หมวดหมู่
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่มุสลิมไทย โพสต์
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> Muslimthai Focus
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
จยย.บอมบ์ บันนังสตา เจ็บอื้อ 18 ราย ปัตตานีบึ้มอส. ตาย2 สาหัส 2

จยย.บอมบ์ บันนังสตา เจ็บอื้อ 18 ราย


จยย.บอมบ์ บันนังสตา เจ็บอื้อ 18 ราย ปัตตานีบึ้มอส. ตาย2 สาหัส 2


โจรใต้ป่วนโหดก่อนถึงวันถือศีลอด ใช้ จยย.บอมบ์หนัก 15 กก. บึ้มหน้าโรงเรียน ขณะที่ รถทหาร จีเอ็มซี. วิ่งผ่าน ส่งผลให้ทหาร ฉก.-ชาวบ้าน-เด็กนักเรียน เจ็บระนาว 18 ราย ในจำนวนนี้ปางตาย 3 ราย อาคารโรงเรียน รถครูพังเสียหายยับเยิน หลังเกิดเหตุ จนท.คุมผู้ต้องสงสัยได้ทันควัน 1 ราย สอบเครียด ส่วนที่เทศบาลนครยะลา ทหาร ตร.จับตาคาร์บอมบ์ สีแดง เตรียมก่อวินาศกรรม ล่าสุดคนร้ายป่วนซ้ำลอบบึ้มชุดคุ้มครองครู แต่โชคดีไร้คนเจ็บ ส่วนที่ปัตตานี ลอบวางกับระเบิด อส.ชุดคุ้มครองครู ตาย 2 เจ็บ 2
สถานการณ์ในพื้นที่ 3 จว.ใต้ คนร้ายยังก่อเหตุรุนแรง เมื่อเวลา 10.50 น. วันที่ 19 ก.ค.ที่ผ่านมา ร.ต.ต.กรวิก จารุปรัชต์ ร้อยเวร สภ.บันนังสตา ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ทหารจากหน่วยเฉพาะกิจยะลาที่ 15 ว่า เกิดเหตุระเบิดขึ้นที่ริมถนนสาย 410 (บันนังสตา-ธารโต) ฝั่งตรงข้ามโรงเรียนบ้านเตาปูน (ธนาคารกรุงเทพ 16) หมู่ 3 บ้านเงาะกาโป ต.บันนังสตา อ.บันนังสตา จ.ยะลา มีเจ้าหน้าที่ทหาร และชาวบ้านได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก จึงรีบรายงานให้ พ.ต.อ.สุวัตต์ วงษ์ไพบูลย์ ผกก.สภ.บันนังสตา ทราบ พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด เจ้าหน้าที่จากศูนย์พิสูจน์หลักฐานที่ 10 ยะลา รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้ปิดกั้นเส้นทาง พร้อมช่วยกันลำเลียงผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลบันนังสตา เป็นเจ้าหน้าที่ทหารของหน่วยเฉพาะกิจยะลาที่ 15 จำนวน 9 นาย ชาวบ้าน 6 ราย และเด็กนักเรียน 3 ราย ล่าสุดเจ้าหน้าที่ รพ.บันนังสตา ได้ส่งตัวผู้ที่ได้รับบาดเจ็บอาการหนักจำนวน 3 ราย ส่งไปยังโรงพยาบาลยะลา สำหรับรายชื่อผู้บาดเจ็บทั้ง 18 ราย ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ทหารจำนวน 9 ราย 1.จ.ส.อ.บุญศรี แสนคำหมื่น, 2.จ.ส.อ.สาโรจน์ ศรีชี, 3.ส.อ.ธีรยุทธ ไชยช่อฟ้า 4.ส.อ.นพรัตน์ กิยา 5.ส.อ.สมบูรณ์ ศิริโรมกุล, 6.ส.ต.จงรักษ์ ไผ่จิตร 7.พลฯ ณรงค์ศักดิ์ กุศลศักดิ์ 8.พลฯ เขตรัตน์ สักสิบดง 9.พลฯ ทวีศักดิ์ วงศ์เจริญ สำหรับผู้บาดเจ็บจำนวน 6 ราย ที่เป็นชาวบ้านประกอบด้วย 1.นางศศิมา สังฆ์เพชร 2.นายจงรักษ์ สุวรรณ 3.นายมะสุกรี นิแว 4.นางสุนันทา สุรี 5.นายเจะยิ สะนิ 6.นายอับดุลเราะมัน นอจิ และเด็กนักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บอีก 3 ราย ประกอบด้วย 1.ด.ญ.อิคลาส สามะ 2.ด.ช.อับดุลเลาะ หามะ และ 3.ด.ช.ชะร์รอมฏอน มะแซ ซึ่งเป็นเด็กนักเรียนชั้น ป.2 และ 3
จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบรถกระบะโตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์ทอง หมายทะเบียน บว 4316 สงขลา จอดอยู่สภาพถูกแรงระเบิดพังยับเยิน ห่างจากรถกระบะคันดังกล่าวประมาณ 20 เมตร เจ้าหน้าที่พบรถบรรทุก จีเอ็มซี. ของทหาร พุ่งลงไปอยู่ข้างทาง นอกจากนั้นเจ้าหน้าที่ยังพบเศษสะเก็ดระเบิด เศษสายไฟ รวมทั้งชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า ไม่ทราบรุ่น กระจายอยู่เป็นบริเวณกว้าง รวมทั้งภายในโรงเรียนบ้านเตาปูน 
ในเบื้องต้น เจ้าหน้าที่เชื่อเป็นระเบิดชนิดแสวงเครื่องน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 15 กก.ซุกซ่อนในรถจักรยานยนต์ ที่คนร้าย นำมาจอดทิ้งไว้ตรงจุดเกิดเหตุ ก่อนที่จะจุดชนวนระเบิดในขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารขับรถยนต์ผ่าน จนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ นอกจากนั้นตัวอาคารเรียนของโรงเรียน ได้รับความเสียหาย กระจกแตก เป็นจำนวนมาก รวมทั้งรถยนต์ของครูที่จอดอยู่ภายในโรงเรียน ก็ถูกสะเก็ดระเบิดได้รับความเสียหายจำนวนหลายคันเช่นกัน
จากการสอบสวนทราบว่า ในขณะที่เจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.ยะลา 15 เดินทางด้วยรถยนต์ จีเอ็มซี. เพื่อไปขนย้ายเต็นท์ให้กับชาวบ้านในพื้นที่ เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ คนร้ายได้นำรถ จยย.ซุกระเบิดมาจอดเอาไว้ ก่อนที่จะจุดชนวนระเบิด ในขณะที่รถยนต์ จีเอ็มซี.ของทหารวิ่งผ่าน เป็นเหตุให้มีทหาร รวมทั้งชาวบ้านที่ขับรถตามมา และเด็กนักเรียนในโรงเรียนบ้านเตาปูน ได้รับบาดเจ็บรวม 16 รายดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เชื่อเป็นฝีมือของกลุ่มก่อเหตุรุนแรง ที่ต้องการสร้างสถานการณ์ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยเอาไว้ได้ 1 ราย เป็นชาวบ้านบือราเป๊ะ ต.บาเจาะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา ซึ่งมีท่าทางต้องสงสัย โดยเจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวมาซักถามที่สถานีตำรวจบันนังสตา เพื่อตรวจสอบว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหรือไม่ หากไม่เกี่ยวข้องก็จะปล่อยตัวไป
ต่อมา ที่ อ.ยะหา จ.ยะลา มีรายงานว่า ได้เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารชุดคุ้มครองครู หน่วยเฉพาะกิจที่ 14 อ.ยะหา ขณะที่ลาดตระเวนเส้นทางเพื่อดูแลความปลอดภัยครู เหตุเกิดริมถนนสายยะหา-ตาชี บริเวณ หมู่ 8 บ้านเจาะกลาดี ต.ยะหา อ.ยะหา จ.ยะลา ในเบื้องต้นไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ สอบสวนทราบว่า ขณะที่กำลังเจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจที่ 14 อ.ยะหา กำลังเดินเท้าลาดตระเวนเส้นทางก่อนที่โรงเรียนจะเลิก ขณะที่กำลังเดินเท้าลาดตระเวนอยู่นั้น ได้เกิดเหตุระเบิดขึ้น ซึ่งจุดเกิดเหตุอยู่ห่างจากเจ้าหน้าที่ประมาณ 10 เมตร โชคดีไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ หลังเกิดเหตุกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจได้เพิ่มความเข้มงวดในการปฏิบัติหน้าที่ยิ่งขึ้น ส่วนสาเหตุเชื่อว่า เป็นการสร้างสถานการณ์ในพื้นที่ 
