หมวดหมู่
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่มุสลิมไทย โพสต์
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> Muslimthai Focus
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
ไทยรบเขมรล่าสุด ดวงฮุนเซน ซวยแนวรบด้านตะวันออก สถานการณ์ไม่เข้าทาง “ฮุนเซน” ไม่มีเสียงขานรับจากประชาคมโลก

แนวรบด้านตะวันออก สถานการณ์ไม่เข้าทาง “ฮุนเซน” ไม่มีเสียงขานรับจากประชาคมโลก

 ผ่านไปเกือบจะครบ 7 วันแล้ว สำหรับ เหตุการณ์ปะทะกันด้วยกำลังทหารไทย-กัมพูชา ที่ชายแดนด้านจังหวัดสุรินทร์ และจังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งมีความรุนแรง และยืดเยื้อกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา แต่ยังไม่มีสัญญาณ หรือท่าทีใดๆ จากประชาคมนานาชาติ ไม่ว่า จะเป็นองค์การสหประชาชาติ อาเซียน หรือประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ หรืออียู
       
       มีแต่แถลงการณ์ ตามธรรมเนียม จากนายบันคีมูน เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ นายมาร์ตี นาตาเลกาวา รัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซีย ในฐานะประธานหมุนเวียน อาเซียน นางฮิลลารี่ คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน รวมทั้งท่าทีของนายกรัฐมนตรีเวียดนาม ระหว่างเยือนกัมพูชา ที่ออกมาตามแบบพิธีการในทำนองเดียวกันว่า เป็นห่วง อยากให้สองฝ่ายยุติการใช้กำลัง และหันหน้ามาเจรจากัน
       
       ท่าทีเช่นนี้ คือการบอกว่าเอามือมาซุกหีบ ไม่ขอเข้ามายุ่งเกี่ยวด้วย เป็นเรื่องที่ไทยกับกัมพูชาต้องตกลงแก้ไขกันเอง ซึ่งทำความผิดหวังเป็นครั้งที่ 2 ของฮุนเซน ที่ต้องการยกระดับข้อพิพาทชายแดนให้เป็นปัญหาสากล ดึงองค์กรระหว่างประเทศ และชาติที่สาม เข้ามาแทรกแซง เป็นครั้งที่ 2
       
       ครั้งแรกนั้น คือ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ที่มีการปะทะกันที่พื้นที่รอบๆปราสาทพระวิหาร จังหวัดศรีสะเกษ ยังไม่ทันสิ้นเสียงปืน จดหมายจากนายฮอร์ นัมฮง รัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชาก็ไปถึง คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เรียกร้องให้เข้ามาแทรกแซง หรือ จัดการประชุมนานาชาติว่าด้วยปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา
       
       คณะมนตรีความมั่นคง บรรจุเรื่องไทย-กัมพูชา เข้าเป็นวาระรับฟังข้อเท็จจริง โดยมีทั้งนายกษิต ภิมรมย์ และนายฮอร์ นัมฮง เข้าไปให้ข้อมูลต่อที่ประชุม หลังจากนั้น ก็โยนกลับมาให้ไทย-กัมพูชา คุยกันเองในกรอบทวิภาคี โดยให้อินโดนีเซียเป็นผู้ประสานงาน ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ฮุนเซนต้องการ
       
       แม้ว่าจะมีการประชุมคณะกรรมการปักปันเขตแดนไทย-กัมพูชา หรือเจบีซี ที่อินโดนีเซียเมื่อเร็วๆ นี้ แต่ในที่ประชุมนั้นมีแต่ไทยและกัมพูชา ไม่มีอินโดนีเซียอยู่ด้วย และเรื่องที่ประชุม ก็เป็นเพียงเรื่องเทคนิค เกี่ยวกับ การว่าจ้างบริษัทที่จะเป็นผู้จัดทำภาพถ่ายทางอากาศเท่านั้น
       
       ในขณะที่กระทรวงกลาโหมและกองทัพไทย ยืนยันอย่างชัดเจนว่า การเจรจาในกรอบจีบีซี หรือ คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา ซึ่งจะมีขึ้นที่กัมพูชาในเดือนมิถุนายนนี้ จะต้องไม่มีอินโดนีเซียเข้าร่วมประชุม และจะไม่ไปประชุมที่อินโดนีเซีย หากกัมพูชาซึ่งเป็นเจ้าภาพในปีนี้ ไม่พร้อม ก็ให้ไทยมาประชุม และจะไม่ยินยอมให้มีผู้สังเกตการณ์จากอินโดนีเซีย เข้ามาในพื้นที่พิพาทชายแดน เป็นอันขาด
       
       ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา ที่ฮุนเซ็นพยายามจะลากประชาคมโลกเข้มาเกี่ยวข้องด้วย จึงถูกไทยยื้อยุดให้หยุดอยู่แค่โต๊ะเจรจา 2 ฝ่าย ตามเดิม
       
       เมื่อความพยายามในครั้งแรกล้มเหลว การยั่วยุ ให้เกิดการประทะกันรอบใหม่จึงเกิดขึ้น และทันทีที่เสียงปืนดัง นายฮอร์ นัมฮง ก็มาลูกไม้เดิมส่งหนังสือไปฟ้องคณะมนตรีความมั่นคง สหประชาชาติ แต่คราวนี้ ไม่มีเสียงตอบรับแต่อย่างใด ยูเอ็นเอสซีคงเห็นว่า ได้มีมติชัดเจนไปตั้งแต่คราวที่แล้ว ว่า ให้ไปแก้ไขปัญหากันเองในระดับภูมิภาค คืออาเซียน ครั้งนี้จึงเฉยเมย ไม่ไยดี
       
