หมวดหมู่
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่มุสลิมไทย โพสต์
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> Muslimthai Focus
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
จาก'ลูกกบฏ'สู่'นักการศาสนา'

มุสลิมไทยดอทคอม จาก'ลูกกบฏ'สู่'นักการศาสนา'
www.muslimthai.com

 

'ไพศาล พรหมยงค์' ชีวิตเข้มข้น 'ด้วยตักเดรของอัลเลาะห์'

“ตอนเด็กผมลำบากมาก เพราะพ่อถูกข้อหากบฏ ฐานะยากจน ชีวิตพ่อ ถ้าไม่ติดคุกก็ลี้ภัย จนพูดติดปาก...ชีวิตคือการต่อสู้ ศัตรูคือยาชูกำลัง ห้องขังคือที่พักผ่อน ชีวิตแก ไม่ลี้ภัยก็อยู่ในคุก”
   
...“ไพศาล พรหมยงค์” ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสมุทรปราการ และคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย บอกกับทีม “วิถีชีวิต” ในวันครึ้มฟ้าครึ้มฝน

ไพศาล พรหมยงค์ คนนี้ เล่าประวัติให้ฟังว่า เป็นลูกชายคนสุดท้อง มีพี่น้อง 10 คน คุณพ่อคือ แช่ม พรหมยงค์ อดีตจุฬาราชมนตรีคนแรกของไทยที่เป็นสาย “สุหนี่” ส่วนแม่ชื่อ สุดจิต พรหมยงค์ เป็นคนสวยระดับเคยเป็นนางงามมาแล้ว
   
เหตุที่พ่อติดร่างแห...กบฏ
   
“คุณพ่อขณะนั้นเป็นถึงจุฬาราชมนตรี แต่ก็ยอมทิ้ง เพราะรักและเทิดทูนอาจารย์ ปรีดี พนมยงค์ มาก เรียกว่าภักดีก็ได้ ตอนลี้ภัยก็ไปกัน 2 คน พ่อผมเป็นคนพายเรือให้ คนนึกว่าเพราะเป็นเพื่อนกัน แต่ไม่ใช่ มันเกิดจากความนับถือมากกว่า คุณพ่อดังมาก เป็นมุสลิมไม่กี่คนที่อยู่ในวงการเมืองสมัยนั้น”
   
แม้ต่อมา จอมพลถนอม กิตติขจร จะเชิญพ่อกลับ ตอนนั้นเป็นโต๊ะอิหม่ามอยู่ที่จีน เพราะปัญหาภาคใต้รุนแรง ขอให้มาช่วย แต่พ่อหัวก้าวหน้าเกินไป เลยกลายเป็นฝ่ายซ้ายไปเสียอีก
   
พ่อเป็นกบฏ  ทำให้โดนกระทบด้วย
   
“ครูที่โรงเรียนแทนที่จะสงสาร ก็เปล่า ไม่เลย ดูถูกเรา ครอบครัวยากจนมาก พี่อยู่การท่าเรือ ก็ต้องลาออก เพราะเป็นลูกกบฏ เลยไม่มีใครให้รับราชการ ดีที่แม่เป็นคนอดทน ขยัน ซื่อสัตย์ ค้าขายเก่ง มีวิสัยทัศน์ไกล จับลูก ๆ ส่งเรียนเมืองนอกหมด คงคิดว่าน่าจะมีโอกาสมากกว่า พี่ผมไปอังกฤษ ก็ดึงน้องไปทีละคนสองคน พี่น้อง 4-5 คน ก็เลยเป็นคนอังกฤษคนฝรั่งเศสหมด หลาน ๆ ก็อยู่นั่น ยกเว้นผม ผมไม่ไป เที่ยวตะลอนไปเรื่อย ไม่มีใครบังคับ  คนที่ผมจะแคร์มีคนเดียว  คือคุณแม่ มันก็เลยติดนิสัยว่า ไม่ค่อยจะยอมคน ยิ่งเรื่องไหนผมเห็นว่าไม่ถูก ผมชนเลย” ไพศาลกล่าว
   