ส่วนที่เขตเทศบาลนครยะลา พ.ต.อ.กฤษฎา แก้วจันดี ผกก.สภ.เมืองยะลา ได้สั่งการให้จุดตรวจจุดสกัดที่ตั้งด่านอยู่ในเขตเซพตี้โซน เขตเทศบาลนครยะลา เฝ้าระวังกลุ่มคนร้าย ที่จะเข้ามาก่อเหตุในพื้นที่เขตเทศบาลนครยะลา โดยเป้าหมายที่ต้องเฝ้าระวัง คือ รถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้า หรือฮอนด้า สีแดง ไม่ทราบรุ่น และหมายเลขทะเบียน ซึ่งนายอับดุลเราะมัน อาเยาะ แกนนำ อาร์เคเค ได้นำเข้าไปซุกซ่อนในพื้นที่เขต อ.รามัน เพื่อเตรียมนำมาก่อเหตุภายในเขตเทศบาลนครยะลา ก่อนวันถือศีลอดของพี่น้องมุสลิมที่จะเริ่มต้นในต้นเดือนสิงหาคม 2554 นี้
ที่ จ.ปัตตานี เย็นวันเดียวกันนี้ พ.ต.อ.มานะ นาคทั่ง ผกก.สภ.ยะหริ่ง ได้รับแจ้งมีเหตุระเบิดขึ้นบริเวณริมถนนสายยะหริ่ง-ปะนาเระ หมู่ 5 บ้านท่ากุล ต.ตะโละกาโปร์ จึงนำกำลังไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พล.ต.ต.พิเชษฐ์ ปิติเศรษฐพันธ์ ผบก.พล.ต.ชาญชัย ภู่ทอง ผบ.ฉก.ปัตตานี พ.ท.สฤษดิ์ สิงหโยธิน ผบ.ฉก.ปัตตานี 22 และชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด เมื่อไปถึงพบว่าที่เกิดเหตุเป็นบ้านร้างตั้งอยู่ห่างจากถนนประมาณ 5 เมตร พบผู้เสียชีวิตถูกแรงระเบิด จำนวน 2 ศพ โดยศพแรกอยู่ในบ้าน ทราบชื่อ นายประทีป กัจกูล อายุ 32 ปี สภาพศพส่วนบนเละ ขาขวาขาด ส่วนอีกศพอยู่ด้านข้างนอกบ้าน ชื่อนายมานิตย์ ปักศรีแซ้ อายุ 42 ปี สภาพศพบริเวณหน้าถูกแรงระเบิดจนเละ ลำตัวถูกสะเก็ดหลายแห่ง ทั้งสองเป็นสมาชิกอาสาสมัครรักษาดินแดน อ.ยะหริ่ง นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 คน ถูกนำส่ง รพ.ยะหริ่ง ทราบชื่อ นายสมโชค มุสิศิลป์ นายสาโรช วงศ์ศา ทั้งสองคนเป็นลูกจ้างเร่งด่วนของรัฐ ถูกสะเก็ดระเบิดตามลำตัวอาการปลอดภัย ในที่เกิดเหตุพบหลุมระเบิดกว้าง 1 เมตร ลึก 50 ซม.อยู่หน้าบ้านร้าง แรงระเบิดยังทำให้หลังคาบ้านและอาคารแตกร้าว และพบชิ้นส่วนระเบิดกระจายไปทั่วบริเวณ เหตุเกิดขณะที่ทั้ง 4 คนขับรถ จยย.จำนวน 2 คันมาจอดไว้บริเวณที่เกิดเหตุ เพื่อรักษาความปลอดภัยครูที่กำลังจะเดินทางผ่านเส้นทางดังกล่าว ขณะที่ทั้งหมดได้จอดรถ จยย. นายมานิตย์ เดินเข้าไปภายในบ้าน ปรากฏว่าได้เหยียบกับระเบิดที่คนร้ายฝังไว้จนเกิดระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง แรงระเบิดทำให้ นายมานิตย์ และนายประทีป ถูกแรงระเบิดกระเด็นไปคนละทิศละทางเสียชีวิตทันที ส่วนอีก 2 คนได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่เชื่อคนร้ายซึ่งพยายามสร้างสถานการณ์ โดยมีการวางแผนก่อนหน้าแล้ว โดยที่รู้ว่าจะมี อส.เข้ามาพัก แล้วนำระเบิดแสวงเครื่องชนิดเหยียบ น้ำหนักประมาณ 5 กิโลกรัมฝั่งไว้
