หมวดหมู่
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่มุสลิมไทย โพสต์
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> Muslimthai Focus
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
อภิสิทธิ์ ย้ำแพ้ลาออก ทิ้งคำถาม อยากได้บ้านเมืองที่คนกลัวคนเสียงดังกว่า หรือกลัวกฎหมาย?

อภิสิทธิ์ ย้ำแพ้ลาออก ทิ้งคำถาม อยากได้บ้านเมืองที่คนกลัวคนเสียงดังกว่า หรือกลัวกฎหมาย?

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ในรายการสรยุทธ เจาะข่าวเด่น ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 เมื่อเวลา 17.40 น. วันที่ 3 มิ.ย. โดยนายอภิสิทธิ์ กล่าวว่าการเลือกตั้งครั้งนี้นั้นสูสีมาก แต่ที่มีการสร้างกระแสว่าบางพรรคจะถล่มทลายนั้นตนไม่เชื่อว่าจะมีพรรคที่ชนะอย่างถล่มทลาย แต่เชื่อว่า 2 พรรคใหญ่จะได้เสียงรวมกัน 400 เสียง


เมื่อนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ผู้ดำเนินรายการ ถามว่า ถ้าประชาธิปัตย์ไม่ได้เป็นรัฐบาลประเทศจะล่มสลายเลยอย่างนั้นหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนคงไม่ได้ไปพูดแบบนั้น เพียงแต่บอกว่ามีความเสี่ยงในเรื่องใดบ้าง ง่ายๆก็สำหรับพี่น้องเกษตรกรทั่วประเทศ ความเสี่ยงคือ โครงการประกันรายได้หายไป เพราะ พรรคเพื่อไทยพูดชัดเจนว่าเลิก กลับไปใช้จำนำ


"มีโครงการหลายโครงการอาจถูกเลิกก็ได้ เพราะยังไม่ได้ยินว่ามีการพูดถึงแหล่งที่มาของเงิน ว่านโยบายเป็นอย่างไร นโยบายเดิมๆก็อาจถูกยกเลิกได้ ส่วนความวุ่นวายในบ้านเมืองนั้น หนทางสู่ความปรองกองดีที่สุดก็คือทำให้บ้านเมืองใช้กฎหมาย เป็นนิติรัฐ นิติธรรม อย่าไปจุดประเด็นความขัดแย้งของนักการเมืองขึ้นมา และสูตรที่ดีที่สุดคือการให้คนที่มีไม่มีส่วนได้เสียมาดูว่าจะทำอย่างไร"


"ปชป. ประกาศชัดเจนว่าเป็นเรื่องของปากท้อง ของแพง ยาเสพติด เดินหน้าเศรษฐกิจไทย และคิดว่าสิ่งนี้เป็นความเดือดร้อน และความต้องการของประชาชน" นายอภิสิทธิ์กล่าว


 

คะแนนเสียงและการปรองดอง

 

ขณะที่ประเด็นเรื่องคะแนนเสียงและการปรองดองนั้นนายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามกติกา ดูก่อนว่าใครได้เป็นพรรคที่หนึ่ง เมื่อได้แล้วก็ไปจัดตั้งรัฐบาลเสีย แต่ถามหน่อยว่า ถ้าคิดว่าจะปรองดองก็ต้องไม่มีการข่มขู่ เช่น ถ้าไม่ได้เป็นรัฐบาลจะเอาอย่างนั้นอย่างนี้ ของจริงคือต้องเปิดใจกว้างให้ระบบเดิน


เมื่อถามว่า มีกระแสว่าจะมีอำนาจแทรกซ้อนเข้ามาช่วยจัดตั้งรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ปฏิเสธอย่างทันควันว่า ไม่มี ก็ให้เป็นไปตามตัวเลขที่ออกมา ซึ่งตนเองเป็นคนยุบสภา เพราะต้องการคืนอำนาจให้ประชาชน ให้ระบบรัฐสภาเดิน ขอให้ทุกคนเข้ามาเคารพในกติกาและระบบรัฐสภาตรงนี้ดีที่สุด


"การพูดอะไรก็ต้องให้เป็นไปตามความเป็นจริง ผมพูดโดยไม่ต้องรู้ว่าจะได้ที่หนึ่งหรือได้ที่สอง แต่พูดในเชิงหลักการ ถ้าพูดในเชิงหลักการทุกอย่างก็จบ หลักการคือเป็นสากลตามระบบรัฐสภาและเพิ่มประเพณีไทยเข้าไปคือ พรรคอันดับหนึ่งได้จัดตั้งรัฐบาลก่อน"

 

 

นโยบาย


กรณีเรื่องนโยบายนั้น พิธีกรถามว่า เมื่อดูในหลายข้อแล้วมาเทียบสิทธิประโยชน์ที่จะได้นั้นเห็นได้ว่าน้อยกว่า จะปรับค่าจ้างขั้นต่ำให้ขึ้นบ้างหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ไม่ เพราะถือหลักพูดแล้วต้องทำ ปี 2550 พรรคปชป. บอกเบี้ยยังชีพ 500 บาท พรรคอื่นบอก 1,000-3,000 บาท พรรคปชป.ไม่ได้เป็นรัฐบาล เบี้ยยังชีพเหล่านั้นจ่ายไม่ได้ แต่ปี 2552 ระยะเวลา 99 วันเราสามารถทำตามคำพูดได้ เห็นว่า 25 เปอร์เซ็นต์ภายใน 2ปี เห็นว่าทำได้


