หมวดหมู่
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่มุสลิมไทย โพสต์
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> Muslimthai Focus
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
เผยโฉมรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร "ครม.ยิ่งลักษณ์1"..ต่างตอบแทน-แดงกลืนเลือด

ครม.'ยิ่งลักษณ์ 1'..ต่างตอบแทน-แดงกลืนเลือด

คณะรัฐมนตรี "ยิ่งลักษณ์ 1"สรุปโครงสร้างออกมาได้ชัดเจนไม่มีตัวแทนเสื้อแดง -ต่างตอบแทนและล้วนใกล้ชิดชิด"ชินวัตร"

เผยโฉมให้เห็นจะจะกันไปแล้วสำหรับคณะรัฐมนตรี "ยิ่งลักษณ์ 1" บรรดากองเชียร์ของผู้ที่สมหวังก็ดูคึกคักเถิดเทิง ส่วนกลุ่มอกหักซึ่งมีมากกว่า เพราะตำแหน่งมีน้อยกว่าตัวบุคคล ก็คงต้องทำใจและรอลุ้นการปรับ ครม.รอบหน้าซึ่งว่ากันว่าจะมีขึ้นหลังจากรัฐบาลบริหารไปได้ครบ 6 เดือน

 เสียงวิจารณ์โฉมหน้า ครม.ใหม่มีทั้งลบและบวก แต่มีข้อสังเกตที่น่านำมาวิเคราะห์ต่อ 3 ประการ คือ

 1.ครม.ชุดนี้ไม่มีตัวแทนคนเสื้อแดง หรือกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เลยแม้แต่คนเดียว แม้แต่ พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ก็ไม่ได้เก้าอี้

 2.ครม.ชุดนี้มีภาพของการ "ต่างตอบแทน" ค่อนข้างชัดเจน โดยเฉพาะคนที่เคยทำประโยชน์หรือช่วยเหลือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในอดีต

 3.ครม.ชุดนี้มีตัวแทนคนใกล้ชิดของ พ.ต.ท.ทักษิณ และเครือญาติ เข้ายึดกุมตำแหน่งสำคัญเป็นจำนวนมาก

 เบื้องแรกขอวิเคราะห์ประเด็นที่ 2 กับ 3 ก่อน จะเห็นได้ชัดว่าบุคคลที่เข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ 1 ส่วนใหญ่มีสายสัมพันธ์ทั้งในฐานะส่วนตัวหรือธุรกิจกับคนในตระกูล "ชินวัตร" ทั้งสิ้น

 เริ่มจาก พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.คมนาคม เป็นเพื่อนนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 10 (ตท.10) ของ พ.ต.ท.ทักษิณ โดยสมัยที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ยังเรืองอำนาจ นั่งเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่นั้น เคยมีแนวคิดผลักดันให้ พล.อ.อ.สุกำพล ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) มาแล้ว เพื่อสร้างปรากฏการณ์ ตท.10 ผงาดเป็น ผบ.เหล่าทัพทุกเหล่าทัพ (กองทัพบกจะดัน พล.อ.พรชัย กรานเลิศ แต่ภายหลัง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ได้เป็น ผบ.ทบ.ก็เป็น ตท.10 เหมือนกัน ขณะที่กองทัพเรือ พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ก็เป็นนายทหาร ตท.10 เหลือแต่ทัพฟ้าเท่านั้นที่ไม่ได้)

 ปรากฏว่าเมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ถูกรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 ก.ย.2549 พล.อ.อ.สุกำพล ก็ถูกเด้งเข้ากรุ และเงียบหายไปนาน กระทั่งยื่นใบลาออกก่อนเกษียณอายุราชการเพียงไม่กี่เดือนเพื่อรับตำแหน่ง รมว.คมนาคม ในรัฐบาลชุดนี้

 อีกรายที่มองเห็นภาพค่อนข้างชัด คือ นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รมว.คลัง ซึ่งคุ้นเคยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นอย่างดีตั้งแต่สมัยดำรงตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (เลขาธิการ ก.ล.ต.)ซึ่งถูกตั้งข้อสงสัย เกี่ยวกับการขายหุ้นกลุ่มชินคอร์ปให้กับกลุ่มเทมาเส็ก โฮลดิ้งส์ ของสิงคโปร์ บทบาทการตรวจสอบหุ้น ของตระกูลชินวัตร รวมถึงกรณีหุ้นของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ทั้งๆ ที่กระแสสังคมในช่วงนั้นโหมกระหน่ำอย่างรุนแรง อย่างไรก็ตาม อดีตก.ล.ต.ออกมาชี้แจงว่ามีขัดตอนทำงาน ผ่านบอร์ด ก.ล.ต.ชัดเจน