นอกจากนี้ที่ปัตตานียังมีรายงานว่า ได้เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดบริเวณหน้าองค์การบริหารส่วนตำบลตะโละกาโปร์ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี แรงระเบิดส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลยะหริ่ง จ.ปัตตานี ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบแล้ว 
ปัตตานีบึ้มอส. ตาย2 สาหัส 2
โจรใต้ป่วนโหดก่อนถึงวันถือศีลอด ใช้ จยย.บอมบ์หนัก 15 กก. บึ้มหน้าโรงเรียน ขณะที่ รถทหาร จีเอ็มซี. วิ่งผ่าน ส่งผลให้ทหาร ฉก.-ชาวบ้าน-เด็กนักเรียน เจ็บระนาว 18 ราย ในจำนวนนี้ปางตาย 3 ราย อาคารโรงเรียน รถครูพังเสียหายยับเยิน หลังเกิดเหตุ จนท.คุมผู้ต้องสงสัยได้ทันควัน 1 ราย สอบเครียด ส่วนที่เทศบาลนครยะลา ทหาร ตร.จับตาคาร์บอมบ์ สีแดง เตรียมก่อวินาศกรรม ล่าสุดคนร้ายป่วนซ้ำลอบบึ้มชุดคุ้มครองครู แต่โชคดีไร้คนเจ็บ ส่วนที่ปัตตานี ลอบวางกับระเบิด อส.ชุดคุ้มครองครู ตาย 2 เจ็บ 2
สถานการณ์ในพื้นที่ 3 จว.ใต้ คนร้ายยังก่อเหตุรุนแรง เมื่อเวลา 10.50 น. วันที่ 19 ก.ค.ที่ผ่านมา ร.ต.ต.กรวิก จารุปรัชต์ ร้อยเวร สภ.บันนังสตา ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ทหารจากหน่วยเฉพาะกิจยะลาที่ 15 ว่า เกิดเหตุระเบิดขึ้นที่ริมถนนสาย 410 (บันนังสตา-ธารโต) ฝั่งตรงข้ามโรงเรียนบ้านเตาปูน (ธนาคารกรุงเทพ 16) หมู่ 3 บ้านเงาะกาโป ต.บันนังสตา อ.บันนังสตา จ.ยะลา มีเจ้าหน้าที่ทหาร และชาวบ้านได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก จึงรีบรายงานให้ พ.ต.อ.สุวัตต์ วงษ์ไพบูลย์ ผกก.สภ.บันนังสตา ทราบ พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด เจ้าหน้าที่จากศูนย์พิสูจน์หลักฐานที่ 10 ยะลา รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้ปิดกั้นเส้นทาง พร้อมช่วยกันลำเลียงผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลบันนังสตา เป็นเจ้าหน้าที่ทหารของหน่วยเฉพาะกิจยะลาที่ 15 จำนวน 9 นาย ชาวบ้าน 6 ราย และเด็กนักเรียน 3 ราย ล่าสุดเจ้าหน้าที่ รพ.บันนังสตา ได้ส่งตัวผู้ที่ได้รับบาดเจ็บอาการหนักจำนวน 3 ราย ส่งไปยังโรงพยาบาลยะลา สำหรับรายชื่อผู้บาดเจ็บทั้ง 18 ราย ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ทหารจำนวน 9 ราย 1.จ.ส.อ.บุญศรี แสนคำหมื่น, 2.จ.ส.อ.สาโรจน์ ศรีชี, 3.ส.อ.ธีรยุทธ ไชยช่อฟ้า 4.ส.อ.นพรัตน์ กิยา 5.ส.อ.สมบูรณ์ ศิริโรมกุล, 6.ส.ต.จงรักษ์ ไผ่จิตร 7.พลฯ ณรงค์ศักดิ์ กุศลศักดิ์ 8.พลฯ เขตรัตน์ สักสิบดง 9.พลฯ ทวีศักดิ์ วงศ์เจริญ สำหรับผู้บาดเจ็บจำนวน 6 ราย ที่เป็นชาวบ้านประกอบด้วย 1.นางศศิมา สังฆ์เพชร 2.นายจงรักษ์ สุวรรณ 3.นายมะสุกรี นิแว 4.นางสุนันทา สุรี 5.นายเจะยิ สะนิ 6.นายอับดุลเราะมัน นอจิ และเด็กนักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บอีก 3 ราย ประกอบด้วย 1.ด.ญ.อิคลาส สามะ 2.ด.ช.อับดุลเลาะ หามะ และ 3.ด.ช.ชะร์รอมฏอน มะแซ ซึ่งเป็นเด็กนักเรียนชั้น ป.2 และ 3
จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบรถกระบะโตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์ทอง หมายทะเบียน บว 4316 สงขลา จอดอยู่สภาพถูกแรงระเบิดพังยับเยิน ห่างจากรถกระบะคันดังกล่าวประมาณ 20 เมตร เจ้าหน้าที่พบรถบรรทุก จีเอ็มซี. ของทหาร พุ่งลงไปอยู่ข้างทาง นอกจากนั้นเจ้าหน้าที่ยังพบเศษสะเก็ดระเบิด เศษสายไฟ รวมทั้งชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า ไม่ทราบรุ่น กระจายอยู่เป็นบริเวณกว้าง รวมทั้งภายในโรงเรียนบ้านเตาปูน 
ในเบื้องต้น เจ้าหน้าที่เชื่อเป็นระเบิดชนิดแสวงเครื่องน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 15 กก.ซุกซ่อนในรถจักรยานยนต์ ที่คนร้าย นำมาจอดทิ้งไว้ตรงจุดเกิดเหตุ ก่อนที่จะจุดชนวนระเบิดในขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารขับรถยนต์ผ่าน จนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ นอกจากนั้นตัวอาคารเรียนของโรงเรียน ได้รับความเสียหาย กระจกแตก เป็นจำนวนมาก รวมทั้งรถยนต์ของครูที่จอดอยู่ภายในโรงเรียน ก็ถูกสะเก็ดระเบิดได้รับความเสียหายจำนวนหลายคันเช่นกัน
จากการสอบสวนทราบว่า ในขณะที่เจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.ยะลา 15 เดินทางด้วยรถยนต์ จีเอ็มซี. เพื่อไปขนย้ายเต็นท์ให้กับชาวบ้านในพื้นที่ เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ คนร้ายได้นำรถ จยย.ซุกระเบิดมาจอดเอาไว้ ก่อนที่จะจุดชนวนระเบิด ในขณะที่รถยนต์ จีเอ็มซี.ของทหารวิ่งผ่าน เป็นเหตุให้มีทหาร รวมทั้งชาวบ้านที่ขับรถตามมา และเด็กนักเรียนในโรงเรียนบ้านเตาปูน ได้รับบาดเจ็บรวม 16 รายดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เชื่อเป็นฝีมือของกลุ่มก่อเหตุรุนแรง ที่ต้องการสร้างสถานการณ์ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยเอาไว้ได้ 1 ราย เป็นชาวบ้านบือราเป๊ะ ต.บาเจาะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา ซึ่งมีท่าทางต้องสงสัย โดยเจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวมาซักถามที่สถานีตำรวจบันนังสตา เพื่อตรวจสอบว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหรือไม่ หากไม่เกี่ยวข้องก็จะปล่อยตัวไป
ต่อมา ที่ อ.ยะหา จ.ยะลา มีรายงานว่า ได้เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารชุดคุ้มครองครู หน่วยเฉพาะกิจที่ 14 อ.ยะหา ขณะที่ลาดตระเวนเส้นทางเพื่อดูแลความปลอดภัยครู เหตุเกิดริมถนนสายยะหา-ตาชี บริเวณ หมู่ 8 บ้านเจาะกลาดี ต.ยะหา อ.ยะหา จ.ยะลา ในเบื้องต้นไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ สอบสวนทราบว่า ขณะที่กำลังเจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจที่ 14 อ.