หมวดหมู่
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่มุสลิมไทย โพสต์
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> Muslimthai Focus
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
เขมรปะทะไทย ฮุนเซน ได้ประโยชน์อื้อ ทักษิณ เอี่ยวสกัด ปฏิวัติ-เบี่ยงเบนล้มสถาบัน !? คลิปไทยปะทะเขมร
 “ทหาร-การข่าว-นักรัฐศาสตร์” วิเคราะห์ ปะทะชายแดน “ไทย-เขมร” มีเบื้องหลัง ทุกผลประโยชน์มุ่งสู่ “ฮุนเซน” สร้างฐาน-รักษาอำนาจในกัมพูชา ตั้งแต่สร้างภาพถูกรังแกสู่นานาชาติ-ดัน “ฮุน มาเนต” สานต่ออำนาจการเมือง-ผลประโยชน์ พร้อมยืมมือไทยจัดการเขมรแดงหอกข้างแคร่ เชื่อ “ทักษิณ” มีเอี่ยวจับมือฮุนเซนสร้างสถานการณ์เบี่ยงเบนคดีล้มเจ้า-ป้องกันทหารปฏิวัติ เตือน! เพื่อไทยชนะเลือกตั้งสุดอันตราย “แม้ว” จะเอาอะไรตอบแทนฮุนเซน?
       
       การปะทะแนวชายแดนระหว่างไทย-กัมพูชา ด้านปราสาทตาควาย ต.บักกได อ.พนมดงรัก และบริเวณปราสาทตาเมือนธม อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ที่มีการเริ่มต้นยิงมาก่อนจากฝ่ายกัมพูชาตั้งแต่วันศุกร์ที่ 22 เมษายนที่ผ่านมา กระทั่งวันนี้การปะทะบริเวณ ปราสาทตาควาย และปราสาทตาเมือนธม จ.สุรินทร์ ยังไม่มีสัญญาณของการหยุดการปะทะ และการสูญเสียยังจะเกิดขึ้นอย่างไม่รู้วันจบ!
       
       ปฏิบัติการทหารไทย
       เหนือกว่าทุกประตู
       
       “จากนี้ไปจะยังไม่มีการหยุดยิง ตราบใดที่ยังไม่มีการเจรจาของผู้นำทั้ง 2 ประเทศ แต่ตอนนี้ยังไม่เห็นสัญญาณ การปะทะจึงมองว่าจะยังมีต่อเนื่อง แต่ด้วยข้อจำกัดด้านปริมาณอาวุธ และการสูญเสีย ต่อไปการยิงมาจากฝั่งกัมพูชาจะมีระยะห่างมากขึ้น”
       
       พ.อ.ดร.ธีรนันท์ นันทกว้าง นักวิชาการด้านความมั่นคง ผู้เชี่ยวชาญด้านยุทธศาสตร์ทางการทหาร วิเคราะห์และกล่าวว่า ครั้งแรกที่มีการปะทะในรอบนี้น่าจะเกิดจากอุบัติเหตุ แต่เนื่องจากบริเวณชายแดนของทั้งสองประเทศได้มีการวางกำลัง รวมทั้งอาวุธหนักไว้พร้อม จึงมีการตัดสินใจยิงปืนใหญ่เข้ามาฝั่งไทย ซึ่งเป็นปกติที่ไทยจะต้องปกป้องอธิปไตยของตนเอง แต่แทนที่จะมองว่าเป็นอุบัติเหตุ กัมพูชา โดยฮุนเซนกลับมีพฤติกรรมในการขยายปัญหาดังกล่าวเป็นเรื่องใหญ่
       
       จึงทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ในหมู่ทหารใน 3 ประเด็น ได้แก่ 1.กัมพูชาต้องการดึงความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชาเข้าสู่เวทีนานาชาติ 2.เป็นการตั้งสนามรบของฮุนเซน ที่ต้องการให้ ฮุน มาเนต บุตรชายแสดงฝีมือก่อนผ่องอำนาจทางการเมืองถ่ายให้ลูกชายในอนาคต และ3. เหตุการณ์การปะทะรอบนี้ พบว่ากัมพูชาได้มีการใช้กำลังเขมรแดงเข้ามาช่วยทหารกัมพูชาในการปะทะกับไทย ซึ่งมองว่าเป็นเกมการเมืองของฮุน เซนที่ทำการยืมมือประเทศไทยทำลายเขมรแดง ซึ่งเป็นหอกข้างแคร่กับรัฐบาลกัมพูชามาโดยตลอดก็เป็นไปได้เช่นกัน
       
