หมวดหมู่
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่มุสลิมไทย โพสต์
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> Muslimthai Focus
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
สอบ รพ.ทำชุ่ย

มุสลิมดอทคอม
www.muslimthai.com

เลี้ยงไข้เหยื่อหวัดถ้าผิดฟันไม่เลี้ยง
              
"วิทยา"สั่งกองการประกอบโรคศิลปะตรวจสอบ รพ.เอกชนรักษาหนุ่มวัย 28 ปี ติดเชื้อ"หวัด 2009"ดับคาดจันทร์นี้ได้ข้อสรุป หากพบหมอรักษาผิดพลาดพร้อมชงเรื่องให้แพทยสภาฟัน ด้าน อภ. เล็งให้ มจธ.ผลิตวัคซีนเพิ่ม พร้อมของบสนับสนุนจาก “ฮู” 4 ล้านดอลลาร์ฯ ขณะที่อธิการบดี มจธ. รับลูกระบุไม่ขัดข้องเพราะเป็นเรื่องของประเทศชาติ ส่วน “ฮู” ออกโรงเตือน ทุกประเทศ เตรียมพร้อมรับมือ “หวัด 2009” ระบาดระลอกสอง ชี้อาจพบเชื้อไวรัสกลายพันธุ์ที่ยังระบุไม่ได้ว่าจะเลวร้ายขนาดไหน พร้อมให้เพิ่มขั้นตอนทดลองวัคซีน ในสัตว์ทดลองก่อนฉีดให้อาสาสมัคร
   
เมื่อวันที่ 21 ส.ค. นพ.วิชัย โชควิวัฒน ประธานคณะกรรมการองค์การเภสัชกรรม (บอร์ด อภ.) กล่าวถึงผลการประชุมผ่านระบบเทเลคอนเฟอเรนซ์กับผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตวัคซีนองค์การอนามัยโลก (ฮู) เพื่อหารือเกี่ยวกับปัญหาการ ผลิตวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ชนิดเชื้อเป็น ว่าได้หารือใน 2 ประเด็น คือ การทำความชัดเจนเกี่ยวกับความปลอดภัยของวัคซีนที่ผลิตได้ ซึ่งการผลิตของไทยถือเป็นการผลิตครั้งแรก จึงได้เพิ่มเติมขั้นตอนการทดสอบในสัตว์ทดลองอีก โดยการนำวัคซีนที่ได้ไปเพาะเชื้อ 14 วัน หากมีเชื้ออื่น ๆ ปนเปื้อนขึ้นแสดงว่าวัคซีนดังกล่าวไม่ปลอดภัย หลังจากนั้นจึงนำไปฉีดทดลองในช่องท้องหนู หากหนูตายภายใน 7 วัน ก็ไม่สามารถนำมาใช้ได้ นอกจากนี้ยังจะมีการทดลองด้วยการพ่นวัคซีนเข้าไปในโพรงจมูกหนูเพื่อดูผลเฉียบพลันและติดตามผลข้างเคียงใน 7 วัน โดยทั้งหมดนี้เป็นการทดสอบที่เพิ่มเติมเข้ามาจากเดิมเพื่อให้เกิดความมั่นใจในความปลอดภัยของวัคซีนมากขึ้นก่อนนำไปใช้กับอาสาสมัคร
   
“ส่วนตัวหัวเชื้อไวรัสจากประเทศรัสเชียที่นำมาผลิตวัคซีนซึ่งเกรงว่าอาจเกิดปัญหาได้นั้น จากการประชุมได้ทราบข่าวดีว่า ทางผู้อำนวยการสถาบันวิจัยการแพทย์ กรุงเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ประเทศรัสเซีย ที่เป็นผู้ผลิตตัวเชื้อให้กับไทย ยืนยันแล้วว่า จากการเพาะเชื้อล็อกดังกล่าวสามารถผลิตตัวเชื้อได้ถึง 8 ล็อกต่อ 0.2 ซีซี หรือประมาณ 100 ล้านตัว การที่ประเทศไทยเพาะเชื้อได้ 6.7 ล็อกนั้น เข้าใจได้ว่าเกิดจากประสบการณ์ที่ต่างกัน เพราะไทยเราเพิ่งเริ่มผลิตได้แค่ 1 เดือนเท่านั้น ขณะที่รัสเซียมีประสบ การณ์ถึง 30 ปี”
   