ยะหา กำลังเดินเท้าลาดตระเวนเส้นทางก่อนที่โรงเรียนจะเลิก ขณะที่กำลังเดินเท้าลาดตระเวนอยู่นั้น ได้เกิดเหตุระเบิดขึ้น ซึ่งจุดเกิดเหตุอยู่ห่างจากเจ้าหน้าที่ประมาณ 10 เมตร โชคดีไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ หลังเกิดเหตุกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจได้เพิ่มความเข้มงวดในการปฏิบัติหน้าที่ยิ่งขึ้น ส่วนสาเหตุเชื่อว่า เป็นการสร้างสถานการณ์ในพื้นที่ 
ส่วนที่เขตเทศบาลนครยะลา พ.ต.อ.กฤษฎา แก้วจันดี ผกก.สภ.เมืองยะลา ได้สั่งการให้จุดตรวจจุดสกัดที่ตั้งด่านอยู่ในเขตเซพตี้โซน เขตเทศบาลนครยะลา เฝ้าระวังกลุ่มคนร้าย ที่จะเข้ามาก่อเหตุในพื้นที่เขตเทศบาลนครยะลา โดยเป้าหมายที่ต้องเฝ้าระวัง คือ รถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้า หรือฮอนด้า สีแดง ไม่ทราบรุ่น และหมายเลขทะเบียน ซึ่งนายอับดุลเราะมัน อาเยาะ แกนนำ อาร์เคเค ได้นำเข้าไปซุกซ่อนในพื้นที่เขต อ.รามัน เพื่อเตรียมนำมาก่อเหตุภายในเขตเทศบาลนครยะลา ก่อนวันถือศีลอดของพี่น้องมุสลิมที่จะเริ่มต้นในต้นเดือนสิงหาคม 2554 นี้
ที่ จ.ปัตตานี เย็นวันเดียวกันนี้ พ.ต.อ.มานะ นาคทั่ง ผกก.สภ.ยะหริ่ง ได้รับแจ้งมีเหตุระเบิดขึ้นบริเวณริมถนนสายยะหริ่ง-ปะนาเระ หมู่ 5 บ้านท่ากุล ต.ตะโละกาโปร์ จึงนำกำลังไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พล.ต.ต.พิเชษฐ์ ปิติเศรษฐพันธ์ ผบก.พล.ต.ชาญชัย ภู่ทอง ผบ.ฉก.ปัตตานี พ.ท.สฤษดิ์ สิงหโยธิน ผบ.ฉก.ปัตตานี 22 และชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด เมื่อไปถึงพบว่าที่เกิดเหตุเป็นบ้านร้างตั้งอยู่ห่างจากถนนประมาณ 5 เมตร พบผู้เสียชีวิตถูกแรงระเบิด จำนวน 2 ศพ โดยศพแรกอยู่ในบ้าน ทราบชื่อ นายประทีป กัจกูล อายุ 32 ปี สภาพศพส่วนบนเละ ขาขวาขาด ส่วนอีกศพอยู่ด้านข้างนอกบ้าน ชื่อนายมานิตย์ ปักศรีแซ้ อายุ 42 ปี สภาพศพบริเวณหน้าถูกแรงระเบิดจนเละ ลำตัวถูกสะเก็ดหลายแห่ง ทั้งสองเป็นสมาชิกอาสาสมัครรักษาดินแดน อ.ยะหริ่ง นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 คน ถูกนำส่ง รพ.ยะหริ่ง ทราบชื่อ นายสมโชค มุสิศิลป์ นายสาโรช วงศ์ศา ทั้งสองคนเป็นลูกจ้างเร่งด่วนของรัฐ ถูกสะเก็ดระเบิดตามลำตัวอาการปลอดภัย ในที่เกิดเหตุพบหลุมระเบิดกว้าง 1 เมตร ลึก 50 ซม.อยู่หน้าบ้านร้าง แรงระเบิดยังทำให้หลังคาบ้านและอาคารแตกร้าว และพบชิ้นส่วนระเบิดกระจายไปทั่วบริเวณ เหตุเกิดขณะที่ทั้ง 4 คนขับรถ จยย.จำนวน 2 คันมาจอดไว้บริเวณที่เกิดเหตุ เพื่อรักษาความปลอดภัยครูที่กำลังจะเดินทางผ่านเส้นทางดังกล่าว ขณะที่ทั้งหมดได้จอดรถ จยย. นายมานิตย์ เดินเข้าไปภายในบ้าน ปรากฏว่าได้เหยียบกับระเบิดที่คนร้ายฝังไว้จนเกิดระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง แรงระเบิดทำให้ นายมานิตย์ และนายประทีป ถูกแรงระเบิดกระเด็นไปคนละทิศละทางเสียชีวิตทันที ส่วนอีก 2 คนได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่เชื่อคนร้ายซึ่งพยายามสร้างสถานการณ์ โดยมีการวางแผนก่อนหน้าแล้ว โดยที่รู้ว่าจะมี อส.เข้ามาพัก แล้วนำระเบิดแสวงเครื่องชนิดเหยียบ น้ำหนักประมาณ 5 กิโลกรัมฝั่งไว้
