หมวดหมู่
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่มุสลิมไทย โพสต์
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> Muslimthai Focus
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
เขมรปะทะไทย เกาะติด ไทยปะทะเขมรล่าสุด เปิดคำร้องกัมพูชาขอศาลโลกสั่งไทยพ้นเขาพระวิหาร!
ศาลโลกเปิดคำร้องกัมพูชา ขอออกมาตรการคุ้มครองฉุกเฉิน จี้ทหารไทยพ้นพื้นที่ปราสาทพระวิหารโดยไม่มีเงื่อนไข  ด้านฮุน เซน กล่าวหาไทย ยิงกระสุนปืนใหญ่ กว่า 50,000 ลูก โจมตีกัมพูชา

          เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคมศาลโลกแถลงคำขอของกัมพูชา กรณีปราสาทพระวิหารเผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์ www.icj-cij.org โดยมีเนื้อหาสำคัญใน 3  ประการ ได้แก่ 

          สำนักข่าวเอพี และ วอชิงตัน โพสต์ รายงาน ตามคำร้องของกัมพูชา เมื่อวันที่ 28 เมษายน และ ถูกเผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์ ของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือ ICJ เมื่อวันอังคารที่ 3 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งมีการร้องขอให้ ICJ สั่งการให้ไทย ถอนกำลังทหาร และหยุดกิจกรรมทางการทหาร ในพื้นที่รอบวัดอันเก่าแก่ ที่ตั้งอยู่บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา อย่างเร่งด่วน เนื่องจากสถานการณ์ที่มีแนวโน้มของความรุนแรงเพิ่มขึ้น พร้อมทั้งมีการกล่าวอ้าง ตามคำตัดสินของศาลเมื่อ ปี 1962 มายืนยันว่า ปราสาทพระวิหารตั้งอยู่ในอาณาเขตของกัมพูชา รวมถึงเตือนว่า หากการร้องขอถูกปฏิเสธ และการปะทะยังคงดำเนินต่อไป จะสร้างความเสียหายให้กับตัวปราสาทพระวิหาร รวมถึงนำมาซึ่งการสูญเสียชีวิต และการทุกข์เข็ญของมวลมนุษย์  

          ทั้งนี้คำเผยแพร่ดังกล่าวสรุปสาระสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ 

          1. กัมพูชาได้ยื่นร้องต่อศาลโลกให้มีการออกมาตรการคุ้มครองชั่วคราว และให้ไทยถอนทหารออกจากพื้นที่พิพาทปราสาทพระวิหารทันที โดยไม่มีเงื่อนไข 

          2. ให้ยุติกิจการทางการทหารของไทยทุกประเภทในพื้นที่พระวิหาร

           3. เรียกร้องให้ไทยหยุดกิจการดำเนินการใด ๆ ที่จะเป็นการแทรกแซงสิทธิของกัมพูชา

          ด้านสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ศาลโลกระบุว่าการยื่นเรื่องดังกล่าวของกัมพูชาเป็นการเริ่มต้นคดีพิพาทครั้งใหม่ กัมพูชาต้องการให้ศาลโลกอธิบายความหมายและขอบเขตของคำวินิจฉัยดังกล่าว ซึ่งการตีความนี้จะมีผลผูกมัดต่อกัมพูชาและประเทศไทย และจะเป็นพื้นฐานของการหาข้อยุติต่อกรณีพิพาทนี้ โดยใช้การเจรจาหรือวิถีทางสันติอื่นๆ

          "เหตุปะทะอย่างรุนแรงกำลังเกิดขึ้น ขณะมีการยื่นเรื่องขอตีความนี้ ซึ่งประเทศไทยมีส่วนรับผิดชอบอย่างเต็มที่" สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานอ้างกัมพูชากล่าวในคำร้อง

ชายแดนสุรินทร์สงบ ชาวบ้านยังผวา
 
          สถานการณ์ชายแดน ใน จ.สุรินทร์ ตลอดคืนยังสงบ แต่ชาวบ้านยังไม่วางใจ หนีออกมานอนในหลุมหลบภัยและบ้านญาติ วอนหน่วยงานเกี่ยวข้อง ขอให้หยุดยิงถาวร

          สถานการณ์บริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ปราสาทตาควาย อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ เมื่อคืนที่ผ่านมา ยังไม่มีเหตุการณ์รุนแรงใด ๆ เกิดขึ้น แต่ชาวบ้านในพื้นที่ติดแนวชายแดน ยังคงต้องออกจากบ้านไปอยู่ที่ศูนย์อพยพ และบ้านญาติที่อยู่ห่างจากออกไปจากแนวชายแดน