นพ.วิชัย กล่าวต่อว่า ส่วนการกำหนดเวลาที่จะทดลองฉีดให้กับอาสาสมัครทดลองวัคซีน 4 ก.ย. คงต้องชะลอไปอีก 2 สัปดาห์ โดยจะจัดขนาดปริมาณวัคซีนฉีดตามเดิม คือ ขนาด 6.5 ล็อก และ 7.5 ล็อก แต่หากตัวเชื้อยังได้แค่ 6.3-6.4 ล็อก ก็คงจะลดจำนวนเชื้อบรรจุใน วัคซีนลงเพื่อฉีดทดลองเพื่อดูความปลอดภัยและการกระตุ้นภูมิคุ้มกันของวัคซีน และหากในปริมาณจำนวนเชื้อดังกล่าวที่บรรจุในวัคซีนปรากฏ ว่าได้ผลที่ดีก็อาจใช้ปริมาณนี้ เพราะในความเป็นจริงไม่มีใครทราบว่า ปริมาณใดจึงจะดีและเหมาะสมที่สุด และเบื้องต้นจะทดลองฉีดในอาสาสมัคร เพียง 12 คนก่อน
   
ประธานบอร์ด อภ.กล่าวอีกว่า ขณะนี้ทาง อภ. ได้มีการสั่งซื้อไข่เพิ่มเติมจากเดิมที่สั่งซื้อจากประเทศเยอรมนี แต่จะสั่งซื้อจากสหรัฐ เพิ่มเติมจำนวน 1,500 ฟอง นอกจากนี้ที่ผ่านมาทาง อภ. ได้จัดหาสถานที่อื่น ๆ เพื่อใช้ในการผลิตวัคซีนเพิ่ม นอกจากคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร จ.นครปฐม โดยมีอยู่ที่หนึ่งที่เหมาะสม เป็นหน่วยงานของรัฐด้วยกัน และอยู่ระหว่างการออกแบบปรับปรุง โดยให้ผู้เชี่ยวชาญองค์การอนามัยโลกดูแล้ว พร้อมของบประมาณสนับสนุนจำนวน 4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยทางองค์การอนามัยโลกอยู่ระหว่างจะหาแหล่งเงินทุนให้อยู่ เชื่อว่าใน 2-3 วันนี้จะได้ ข้อสรุป และหากก่อสร้างจะแล้วเสร็จภายใน   2 เดือน สำหรับเงื่อนไขในการรับเงินสนับสนุน  จากองค์การอนามัยโลกนั้น ยังเป็นเงื่อนไขเดิม คือเมื่อไทยผลิตวัคซีนแล้ว จำนวน 10% ของวัคซีนผลิตได้จะต้องขายให้องค์การอนามัยโลกในราคาต้นทุน ซึ่งไทยจะไม่ขายแต่จะเป็นการบริจาคให้แทน
   
ด้านนายวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า ทราบข่าวมาว่าทาง อภ.กำลังหาที่ผลิตวัคซีนเพิ่ม คือ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) แต่ไม่ทราบว่าขณะนี้มีการตกลงกันไปหรือยังและไม่ทราบว่าคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว ส่วนกรณีที่ นางพวงผกา พิพัฒน์เบญจพล อายุ 42 ปี ชาว กรุงเทพมหานคร ได้ร้องเรียนนายกรัฐมนตรี กรณีนายพีรวีร์ ดวงสินกุลบดี อายุ 28 ปี ซึ่งเป็นหลานชาย ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่และเสียชีวิต เนื่องจากได้รับยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์ช้า แถมเสียค่าใช้จ่ายรวมทั้งสิ้น 3 ล้านบาทจากการรักษาใน รพ.เอก ชน 3 แห่ง นั้นได้สั่งการให้กองการประกอบโรคศิลปะเข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว โดยให้รับฟังข้อเท็จจริงทั้งจากผู้ร้องและ รพ.เอกชนด้วย ว่าผู้ป่วย ป่วยด้วยโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 จริงหรือไม่ เข้าใจว่า ผู้ร้องติดใจการวินิจฉัย โรคและการให้ยาที่ล่าช้า มากกว่าค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายไปว่าแพงหรือไม่แพง
   