       ในขณะเดียวกัน การประชุมคณะกรรมการมรดกโลก เพื่อพิจารณา แผนการบริหารพื้นทีอนุรักษ์ รอบๆปราสาทพระวิหารในปลายเดือนหน้าที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศสนี้ นายสุวิทย์ คุณกิติ หัวหน้าคณะเจรจาฝ่ายไทย แถลงจุดยืนอย่างชัดเจนแล้วว่า ไทยกับกัมพุชา ต้องเจรจาปักปันเขตแดนให้ชัดเจนเรียบร้อยเสียก่อน หลังจากนั้นจึงค่อยพิจารณาแผนบริหารพื้นที่อนุรักษ์ และฝ่ายไทยเสนอให้ คณะกรรมการมรดกโลก เลื่อรวาระการพิจารณาเรื่องนี้ออกไปก่อน
       
       การสู้รบกันอย่างรุนแรงที่ชายแดนไทย กัมพูชา ครั้งนี้ ยิ่งจะทำให้ข้อเสนอของฝ่ายไทย ทีน้ำหนักมากยิ่งขึ้น เพราะมีข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นแล้ว เป็นข้อพิสูจน์ว่า การขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดโลก โดยกัมพูชา ผนวกเอาพื้นที่พิพาทรอบๆเข้าไปด้วยนั้น เป็นชนวนแห่งสงคราม คณะกรรมการมรดกโลก คงต้องคิดหนักในเรื่องนี้ว่า หากยังดึงดันสนองความต้องการของกัมพุชาเพียงฝ่ายเดียว ก็จะถูกประณามว่า เป็นผู้เติมเชื้อ สุมไฟให้ลุกโชนยิ่งขึ้น
       
       ถ้าไม่นับประชาชนไทย กัมพูชา ตามแนวชายแดน ที่ต้องรับภัยจากการปะทะนี้ไปเต็มๆ ตอนนี้ คนที่อยู่ในภาวะตึงเครียดมากกว่าใคร ก็คือ ฮุนเซน การยั่วยุ หาเรื่องกับทหารไทย ทำให้กัมพูชาถูกตอบโต้อย่างรุนแรง ถึงขนาดนายทหการระดับรองผู้บัญชาการเสียชีวิตในสนามรบ หากไม่เสียหายหนักแล้ว นายเตีย บันห์ รัฐมนตรีกลาโหมกัมพูชา คงไม่เป็นฝ่ายขอเจรจากับไทยก่อนหรอก ขณะที่แผนการดึงประชาคมโลก หรือประเทศที่สามให้เข้ามาแทรกแซงก็ไม่เป็นผลสำเร็จ การประชุมมรดกโลก ก็ใกล้เข้ามาทุกที หากปีนี้ ไม่สามารถฮุบพื้นที่ 4.6 ตารางกิดลเมตร โดยผ่านแผนบริหารจัดการพื้นที่อนุรักษ์ เขาจะตอบคนเขมรว่าอย่างไร เพราะเวลาผ่านไป 3 ปีแล้ว ก็ยังทำไม่สำเร็จ
       
       ในใจของฮุนเซนนั้น คงอยากให้ทหารไทยบุกเข้าไปในดินแดนกัมพูชา หรือเอฟ 16 บินล้ำแดนเข้าไป เพื่อจะได้เป็นข้ออ้างใหม่ๆ เอาไปฟ้องกับประชาคมโลกได้
       
       ปัญหาความขัดแย้งเรื่องพื้นที่ชายแดนไทย - กัมพูชานั้น คงไม่สามารถหาข้อยุติได้ในเร็ววัน ยกเว้นว่า ผลการเลือกตั้งของไทย พรรคเพื่อไทยจะได้ตั้งรัฐบาล และนายนพดล ปัทมะ ได้กลับมาสานต่อภารกิจที่ทำค้างไว้เมื่อปี 2551 หรือ มีการเปลี่ยนแปลงผู้นำเขมร แต่ถึงแม้ว่า จะไม่สามารถคลี่คลายปัญหาได้ ก็ไม่เห็นว่า ประเทศไทยจะเดือดร้อนตรงไหน หากปล่อยให้ปัญหาคาไว้อย่างนี้ต่อไป ปัญหาข้อพิพาทชายแดน ที่ไหนๆในโลกนี้ ก็ต้องใข้เวลาแก้ไขกันนานๆ หลาสยๆที่ถึงตอนนี้ก็ยังมีข้อพิพาทกันอยู่
       
       สิ่งเดียวที่รัฐบาล และกองทัพไทยต้องทำคือ ให้บทเรียนหนักๆกับฮุนเซนว่า อย่าทำอย่างนี้อีก เพราะทั้งคนไทยและคนกัมพุชาตามชายแดนเขาเดือดร้อน

 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
บทความที่น่าสนใจ
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com

Warning: include(../../main/globalsitemap.php): failed to open stream: No such file or directory in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194

Warning: include(): Failed opening '../../main/globalsitemap.php' for inclusion (include_path='.:/usr/lib/php:/usr/local/lib/php') in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194