          โดย นางถนอม จิตนงค์จิต ชาวบ้านในพื้นที่หมู่บ้านไทยสันติสุข 16 ตำบลบักได อำเภอพนมดงรัก ซึ่งอยู่ห่างจากแนวชายแดนเพียง 3 กิโลเมตร เล่าว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา แม้จะไม่มีเหตุปะทะกัน แต่ก็ยังไม่นิ่งนอนใจ จึงได้พาครอบครัวไปนอนที่ศูนย์อพยพนิคมปราสาท พร้อมกับกล่าวเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาดูแลให้เหตุการณ์สงบโดยเร็ว และอยากให้มาสร้างหลุมหลบภัยในพื้นที่ เพราะทุกวันนี้อยู่ด้วยความหวาดระแวง

          อย่างไรก็ตาม ยังต้องจับตาดูเรื่องของการเจรจาหยุดยิงถาวร รวมถึงการพิจารณาเปิดด่านชายแดนช่องจอม ว่า ฝ่ายความมั่นคง จะอนุมัติให้เปิดในวันนี้หรือไม่

 กัมพูชาบอกไทยยิงปืนใหญ่ 5 หมื่นลูกใส่กัมพูชา 

          สำนักข่าว ดืม อัม ปึม ของกัมพูชา รายงานเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม อ้างคำกล่าวของ สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ในวันงานกาชาด ว่า ระหว่างการปะทะกันกับฝ่ายไทย นับตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน ที่ผ่านมา ประเทศไทยได้ยิงอาวุธหนักขนาด 105-155 มิลลิเมตร กว่า 50,000 ลูก เข้ามาในฝั่งของกัมพูชา  
นอกจากนี้ ผู้นำกัมพูชา ยังได้เรียกร้องไปยังเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น รวมถึง ผู้เชี่ยวชาญด้านการกำจัดวัตถุระเบิด จัดการกับระเบิดที่ยังไม่ทำงาน เพื่อให้ผู้ลี้ภัยชาวกัมพูชานับหมื่นคน สามารถกลับสู่บ้านเรือนของตนได้






[3 พฤษภาคม] ปภ.สรุปเหตุปะทะชายแดน 12 วัน ทหารไทยตาย 8 นาย

          โฆษกกองทัพภาค 2 เผย บริเวณปราสาทตาควาย ยังมีเหตุปะทะ ส่งผลทหารดับ 1 เจ็บ 3 นาย ยันเขมรยิงก่อน ขณะที่ ผู้บัญชาการทหารบก ระบุรบเพื่อชนะไม่ยาก แต่หวั่นปัญหาเจรจาภายหลัง

          พ.อ.ประวิทย์ หูแก้ว โฆษกกองทัพภาค 2 เปิดเผยเกี่ยวกับ สถานการณ์เหตุปะทะกัน ระหว่างทหารไทยและทหารกัมพูชา ตามแนวชายแดนว่า เมื่อเวลา 21.00 น. (2 พฤษภาคม) เกิดเหตุปะทะกันระหว่างไทยและกัมพูชา บริเวณปราสาทตาควาย โดยทางกัมพูชาได้ใช้ปืนเล็กและยิงระเบิดจำนวน 3 ลูก มายังฝั่งไทย ซึ่งทางไทยก็มีการตอบโต้ด้วยปืนเล็กกลับไปเช่นกัน ทำให้มีการปะทะเป็นระยะ ตั้งแต่เวลา 21.00-03.00 น. มีการยิงปืนหลายร้อยนัด ส่งผลให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บ จำนวน 3 นาย และเสียชีวต 1 นาย ส่วนประชาชนในพื้นที่อพยพมาอยู่ที่ศูนย์อพยพ อ.ปราสาท แล้ว

          ทั้งนี้ โฆษกกองทัพภาค 2 ยังกล่าวด้วยว่า ในวันนี้ จะมีการร่วมเจรจากันระว่างหน่วยในพื้นที่ของทั้งทางไทยและกัมพูชา เพื่อหารือมาตรการที่จะไม่ให้เกิดเหตุการปะทะบริเวณพื้นที่ปราสาทตาควาย โดยคาดว่า น่าจะมีความเข้าใจกันเกิดขึ้น

