หมวดหมู่
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่มุสลิมไทย โพสต์
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> Muslimthai Focus
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
"อาชีวะ"รุ่ง อนาคตแรงงานจากการศึกษาสายอาชีพ

"อาชีวะ"รุ่ง อนาคตแรงงานจากการศึกษาสายอาชีพ

"เวียดนาม-ฟิลิปปินส์" ยึดครองตลาดแรงงานระดับกลาง หากไทยไม่ผลิตคนคุณภาพป้อนตลาด สอศ.เล็งยุทธศาสตร์ 5 ด้านปฏิรูปการศึกษา รับมือการเปลี่ยนแปลง ขณะที่ สสค.เตรียมความพร้อมรับมือประชาคมอาเซียน หนุนอาชีวศึกษาพัฒนานวัตกรรมกรรมการสอน

 

เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน ที่โรงแรมรามาการ์เด้น สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาจัดงานแถลงข่าวประกาศสนับสนุนโครงการส่งเสริมนวัตกรรมสร้างสรรค์การเรียนรู้ระดับอาชีวศึกษาครั้งที่ 1/2554 โดยมีวงเสวนาในหัวข้อ "ทิศทางพัฒนาเด็กพันธุ์อาร์ รองรับตลาดอาเซี่ยน 58"

 

รศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ คณะกรรมการ สสค. กล่าวว่า หลายคนมักมองว่าการเรียนอาชีวศึกษาเป็นเหมือนเด็กประเภทสอง มีความรุนแรงแฝง และไม่มีทางไป ซึ่งภาพลักษณ์เหล่านี้เป็นอุปสรรคสำคัญที่พ่อแม่ไม่ยอมส่งลูกไปเรียนในสายนี้ แต่ปัจจุบันสังคมกำลังเปลี่ยนแปลงไป อีกไม่นานการศึกษาสายอาชีพจะกลายเป็นยุทธศาสตร์ของการพัฒนาชาติ เยาวชนไทยที่เข้าสู่สายอาชีพจะเป็นแรงงานไม่เพียงในประเทศเท่านั้น แต่ยังมีโอกาสในตลาดแรงงานของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ที่ไทยและประเทศสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ จะร่วมกันเปิดให้มีการเคลื่อนย้ายเสรีแก่ทรัพยากรทางเศรษฐกิจทั้ง 5 สาขา ได้แก่ สินค้า บริการ การลงทุน แรงงานมีฝีมือและเงินทุน ในปีพ.ศ. 2558 หรืออีก 4 ปีข้างหน้า ในไม่ช้าแรงงานไทยจะมีโอกาสเคลื่อนย้ายไปประกอบอาชีพในประเทศอาเซียน เช่นเดียวกับแรงงานจากประเทศอาเซียนอื่นก็สามารถเข้ามาหางานในประเทศไทย กติกาใหม่นี้ประเทศใดที่แรงงานมีฝีมือสูงกว่าย่อมได้เปรียบ

 

“โจทย์ที่สังคมไทยหลีกเลี่ยงได้ยากก็คือ แรงงานไทยจะแข่งขันสู้กับแรงงานของประเทศเพื่อนบ้านได้หรือไม่ ในอนาคตคุณภาพแรงงานจึงไม่ใช่เพียงการจบปริญญาแต่ขึ้นอยู่กับการทำงานที่มีคุณภาพ ซึ่งมีแนวโน้มเป็นไปได้สูงที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนาม และฟิลิปปินส์ จะเข้ามาศึกษาต่อในสายอาชีวศึกษาในไทย และจะเข้ามาอยู่ในตลาดแรงงานบ้านเรา หากไม่เตรียมตัวให้พร้อม ประเทศเพื่อนบ้านก็จะมายึดครองสัดส่วนของตลาดแรงงานในกลุ่มนี้” รศ.ดร.สมพงษ์ กล่าว

 

รศ.ดร.สมพงษ์ กล่าวว่า รัฐบาลที่จะเข้ามาจึงต้องเตรียมการณ์ไว้ล่วงหน้า ต้องจัดหลักสูตรการเรียนรู้ให้ดี อย่ามัวแต่รอจนม. 3 เพราะจะช้าเกินไป สิ่งที่กระทรวงศึกษาต้องพิจารณาร่วมกันต่อคือ แท่งของสพฐ.และอาชีวะ ต้องทำงานร่วมกันผ่านระบบแนะแนวตั้งแต่ป.6 หรือ ม. 1 ในการให้ข้อมูลข่าวสาร โดยเข้าใจตลาดแรงงานมากขึ้น เพราะเราสูญเปล่าด้านอุดมศึกษามามาก เรียนจบปริญญาตรีแต่ไม่มีงานทำ ต้องเอาวุฒิอาชีวะไปสมัคร ซึ่งแต่ละปีมีคนจบปริญญาตรี จำนวน 400,000 คน ในจำนวนนี้มีงานทำเพียง 100,000 คน แต่มีคนตกงานถึง 150,000 คน ขณะที่คนจบอาชีวศึกษา ได้งานทำ 90-100% และต่อไปอาจจำเป็นต้องเปิดหลักสูตรวิชาชีพในโรงเรียนมัธยมมากขึ้น แบบสหศึกษา

 

