หมวดหมู่
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่มุสลิมไทย โพสต์
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> Muslimthai Focus
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
พาณิชย์ สานเป้าหมาย เทรดโลจิสติกส์ เจาะส่งออกยุโรป ภารกิจไฮไลต์เยือนสวิส-เนเธอร์แลนด์
'พาณิชย์'สานเป้าหมาย เทรดโลจิสติกส์ เจาะส่งออกยุโรป ภารกิจไฮไลต์เยือนสวิส-เนเธอร์แลนด์
ระหว่างวันที่ 23-30 กันยายนที่ผ่านมา "ฐานเศรษฐกิจ"ได้รับเชิญจากกรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ ให้เดินทางร่วมคณะของนายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เยือนสมาพันธ์รัฐสวิสหรือที่รู้จักกันดีในนามประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ดินแดนในฝันของใครหลายคน และเยือนเนเธอร์แลนด์ ดินแดนกังหันลมอันเลื่องชื่อ ซึ่ง6-7 วันของการเดินทางครั้งนี้ มีไฮไลต์สำคัญๆ ดังนี้

ในวันที่ 24 กันยายน นายอลงกรณ์ และคณะผู้บริหารระดับสูงของกรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้เข้ายื่นภาคยานุวัติสารต่อผู้อำนวยการใหญ่ขององค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก(WIPO) เพื่อแสดงเจตนารมณ์การเข้าเป็นสมาชิกของสนธิสัญญาความร่วมมือด้านสิทธิบัตร(PCT) ซึ่งส่งผลให้ไทยเป็นสมาชิกลำดับที่ 142 ของ PCT โดยจากนี้ไปจะส่งผลดีคือนักประดิษฐ์ของไทยไม่ต้องไปไกลถึงต่างประเทศก็สามารถยื่นขอรับความคุ้มครองสิทธิบัตรในประเทศสมาชิกได้ ผ่านทางสำนักงานรับคำขอจดทะเบียนสิทธิบัตรระหว่างประเทศ ของกรมทรัพย์สินทางปัญญา ที่ได้เปิดให้บริการแล้วเมื่อ 29 กันยายน2552 ที่ผ่านมา

การยื่นเข้าเป็นสมาชิก PCT ของไทยในครั้งนี้จะเป็นผลดีต่อการคุ้มครองสิ่งประดิษฐ์ของไทยในประเทศสมาชิก และจะสามารถเพิ่มมูลค่าทางการค้าเข้าประเทศได้อีกมากในอนาคต

++รับมอบเจ้าภาพ FIATA 2010

ถัดมาวันที่ 25 กันยายน คณะมีภารกิจซึ่งถือเป็นเป้าหมายหลักในการเดินทางเยือนสวิตเซอร์แลนด์ในครั้งนี้คือ การทำพิธีรับมอบการเป็นเจ้าภาพจัดประชุมสหพันธ์ตัวแทนขนส่ง และโลจิสติกส์นานาชาติ 2553 หรือ FIATA 2010 ที่กรุงเทพฯ ต่อจากนครเจนีวา ของสวิตเซอร์แลนด์ที่เป็นเจ้าภาพจัดในปีนี้ โดยในพิธีรับมอบในครั้งนี้ทางฝ่ายไทยได้จัดคณะนาฏศิลป์ไปโชว์ศิลปวัฒนธรรม สร้างความประทับใจให้กับผู้เข้าร่วมประชุมอย่างมากหลังการแสดงสิ้นสุดลง

หลังพิธีรับมอบนายอลงกรณ์ กล่าวว่า การที่ไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมFIATA ในปีหน้า ถือมีนัยสำคัญต่อประเทศไทยในหลายด้าน ด้านหนึ่งนอกจากเป็นการแสดงความพร้อมและศักยภาพของไทยในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับนานาชาติแล้ว การจัดงานในครั้งนี้จะส่งผลดีต่อผู้ประกอบการด้านโลจิสติกส์ของไทย เพราะจะมีโอกาสเจรจาจับคู่ค้าในการทำธุรกิจกับผู้ประกอบการที่มีมาตรฐานระดับโลก ขณะที่ประเทศไทยถือเป็นจุดที่ได้รับความสนใจ เพราะนอกจากเป็นศูนย์กลางทางด้านเศรษฐกิจแล้ว ยังถือเป็นศูนย์กลาง(ฮับ)ด้านโลจิสติกส์ของภูมิภาคอาเซียนด้วย

