หมวดหมู่
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่มุสลิมไทย โพสต์
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> Muslimthai Focus
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
ข่าวทักษิณวันนี้ ประกาศหย่าศึก รบต่อไปไม่เป็นผลดี

ทักษิณ ประกาศหย่าศึก รบต่อไปไม่เป็นผลดี ปรามแดงชุมนุมอย่างสงบ ปล่อยไก่ บอกรัฐบาลประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน (มติชนออนไลน์)


ข่าวทักษิณวันนี้ ประกาศหย่าศึก

          ทักษิณ  ชินวัตร ประกาศ สงบศึก ยอมหันหน้าเจรจา ปรามเสื้อแดง ชุมนุมอย่างสันติ ปล่อยไก่คิดว่ารัฐบาลประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน อ้างทีมงานฝรั่งมารับช่างเจียรไนเพชรคนไทย 4 - 5 คน ไว้อวดโลกเพชรยี่ห้อนี้มาจากฝีมือคนไทย

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 15 กันยายน พ.ต.ท.ทักษิณ  ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จัดรายการวิทยุผ่านทางThaksinlive.com โดย พ.ต.ท.ทักษิณ ระบุว่า เป็นห่วงคนไทย เพราะเราใช้เวลากับเรื่องการเมืองมากกว่าใช้เวลาเพื่อแก้ปัญหาบ้านเมือง ซึ่งหากเมื่อใดที่บ้านเมืองเป็นหนึ่งเดียวกันได้ประเทศไทยจะไปได้ไกล แต่ขณะนี้ความขัดแย้งภายในมีมาก ล่าสุดการการแต่งตั้งผบ.ตร.มีการหักกันไปหักกันมา จะเอาเป็นเอาตายกันให้ได้ ที่จริงไม่ว่าใครได้รับการแต่งตั้งทุกคนก็มีหน้าที่รักษากติกา และคุณธรรมแห่งตำแหน่งไว้ให้ได้

          "วันนี้การตั้งผบ.ตร.ไม่เสร็จเสียที ลึก ๆ ผมเดาเอาว่าสืบเนื่องมาจากคดีลอบฆ่านายสนธิ  ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย วุ่นวายกันเอง จริง ๆ แล้วผมโดนลอบฆ่าหลายรอบ แต่โชคดีที่ถูกปฏิวัติมาอยู่เมืองนอกก่อน ไม่อย่านั้นไม่จบ ทำไมเดียวนี้บ้านเมืองเราเครียด ดุร้าย เอาเป็นเอาตายกัน" พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าว

          พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า วันนี้น่าจะให้อภัยซึ่งกันและกันหันหน้าเข้าหากัน ที่สำคัญผู้ที่อยู่ข้างบนเกิดแย่งตำแหน่ง อำนาจกันเอง ทำให้ประชาชน นักธุรกิจ ลำบากขึ้นทุกวัน เมื่อไหร่เราจะลดลาวาศอก ไม่มีทิฐิ คุยด้วยเหตุผล  มีอะไรช่วยได้ก็บอกกันมา แต่ขอให้ต้องหันหน้าเข้าหากัน ต้องคุยกัน ที่พูดอย่างนี้ไม่ได้หมายความว่าอะไรแม้จะยอมรับว่าคิดถึงบ้านจริง แต่ตอนนี้เริ่มปรับตัวในการอยู่ต่างประเทศได้แล้ว

          พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า 19 กันยายน 49 คือต้นเหตุของปัญหาทั้งหมด ตนเชื่อว่าคนเสื้อแดงต่อสู้ความจริง ดังนั้นขอให้การชุมนุมในวันที่ 19 กันยายนนี้ ขอให้ชุมนุมกันอย่างสันติให้เป็นเพียงการรำลึกถึงสิ่งที่ให้ประเทศได้รับความเสียหาย ช่วยคิดกันว่า 3 ปีที่ผ่านมาชีวิตดีขึ้นหรือไม่ แต่ที่ดีขึ้นมีเพียงคนปฏิวัติไม่กี่คน  คนค้าอาวุธ ผู้หากินจากทุจริตคอรัปชั่นซื้อขายตำแหน่ง แต่ประชาชนทั้งประเทศแย่

          "3 ปีที่ผ่านมาบอบช้ำพอหรือยัง เราแตกแยกกันมากพอหรือยัง อยากเป็นประเทศไทยที่เป็นหนึ่งเดียวไหม เรียกร้องให้หันหน้าเข้าหากันอย่างสันติสุข รบราต่อไป ฟ้องร้องกล่าวหากันต่อไป ไม่มีผลดีกับใครเลย ใครไปสั่งการความรุนแรงอะไรไว้ก็มีคนอัดเทปมาเปิด ถ้าเราต่อสู้กันต่อไปคนไทยจะลำบากไปมากกว่านี้" พ.ต.ท.ทักษิณกล่าว

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างที่ พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ นั้น พ.ต.ท.ทักษิณ เข้าใจผิดว่ารัฐบาลได้ประกาศใช้พระราชกำหนดในสถานการณ์ฉุกเฉิน ในเขตดุสิต โดยระบุว่า  สมัยที่ตนเป็นรัฐบาล บอกว่าก็ถูกรัฐบาลชุดนี้ว่าซะไม่มีดี  ซึ่งสาเหตุที่ตนประกาศใช้พระราชกำหนดตอนนั้นเป็นเพราะเอามาใช้แทนกฎอัยการศึกใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่วันนี้รัฐบาลชุดนี้กลับประกาศใช้ในเมืองหลวงซึ่งถือเป็นการลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชน และรัฐบาลประกาศใช้พระราชกำหนดเหมือนกับกระดาษทิชชู่

          พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ทราบว่า ยูเอ็นดีเอสเอส ไปด้อม ๆ มอง ๆ ว่าจะไปตั้งสำนักงานใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะมีเหตุฆ่ากันตายและระเบิดบ่อย ซึ่งเรื่องนี้ตนไม่เห็นด้วยที่ยูเอ็นจะเข้ามา ซึ่งหากรัฐบาลไม่อยากยูเอ็นเข้าก็ลงไปในพื้นที่  โดยเฉพาะ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี และนายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี รวมถึงการผลักดันแนวคิดเข้าถึงเข้าใจพัฒนา ซึ่งหากรัฐบาลไม่ดำเนินการเช่นนี้ยูเอ็นดีเอสเอส จะนำกำลังต่างชาติเข้าไปดูแล ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ดีต่อดินแดนของไทย

          พ.ต.ท.ทักษิณ ยังกล่าวถึงปัญหาการทุจริตชุมชนพอเพียง ว่า การที่รัฐบาลอิงเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาใช้ในการตั้งชื่อถือเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม ซึ่งโครงการดังกล่าวมาจากแนวนโยบายของโครงการเอสเอ็มแอล สมัยที่ตนเป็นนายกรัฐมนตรี โดยแนวคิดนี้เกิดจากการที่ได้ไปทัวร์นกขมิ้นและเห็นว่าควรจะมีการแก้ไขปัญหาในระดับหมู่บ้าน จึงตั้งงบประมาณขึ้นเพื่อให้หมู่บ้านไปแก้ปัญหาด้วยตัวเองโดยที่ไม่ผ่านผู้ใหญ่บ้าน พร้อมกับกำหนดให้ประชาชนในหมู่บ้านรวมตัวกันไม่น้อยกว่าร้อยละ  75 ของประชากรหมู่บ้านเพื่อเลือกคณะกรรมการหมู่บ้านเพื่อบริหารเงินด้วยตัวเอง  ไม่อย่างนั้นหมู่บ้านจะถูกยัดเยียดสิ่งที่เขาไม่อยาก โดยเอาของเราคาถูกมาขายในราคาแพง และแบ่งเปอร์เซ็นต์กัน

          พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ตนได้ไปซื้อหนังสือมาสองเล่มที่เขียนเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงโลกในอีก 50 ปีข้างหน้า และจะมีคำทำนายว่าจีนจะมีปัญหาเรื่องความใหญ่ของตัวเอง หรือการมีโรงไฟฟ้าในอวกาศรวมไปถึงอนาคตของอินเทอร์เน็ต ซึ่งตัวชี้วัดการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการโลก  บอกไว้เลยว่าอำนาจทางเศรษฐกิจทางการเมือง เศรษฐกิจและการทหาร จะย้ายจากตะวันตกมาตะวันออก โดยเฉพาะจีน ประเทศแถบตะวันออกกลาง หรือแม้กระทั่งอินเดีย ซึ่งจะกลายเป็นแหล่งทุนใหม่ เพราะมีเงินเยอะ จะมีความต้องการใช้ทรัพยากรธรรมชาติสูงมาก ซึ่งในอนาคตจะเป็นจริง ดังนั้นไทยที่อยู่ในแถบตะวันออกน่าจะเกาะความเจริญไปกับพวกนี้ด้วย ถ้าหากเราไม่ทำลายตัวเองเสียก่อนด้วยการแตกแยกกันเองเสียก่อน และในอนาคตจะมีการใช้เงินสกุลเดียวกัน หรืออ้างอิงจากทองคำ หรือใช้ระบบคอมพิวเตอร์เข้ามาอ้างอิงระบบเงินตราของโลก หรือระบบเทคโนโลยี ที่เป็นวิชาเดียวกับยีนส์ อินเทอร์เน็ตและนาโน คอมพิวเตอร์จะเก่งขึ้น ฉลาดมากขึ้นอ่านจิตอ่านใจกันได้ ทำให้อาหารคุยกันออกมาเป็นอาหารสำเร็จรูปให้เราได้ ซึ่งรัฐบาลทุกประเทศจะต้องมียุทธศาสตร์สำหรับรองรับพวกนี้ว่าเราจะปรับวิธีการทำมาหากินกันอย่างไร

          พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าว่าอีก 2 - 3 สัปดาห์จะมีทีมงานฝรั่งมารับช่างเจียรไนเพชรคนไทย โดยล็อตแรกจะรับมา 4 - 5 คนมาทำในอุตสาหกรรมเพชรของตนในแอฟฟริกา ซึ่งเทคโนโลยีที่ทันสมัยจะช่วยให้ช่างไทยเก่งขึ้น โดยช่าง 4 - 5 คนจะเจียรไน ได้เดือนละหลายร้อยกะรัต ซึ่งจะสามารถอวดโลกได้ว่าเพชรยี่ห้อนี้มาจากฝีมือคนไทย โดยตนจะเอาไปเชื่อมโยงกับโรงงานจิเวลรีย์ของเมืองไทยทั้งหมด

ข่าวทักษิณวันนี้ ประกาศหย่าศึก รบต่อไปไม่เป็นผลดี

 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
บทความที่น่าสนใจ
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com

Warning: include(../../main/globalsitemap.php): failed to open stream: No such file or directory in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194

Warning: include(): Failed opening '../../main/globalsitemap.php' for inclusion (include_path='.:/usr/lib/php:/usr/local/lib/php') in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194