ที่มาของนามสกุล “พรหมยงค์”
   
มีคนบอกว่า ล้อมาจากนามสกุล “พนมยงค์” ผมก็คิดว่าน่าจะใช่นะ เพราะคุณพ่อไม่เคยเรียกใครว่า อาจารย์ นอกจากอาจารย์ปรีดี พอต้องตั้งนามสกุลไทย คงอยากให้ออกเสียงคล้ายกัน แต่อีกกรณี ก็อาจคล้องกับชื่อตา-ยาย พรหม เป็นชื่อยาย ยงค์ เป็นชื่อตา รวมแล้วก็เป็น “พรหมยงค์”
   
ตระกูลพรหมยงค์ เป็นมุสลิมจากใต้รุ่นแรกที่อพยพมาปลายสมัย ร.1 เป็นรุ่นเชลยศึก ถูกกวาดต้อนมาจากกรือเซะ ปัตตานี แล้วมาอยู่ที่พระประแดง เลยเป็นมุสลิมตระกูลแรกในพื้นที่นี้ คุณปู่ทวดจะอยู่ในกลุ่มนักศาสนา แต่เมื่อพ่อได้ไปเรียนฝรั่งเศส ได้พบคณะราษฎร์ จึงมาสู่วงการการเมือง
   
ช่วงวัยรุ่นผมสนุกสนาน เรียนวัดสุทธิฯ เรียนช่างกลสยาม ก็ติดคุกติดตะราง แม่ก็ไปประกันตัว แต่ไม่เคยว่า ขออย่างเดียว จะเกเรยังไงก็ทำงานด้วย ผมเกเรยังไง ก็ไม่ถึงกับหลุดกรอบ เคยไปเป็นกระเป๋ารถเมล์ หนีเข้าป่ากับขบวนการนักศึกษา 6 ตุลาฯ รุ่นน้อง จาตุรนต์ ฉายแสง, สุธรรม แสงประทุม แต่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มแกนนำ อยู่ 5 เดือน ถูกส่งไปแถวอีสาน เป็นเด็กวัดก็เคย
   
แต่ความคิดที่จะทำงานศาสนาไม่เคยมีในหัว แม้จะศรัทธาพระเจ้าตั้งแต่เด็ก
   
พอเติบโตขึ้น ก็ค้า “จิวเวลรี่” ที่ได้จากแม่ จนขยายไปอีกหลายธุรกิจ ทั้งส่งออกเสื้อผ้า ทำป้ายคัตเอาต์   ทำโฆษณา ก่อสร้าง
   
ช่วงนั้นชีวิตฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือย รถ ไม่พอใจเปลี่ยนเลย  นาฬิกาโรเล็กซ์ทุกรุ่นมีหมด ต่อมาเจ๊งไม่เหลือ ต้องไปเช่าบ้านอยู่กับภรรยาเดือนละ 2-3 พันบาท ติดลบหมด คนอย่างผมมันเจ๊งง่าย ใช้เงินเก่ง ไม่ค่อยคิด หนี้สินล้นพ้นตัว แต่โชคดีภรรยาเก่ง ขยัน ประคับประคองทำให้ผ่านช่วงลำบากนี้มาได้
   
ภรรยาคือ นฤมล พรหมยงค์ 
   
พบกับภรรยาช่วงหนีลงใต้ เห็นปุ๊บคิดปั๊บว่า ใช่  ขณะนั้นเค้ายังเด็ก ผมเลี้ยงต้อยส่งเสียให้เรียนรามฯ จนจบ เค้ามาใช้หนี้ให้ผม  ก็ตอนผมทำธุรกิจเจ๊งนี่ล่ะ (หัวเราะ) แต่กว่าจะลงเอยได้ ก็ลำบาก แรก ๆ เค้ามาเป็นคนเลี้ยงหลานผมนะ พี่สาวผมคิดว่าเป็นถึงลูกจุฬาฯ เค้าแค่คนบ้านนอก เลยดึงไม่ให้แต่ง
    