ปัจจุบัน FIATA มีสมาชิกกว่า 90 ประเทศ และมีสมาคมด้านโลจิสติกส์เป็นสมาชิกกว่า 150 สมาคม มีสมาชิกมากกว่า 4 หมื่นบริษัท ครอบคลุมธุรกิจขนส่งของโลกกว่า 90% การจัดงานในไทยในเดือนตุลาคมปีหน้า ได้ตั้งเป้าหมายจะมีตัวแทนบริษัท และตัวแทนสมาคมด้านโลจิสติกส์จากทั่วโลกเข้าร่วมประชุมไม่ต่ำกว่า 1,500 คน มากที่สุดเท่าที่เคยจัดมา จากการจัดที่เจนีวาครั้งล่าสุดมีประมาณ 600-700 คน

ขณะที่นายสุวิทย์ รัตนจินดา นายกสมาคมผู้รับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ (TIFFA) กล่าวเสริมว่า งาน FIATA ในปีหน้า นอกจากผู้ประกอบการ และประเทศไทยจะได้รับประโยชน์เพื่อสร้างฝันการเป็นฮับโลจิสติกส์ในภูมิภาคให้เป็นจริงแล้ว ไทยยังจะได้รับประโยชน์ด้านการท่องเที่ยว เพราะผู้ร่วมงานส่วนใหญ่ยังมีแผนที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวในหลายสถานที่ที่มีชื่อเสียงของไทย เช่น ภูเก็ต เชียงใหม่ เกาะสมุย พัทยา และอื่น ๆ เชื่อว่าในการจัดงานครั้งนี้จะมีเม็ดเงินสะพัดตามมาไม่ต่ำกว่า 300-400 ล้านบาท

++เร่งศูนย์กระจายสินค้าสู่ยุโรป

ในช่วงบ่ายของวันที่ 25 กันยายน คณะของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิย์ ได้เดินทางสู่นครรอตเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ เพื่อดำเนินภารกิจอีกเป้าหมายนั้นก็คือการหาสถานที่ในการใช้เป็นศูนย์จำหน่ายและกระจายสินค้าไทย(Distribution Center) เพื่อทำตลาดเชิงลึก และเชิงกว้างสู่กลุ่มประเทศในสหภาพยุโรป รวมถึงรัสเซีย และซีไอเอส เนื่องด้วยท่าเรือรอตเตอร์ดัมถือเป็นท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรปและของโลก สามารถใช้เป็นจุดกระจายสินค้าไทยได้

สำหรับวันที่ 26 กันยายน ได้เข้าเยี่ยมชมคลังสินค้าของบริษัท J.VAN DE PUT ซึ่งเป็นผู้นำในการให้บริการขนส่งสินค้าเน่าเสียง่าย ได้แก่ ดอกไม้ผลไม้และผักสด ทั้งที่ขนส่งมาทางเครื่องบินและทางเรือจากทั่วโลก บริษัทนี้มีอาคารควบอุณหภูมิสินค้าที่ทันสมัย มีศูนย์ควบคุมและกักกันโรคพืช และมีบริการศุลกากรเพื่อจัดทำเอกสาร และเคลียร์สินค้าในที่เดียวกัน รวมถึงบริการกระจายสินค้าสู่ลูกค้า อย่างไรก็ดีปัญหาของไทยหากจะใช้บริการในส่วนนี้ของ J.VAN DE PUT คือ คุณภาพสินค้าดอกไม้ ผลไม้ และผักสดที่ยังไม่ค่อยได้มาตรฐาน และมีปริมาณค่อนข้างน้อย ซึ่งจะได้นำมาปรับปรุงแก้ไขต่อไป

ต่อมาในบ่าย คณะได้เข้าเยี่ยมชมบริษัท EuroFrigo เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้บริการจัดเก็บและกระจายสินค้าแช่แข็งทั้งที่เข้าสู่เนเธอร์แลนด์ และส่งออกไปยังประเทศอื่นๆ ในยุโรป รวมถึงหารือเรื่องคลังสินค้าอาหารฮาลาลเพราะในยุโรปมีประชากรที่เป็นชาวมุสลิมมากกว่า 30 ล้านคนถือเป็นอีกหนึ่งตลาดที่น่าสนใจ