  ปภ.สุรินทร์ สรุปเหตุปะทะ ทหารไทยตาย 8 นาย
 
          นายทวีศักดิ์ บัวพา หัวหน้าฝ่ายป้องกันและปฏิบัติการ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุรินทร์ เปิดเผยว่า เหตุการณ์ปะทะกันระหว่างทหารไทย -กัมพูชา ตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน- 3 พฤษภาคม 2554 ที่ผ่านมา ทำให้ทหารเสียชีวิตจากการปะทะกันในแนวชายแดนไทย-กัมพูชา 8 นาย บาดเจ็บ 123 นาย พลเรือนเสียชีวิต จำนวน 4 ราย โดยเสียชีวิตจากการปะทะกันตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา 1 ราย พลเรือนเสียชีวิตในศูนย์อพยพฯ 3 ราย

          ทั้งนี้ จังหวัดสุรินทร์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ช่วยเหลือเบื้องต้นแล้ว ส่วนการให้ความช่วยเหลือราษฎรซึ่งบ้านเรือนได้รับความเสียจากการปะทะนั้น ได้ให้การช่วยเหลือ ดังนี้

          อำเภอพนมดงรัก บ้านเรือนเสียหายทั้งหลัง 2 หลัง มอบเงินช่วยเหลือ จำนวน 67,400 บาท เสียหายบางส่วน 12 หลังมอบเงินช่วยเหลือ จำนวน 240,000 บาท

          อำเภอกาบเชิง บ้านเรือนราษฏรเสียหายทั้งหลัง 1 หลัง มอบเงินช่วยเหลือจำนวน 51,000 บาท เสียหายบางส่วน 4 หลัง มอบเงินช่วยเหลือจำนวน 82,000 บาท คอกสัตว์เสียหาย 1 ราย มอบเงินช่วยเหลือจำนวน 3,000 บาท และเครื่องมือประกอบอาชีพเสียหาย 2 ราย มอบเงินช่วยเหลือ จำนวน 20,000บาท


แม่ทัพภาค 2 ยันปะทะเมื่อคืน เขมรยิงก่อน
 
          ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 สรุปเหตุปะทะกันระหว่างทหารไทยกับกัมพูชา ที่ปราสาทตาควาย จังหวัดสุรินทร์ ว่า เมื่อคืนวันที่ 2 พ.ค. ที่ผ่านมา เวลา 19.00 - 20.00 น. มีเหตุปะทะระหว่างทหารไทยกับกัมพูชา โดยมีรายงานว่า มีลูกกระสุนปืน ค.82 เข้ามาตกในฐานทหารฝั่งไทย ทหารไทยจึงได้ทำการยิงโต้ตอบด้วยปืน ค. เช่นกัน และเมื่อเวลา 02.30 น. ของวันที่ 3 พ.ค. ได้มีการปะทะกันอีกระลอก ด้วยปืนยาว ปืนเล็ก และ ปืน ค. ประปรายตลอดเวลา

          โดยหยุดการปะทะเมื่อเวลา 04.00 น. ทำให้ทหารไทยเสียชีวิต 1 นาย และได้รับบาดเจ็บ 3 นาย ขณะนี้ ศูนย์ประชาสัมพันธ์ ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 ส่วนหน้า ยืนยันว่า ไม่มีผู้เสียชีวิตที่เป็นพลเรือนจากเหตุดังกล่าว และ พ.อ.ปรีดา บุตรราช ผู้อำนวยการกองกิจการพลเรือนกองทัพภาคที่ 2 ยืนยัน พร้อมรับสถานการณ์การอพยพกลับของประชาชน เนื่องจากกองทัพภาคที่ 2 ได้ทำการซักซ้อม และทำความเข้าใจกับเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องตลอดเวลา


  ผบ.ทบ.รับชายแดนยังปะทะ ชี้รบชนะไม่ยาก


พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา


          พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า ยังมีการปะทะกันอยู่และกัมพูชาเป็นฝ่ายเริ่มก่อน ซึ่งทหารไทยได้ทำหน้าที่รักษาอธิปไตย แต่ก็รู้สึกเสียใจที่ต้องสูญเสียกำลังพล และไม่ต้องการให้เกิดการปะทะขยายวงกว้าง เพราะการรบเพื่อชนะไม่ใช่เรื่องยาก แต่เมื่อเสร็จสิ้นจะยากในเรื่องของการเจรจา และผลกระทบที่ตามมา ทั้งนี้ ได้ย้ำกับกำลังพลในเรื่องการปฏิบัติให้ระมัดระวัง เนื่องจาก จะเป็นหลักฐาน เมื่อนำสู่การพิจารณาระดับสากล นอกจากนี้ ยังมีการปรับการทำงานและตอบโต้ตามความจำเป็นและกฎการใช้กำลังของกระทรวง กลาโหม อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าการปะทะกันระหว่างไทยและกัมพูชา ไม่มีเรื่องของไสยศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้อง

