หมวดหมู่
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่มุสลิมไทย โพสต์
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> Muslimthai Focus
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
การปราศัยใหญ่ของพรรคประชาธิปัติย์วันที่ 23 มิ.ย.54 ประมวลภาพ มาร์ค นำจ้อช่วงหัวค่ำ

 มาร์ค เผยบนเวทีราชประสงค์ " ชีวิตผมรอดมาได้ด้วยความมหัศจรรย์อย่างแท้จริง"

ในช่วงค่ำ วันที่ 23 มิถุนายน  นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ปราศรัย ณ เวทีราชประสงค์

 

ก่อนปราศรัยได้ ขอให้ผู้มาชุมนุม กรุณายืนขึ้น สงบนิ่ง สัก 1 นาที เพื่อรำลึกถึงความสูญเสียต่าง ๆ ที่ได้เกิดขึ้นกับทุก ๆ คน กับประเทศชาติ และตั้งสติร่วมกันครับว่า เราจะพาประเทศไทยเดินไปข้างหน้าด้วยสติ ด้วยเหตุ ด้วยผล

 

หลัง สงบนิ่ง 1 นาที นายอภิสิทธิ์ ได้อภิปรายว่า    ก่อนที่จะมาถึงวันนี้ มีเสียงวิพากษ์ วิจารณ์กันมาก บอกว่าพรรคประชาธิปัตย์ ทำไมจึงมาตั้งเวทีกันที่นี่ บางคนวิตกกังวล ว่าเราจะมาเติมไฟ จะมาสร้างความขัดแย้ง ผมยืนยันว่าไม่ใช่หรอกครับ ผมและพรรคประชาธิปัตย์ ตัดสินใจพาพี่น้องมาอยู่ที่นี่ในวันนี้ เพื่อที่จะบอกว่า พื้นที่ราชประสงค์ เหมือนกับพื้นที่ทุกตารางนิ้วในประเทศไทย เป็นของคนไทยทุกคนครับ

 

ผมพาพี่น้องมาที่นี่ เพื่อให้ชาวไทยและชาวโลกรู้ว่า หลังวันที่ 3 ก.ค.นี้เราจะเริ่มต้นประเทศไทย เดินหน้ากันต่อไปสร้างความเชื่อมั่นให้กับชาวโลกอีกครั้งหนึ่งครับ

 

พี่น้องครับ วันนี้ การพูดจากกับพี่น้อง คงจะแตกต่างออกไปสักนิดหนึ่งครับ ขอบอกตั้งแต่ต้นว่า วันนี้ผมจะงดเว้นพูดถึงเรื่องของนโยบายที่ใช้หาเสียงกันอยู่ แต่อยากจะมาแสดงเจตนาของผมว่า ถ้าบ้านเมืองของเราจะเดินหน้าต่อไป ถ้าบ้านเมืองของเราจะเดินไปสู่ความปรองดองที่แท้จริงนั้น เราจะต้องทำอะไร และคนอย่างผมซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีมา 2 ปีกว่า ๆ ที่อาสาตัวมาอีกครั้งหนึ่ง ตั้งใจจะทำอะไร

 

 

พี่น้องครับ ผมคงต้องพูดถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ผ่านมา ผมไม่มีเจตนาจะไปตำหนิใคร ผมไม่มีเจตนาจะใส่ร้ายใครแน่นอน และผมไม่ลงรายละเอียดในเหตุการณ์ต่าง ๆ และจะไม่ตอบโต้ กับคนที่จะมาตอบโต้หลังจากวันนี้ แต่ผมต้องการจะบอกครับว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ที่มีความสูญเสียเกิดขึ้นกับชีวิตของพี่น้องประชาชนคนไทยก็ดี กับทรัพย์สิน กับธุรกิจ

 

 