สำหรับการให้ยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์ นั้น หลังจากที่กระทรวงออกคู่มือปฏิบัติเข้าใจว่า รพ.ทุกแห่งรู้อยู่แล้วว่าควรให้ยาผู้ป่วยเมื่อใด แต่ถ้าไม่รู้ก็คงต้องเข้าไปดู เมื่อถามว่า สงสัยหรือไม่   ว่าทำไมจึงมีการไปร้องเรียนนายกฯ มากกว่าจะมาร้องเรียน รมว.สาธารณสุข นายวิทยา กล่าวว่า คนที่ไปร้องก็คงมองว่า นายกฯ เป็นหลักของประชาชน แต่ท้ายที่สุดนายกฯ ก็คงส่งเรื่องกลับมาให้ตนดำเนินการ ดังนั้นคงต้องขอดูข้อเท็จจริงก่อนให้ความเป็นธรรมกับทั้งผู้เสียหายและทาง รพ. ทั้งนี้ต้องขอแสดงความเสียใจกับทางญาติผู้เสียชีวิตด้วย
   
ส่วน นพ.ธารา ชินะกาญจน์ ผอ.กองการประกอบโรคศิลปะ กล่าวว่า ในเบื้องต้นได้ติดต่อไปยัง ผอ.รพ.เอกชน 2 แห่ง เพื่อขอเอกสารการรักษาและขั้นตอนการรักษา ว่าเป็นไปตามมาตรฐานหรือไม่ โดยจะรวบรวมให้เสร็จในวัน จันทร์ที่ 24 ส.ค. “ในกรณีดังกล่าวแม้ไม่มีคู่มือแพทย์ แต่ทางแพทย์ก็ต้องรักษาไปตามอาการ หากรู้ว่าเป็นผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงก็ต้องให้ยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์ก่อน ทั้งนี้ก็คงต้องรอฟังคำชี้แจง หากพบว่าเกิดความผิดพลาดก็จะส่งเรื่องให้แพทย สภาตรวจสอบและดำเนินการตามขั้นตอน”
   
ทางด้าน นพ.สุกิจ ทัศนสุนทรวงศ์ ผู้ช่วยเลขาธิการแพทยสภา กล่าวว่า ได้รับการร้องเรียนจากญาติของผู้เสียชีวิตวัย 28 ปี และทราบ เรื่องมาโดยตลอด ซึ่งภายหลังจากได้รับการร้องเรียนการรักษาของแพทย์ ได้ส่งเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะอนุกรรมการจริยธรรมแล้ว ซึ่งจะมีการทำหนังสือถึง รพ.เอกชน 3 แห่ง ที่ให้การรักษานายพีรวีร์ก่อนเสียชีวิต โดยจะขอประวัติ การรักษามาดู นอกจากนี้คณะอนุกรรมการฯ จะเชิญญาติผู้เสียชีวิตมาให้ข้อมูลเพิ่มเติม รวมทั้งสอบถามไปยังราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ด้วย ทั้งนี้พร้อมจะให้ความเป็นธรรมกับแพทย์ที่รักษาและผู้เสียหาย แต่ต้องให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วนก่อน โดยกระบวนการดังกล่าวจะใช้เวลา ประมาณ 6 เดือน-1 ปี  ซึ่งหากแพทย์ผู้ให้การรักษาผิด ก็มีโทษตั้งแต่ ว่ากล่าวตักเตือน ภาคทัณฑ์ ไปจนถึงพักใช้ใบอนุญาต แต่การพิจารณาของแพทยสภาจะไม่มีผลต่อการเรียกร้องค่าชดเชยหรือค่าเสียหาย
   