นอกจากนี้ที่ปัตตานียังมีรายงานว่า ได้เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดบริเวณหน้าองค์การบริหารส่วนตำบลตะโละกาโปร์ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี แรงระเบิดส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลยะหริ่ง จ.ปัตตานี ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบแล้ว 

นสพ.บ้านเมือง

ผบช.ศชต. เผย พร้อมดูแลประชาชนทุกวัน

ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ระบุ ไม่ว่าวันไหน ๆ เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ พร้อมที่จะดูแลประชาชนอยู่แล้ว

พล.ต.ท.ไพฑูรย์ ชูชัยยะ ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวถึง มาตรการป้องกันการก่อเหตุร้ายของกลุ่มก่อเหตุรุนแรงในช่วงใกล้เดือนรอมฎอนว่า จากการที่ ตนเองและเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มานานกว่า 6 ปี ซึ่งย่อมรู้ดีว่าในแต่ละช่วงของปี จะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นบ้าง และต้องทำอย่างไร ซึ่งเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นไม่เจาะจงว่าจะเป็นช่วงไหน หรือ วันสำคัญใด ๆ ไม่ว่าจะเป็นของไทยพุทธ หรือ มุสลิม แต่ตนเองคิดว่า มันเป็นจังหวะและโอกาสของกลุ่มคนร้ายมากกว่า หากเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่มีความพร้อมก็จะเป็นโอกาสของกลุ่มคนร้าย ที่จะเข้ามาก่อเหตุได้ ทุกวันนี้ ฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็ไม่ได้ละเลย หรือ เปิดโอกาสให้เกิดช่องว่างอยู่แล้ว

ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวอีกว่า หลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ บางครั้งก็เป็นเรื่องส่วนตัว บางครั้งก็เป็นเรื่องสถานการณ์ ปะปนกันไป ส่วนสาเหตุใหญ่ ๆ กลุ่มคนร้าย เมื่อถูกเจ้าหน้าที่รัฐกระทำ ก็มักจะไปลงกับพี่น้องประชาชน ซึ่งก็ไม่ถูกต้อง เรื่องนี้ตนได้สั่งกำชับไปยังตำรวจภูธรจังหวัดให้ดูแลพื้นที่ ที่เป็นจุดอ่อน หรือ จุดล่อแหลม เพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มก่อเหตุรุนแรงมากระทำกับพี่น้องประชาชนได้

 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
บทความที่น่าสนใจ
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com

Warning: include(../../main/globalsitemap.php): failed to open stream: No such file or directory in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194

Warning: include(): Failed opening '../../main/globalsitemap.php' for inclusion (include_path='.:/usr/lib/php:/usr/local/lib/php') in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194