ผมอยากจะบอกกับพี่น้องว่า ผมไม่มีเจตนาจะไปตำหนิใคร ผมไม่มีเจตนาจะมาใส่ร้ายใคร ผมมาเพื่อเปิดใจว่า ช่วงเหตุการณ์ของความวิกฤติของบ้านเมืองนั้น คนอย่างผมคิดอย่างไร ทำอย่างไร ให้พี่น้องประชาชนตัดสินว่าเหมาะสมที่จะพาประเทศไทยเดินไปข้างหน้าอีก 4 ปีหรือไม่

 

 

เพราะผมต้องยืนยันกับพี่น้องด้วยความสัตย์จริงครับ ว่าในช่วงที่มีความสูญเสียที่เกิดขึ้น กับชีวิตของพี่น้องประชาชนทุกคน จะเป็นเจ้าหน้าที่ จะเป็นผู้ชุมนุม หรือจะเป็นประชาชนที่ไม่รู้อิโหน่ อิเหน่ แล้วโดนลูกหลงไป ความสูญเสียที่เกิดขึ้น กับธุรกิจ กับพี่น้องประชาชน ในทางด้านเศรษฐกิจ ความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับชื่อเสียงของประเทศ นั่นคือความทุกข์มากที่สุดของผมในช่วงที่ผ่านมา

 

 

วันนี้ผมต้องมาพูดให้ชัดว่าสาเหตุของปัญหาที่ผมแก้ไขหรือพยายามแก้ไขมา 2 ปี มันอยู่ที่ไหน และเราจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร ต้องเอาความจริงมาพูดเพื่อให้เกิดความเข้าใจ

 

 

พี่น้องครับ ผมเปิดเผยหลายสิ่งหลายอย่าง ผ่านเฟสบุค ที่ได้มีการสื่อสารไปถึงพี่น้องประชาชน และก็ขอบคุณสื่อมวลชนจำนวนไม่น้อยที่ช่วยเผยแพร่ให้

 

 

ผมอยากจะบอกกับพี่น้องว่า วันที่ผมได้รับเสียงข้างมากในสภาให้มาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วันแรกที่ผมได้รับมติเสียงข้างมากจากสภาผู้แทนราษฎร มาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ผมรู้ว่า เวลาของผมที่ปฏิบัติหน้าที่จะยากขนาดไหนเพียงไร มีคนถามผมอยู่เรื่อยครับว่า เป็นนักการเมืองอาสาตัวมาเป็นนายกรัฐมนตรี ถ้ารู้ว่าสถานการณ์เหตุการณ์บ้านเมืองจะเป็นอย่างนี้ คิดจะมาเป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่

 

 

ผมตอบเสมอครับว่า ผมไม่มีสิทธิ์เลือก เมื่อผมอาสาเข้ามา ผมดำรงตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรในขณะนั้น พรรคการเมืองคู่แข่งมีโอกาสบริหารประเทศผ่านนายกรัฐมนตรี 2 คน บ้านเมืองเดินหน้าต่อไปไม่ได้ ผมไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบ หน้าที่ผมทำอย่างไรบ้านเมืองเดินหน้าได้ผ่านพ้นวิกฤติเท่านั้นครับ

และผมเชื่ออาจจะเป็นเพราะว่า ผมเป็นคนมองโลกในแง่ดี ว่าถ้าผมทำงานด้วยความซื่อสัตย์ ถ้าผมทำงานด้วยความทุ่มเท ถ้าผมรับฟังเสียงของพี่น้องประชาชนทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะชอบ ไม่ชอบ เลือก ไม่เลือก สนับสนุน ไม่สนับสนุนผม ผมก็มองโลกในแง่ดีว่า เราจะฟันฝ่าปัญหาต่าง ๆ ไปได้

 

 