"ค่าแรงไม่ได้เท่ากันทุกจังหวัด ซึ่งจะคิดตามค่าครองชีพ ตามความเป็นจริงที่ธุรกิจอยู่ได้ กทม.ตอนนี้ 215 บาท แต่บางจังหวัด 160 ซึ่งบางจังหวัดขึ้นเป็น 300 แล้ว ธุรกิจจะอยู่อย่างไร ธุรกิจที่คิดจะไปลงทุนจะไปลงทุนหรือไม่ เพราะฉะนั้น นโยบายถ้าพูดแล้วต้องทำได้จริง ของผมไม่กล้าพูดมากกว่า 25 เปอร์เซ็นต์ ภายใน 2 ปี เพราะคำนวณแล้วว่าจะมีปัญหาในเรื่องการอยู่รอดในธุรกิจ"


ในประเด็นเรื่องการลดภาษีนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนได้สอบถามไปยังบริษัทต่างๆแล้ว ซึ่งต่างบอกว่าทำไม่ได้ เพราะ ถ้าต้นทุนสูงขนาดนั้นแล้วเจ๊งก็ไม่ต้องเสียภาษีอยู่แล้ว มาตรการที่รองรับเรื่องค่าแรง เราจึงเสนอครบ 4 ด้านทั้งเพิ่มทักษะสองด้าน  สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ  และลดต้นทุนวัตถุดิบเครื่องจักร ภาษีก็ต้องทำ แต่ไม่ใช่เป็น ภาษีเงินได้นิติบุคลล เพราะ อาจไม่ได้แก้ปัญหาตอบโจทย์กับคนที่ไม่สามารถแบกรับค่าแรงสูงได้ แต่สิ่งที่จะทำ คือเป็นมาตรการชั่วคราว ระหว่างที่มาตรการอื่น อาจไม่มีผลที่จะมาช่วยชดเชยค่าแรงเพิ่มสูงได้ นั่นคือ การเพิ่มการหักลดค่าลดหย่อนสำหรับการจ่ายค่าแรงเพิ่มขึ้น


ขณะเดียวกัน ใครที่จะมาร่วมรัฐบาล พรรคปชป.ก็ขอยืนยันว่าจะยึดนโยบายของปชป.เป็นหลัก ถ้ามีเรื่องเสริมบางเรื่องถ้าเห็นว่าทำได้และไม่กระทบทิศทางภาพรวมก็มาเจรจา ทั้งนี้ นโยบายลดภาษีเหลือ 5 เปอร์เซ็นต์นั้น คิดว่าไม่ทำ เพราะเห็นว่าไม่ใช่นโยบายที่จะแก้ปัญหาเรื่องที่เขาเสนอ 


"วันนี้ที่เราพูดเรื่องปรองดอง กำลังเป็นบททดสอบสำคัญของประเทศว่าเราคิดว่าการปรองดองนี่คือการที่บอกว่า ใครเสียงดัง ใครข่มขู่ต้องได้ดั่งใจ หรือกำลังจะบอกว่าเราก้าวให้พ้นไปเป็น ประชาชนสนับสนุนใคร พรรคที่จะมาทำให้บ้านเมืองปกครองด้วยกฎหมายเป็นนิติรัฐ เราอยากอยู่ในบ้านเมืองที่คนกลัวกฎหมาย หรือกลัวคนที่เสียงดังกว่า ความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สำคัญ เพราะสิ่งที่เราพูดมันไปถึงหลายเรื่อง"


"เรื่องนิรโทษกรรม ฟังดูอาจบอกว่าไม่เป็นไร แต่การผิดที่จะมีการนิรโทษ มีการคอร์รัปชั่น มีการทำลายทรัพย์สินของราชการ เราจะยอมรับหรือไม่ ประเทศไทยต้องเลือกด้วย " นายอภิสิทธิ์กล่าว

 ความพ่ายแพ้ ?

สำหรับเรื่องความพ่ายแพ้ที่เคยกล่าวว่าหากพ่ายแพ้จะลาออกนั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า หากตนทำพรรคเสียหายก็แสดงความรับผิดชอบอยู่แล้ว ถ้าทำให้พรรคถดถอยก็ต้องเปิดโอกาสให้คนอื่นมาบริหาร

"ที่ผ่านมามีการสร้างกระแสว่าบางพรรคจะชนะอย่างถล่มทลายนั้น ตนไม่เชื่อ และคิดว่าตัวเขาเองก็ไม่เชื่อด้วย เพราะ ถ้าตัวเขาเชื่อก็ไม่ต้องมาคาดคั้นว่าพรรคที่ได้อันดับหนึ่งจะต้องได้จัดตั้งรัฐบาลก่อน "

"ผมเชื่อว่าทั้ง 2 พรรคใหญ่จะมีคะแนนรวมกัน 400 เสียง และจะชนะกันไม่มาก"

ที่มา มติชน

 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
บทความที่น่าสนใจ
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com

Warning: include(../../main/globalsitemap.php): failed to open stream: No such file or directory in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194

Warning: include(): Failed opening '../../main/globalsitemap.php' for inclusion (include_path='.:/usr/lib/php:/usr/local/lib/php') in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194