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ ซึ่งคนวงในรู้กันดีว่าสนิทสนมกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ตั้งแต่สมัยที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังทำธุรกิจ ขณะที่นายกิตติรัตน์เป็นกรรมการผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (และยังนั่งเป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยชินวัตรด้วย) ซึ่งท่าทีของเขาก็ไม่เคยเป็นลบต่อการขายหุ้นชินคอร์ปอย่างสลับซับซ้อนเลยเช่นกัน  ซ้ำบางเรื่องที่พบเป็นความผิดชัดเจน ก็ยังระบุว่าเป็นความผิดพลาดที่เกิดจากการกรอกข้อมูลผิด หรือที่เรียกกันว่า "ติ๊กผิด" จนเป็นที่ฮือฮามาแล้ว

 ส่วนรัฐมนตรีในโซนความมั่นคง พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รองนายกรัฐมนตรี และอดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) แม้จะเคยกินแหนงแคลงใจกับ พ.ต.ท.ทักษิณ สมัย พล.ต.อ.โกวิท เป็นรอง ผบ.ตร.อาวุโสอันดับ 1 เตรียมจะก้าวขึ้นเป็น ผบ.ตร. แต่ พ.ต.ท.ทักษิณ ขณะนั่งเก้าอี้นายกฯ ต้องการดัน พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ ซึ่งอาวุโสน้อยกว่าขึ้นแทน แต่ พล.ต.อ.โกวิท แข็งกว่า จึงคว้าเก้าอี้ ผบ.ตร.ไป

 ทว่า พล.ต.อ.โกวิท ก็ได้ใจ พ.ต.ท.ทักษิณ ไปเต็มๆ เมื่อเขาซึ่งเป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 6 (ตท.6) รุ่นเดียวกับ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีต ผบ.ทบ.และอดีตประธาน คมช. แต่กลับไม่ยอมร่วมขบวนรัฐประหารกับนายทหาร ตท.6 ซึ่งขณะนั้นเป็นผู้บัญชาการเหล่าทัพทุกเหล่าทัพ ด้วยเหตุผลที่เคยเปรยกับคนใกล้ชิดว่า "อย่างไรเสียทักษิณก็เป็นน้อง เป็นตำรวจด้วยกัน"

 หลังจากนั้น พล.ต.อ.โกวิท ก็ขยับมาเป็นคนที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ไว้วางใจ และเคยรับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ควบ รมว.มหาดไทย ในรัฐบาลพรรคพลังประชาชนมาแล้ว

 ตำแหน่งที่เรียกเสียงฮือฮามากที่สุด หนีไม่พ้น รมว.ต่างประเทศ ที่ตกเป็นของ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล กรณีของนายสุรพงษ์ อย่าว่าแต่สังคมจะแปลกใจ เพราะคนในพรรคเพื่อไทยเองก็ยังมึนไปเหมือนกัน เนื่องจากที่ผ่านมาไม่เคยปรากฏมาก่อนว่านายสุรพงษ์เคยทำงานที่เกี่ยวข้องกับงานด้านการต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นงานฝ่ายบริหารหรืองานสภา

 สาเหตุที่ นายสุรพงษ์ เข้าป้ายครองเก้าอี้รัฐมนตรีบัวแก้ว สาเหตุประการหนึ่งเป็นเพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ หาคนที่เหมาะสมไม่ได้ คนนอกที่ทาบทามไว้ไม่กล้ารับตำแหน่ง เพราะมีประเด็นร้อนด้านการต่างประเทศรออยู่มากมาย ทั้งปัญหากัมพูชาหรือแม้แต่คดีฟ้องร้องกับบริษัทวอลเตอร์ บาว

 เหตุผลอีกประการหนึ่งที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เลือกใช้บริการนายสุรพงษ์ ก็เพราะมีศักดิ์เป็นญาติ และไว้ใจได้ เนื่องจากทำงานตามออเดอร์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ มาตลอด โดยเฉพาะกับบทบาทประธานคณะกรรมาธิการการคลังการธนาคารและสถาบันการเงิน สภาผู้แทนราษฎร ที่คอยหาข้อมูลลับเกี่ยวกับงบประมาณและสถานะทางการคลังออกมาทิ่มแทงดิสเครดิตรัฐบาลประชาธิปัตย์อยู่เนืองๆ

 อีกกลุ่มหนึ่งเป็นกลุ่มตอบแทนทางการเมือง คือ นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ รมว.แรงงาน ซึ่งได้เก้าอี้จากโควตา ส.ส.ภาคกลางของ
พรรคเพื่อไทย เนื่องจากกลุ่ม "สะสมทรัพย์" ร่วมหัวจมท้ายกับพรรคมาตลอดตั้งแต่สมัยไทยรักไทย พลังประชาชน มาจนถึงปัจจุบัน

 เช่นเดียวกับ นายชูชาติ หาญสวัสดิ์ รมช.มหาดไทย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเก้าอี้ในโควตาภาคกลาง เนื่องจากตระกูลหาญสวัสดิ์ช่วยกวาด ส.ส.ปทุมธานียกจังหวัด

ขณะที่ นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ผ่านมาเป็นที่รู้กันว่าทำงานลับให้ พ.ต.ท.ทักษิณ หลายๆ เรื่อง ด้วยบุคลิกนิ่งเงียบ และยังกวาด ส.ส.เลย กับจังหวัดใกล้เคียงมาได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ แต่หลายคนก็มองอย่างงงๆ เหมือนกันว่านายปรีชาก้าวกระโดดขึ้นเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกรดเอเลยหรือ?