ขณะที่ รศ.ดร.ไกรวุฒิ เกียรติโกมล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) กล่าวว่า ที่ผ่านมา อภ.ได้เข้ามาดูสถานที่ของ มจธ.แล้ว ซึ่งเราพร้อมให้ปรับปรุงสถานที่ในการผลิตวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 โดยไม่ขัดข้อง เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องของประเทศชาติ “มจธ.มีโรงงานต้นแบบกระบวนการผลิตสารชีวภาพอยู่แล้ว หากทาง อภ.ใช้สถานที่เราในการผลิตวัคซีนก็เป็นเรื่องที่น่ายินดี เพราะเรื่องนี้ถือเป็นวาระแห่งชาติที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน”
   
ด้านสำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ว่า ดร.มาร์กาเร็ต เฉิน ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก (ฮู) กล่าวผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ในการประชุมว่าด้วยไข้หวัดใหญ่ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกที่กรุงปักกิ่งว่า ขอเตือนให้รัฐบาลประเทศต่าง ๆ เตรียมความพร้อมในการรับมือกับการแพร่ระบาดระลอก สองของเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 แต่ยังระบุไม่ได้ว่าจะเลวร้ายขนาดไหน ขอให้เตรียมตัวรับมือสำหรับเชื้อไวรัสซึ่งอาจกลายพันธุ์ได้ นอกจากนั้น รัฐบาลของประเทศต่าง ๆ ก็จะต้องตัดสินใจครั้งสำคัญเกี่ยวกับการจัดหาวัคซีนเพื่อนำมาฉีดให้ประชาชนของตน
   
ขณะที่นักวิจัยของสหรัฐนำโดยนายแจน เมดลอค แห่งมหาวิทยาลัยเคลมสัน รัฐเซาท์แคโรไลนาระบุในรายงานวิจัยที่ตีพิมพ์ลงในวารสารการแพทย์ฉบับวันที่ 21 ส.ค. ว่า เป้าหมายของการฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 นั้นควรเป็นเด็กในวัยเรียนกับผู้ปกครอง เพื่อไม่ให้เชื้อระบาดต่อไปได้อีก ไม่ใช่   กลุ่มเสี่ยงที่จะติดเชื้อ โดยแนวคิดดังกล่าวขัดกับนโยบายของศูนย์ควบคุมโรคติดต่อและการป้อง กัน ซึ่งเน้นไปที่เด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ และ ผู้ใหญ่ที่อายุเกิน 50 ปี อย่างไรก็ตาม นักวิจัยของฝรั่งเศสระบุด้วยว่า ประมาณครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยที่เสียชีวิตด้วยโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ทั่วโลกนั้น เป็นหญิงตั้งครรภ์หรือมีโรคประจำตัว
   
ส่วนความเคลื่อนไหวอื่น ๆ นั้นก็มีราย งานจากสำนักงานปศุสัตว์และเกษตรกรรมของชิลี แจ้งว่า พบเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ในไก่งวง ซึ่งถือว่าเป็นครั้งแรกที่มีการตรวจพบเชื้อไวรัสนอกเหนือจากในตัวคนและสุกร แต่ยังไม่มีการชี้ชัดว่า เชื้อไวรัสจากไก่งวงได้แพร่ระบาดไปยังพื้นที่ส่วนอื่น ๆ ของประเทศชิลีหรือไม่ และ นายกูห์ลัม นาบี อาซัด รมว.สาธารณสุขอินเดีย กล่าวเตือนประชาชนทั่วประเทศเตรียมรับมือกับการแพร่ระบาดครั้งใหญ่ด้วย ตามมาด้วยกระทรวงสาธารณสุขของซาอุดีอาระเบียแจ้งว่า พบผู้ป่วยเสียชีวิตด้วยไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 เพิ่มขึ้นอีก 2 ศพ รวมเป็นทั้งหมด 16 ศพแล้ว.

 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
บทความที่น่าสนใจ
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com
สารบัญเว็บไซต์ Muslimthaipost.com
SubDomain หน้าหลัก