       อย่างไรก็ดี ในด้านการปฏิบัติการทางทหารถือว่าไทยยังได้เปรียบทุกด้าน โดยเฉพาะหากเปรียบเทียบการรบระหว่างไทย-กัมพูชาในรอบนี้ ซึ่งวิเคราะห์จาก 4 ปัจจัยสำคัญ คือ กำลังคน, ระบบอาวุธ, การส่งกำลัง และงานด้านการข่าว ความสัมพันธ์ระหว่างทหารกับประชาชนในประเทศนั้นๆ ซึ่งโดยรวมแล้วไทยถือว่าได้เปรียบทั้งหมด
       
       “ไทยได้เปรียบเพราะในการรบตามรูปแบบ ไทยมีความเชี่ยวชาญ และมีความพร้อมมากกว่า ขณะที่กัมพูชาเพิ่งเริ่มทำการรบในรูปแบบไม่นาน ความเชี่ยวชาญในการใช้ระบบให้มีประสิทธิภาพยังเป็นรองไทย”
       
       โดยกำลังคน ไทยจะได้เปรียบมากเนื่องจากไทยสามารถยกพลทางบกเข้ามาสมทบได้ตลอดเวลา ขณะที่ระบบอาวุธของไทยก็มีความทันสมัยมากกว่า โดยทางอากาศและทางเรือของกัมพูชาสามารถตัดไปได้ เพราะไม่มีอาวุธที่สู้ไทยได้
       
       ขณะที่ทางบก พ.อ.ดร.ธีรนันท์บอกว่า โดยภาพรวมแล้วอาวุธต่างๆ ของกัมพูชาโดยเฉพาะปืนใหญ่เป็นปืนเก่าที่สหรัฐฯบริจาคให้ เป็นปืนตั้งแต่สมัยสงครามเวียดนาม ซึ่งเป็นปืนเก่ามาก คำถามคือจะหาลูกกระสุนจากไหนในปัจจุบัน หรือถ้ามีจะมีจำนวนมากหรือไม่ ขณะที่รถถังที่อยู่ชายแดนที่เห็นกัมพูชาใช้อยู่ เช่น P-55 และ BM-21 แม้จะนำมาใช้ในการรบได้ แต่หากดูถึงภูมิประเทศของไทยจะพบว่ากัมพูชาไม่สามารถนำรถถังเข้ามาได้ หรือถ้าเข้ามาได้กัมพูชาก็จะเป็นฝ่ายเสียเปรียบ เพราะไทยมีแผนป้องกันประเทศไว้พร้อมที่จะดำเนินการ
       
       อย่างไรก็ดี ไทยยังมีอาวุธที่เหนือกว่าซึ่งกัมพูชาไม่มี ก็คือ เรดาร์ที่ถล่มได้แม่นยำว่าทหารกัมพูชายิงปืนจากจุดไหน และยิงกลับได้ทันที และระบบอาวุธใหม่ทางอากาศยาน และคนขับ ซึ่งสามารถบังคับระยะไกลจนสามารถดึงพื้นที่เป้าหมายมาดูข้อมูลในระยะใกล้ได้ ซึ่งเสริมความแม่นยำให้กับกำลังทหารไทยอย่างมาก
       
       ขณะที่ การส่งกำลัง และการอพยพและดูแลประชาชนนั้นไทยมีความได้เปรียบอยู่แล้ว ทั้งการขนส่งทางบก และทางอากาศ เว้นแต่งานด้านการข่าวที่กัมพูชามีความสามารถพอๆกับไทย เพราะหน่วยข่าวกรองของกัมพูชาดูทีวีไทยตลอด และบางครั้งสื่ออาจแสดงที่ตั้งทางยุทธวิธีทางทหารให้กัมพูชารู้ ซึ่งนี่เป็นจุดอ่อนของไทยที่ควบคุมยาก
       
       ดังนั้น จุดอ่อนที่สำคัญของฝ่ายไทยจึงไม่ใช่เรื่องยุทธวิธีทางการทหาร แต่เป็นจุดอ่อนทางการเมือง!