ทั้งคู่ไม่มีลูกด้วยกัน
   
“คนอื่นเป็นยังไงผมไม่รู้ แต่ผม ผมรักเดียวใจเดียว (หัวเราะ) ไม่มีลูกผมก็อยู่กับเค้าได้ มุสลิมมีเมียได้ 4 คน แต่ผมคิดถึงหัวอกเขา คิดดู ถ้าเราไปมีคนอื่น มีลูก มีความสุขกับคนอื่น แล้วเค้าล่ะ มันทำร้ายเค้าไหม เขาไม่มีสิทธิต่อรอง ผมคิด เราทำดีกับคนอื่นตั้งเยอะ แต่คนที่อยู่กับเราตลอด ทำดีด้วยไม่ได้ ไม่ดีแน่ ๆ”
   
วางมือจากธุรกิจปี 2540 ธุรกิจที่มีก็ให้คนอื่นดูหมด หันมาทำมูลนิธิ “มูลนิธิอัลเกาษัร” (อ่าน อัล-เกา- ซัส เหมือนตัว Z ในภาษาอังกฤษ ที่เสียงขึ้นจมูก ไม่ใช่ อัล- เกา-สัน )
   
ความรู้สึกนี้เกิดจากการได้สัมผัสคนดี จึงอยากเป็นแบบนี้บ้าง อีกอย่าง หลังเข้าสู่         การเมืองปี พ.ศ. 2530 สมัครเป็นผู้ใหญ่บ้านบ้าง ลง ส.ท.บ้าง ก็กลับมาคิดว่า ทำไมต้องยกมือไหว้คนทั้งเช้าทั้งเย็น เดินผ่านสังกะสีดังยังต้องหันไปไหว้ เห็นการทุจริต เลยคิดว่า ทางนี้คงไม่ใช่แล้ว จนได้เจอเพื่อนคนหนึ่งมาบอก ผมน่าจะมาทำงานศาสนา ก็เริ่มต้นทำงานเป็นคณะกรรมการประจำมัสยิด จากนั้นก็เติบโตเรื่อยมา
   
“คนเกลียดผมมาก หาว่าโตเร็ว ผมนี่ท็อปไฟว์เลยนะ  เป็นรองแค่ คุณเด่น โต๊ะมีนา คุณอานันท์ ปันยารชุน เชิญไปเป็น กอส. คณะกรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท์แห่งชาติ ผมเป็นมุสลิมกรุงเทพฯคนเดียว เป็นประธานงานเมาลิดกลางติดต่อกัน 2-3 ปี ใครก็ขวางไม่อยู่ คนที่เป็นประธานส่วนใหญ่ต้องเป็นรัฐมนตรีนะ แต่ผมไม่ จนเพื่อนต้องเบรก ยอมรับ ตอนนั้นแรงมาก ไม่แคร์ใคร
   
 ชีวิตผมเชื่อแม่คนเดียว เพราะไม่เคยขอเงินใคร แต่ผมก็คิด ต้องเปลี่ยนตัวเอง หันมาจับงานที่ไม่มีศัตรูบ้าง ผมเป็นกรรมการ กลางอิสลาม ลงไปดูสึนามิ หลัง สึนามิก็เกิดเหตุภาคใต้อีก เลยคิดว่าจะดูตรงนี้ เด็กกำพร้า ก็ตั้งมูลนิธิ ตอนแรกตั้งไว้ไม่กี่ล้าน ทำไปทำมาบานปลาย 2 ปีหมดไป 16 ล้าน ภรรยาบอกหมดแล้วนะ แต่ผมว่าแฟนผมหัวใจเดียวกัน เรารับเฉพาะเด็กผู้หญิง เพราะอ้อล้ออย่างเดียว แต่เด็กผู้ชายปัญหาเยอะ”
   
มูลนิธินี้ดูแลเด็กกำพร้า ทั้งเด็กพุทธ และมุสลิม ตั้งแต่อายุไม่เกิน 6 ขวบ ที่อยู่ประจำมี 20 คน ส่งเงินให้เรียนอีก 30 คน ผมให้เรียนศาสนา จริยธรรม และเรียนอาชีพ เช้าขับรถไปส่งตามโรงเรียน เย็นก็กลับ เหมือนอยู่ประจำ ปีหน้าตั้งใจจะรับเลี้ยงสัก 60 คน และคงหยุดที่ 100 คน
   