แต่ตั้งแต่ผมเป็นนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วินาทีแรก แม้แต่จะเดินทางออกมาจากสภาฯ ผมยังต้องหลบการขวางปาก้อนอิฐ ก้อนหิน แม้กระทั่งมีการราดน้ำมันใส่รถของส.ส.ที่เลือกผมเป็นนายกรัฐมนตรี แล้วหลังจากนั้นก็มีการคัดค้านต่อต้าน ขัดขวาง การไปลงพื้นที่ของผม ผมก็ทำหน้าที่ครับ ที่ไหนประเมินว่าพอไปได้ แม้จะมีการ ที่มีคนมาโห่ มาไล่ มาขว้าง มาปา แต่ถ้าผมไปทำงานแล้วเกิดประโยชน์กับพี่น้อง ผมต้องไป

 

 

แต่ถ้าที่ไหน ไปแล้ว พี่น้องประชาชนจะตีกัน ประชาชนจะปะทะกันกับเจ้าหน้าที่ ผมยอมหลีกเลี่ยง ผมไม่ต้องเป็นเงื่อนไขของความขัดแย้งของสังคมนี้

 

 

ผมพยายามพิสูจน์ สิ่งเหล่านี้มาโดยลำดับด้วยความอดทน ด้วยความอดกลั้น ใครที่บอกว่า ผมหรือพรรคประชาธิปัตย์ เป็นคู่กรณีความขัดแย้ง ไปสร้างเงื่อนไขความขัดแย้ง ต้องไปทบทวนเหตุการณ์จริงครับ

 

 

แรก ๆ ที่มีการไปขัดขวางการลงพื้นที่บ้าง นั่นเรื่องหนึ่ง แต่เริ่มมารุนแรงตอนที่จะมีการประชุมสุดยอดอาเซียนที่พัทยา พี่น้องนึกออกไม๊ครับ รถผมติดไฟแดง ถูกกลุ่มมวลชนล้อมหน้า ล้อมหลัง ทุบกระจก ต้องหนีออกมา กลับมากรุงเทพฯ

 

 

นั่นไม่มีเงื่อนไขใด ๆ ทั้งสิ้นที่จะต้องมาปฏิบัติกับผมอย่างนั้น แล้วสุดท้ายการล้มการประชุมอาเซียน ก็เกิดขึ้น ต่อมาก็เกิดเหตุการณ์ที่กระทรวงมหาดไทย ที่เขามาล้อมรถ ทุบตีรถ ผมอยากจะบอกกับพี่น้องครับว่า มันเป็นเรื่องมหัศจรรย์อย่างหนึ่ง

 

 

วันนั้นพี่น้องเชื่อไหมครับว่า วันที่กระทรวงมหาดไทย เป็นวันแรกที่ผมใช้รถกันกระสุน รถคันนั้นได้ใช้วันเดียวครับ พังจนไม่สามารถที่จะซ่อมกลับมาใช้ใหม่ได้ ชีวิตผมรอดมาได้ด้วยความมหัศจรรย์อย่างแท้จริง

----------------------------------------------------------------------------------------------------------

อภิสิทธิ์ ยืนยัน ไม่คิดแก้แค้นใคร ไม่เคยคิดว่าเป็นเรื่องชัยชนะ

ตอนหนึ่งในช่วงค่ำ วันที่ 23 มิถุนายน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ  นายกรัฐมนตรี ได้ปราศรัยบริเวณราชประสงค์ ว่า


 ...สิ่งที่เกิดขึ้นกับผมตั้งแต่วันนั้นแล้ว ผมมีสิทธิ์ที่จะพูดมากที่สุดว่าผมไม่คิดแก้แค้นใคร

 

แต่ผมไม่เคยพูดประโยคนี้ครับ เพราะผมไม่เคยแค้นใครครับ ผมเดินหน้าแก้ปัญหาปี 2552 ในเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นรอบกรุง จนเหตุการณ์สงบลง ไม่มีผู้ใด เสียชีวิต

 

วันนั้นพี่น้องครับ พี่น้องจะไม่เคยได้ยินจากปากผมเลย ว่าเป็นเรื่องของชัยชนะ แต่ผมพยายามที่จะเอื้อมมือเข้าไปหาพี่น้องที่ต่อต้านผม บอกว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรวจสอบผมในสภา ตรวจสอบผมโดยกรรมาธิการ คณะกรรมการอิสระ ให้พี่น้องสบายใจว่าคนอย่างผม ไม่เคยคิดทำร้ายประชาชน ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม

 

แต่ในที่สุดเขาก็ไม่ลดละความพยายาม จำได้ไม๊ครับ เขาอุตส่าห์ไปตัดต่อเสียงผมให้เป็นคลิปเสียงเผยแพร่ไปยังกลุ่มมวลชนต่าง ๆ ว่า ผมสั่งฆ่าประชาชน ทั้ง ๆ ที่ไม่มีคนเสียชีวิต ผมถึงต้องบอกกับพี่น้องที่นี่ว่า บางทีต้องเห็นใจ ถ้ารับข้อมูลไปผิด ๆ อารมณ์ ความรู้สึก ก็ย่อมนำไปสู่การตัดสินการกระทำหลายอย่าง ซึ่งพวกเราที่ฟังความรอบด้านรู้ความเป็นจริง จะไม่สามารถเข้าใจได้เลยว่า เขาทำอย่างนั้นเพราะอะไร

 

พอมาปี 2553 นี่แหละครับ หลังจากพี่น้องส่วนใหญ่ไม่เชื่อสิ่งที่เขาพยายามกล่าวหาผมในปี 52 เหตุการณ์มันจึงรุนแรงมากขึ้น และมันรุนแรงมากขึ้น ก็เพราะว่าศาลได้ตัดสินยึดทรัพย์คุณทักษิณ 4 หมื่น 6 พันล้านบาท คดีนี้เหมือนกับคดีที่ศาลพิพากษาจำคุกคุณทักษิณ ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับผมเลยครับ มีกระบวนการที่นำไปสู่ศาลแล้ว ศาลท่านพิพากษา คดีที่ตัดสินให้คุณทักษิณติดคุกนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นในยุคที่ผมเป็นรัฐบาลด้วยซ้ำ แต่เขาต้องทำทุกวิถีทางที่จะกดดันให้ผมเป็นคู่ขัดแย้ง เพราะในที่สุดเขาต้องการที่จะล้มรัฐบาลของผม ของประชาธิปัตย์ รัฐบาลที่รัฐสภาฯ หรือสภาผู้แทนราษฏรเลือกเข้ามาเพียงเพราะไม่ใช่พวกของเขา

 

แล้วปี 53 เขาจึงปลุกระดมอาศัยเงื่อนไขต่าง ๆ นานา มากมาย ที่สำคัญที่สุดที่คุณสุเทพ พูดไปแล้ว ก็คือมีการเตรียมกองกำลังที่ติดอาวุธอยู่ด้วย

 

พี่น้องครับ การแก้ปัญหาตรงนั้นวันนั้น เป็นเรื่องที่ยากเย็นมากครับ การระดมคนมาด้วยอาศัยเงื่อนไขการปลุกระดมต่าง ๆ นั้น มีพี่น้องมาร่วมเป็นจำนวนมาก ผมเข้าใจครับ พี่น้องหลายคนไม่ได้รับความเป็นธรรมในสังคมครับ แต่ไม่ใช่เพราะรัฐบาลชุดนี้ ไม่ใช่เพราะพรรคประชาธิปัตย์ แต่เป็นปัญหาที่สะสมมาเป็นเวลานาน

 

ผมเคยถาม ผมขอยกตัวอย่าง คนขับรถมอเตอร์ไซด์รับจ้าง ทำไมถึงมาชุมนุม เขาบอกว่า เขาถูกข่มเหง ถูกรังแกโดยเจ้าหน้าที่ มานานมาก วันที่เขาสามารถมารวมตัวกับพี่น้องเยอะ ๆ ชักธงแดง เขามีความรู้สึกว่า เขาได้มีอำนาจบ้าง ในบ้านนี้ เมืองนี้ เราต้องเข้าใจเขาครับ