          ผู้บัญชาการทหารบก ยังกล่าวด้วยว่า ได้มีการชี้แจงให้ผู้ช่วยทูตทหารประจำประเทศไทย รับทราบสถานการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว ส่วนการเจรจาต้องมีการพูดคุยในทุกระดับที่เป็นกลไก ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศ จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ขณะที่ การส่งผู้สังเกตการณ์ลงพื้นที่แนวชายแดน บริเวณเขาพระวิหาร จ.ศรีสะเกษ นั้น ขึ้นอยู่กับรัฐบาลที่จะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อกำหนดกรอบอย่างชัดเจน ซึ่งไทยมีจุดยืนที่จะให้ทหารและชุมชนออกจากพื้นที่รอบปราสาทพระวิหารก่อน


เขมรกล่าวหาไทยยังโจมตีอย่างต่อเนื่อง
 
          เขมรกล่าวหาไทย  ยังทำการโจมตีเข้ามาที่ปราสาทตาควาย และปราสาทตาเมือนธม ตลอดวันอาทิตย์ จนถึงเช้ามืดวันจันทร์ ที่ผ่านมา และถือเป็นวันที่ 11 ของเหตุปะทะกันรุนแรง

          พล.ต.เสก สุเชียต (Seak Socheat) รองผู้บัญชาการรทหารภาค 3 ของกัมพูชา กล่าวให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ กับสำนักข่าวซินหัว เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาว่า เมื่อเวลา 10.15 น. คืนวันอาทิตย์ (2 พฤษภาคม) จนถึง 05.00 น. เช้าวันนี้ (3 พฤษภาคม) กองกำลังทหารไทย ได้ทำการขว้างระเบิดขนาดเล็กเข้ามาในพื้นที่ปราสาทตาควาย และปราสาทตาเมือนธม รวมถึงการยืงปืนเล็กเข้ามาในพื้นที่ดังกล่าวตลอดทั้งคืน ซึ่งทางกัมพูชา เพียงยิงปืนเล็กตอบโต้กลับ ในขณะที่การปะทะกันช่วงเช้าวันนี้ (3 พฤษภาคม) มีจุดประสงค์เพื่อสกัดกั้นการบุกรุกพื้นที่ของกัมพูชา จากทหารราบฝ่ายไทย

 ชาวไทยสันติสุขกลับบ้านหลังสงครามสงบ
         
          ชาวบ้านไทยสันติสุข ทยอยกลับบ้านแล้ว หลังสถานกาณ์เริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ โดยทหารยังคงตรึงกำลังเข้มงวดเช่นเดิม

          ชาวบ้านในหมู่บ้านไทยสันติสุข พื้นที่ หมู่ 16 ต.บักได อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ กลับเข้าสู่บ้านเรือนกันแล้ว หลังจากที่ออกไปอยู่ศูนย์อพยพนานกว่า 10 วัน โดย นางปราณี อำนาจเจริญ ชาวบ้านในหมู่บ้านไทยสันติสุข กล่าวว่า ออกไปอยู่ที่ศูนย์อพยพนิคมปราสาท ประมาณ 7 วัน และวันนี้ ได้กลับบ้านแล้ว รู้สึกดีใจ เพราะเมื่ออยู่ที่บ้านของตนเอง จะทำอะไรก็สะดวก แต่ก็ยังรู้สึกกลัวว่า เหตุการณ์จะรุนแรงขึ้นมาอีก จึงอยากฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งจัดการปัญหาให้ยุติ และให้สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว

          อย่างไรก็ตาม แม้สถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชา เหมือนจะเข้าสู่ภาวะปกติ แต่ก็ยังมีทหารตรึงกำลังอยู่ในพื้นที่ เพื่อเฝ้าระวังความปลอดภัยให้กับชาวบ้านตามแนวชายแดน



พ.อ.ประวิทย์ หูแก้ว



 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
บทความที่น่าสนใจ
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com

Warning: include(../../main/globalsitemap.php): failed to open stream: No such file or directory in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194

Warning: include(): Failed opening '../../main/globalsitemap.php' for inclusion (include_path='.:/usr/lib/php:/usr/local/lib/php') in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194