เหตุที่ทุ่มเท เพราะ “ศรัทธาในพระเจ้า” เชื่อว่า เด็กเป็นของขวัญจากพระเจ้าที่เราต้องช่วยกันดูแล 
   
และที่จริงเค้ายังเป็นผู้รอบรู้ เรื่อง 3 จังหวัดชายแดนใต้ อย่างหาตัวจับยากอีกด้วย  
       
“ถ้าเราใช้วิธีคิดทางศาสนา ก็ไม่รู้สึกกลัวกับความทุกข์ พ่อผมตายมีเงินไม่ถึง 3 หมื่น สมบัติก็ไม่มี แต่มีความสุขมาก ตายอายุ 90 เราก็เอาเป็นแบบอย่าง ผมว่าคนมีศาสนามีความสุขหมด ไม่ว่าศาสนาไหน” ไพศาลสรุป และเชิญชวนว่า หากใครเห็นว่าสิ่งที่ทำมีประโยชน์กับสังคม ก็สามารถช่วยบริจาคเงินได้ที่มูลนิธิ หรือจะผ่านตัวเขาโดยตรงก็ได้
   
นี่คือเศษเสี้ยวในบางจังหวะชีวิตของผู้ชายคนนี้...  “ไพศาล พรหมยงค์” 

ฝันดันไทยศูนย์กลางฮาลาลโลก

นอกจากตำแหน่งทางศาสนา ไพศาลยังเป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน “ฮาลาล” ระดับโลก ถูกเชิญเป็นวิทยากรสอน จนเป็นระดับอาจารย์ เป็นผู้บุกเบิกและคลุกคลีด้านนี้มาต่อเนื่อง เป็นคณะกรรมการสถาบันมาตรฐานฮาลาลแห่งประเทศไทย ประธานอำนวยการศูนย์ส่งเสริมและพัฒนากิจการฮาลาลไทย เคยตั้งเป้าให้จังหวัด “ปัตตานี” เป็น “ศูนย์กลางฮาลาลโลก” เพราะมีประวัติศาสตร์มายาวนาน
   
“เราต้องยอมรับเรื่องปัตตานี ว่าไม่เหมือนล้านนานะ เขาไม่ใช่นะ เป็นอีกศาสนาหนึ่งคือ “ฟาตอนีดารุสซาลาม” ชื่อนี้เป็นชื่อที่มุสลิมทั่วโลกรู้จักและเชื่อมั่น แนวคิดนี้เกิดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545 แต่ไม่คืบ เพราะรัฐบาลที่ผ่านมาไม่มีวิสัยทัศน์ แม้แต่รัฐบาลชุดนี้ก็ตาม
   
ผมเคยคุยกับคุณทักษิณ ก็เรียนไปว่า ถ้าตั้งที่ปัตตานีมันก็ง่ายขึ้น ใช้ปัตตานีเป็นศูนย์กลาง จะสร้างแบรนด์อิมเมจได้อย่างดี เหมือนคนทั่วโลกรู้จักโตโยต้า ถ้าบอกโตโยต้า ไม่ว่าจะผลิตที่ไหนในโลก คนก็คิดถึงญี่ปุ่น ถ้าเราผลิตของ ออกจากปัตตานี มุสลิมทั่วโลกรู้เลยว่าของนี่    ฮาลาลแน่”
   
ไม่แน่ หากฝันของเขาคนนี้เป็นจริง อาจจะเป็นหนทางหนึ่งที่จะดับไฟใต้ ทำให้เกิดสันติสุขทั้งในระดับภูมิภาคและระดับประเทศโดยรวมด้วย.

 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
บทความที่น่าสนใจ
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com

Warning: include(../../main/globalsitemap.php): failed to open stream: No such file or directory in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194

Warning: include(): Failed opening '../../main/globalsitemap.php' for inclusion (include_path='.:/usr/lib/php:/usr/local/lib/php') in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194