หมวดหมู่
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่มุสลิมไทย โพสต์
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> Muslimthai Focus
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
สำรวจที่ดิน "ไทยเมลอน" เจ้าปัญหา ผู้บุกรุกจับจองสร้างหมู่บ้านพรึบ! ท้าทายกฎหมาย-ทุนใหญ่

จากกรณีบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย (บสท.) ประกาศขายที่ดินบริษัทไทยเมลอน โพลีเอสเตอร์ เนื้อที่รวม 616 ไร่ ซึ่งเป็นที่ดินแปลงใหญ่ที่สุดของ บสท.  ล่าสุดมีผู้เข้ามาซื้อและทำสัญญาเรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 31 พ.ค. ที่ผ่านมา

 โดยผู้ที่เข้ามาซื้อที่ดินดังกล่าว คือ นายธรรมนัส พรหมเผ่า หรือ ผู้กองตุ๋ย ประธานบริษัท เอเพ็กซ์ ริเวอร์ไซด์ จำกัด ในวงเงิน 3,205 ล้าน และมีแผนจะพัฒนาเป็นเมืองใหม่ ศูนย์การค้า ที่อยู่อาศัยแบบวีไอพี ด้วยเงินลงทุนกว่า 1 หมื่นล้านบาท

  แต่เรื่องอาจไม่ง่าย อย่างที่คิด เพราะที่ดินแปลงใหญ่ ถูกบุกรุกไปก่อนหน้านี้แล้ว

  "มติชนออนไลน์" ทำการสำรวจพื้นที่ดังกล่าว ตลอดแนวรั้วด้านหน้าเกือบ 1 กิโลเมตร ขณะนี้พื้นที่ส่วนหนึ่งได้เป็นพื้นที่ว่างเปล่า ภายหลังการรื้อถอนตัวอาคารไปเมื่อ วันที่ 18 เม.ย. ที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังพบว่า พื้นที่อีกส่วนหนึ่งทางด้านทิศเหนือ ได้มีชาวบ้านเข้าไปบุกรุก และทำเป็นเพลิงที่พักอาศัยชั่วคราว

 

 

  จากการสอบถามเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรายหนึ่ง (ไม่เปิดเผยชื่อ) ปฏิบัติหน้าที่เฝ้าที่ดินแปลงดังกล่าว เล่าว่า พื้นที่ดังกล่าวมีคนบุกรุกเข้ามาอาศัยอยู่หลายเดือนแล้ว และทำเป็นที่พักพิงชั่วคราว โดยอาศัยประตูทางด้านทิศเหนือเป็นทางเข้าออก และก่อนหน้านี้เคยมีกลุ่มคนที่เข้ามาบุกรุกชวนตนเข้าเป็นไปเป็นการ์ดเฝ้าพื้นที่ พร้อมเสนอให้ไปสร้างที่พักอาศัยร่วมกัน แต่ตนได้ปฏิเสธข้อเสนอนั้นไป อีกทั้งไม่เคยเข้าไปยุ่งเกี่ยวอีกเลย เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดอันตรายกับตน

 

 

 

 ผู้สื่อข่าวได้ขอเข้าไปยังพื้นที่ของกลุ่มคนที่อาศัย ปรากฎว่า การ์ดที่อยู่ประตูทางเข้าออกปฏิเสธไม่ให้เข้าไป พร้อมระบุว่า ไม่สามารถเข้าไปได้ และไม่ยอมตอบคำถามใดๆ จากการสังเกตบริเวณรอบๆ ปรากฎว่า ที่พักอาศัยชั่วคราวถูกสร้างขึ้นเป็นแถว คล้ายๆ บ้านจัดสรร มีการต่อน้ำและไฟฟ้ามาใช้ โดยมีคนกลุ่มหนึ่ง ทำการเผาถ่านเพื่อนำไปขาย มีการแผ้วถางพื้นที่เพื่อเตรียมการเพาะปลูก ส่วนสภาพความเป็นอยู่ บางรายมีรถยนต์สภาพใหม่ขับเข้าออกจากที่พักด้วย


 
เมื่อสอบถามไปยังแม่ค้าที่ขายข้าวราดแกงอยู่ริมรั้วด้านหน้าที่ดินแปลงนั้น พบว่า กลุ่มที่อาศัยอยู่ในพื้นที่มีตั้งแต่เด็กเล็กไปจนถึงคนแก่ บางคนไปทำงานแบบไปเช้าเย็นกลับ หรือไปแบบเป็นหมู่คณะบ้าง และมีผู้อาศัยเข้ามาอยู่เพิ่มขึ้น จากเดิมที่มีอยู่ไม่กี่หลัง

 

 

 ด้านนายปิยะ ผูกจิต ประชาสัมพันธ์สภาเครือข่ายประชาชนอีสาน (สอส.) สภาประชาชน 4 ภาค เปิดเผยกับประชาชาติธุรกิจ ก่อนหน้านี้ ถึงสาเหตุการนำสมาชิกเข้ามาอยู่อาศัยในที่ดินบริษัทไทยเมลอนว่า สภาเครือข่ายฯ มีวัตถุประสงค์ใช้เป็นที่ดินเพื่อทำกินและใช้เป็นที่อยู่อาศัย หลังจากปลูกที่อยู่อาศัยชั่วคราวแล้วจะยื่นหนังสือต่อหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เสนอให้ครม.อนุมัติงบประมาณจัดซื้อที่ดินผืนนี้ทั้งหมด 616 ไร่ จัดสรรให้สมาชิกที่ไร้ที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย

 