อย่างไรก็ตามบทสรุปการจะเลือกสถานที่ใดเป็นศูนย์จัดจำหน่ายและกระจายสินค้าไทย หรือ D/C ในยุโรปครั้งนี้ นายอลงกรณ์กล่าวว่าจะได้ตั้งคณะทำงานร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อศึกษาความเป็นไปได้พร้อมข้อเสนอที่เป็นรูปธรรมภายใน 2 เดือนก่อนนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการโลจิสติกส์การค้าของกระทรวงพาณิชย์ เพื่อตัดสินใจ และหางบประมาณสนับสนุนต่อไป

วันที่ 27 (รัฐมนตรีช่วยพาณิชย์เดินทางกลับไทยก่อน)คณะพักผ่อนตามอัธยาศัย วันนี้ได้ไปเที่ยวจุดชมกังหันลมที่สวยงาม รวมถึงหมู่บ้านประมง ด้วยบรรยากาศที่เย็นสบาย และสร้างความประทับใจ

++สหกรณ์ดอกไม้ดัตช์แกร่ง

วันที่ 28 กันยายน คณะกรมส่งเสริมการส่งออกได้เดินทางเยี่ยมชมตลาด Flora Holland เมือง Aalsmeer ซึ่งเป็นตลาดการประมูลซื้อขายไม้ดอกที่ใหญ่ที่สุดของโลก โดยมีสมาชิกของสหกรณ์ผู้เพาะปลูกไม้ดอกกว่า 6,000 รายในเนเธอร์แลนด์เป็นเจ้าของ โดยตลาด Flora Holland แห่งนี้มีมูลค่าการซื้อขายในปีที่แล้วถึง 396 ล้านยูโร มีไม้ดอกที่ปลูกในเนเธอร์แลนด์(สัดส่วน 75%)และนำเข้าจากต่างประเทศ(สัดส่วน 25%)นำมาประมูลซื้อขายกันประมาณ 14 ล้านดอก/วัน โดยสัดส่วน 80% จะส่งออกไปกลุ่มประเทศอียู รวมถึงรัสเซีย และอีก 20% เพื่อจำหน่ายในเนเธอร์แลนด์

ที่น่าน้อยใจก็คือตลาดแห่งนี้ไม่มีไม้ดอกจากไทยเข้าร่วมประมูลด้วย เหตุเพราะส่วนใหญ่จะขายตรงให้กับผู้นำเข้า

ภารกิจในวันที่ 29 คณะได้ไปพบกับหน่วยงาน NDL/HIDC ณ เมือง ZOETERMEER ทำหน้าที่เป็นผู้แทนภาคโลจิสติกส์ของเนเธอร์แลนด์ ช่วยบริษัทต่างชาติในการเข้าสู่ตลาดยุโรปโดยใช้เนเธอร์แลนด์เป็นเกตเวย์ ซึ่งปัจจุบันหน่วยงานนี้มีสมาชิกประมาณ 350 ราย ให้บริการเกี่ยวข้องกับโลจิสติกส์ทั้งการขนส่ง การจัดเก็บ การกระจายสินค้า ธนาคาร ที่ปรึกษากฎหมาย ตรวจสอบบัญชี บริษัทให้คำปรึกษา ซึ่ง NDL/HIDC พร้อมให้ความช่วยเหลือทุกด้านหากไทยร้องขอ

บทสรุปการเดินทางเยือนสวิตเซอร์แลนด์ และเนเธอร์แลนด์ของคณะรัฐมนตรีช่วยพาณิชย์ครั้งนี้ถือว่าแม้ว่ามีผลงานที่เป็นรูปธรรมขึ้นมาบ้างแล้วก็ตาม แต่คณะทำงานที่เกี่ยวข้องยังต้องทำการบ้านกันอย่างหนักต่อไปเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย เพิ่มมูลค่าการส่งออกสินค้าไทย
 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
บทความที่น่าสนใจ
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com

Warning: include(../../main/globalsitemap.php): failed to open stream: No such file or directory in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194

Warning: include(): Failed opening '../../main/globalsitemap.php' for inclusion (include_path='.:/usr/lib/php:/usr/local/lib/php') in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194