       การข่าว - นักรัฐศาสตร์ชี้
       “ทักษิณ” มีเอี่ยว!
       
       แหล่งข่าวด้านการข่าวความมั่นคง กล่าวว่า เมื่อดูจากสาเหตุที่ทำให้เกิดการปะทะครั้งนี้แล้ว เชื่อว่าเป็นฝีมือฮุนเซน
       
       “ทหารเขมรได้รับคำสั่งให้ยิงลูกเดียว อย่างอื่นให้รอคำสั่งจากพนมเปญ พนมเปญก็คือฮุนเซน เกมนี้ฮุนเซนเล่นแน่นอน”
       
       โดยมีข้อน่าสังเกตว่า การเลือกช่วงเวลานี้ในการปะทะกันระหว่างไทย-กัมพูชา ผลประโยชน์จะดีต่อฮุนเซน 4 ประการ คือ
       
       1.ขณะนี้สหประชาชาติได้โฟกัสปัญหาไปที่ตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่มากกว่าปัญหาไทย-เขมร ฮุนเซน จึงเกรงว่าสหประชาชาติจะลืมสิ่งที่ฮุนเซน ได้เรียกร้องให้เข้ามาแก้ปัญหาเรื่องเขตแดน จึงสร้างเหตุการณ์ให้สหประชาชาติให้ความสนใจ
       
       2.เป็นการป้องกันปัญหาภายในที่จะเกิดขึ้น โดยเฉพาะป้องกันการถูกต่อต้านจากคนกัมพูชา เนื่องจากฮุน เซนครองอำนาจในกัมพูชามา 28 ปี ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากปฏิกิริยาโดมิโนจากกระแสต่อต้านผู้นำที่ครองอำนาจเผด็จการนานๆ และต้องการปฏิรูปประชาธิปไตยในตะวันออกกลาง ซึ่งเชื่อว่าเทคโนโลยีที่ทันสมัยจะทำให้พากระแสการต่อต้านนี้มาถึงประชาชนกัมพูชาได้เหมือนกัน
       
       3.เป็นการแก้เกมพ่ายของฮุน มาเนต บุตรชายของฮุนเซน เนื่องจากการปะทะครั้งก่อนที่มี ฮุน มาเนต เป็นผู้นำ กลับทำให้ทหารเขมรสูญเสียจำนวนมากกว่าไทยมาก จนถูกต่อต้านจากวงในทางการทหารของกัมพูชา
       
       4.เชื่อว่าเกมนี้โยงกับเกมการเมืองภายในของไทย ซึ่ง ฮุนเซน น่าจะมีข้อตกลงกับใครบางคนในกลุ่มคนเสื้อแดง เพราะการปะทะครั้งนี้มีผลดีต่อกลุ่มคนเสื้อแดง และพรรคเพื่อไทยอย่างมาก
       
       โดยการปะทะในแนวชายแดนช่วงนี้น่าจะต้องการเบี่ยงเบนความสนใจของประชาชนออกจากคนเสื้อแดงที่มีปัญหากลุ่มขบวนการล้มเจ้าซึ่งจะไม่เป็นผลดีต่อพรรคเพื่อไทยกับการเลือกตั้งที่กำลังจะถึง ที่สำคัญการที่ทหารต้องโฟกัสไปที่ปัญหาชายแดนก็ยังเป็นการป้องกันการปฏิวัติ ซึ่งสมประโยชน์ต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีที่ต้องการเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้งและกลับเข้าสู่อำนาจทางการเมืองของไทยโดยตรง!
       
       “ฮุนเซนเปิดหน้าชน มุ่งล้มรัฐบาลอภิสิทธิ์มาโดยตลอด ก่อนหน้านี้เกิดเหตุการณ์ชายแดนทุกครั้งก็เป็นผลดีกับ พ.ต.ท.ทักษิณทุกครั้ง ถึงแม้ไม่รู้ว่าต่อรองอะไรกันหรือไม่ แต่ทุกอย่างชี้ไปทางนั้น”
       
       ดังนั้น หากพรรคเพื่อไทยได้กลับมาเป็นรัฐบาลจึงเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงว่า มีการต่อรองในเรื่องผลประโยชน์ชายแดนตั้งแต่บริเวณปราสาทพระวิหารไปจนถึงเขตพื้นที่ทางทะเลด้วยหรือไม่?
       