ดร.สิริรักษ์ รัชชุศานติ ที่ปรึกษาด้านมาตรฐานอาชีวศึกษาธุรกิจและบริการ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ในการปฏิรูปการศึกษารอบ 2 เพื่อพร้อมรับกับสถานการณ์การเคลื่อนย้ายอาชีวะต้องทำใน 5 เรื่อง คือ 1 การผลิตกำลังคนอาชีวะให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด 2. การพัฒนาศักยภาพครูทั้งครูในสถานศึกษา ครูในสถานประกอบการ และครูภูมิปัญญาผู้เชี่ยวชาญในท้องถิ่น 3. การพัฒนาคุณภาพของสถานศึกษาและแหล่งเรียนรู้ใหม่ โดยเทียบเคียงมาตรฐานกับหลักสูตรสากล เพิ่มการเรียนการสอนแบบทวิภาคี และเพิ่มป.ตรีสายปฏิบัติการ 4. การพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการใหม่ให้สอดคล้องกับภาคการเกษตร อุตสาหกรรมและภาคการบริการ และ5. กำลังแรงงงานต้องมีสมรรถนะตามาตรฐานวิชาชีพ ซึ่งในการเตรียมความพร้อมต่อประชาคมอาเซี่ยนนั้น ต้องมีการพัฒนาหลักสูตรโดยเชื่อมกับมาตรฐานอาชีพในสถานประกอบการ ซึ่งต้องเทียบเคียงกับมาตรฐานของประเทศในกลุ่มอาเซี่ยน ทั้งนี้หากได้รับการสนับสนุนโดยเฉพาะนโยบายรัฐบาลและการปฏิรูปการศึกษา รวมถึงความต้องการแรงงาน เชื่อว่าความร่วมมือจากทุกภาคส่วนจะมีส่วนในการพัฒนาอาชีวศึกษาร่วมกัน

 

ดร.วีรวัฒน์ วรรณศิริ นายกสมาคมโรงเรียนอาชีวศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ทิศทางการพัฒนาอาชีวศึกษา เพื่อสอดรับกับแนวโน้มการแข่งขันตลาดอาชีวศึกษาโลกของภาคเอกชน มีอยู่ 3 แนวทางหลักคือ 1.สร้างให้ประเทศไทยเป็นฮับการศึกษาของอาชีวเอกชน ซึ่งมีการรวมตัวกันของสถาบันอาชีวศึกษาเอกชน 66 สถาบันทั่วประเทศ 2.พัฒนาฝีมือแรงงาน โดยเฉพาะด้านภาษา โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงานได้มอบสื่อการเรียนภาษาอังกฤษ ภาษาญี่ปุ่น ภาษาเกาหลีให้กับอาชีวศึกษาเอกชน เพื่อให้โรงเรียนได้จัดการเรียนการสอนเตรียมพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน 2558 และ3.ดำเนินการก่อตั้ง “สมาคมอาชีวศึกษาเอกชนอาเซียน” เพื่อแลกเปลี่ยนการเรียนรู้ระหว่างประเทศ ทำให้กลุ่มประชาคมได้มีโอกาสทำงานแลกเปลี่ยนข้อมูลและร่วมพัฒนาหลักสูตรร่วมกัน

 

“แรงงานไทยปัญหาอย่างเดียวคือ เรื่องภาษาที่เราสู้แรงงานสิงคโปร์และมาเลเซียไม่ได้ แม้ว่าเราจะมีฝีมือเป็นเลิศ หรือเทคโนโลยีที่ดีกว่า ฉะนั้นต้องอุดช่องโหว่เรื่องภาษาให้ได้ เพราะต่อไปแรงงานเหล่านี้จะเป็นคนขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เราไม่มีทางแปลงความคิดความอ่านให้เป็นจริงได้ ถ้าไม่มีเด็กอาชีวะเหล่านี้ อาชีวะจึงเป็นแรงงานขับเคลื่อนเศรษฐกิจตัวจริง” ดร.วีรวัฒน์ กล่าว

 

นางศรีวิการ์ เมฆธวัชชัยกุล คณะกรรมการสสค. กล่าวว่า สถานอาชีวศึกษาทุกแห่งของไทยมีโอกาสผลิตแรงงานอาชีวะที่มีคุณภาพเข้าสู่ตลาดแรงงานไทยรวมถึงตลาดแรงงานของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน จึงต้องเร่งเตรียมความพร้อมในการฝึกฝนเยาวชนของชาติให้มีคุณภาพและความสามารถ สสค. จึงขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเตรียมความพร้อมให้แก่เยาวชนอาชีวศึกษาเพื่อรองรับโอกาสและการแข่งขันในตลาดแรงงาน จึงเปิดโครงการส่งเสริมนวัตกรรมสร้างสรรค์การเรียนรู้และพัฒนาคุณภาพเยาวชนระดับอาชีวศึกษา เพื่อสนับสนุนใน 3 ด้าน คือ 1. สนับสนุนนวัตกรรมการเรียนการสอน 2. การยกระดับคุณภาพผู้เรียนทั้งด้านสุขภาวะ และ 3.การปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมและสร้างคุณค่าวิชาชีพอาชีวศึกษา โดยแบ่งเป็นประเภทโครงการเดี่ยว งบประมาณ ไม่เกิน 200,000 บาท และประเภทโครงการกลุ่มจากหลากหลายสถานศึกษา งบประมาณ 200,000-700,000 บาท ประกาศรับสมัครจนถึงเดือนกรกฎาคมนี้

ที่มา มติชนออนไลน์
 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
บทความที่น่าสนใจ
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com

Warning: include(../../main/globalsitemap.php): failed to open stream: No such file or directory in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194

Warning: include(): Failed opening '../../main/globalsitemap.php' for inclusion (include_path='.:/usr/lib/php:/usr/local/lib/php') in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194