 ส่วนข้อสังเกตอีกด้านที่ตั้งประเด็นไว้ตั้งแต่ตอนต้น คือ การไม่มีตัวแทนกลุ่ม นปช.อยู่ใน ครม.ยิ่งลักษณ์ 1 เลยแม้แต่คนเดียว ประเด็นนี้ถือว่าน่าสนใจ เพราะแม้จะมีข่าว "สัญญาใจ" ว่าจะปรับ ครม.เพื่อเปิดทางให้หลังจากบริหารงานครบ 6 เดือน แต่ผลที่ออกมาเช่นนี้คงกระทบใจแกนนำเสื้อแดงมากพอดู เพราะก่อนหน้านี้มีข่าวว่า "แกนนำแดง" จะคั่ว 1-2 เก้าอี้ แต่สุดท้ายกลับไม่ได้เลย แม้แต่ตำแหน่งในฝ่ายนิติบัญญัติ

 หากมองย้อนกลับไปตั้งแต่รัฐประหารปี 2549 กลุ่มแกนนำเสื้อแดงนับว่าทำงานให้ พ.ต.ท.ทักษิณ หนักที่สุด ถูกมองเป็น "ผู้ร้าย" ในสายของคนในสังคม ต้องเสี่ยงชีวิตเมื่อครั้งเป็นผู้นำการชุมนุมเมื่อปี 2552 และ 2553 จนเกิดเหตุรุนแรงมีผู้คนบาดเจ็บล้มตาย แถมแกนนำบางส่วนยังต้องเข้าคุกเข้าตาราง มีข้อหาฉกรรจ์ติดตัวอีกด้วย
 แต่วันนี้เก้าอี้รัฐมนตรีกลับถูก "หยิบชิ้นปลามัน" ไปจากบางคนที่ไม่เคยร่วมต่อสู้ ซ้ำยังแสดงทีท่ารังเกียจคนเสื้อแดงอีกต่างหาก ทำนองว่าหากตั้งเป็นรัฐมนตรีจะทำให้เสียภาพลักษณ์รัฐบาลยิ่งลักษณ์ 1

 ที่หนักที่สุดคือการพลาดเก้าอี้ของ พ.อ.อภิวันท์ รวมถึง ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และจตุพร พรหมพันธุ์

 อารมณ์ความรู้สึกของแกนนำเสื้อแดงคงสะท้อนได้จาก วิภูแถลง พัฒนภูมิไทย ที่ว่า "อำนาจพิเศษยังอยู่เหนือพรรคเพื่อไทย และเหนืออำนาจประชาชน 15 ล้านเสียงที่เลือกพรรคเพื่อไทยมา โดยอำนาจพิเศษนี้เข้ามาเกี่ยวข้องทำให้พรรคเพื่อไทยไม่มีอิสระในการเลือกและไม่เลือกใครเป็นรัฐมนตรี อย่างกรณี พ.อ.อภิวันท์ ก็ทราบมาว่าผู้มีอำนาจมีอิทธิพลทางการเมืองไทยไม่สบายใจที่จะให้ไปรับตำแหน่งในฝ่ายบริหาร"

น่าคิดว่าภาวะ "กลืนเลือด" อึกใหญ่ของแกนนำเสื้อแดง กับท่าทีของบางคนในรัฐบาลที่โอนอ่อนเข้าหากลุ่มอำนาจขั้วตรงข้าม และการที่รัฐมนตรีคนสำคัญๆ ส่วนใหญ่ได้เข้ามาดำรงตำแหน่งในลักษณะ "ต่างตอบแทน" จะทำให้การบริหารงานของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ 1 ราบรื่นไปได้นานแค่ไหน...

แต่ที่แน่ๆ ไม่มีช่วงเวลาฮันนีมูนแม้แต่นาทีเดียว!

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ

 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
บทความที่น่าสนใจ
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com

Warning: include(../../main/globalsitemap.php): failed to open stream: No such file or directory in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194

Warning: include(): Failed opening '../../main/globalsitemap.php' for inclusion (include_path='.:/usr/lib/php:/usr/local/lib/php') in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194