 

แต่สิ่งที่น่าเสียดายก็คือว่า คนที่พาเขามา หรือชักจูงเขามา หรือปลุกระดมเขามา มีเจตนาจะช่วยพวกเขาจริงหรือไม่ หรือเพียงแต่ต้องการใช้เป็นเครื่องมือไปสู่สิ่งอื่น นี่คือสิ่งที่เราต้องพูดกันชัด ๆ ในวันนี้ และเมื่อพี่น้องมากันมากผมรู้เลยครับว่า เราต้องระมัดระวังอย่างยิ่ง ในการที่จะแก้ไขปัญหาต่าง ๆ โดยเฉพาะ เมื่อมีการมายึดพื้นที่ที่เป็นใจกลางเมืองอย่างนี้ ศูนย์กลางธุรกิจแทบจะเรียกว่า เป็นหัวใจของระบบเศรษฐกิจของประเทศ วันนั้นแรงกดดันมากมายครับพี่น้องครับ ด่าผมทุกวัน ว่าทำไมไม่สลายการชุมนุม

 --------------------------------------------------------------

ประมวลภาพ "ประชาธิปัตย์" ปราศรัยใหญ่ มวลชนสนับสนุนพร้อม "มาร์ค" นำจ้อช่วงหัวค่ำ

การปราศรัยใหญ่ของพรรคประชาธิปัตย์ที่ลานหน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ แยกราชประสงค์ ในวันที่ 23 มิ.ย.  เริ่มขึ้นในเวลา 18.00 น. และสิ้นสุดในเวลา 21.00 น. โดยมีแกนนำ ประกอบด้วย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรค นายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรค  นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ  เป็นต้น ขึ้นปราศรัยอย่างพร้อมเพรียง


ทั้งนี้ การปราศรัยของพรรคประชาธิปัตย์ ที่นอกจากจะเป็นการหาเสียงจากประชาชนก่อนการเลือกตั้งในวันที่ 3 กรกฎาคม แล้ว ยังเป็นการขอโอกาสชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความขัดแย้งทางการเมือง การชุมนุมประท้วง จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตถึง 91 ราย เมื่อเดือนพฤษภาคม 2553   ภายหลังนายอภิสิทธิ์  หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะนายกรัฐมนตรี   ถูกโจมตี กล่าวหาใส่ร้ายว่า สั่งฆ่าประชาชน และจะพูดถึงแนวทางในอนาคตว่า จะดำเนินนโยบายอย่างไรหลังเลือกตั้ง

 

 

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีประชาชนที่ให้การสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์เดินทางมารอร่วมฟังการปราศรัยเป็นจำนวนมาก ซึ่งการตั้งเวทีปราศรัยนั้น จัดอยู่ตรงบริเวณลานหน้าห้างเซ็นทรัลเวิลด์เท่านั้น  ไม่ได้ไปกีดขวางทางจราจร หรือส่งผลกระทบต่อผู้สัญจรไปมาบริเวณแยกราชประสงค์ ท่ามกลางการดูแลรักษาความเรียบร้อยของเจ้าหน้าที่ตำรวจ  ขณะที่ระหว่างรอการเปิดปราศรัยใหญ่  สายฝนได้เทกระหน่ำลงมาอยู่เรื่อยๆ ซึ่งผู้ที่มารอฟังบางส่วนต่างต้องหลบเข้าไปหาที่ร่มกำบังกันอยู่ภายในห้างเซ็นทรัลเวิลด์ โดยยังไม่พบเหตุความวุ่นวายจากกลุ่มคนเสื้อแดงแต่อย่างใด  

 

 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
บทความที่น่าสนใจ
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com

Warning: include(../../main/globalsitemap.php): failed to open stream: No such file or directory in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194

Warning: include(): Failed opening '../../main/globalsitemap.php' for inclusion (include_path='.:/usr/lib/php:/usr/local/lib/php') in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194