ทั้งนี้สภาเครือข่ายฯ จะซื้อที่ดินแปลงดังกล่าวราคาไม่เกิน 1,500 ล้านบาท ซึ่งเป็นราคากลางในการเปิดประมูลขายของ บสท.ครั้งล่าสุด หากรัฐอนุมัติงบฯ สมาชิกก็พร้อมจะจ่ายคืนเงินกู้ในปีที่ 6 โดยนำเงินจากการปลูกในที่แห่งนี้มาจ่าย พร้อมกับการพัฒนาพื้นที่หน้าบริษัทไทยเมลอน ในการนำผลผลิตมาจำหน่าย เพราะท้ายที่สุดแล้วรัฐต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญปี 2550 มาตรา 83 และมาตรา 84 คือรัฐต้องจัดที่ดินทำกินให้ผู้ยากไร้

 ขณะที่ ผศ.อิทธิพล ศรีเสาวลักษณ์ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้สัมภาษณ์กับ "มติชนออนไลน์" ว่า ก่อนหน้านี้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ได้เข้ามาดูแลและนำไปสู่การขอมติครม.ในการอนุมัติงบประมาณจัดซื้อที่ดินจำนวน 15,000 ไร่ เพื่อนำไปแจกให้กับเกษตรกรผ่านทางสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ก็น่าจะเป็นทางออกอย่างหนึ่ง แต่ถ้าพูดถึงการบุกรุกแล้วต้องมีความผิด หากที่ดินที่เข้าไปบุกรุกนั้นมีเจ้าของ ซึ่งต่างจากพื้นที่ป่าที่เข้าไปครอบครองตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษและไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าใครเป็นเจ้าของ เมื่อมีเจ้าของและเจ้าของที่ดินต้องการจะฟ้องร้องก็เป็นสิทธิที่ทำได้ ซึ่งเป็นได้ทั้งคดีแพ่งและคดีอาญา

 

 จากปัญหาพื้นที่ของ บสท. ที่ขายให้กับกลุ่มทุน กลุ่มทุนย่อมได้สิทธิเป็นเจ้าของได้ เพราะมีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน ฉะนั้นการบุกรุกที่ก็ต้องมีความผิด และต้องว่าไปตามกระบวนการทางกฎหมาย ท้ายที่สุดแล้วเชื่อว่าต้องมีกระบวนการเจรจาเกิดขึ้นถึงจะเป็นทางออก ต้องตรวจสอบให้ได้ว่าปัญหาเกิดจากตรงไหน ใครเป็นฝ่ายกระทำผิด ทางออกที่เป็นไปได้ควรจะเป็นเช่นไร

 

นอกจากนี้ ผศ.อิทธิพล ยังเสนอการแก้ปัญหาว่า ภาคประชาชนไม่ควรเข้าไปบุกรุกโดยไม่มีเหตุผล ควรใช้สติปัญญาในการต่อรองเพื่อไม่ให้ตกเป็นเบี้ยล่าง เช่น เข้าไปคุยกับรัฐว่าที่ดินแปลงไหนที่สามารถจัดสรรให้กับผู้ไร้ที่ทำกินได้บ้าง หรือหน่วยงานไหนที่สามารถช่วยเหลือได้ หากรัฐไม่สามารถช่วยได้ก็ค่อยว่ากันอีกที  เพราะการบุกรุกก็เสมือนเป็นการมัดมือชก เพราะเขาคิดว่าการต่อรองด้วยการดื้อรั้นแล้วประสบความสำเร็จ ก็เลยนำวิธีนั้นมาใช้อีก

 

ในส่วนของรัฐก็ควรจะทำการตรวจสอบข้อมูลว่า ขณะนี้มีผู้ต้องการที่ดินทำกินกี่คน ทำการจัดสรรความต้องการมีที่ดิน อีกทั้งต้องมีความชัดเจน จัดแจงข้อมูลว่าแต่พื้นที่เป็นอย่างไร พื้นที่ไหนใครเป็นคนจัดการ ไม่ใช่ว่าใครคนหนึ่งเป็นเจ้าของ หรืออ้างความเป็นเจ้าของที่ดินมาลอยๆ ควรสร้างกฎกติการ่วมกัน และประกาศอย่างชัดเจนถึงการใช้ประโยชน์บนที่ดิน โดยเฉพาะพื้นที่ป่า พื้นที่อุทยานแห่งชาติ ที่สำคัญคือ ต้องจัดการอย่างเป็นระบบ มิเช่นนั้นแล้วปัญหาก็ไม่สามารถแก้ได้ ชาวบ้านก็จะถูกดำเนินคดี

  อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ บสท. เตรียมยื่นฟ้องดำเนินคดีกับผู้บุกรุกกลุ่มดังกล่าว โดยอ้างว่า เข้าข่ายเหตุอุกฉกรรจ์ เพราะเป็นที่ดินมีแนวกั้นรั้วรอบขอบชิด รวมถึงมีการบุกรุกโดยใช้วิธีพังรั้วประตู และฝ่าด่านพนักงาน รปภ. เข้าไป

 ต้องจับตาดูที่ดินแปลงนี้ ให้ดี เพราะฝ่ายผู้เข้าไปซื้อก็ไม่ธรรมดา อย่างแน่นอน !!!

ที่มา มติชนออนไลน์

 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
บทความที่น่าสนใจ
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com

Warning: include(../../main/globalsitemap.php): failed to open stream: No such file or directory in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194

Warning: include(): Failed opening '../../main/globalsitemap.php' for inclusion (include_path='.:/usr/lib/php:/usr/local/lib/php') in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194