หมวดหมู่
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่มุสลิมไทย โพสต์
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> Muslimthai Focus
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
ปัจจัยเร่งวัยรุ่นเกาหลีใต้ ฆ่าตัวตาย แรงกดดันสอบเข้ามหาวิทยาลัย

แรงกดดันสอบเข้ามหาวิทยาลัย ปัจจัยเร่งวัยรุ่นเกาหลีใต้"ฆ่าตัวตาย"

เยาวชนเกาหลีใต้ถูกกดดันอย่างหนักเรื่องต้องทำคะแนนสอบให้ดี เด็กบางคนเครียดจัดถึงขั้นฆ่าตัวตาย

 ในแต่ละปีพบว่าเด็กวัยรุ่นเกาหลีใต้จำนวนหลายสิบคนฆ่าตัวตาย ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในช่วงการสอบเข้ามหาวิทยาลัย เนื่องจากกลัวว่าตนเองอาจทำข้อสอบได้ไม่ดีพอและไม่ได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยที่ตนคาดหวัง

 หนึ่งในกรณที่น่าตกใจคือ เด็กวัยรุ่นชายวัย 16 ปีรายหนึ่ง ที่เมืองม็อกโป ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ ใช้น้ำมันราดตนเอง ก่อนที่จะจุดไฟเผาตนเองกลางถนน โดยทิ้งจดหมายลาตายซึ่งมีใจความว่า เขาทำข้อสอบได้ไม่ดีนักและรู้สึกว่าตนเองอาจทำให้พ่อแม่ผิดหวัง

 สถิติของกระทรวงศึกษาธิการเกาหลีใต้ระบุว่า จำนวนเด็กวัยเรียนฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้นจาก 100 คน เมื่อปี 2003 เป็น 202 คน เมื่อปี 2009 ขณะที่เด็กอีกหลายรายพยายามฆ่าตัวตายแต่ไม่สำเร็จ

 ผลการสำรวจชิ้นหนึ่งพบว่าเด็กมัธยมต้นและมัธยมปลายในเกาหลีใต้อยากฆ่าตัวตายมากถึงร้อยละ 20 ซึ่งมากกว่าอัตราเดียวกันในผู้ใหญ่ที่ร้อยละ 17.5 และถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีสัดส่วนประชากรที่ฆ่าตัวตายสูงสุดแห่งหนึ่งของโลก

วัยรุ่นเกาหลีใต้จำนวนมากเรียนพิเศษจนถึงดึกดื่นหลังเลิกเรียนตามปกติ เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการแข่งขันสอบเข้ามหาวิทยาลัยดังๆ ซึ่งถือเป็นใบเบิกทางสู่อาชีพการงานที่ดีและมั่นคง สังคมเกาหลีใต้ให้ความสำคัญอย่างสูงต่อการศึกษาซึ่งจะมีผลต่อหน้าที่การงานและชีวิตคู่

 แองเจลา ควอน นักเรียนมัธยมปลายวัย 18 ปีในเมืองซูวอน เข้าเรียนตั้งแต่ 7 โมงเช้าจนกระทั่ง 4โมงเย็น ต่อจากนั้นเธอจึงไปเรียนกวดวิชาจนกระทั่ง 4 ทุ่ม โดยเสียค่าใช้จ่ายเดือนละ 1,400 ดอลลาร์ ก่อนที่จะกลับไปยังโรงเรียนกิน-นอนเพื่ออ่านหนังสือในห้องสมุดจนกระทั่งตี 2 แม้กระทั่งในวันหยุด เธอก็ไม่ได้ไปเที่ยวเล่นเช่นเดียวกับเด็กสาวในวัยเดียวกัน ชีวิตของเธอหมดไปดับการอ่านหนังสือและโรงเรียนกวดวิชาและมักจะแอบงีบหลับในระหว่างนั่งรถไฟเสมอๆ เธอกล่าวว่าเธอแทบจะไม่มีเวลานอนเลยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ขณะที่เพื่อนของเธอหลายคนต่างกล่าวเช่นเดียวกันนี้ และรู้สึกอ่อนล้าตลอดเวลา