       เช่นเดียวกับ แหล่งข่าวนักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ ที่มองว่า “ทักษิณ” น่าจะอยู่เบื้องหลังเกมปะทะตามแนวชายแดนไทยครั้งนี้ เนื่องจากปัญหาขบวนการล้มเจ้าที่ผูกติดกับแกนนำคนเสื้อแดงอย่างแยกไม่ออก
       
       นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์กล่าวต่อว่า ไทยจะต้องต้องให้ความสำคัญกับเรื่องประเทศมหาอำนาจให้มากขึ้นด้วย เนื่องจากประเทศที่พร้อมให้การช่วยเหลือกัมพูชายังมีอีกมาก รวมทั้งประเทศที่มีพรมแดนติดกับกัมพูชา เช่น เวียดนาม ลาว หรือจีน ที่มีงบประมาณในการลงทุนทำธุรกิจกับกัมพูชาจำนวนมหาศาล รวมถึงการสนับสุนทางการรบมากมาย ประเทศยูเครนที่สนับสนุนรถถัง รวมถึงประเทศเกาหลีใต้ที่เข้ามาลงทุนในกิจการทั้ง อุตสาหกรรมรถยนต์ หรืออุตสาหกรรมโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านนิวเคลียร์เข้ามารับหน้าที่ที่ปรึกษาแก่ประเทศกัมพูชาในการศึกษาความเป็นไปได้ในหลายโครงการ อีกทั้งสหรัฐฯ เองยังให้การสนับสนุนทางการทหารให้กับกัมพูชามาโดยตลอด
       
       จี้รัฐลอบบี้นานาชาติ
       ตีจุดอ่อนฮุนเซน
       
       พ.อ.ดร.ธีรนันท์กล่าวอีกว่า ปฏิบัติการทางการทหารของไทยไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วง และทุกอย่างจะจบลงได้ด้วยฝีมือของรัฐบาลไทยในเวทีเจรจา ที่สำคัญคือการเล่นบทผู้ดี ไม่ใช่คำตอบเดียวที่จะนำไปสู่ชัยชนะ
       
       โดยเฉพาะการทำทุกอย่างให้นานาชาติมาสนับสนุนไทย ทั้งการเจรจาทางการ และไม่เป็นทางการ
       
       “ฮุนเซนล็อบบี้มหาอำนาจทุกประเทศด้วยการแลกผลประโยชน์ ขณะที่ฝ่ายไทยการลอบบี้ประเทศมหาอำนาจเพื่อเข้าข้างกลับยังไม่ปรากฎ หรือมีความพยายามน้อยมาก”
       
       นอกจากนี้ เมื่อทุกอย่างเกิดจาก “ฮุนเซน” นอกจากเวทีเจรจาบนดินแล้ว การกดดันทุกทางไปที่ ฮุนเซน และครอบครัว จึงเป็นเรื่องที่สมควรทำ ไม่ว่าจะเป็นการตัดช่องทางผลประโยชน์ของฮุนเซน ทุกทางที่สามารถทำได้ การนำข้อมูลเชิงลบของฮุนเซน และครอบครัว ออกเปิดเผยต่อสาธารณชน หรือในโลกออนไลน์ โดยเฉพาะข้อมูลที่ว่า “ฮุน มาเนต” เขาคืออดีตเด็กขี้เหล้าเมายา
       
       สิ่งเหล่านี้กลับเป็นเรื่องที่ยังไม่มีใครทำ ทั้งๆ ที่ข้อมูลเชิงลึกของผลประโยชน์และครอบครัวฮุนเซน อยู่ในมือข่าวกรองของไทยนานแล้ว!

ที่มา ผู้จัดการออนไลน์

 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
บทความที่น่าสนใจ
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com

Warning: include(../../main/globalsitemap.php): failed to open stream: No such file or directory in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194

Warning: include(): Failed opening '../../main/globalsitemap.php' for inclusion (include_path='.:/usr/lib/php:/usr/local/lib/php') in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194