อช่วงเย็น มีการจัดงาน “ลอยประทีปวัดอรุณ รำลึกคุณเจ้าพระยา ไม่พึ่งพาแอลกอฮอล์” ที่ทางสภาวัฒนธรรมเขตบางกอกใหญ่ ประชาคมเมือง สำนักงานเขต และสถานศึกษาร่วมกันจัดขึ้น และคาดว่าในวันที่ 2 พ.ย. นี้ จะมีประชาชนมาร่วมลอยกระทงจำนวนมาก ภายในงานยังมีกิจกรรมจำหน่ายสินค้า ผลิตภัณฑ์ชุมชน และอื่น ๆ นอกจากนี้ ยังมีการประกวด และการแสดงต่าง ๆ มากมาย ขณะที่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. ไปเปิดงานประเพณีลอยกระทงสืบสานวัฒน ธรรมไทย จัดขึ้นโดยสำนักงานเขตทวีวัฒนา ที่บริเวณสวนสุขภาพคลองทวีวัฒนา ภายในงานมีการแสดงศิลปวัฒนธรรม (โขน) และการแสดงของนักเรียนโรงเรียนต่าง ๆ ในพื้นที่อีกมากมาย รวมทั้งการแข่งขันกีฬาพื้นบ้าน เช่น ปิดตาตีหม้อ, วิ่ง 3 ขา
   
วันเดียวกัน พล.ต.ท.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อม พล.ต.ต.วรัญวัส การุณยธัช ผบก.ประจำ บช.น. รักษาการ ผบก.น.6 และกำลังตำรวจ สน.สำราญ ราษฎร์ เข้าตรวจค้นกวดขันจับกุมและทำความเข้าใจกับกลุ่มผู้ค้าดอกไม้เพลิง พลุ ประทัดในชุมชนป้อมมหากาฬ แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร ได้ตัวผู้ต้องหา 4 ราย รวม 5 คน แจ้งข้อกล่าวหาว่าจำหน่ายพลุ ดอกไม้เพลิง และประทัด โดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน
   
พล.ต.ท.พงศพัศ กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีความห่วงใยปัญหาอาชญา กรรม อาทิ การกรีดกระเป๋า วิ่งราวทรัพย์ ลักทรัพย์ รวมถึงปัญหาด้านความปลอดภัยของหญิงสาว จึงอยากเตือนให้ผู้ที่จะออกไปลอยกระทง ไม่ควรใส่ทรัพย์สินมีค่าหรือแต่งกายล่อแหลม เพราะอาจเป็นโอกาสให้กลุ่มมิจฉาชีพลงมือก่อเหตุ และที่ห่วงที่สุดคือเรื่องการเล่นพลุ ประทัด และดอกไม้ไฟ ที่อาจก่อให้เกิดความสูญเสียทั้งร่างกายและทรัพย์สิน จึงต้องกวดขันจับกุมและทำความเข้าใจกับผู้ค้า โดยผู้ลักลอบจำหน่าย มีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท
   
ที่เมืองมรดกโลกสุโขทัย มีการจัดงานลอยกระทงเป็นวันที่สอง ช่วงเช้ามืดเวลา 04.59 น. มีพิธีรับรุ่งอรุณแห่งความสุข และพิธีตักบาตรอาหารแห้ง พระสงฆ์ 9 รูป ณ อุโบสถวัดตระพังเงิน ส่วนช่วงค่ำนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศแห่มาซื้อบัตรเข้าชมการแสดงประกอบแสง สี และเสียง ที่ลานวัดมหาธาตุ และในปีนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ พระราชทานพระประทีปและกระทงมาลอยในงาน โดยนายจักริน เปลี่ยนวงษ์ ผวจ.สุโขทัย จัดพิธีรับพระประทีปและกระทงพระราชทาน ทั้ง 10 กระทง จากหน้าสำนักงานเทศบาลเมืองสุโขทัยธานี ไปยังอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย และจะลอยกระทงพระราชทานเป็นปฐมฤกษ์ ในเวลา 23.00 น. วันที่ 2 พ.ย.นี้ ณ บริเวณสระน้ำวัดสระศรี ปิดท้ายด้วยการแสดงพลุ ตะไล ไฟพะเนียง ปิดงานในคืนวันเพ็ญเดือน 12
   
ส่วนที่ จ.ลพบุรี นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ผวจ.ลพบุรี เป็นประธานเปิดงานลอยกระทง “ย้อนยุคจอมพล ป.” มีการตั้งขบวนแห่กระทงออกจากหน้าพระนารายณ์ราชนิเวศน์ ไปรอบตัวเมืองลพบุรี และสิ้นสุดที่บริเวณรอบวงเวียนศรีสุริโยทัย ต.ทะเล ชุบศร สถานที่จัดงาน โดย ผวจ. และคณะได้นั่งช้างนำขบวนแห่ช้าง ขบวนม้า ขบวนสามล้อถีบ ขบวนรถรางโบราณ และขบวนกระทงของแต่ละหน่วยงานในจังหวัด ภายในงานยังรณรงค์ให้ประชาชนแต่งกายย้อนยุคจอมพล ป.พิบูลสงคราม ซึ่งถือว่าเป็นแห่งเดียวในประเทศไทย นอกเหนือจากกิจกรรมอื่น ๆ

 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
บทความที่น่าสนใจ
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com

Warning: include(../../main/globalsitemap.php): failed to open stream: No such file or directory in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194

Warning: include(): Failed opening '../../main/globalsitemap.php' for inclusion (include_path='.:/usr/lib/php:/usr/local/lib/php') in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194