 ด้านคิม เฮ-อิน กล่าวว่า เธอและเพื่อนมักสวมหนังยางไว้ที่ข้อมือ และดีดมันเข้ากับแขนเป็นพักๆเพื่อช่วยให้เธอตื่นอยู่ตลอดเวลา เธอยังรู้สึกว่าชีวิตของเธอขาดซึ่งเสรีภาพโดยสิ้นเชิง และมักแอบหลับในชั้นเรียนเสมอ ซึ่งมักลงท้ายด้วยการถูกลงโทษจากครู

 ศูนย์วิจัยการศึกษาแห่งหนึ่งในกรุงโซลชี้ว่า เยาวชนปัจจุบันตกอยู่ในภาวะเหนื่อยล้า เครียด อดนอนอย่างหนักและเรื้อรัง ผู้ปกครองจำนวนมากส่งบุตรหลานเข้าเรียนก่อนวัยอันควร ทั้งที่พัฒนาการทางสมองยังไม่ถึงวัย ทำให้เด็กเป็นโรคซึมเศร้าหรือสมาธิสั้น ด้านนักจิตวิทยาของสถาบันที่ปรึกษาเยาวชนเกาหลีชี้ว่า ในอดีตการแข่งขันทางการศึกษาเริ่มขึ้นในชั้นมัธยม แต่ขณะนี้เริ่มตั้งแต่ชั้นประถม และเดิมผู้โทรมาปรึกษาสายด่วนมักบอกว่าเครียดหรือเศร้า แต่ทุกวันนี้ถึงขั้นบอกว่าอยากตายเพราะทนแรงกดดันไม่ไหว

 ด้านสำนักงานการศึกษากรุงโซลกล่าวว่า เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ได้ทำการทดสอบสภาพความกดดันและให้คำปรึกษาแก่นักเรียนของโรงเรียนทุกแห่ง โครงการดังกล่าวไม่ราบรื่นนัก เนื่องจากการขาดแหล่งเงินทุนและทรัพยากรบุคคล นอกจากนั้นยังไม่ได้รับความร่วมมือจากผู้ปกครองหลายรายที่ปฏิเสธให้บุตรหลานของตนเข้าร่วมโครงการดังกล่าว เนื่องจากเกรงว่าพวกเขาอาจได้รับการวินิจฉัยว่ามีความปกติทางสมอง

 อย่างไรก็ดี โครงการดังกล่าวมีความคืบหน้าอย่างมากในปัจจุบัน โรงเรียนกว่า 4,300 แห่ง หรือคิดเป็นร้อยละ 38 ของโรงเรียนทั้งประเทศตอบรับเข้าร่วมโครงการ เมื่อเทียบกับจำนวนเพียง 96 โรงเรียนในปี 2007

 ข้อมูลของกระทรวงศึกษาธิการยังระบุว่า นักเรียนชั้นมัธยมปลายได้นอนเฉลี่ยเพียงคืนละ 5 ชั่วโมง และใช้เวลากับการเรียนไม่ต่ำกว่าวันละ 11 ชั่วโมง

 สถาบันวิจัยนโยบายเยาวชนแห่งชาติระบุว่า ร้อยละ 71 ของเด็กวัยรุ่นเกาหลีใต้กล่าวว่าตนมีความสุขดี ซึ่งถือว่าต่ำเมื่อเทียบกับ จีนที่สูงถึงร้อยละ 92 และ ร้อยละ 75 ของญี่ปุ่น ทั้งนี้สองประเทศที่กล่าวมาได้ชื่อว่ามีการแข่งขันในระบบการศึกษาที่ค่อนข้างสูงเช่นกัน

ที่มา มติชน

 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
บทความที่น่าสนใจ
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com
สารบัญเว็บไซต์ Muslimthaipost.com
SubDomain หน้าหลัก