หมวดหมู่
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่มุสลิมไทย โพสต์
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> Muslimthai Focus
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
ไทยเขมรล่าสุด สุเทพ รู้แล้วรองแม่ทัพเขมรตายคาสมรภูมิ!! ลั่นรบกันไม่มีวันได้เขตแดนไทยแน่

“สุเทพ” รู้แล้วรองแม่ทัพเขมรตายคาสมรภูมิ!! ลั่นรบกันไม่มีวันได้เขตแดนไทยแน่

“เทือก” ย้ำจุดยืนไทยจี้หยุดยิงหันเจรจา ปัดศิโรราบเขมร ชี้รบกันก็ไม่มีวันได้เขตแดนแม้แต่ตารางเดียว วอนให้ปักเขตแดนต่อ รู้แล้วรองแม่ทัพละแวกตายคาสมรภูมิ ยันญวนไม่ได้ช่วยรบ ชี้เขตภัยพิบัติสุรินทร์แค่ 3 อำเภอ ไม่ใช้อัยการศึกเพิ่ม รับสื่อโชว์รูปกระสุนแขมร์ทำศัตรูรู้พิกัด บอกไม่ลดความสัมพันธ์เหตุปะทะปกติ ยันถ้าข้าศึกรบแรงมาก็โต้แรงกลับไป ยังไม่คุยพ่อค้าชายแดน
       
       วันนี้ (26 เม.ย.) ที่ทำเนียบฯ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง ให้สัมภาษณ์กรณีที่ยังคงมีการปะทะระหว่างทหารไทยและทหารกัมพูชาว่า สถานการณ์เปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา จุดยืนฝ่ายไทยนั้นยังยืนยันที่จะให้มีการเจรจาเพราะเห็นว่าเป็นเพื่อนบ้านกัน พยายามหาทางพูดคุยเพื่อให้ได้ข้อยุติโดยไม่ต้องให้ทหารทั้ง 2 ฝ่ายเสียเลือดเนื้อ ไม่ต้องให้ประชาชนบริเวณชายแดนต้องเดือดร้อน ซึ่งเมื่อวานช่วงเช้าก็เหมือนจะมีแนวโน้มที่ดี นึกว่าจะมีการเจรจากันในระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของ 2 ประเทศ แต่พอตอนค่ำสถานการณ์ก็เปลี่ยนไป ฝ่ายกัมพูชาก็ยังยิงเข้ามาในประเทศไทยอีก เราจึงจำเป็นต้องตอบโต้เพื่อหยุดยั้งการรุกล้ำอธิปไตยของเรา ทำให้การเจรจาต้องหยุดชะงักลง แต่อย่างไรก็ตามฝ่ายไทยเองยังไม่ได้ปิดกั้นการเจรจา มีโอกาสที่จะทำให้เกิดการเจรจาขึ้นได้เมื่อไหร่ เราก็จะดำเนินการต่อไป
       
       ผู้สื่อข่าวถามว่า เงื่อนไขที่ไทยจะนำไปเจรจากับกัมพูชามีอะไรบ้าง เพราะล่าสุดก็กลับมีข่าวออกมาว่าเราพ่ายแพ้และยอมศิโรราบกับเขาแล้ว นายสุเทพกล่าวว่า เรื่องของบ้านเมืองจะให้เอามาพูดจากันในลักษณะว่ายอมศิโรราบอย่างโน้นอย่างนี้ คงไม่ใช่ เงื่อนไขเดียวที่เรากำหนดคือให้มีสันติภาพ ให้มีความสงบ นั่นก็คือการหยุดยิงและมาเจรจากัน ซึ่งการที่เราเรียกร้องให้หยุดยิงและมาเจรจากันไม่ได้หมายความว่าเราไปยอมศิโรราบ เพียงแต่ว่าเราเห็นว่าวิธีการที่รบกันนั้นไม่มีใครได้ประโยชน์ รบกันอย่างไรก็ไม่มีวันที่จะได้เขตแดนของเราไปแม้แต่ตารางนิ้วเดียว ซึ่งหากมีเจรจากัน ขีดเส้นเขตแดนกันให้ชัดเจน ให้คณะกรรมการปักปันเขตแดนของ 2 ประเทศทำงานให้เสร็จสิ้นก็น่าจะดีกว่า และอยู่ด้วยกันอย่างสันติ ค้าขายกัน ร่วมมือกัน ประชาชนทั้ง 2 ประเทศก็จะได้ประโยชน์
       
       ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้รับรายงานหรือไม่ว่าจากการสู้รบกันครั้งนี้ทำให้นายทหารระดับผู้ใหญ่ของทางกัมพูชาเสียชีวิตด้วย รองนายกฯ กล่าวว่า ได้รับทราบแล้วว่ามีผู้บังคับบัญชาระดับรองผู้บัญชาการกองพลเสียชีวิต ซึ่งการสู้รบก็แบบนี้ ต้องมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต เราถึงไม่อยากให้มีการสู้รบกันกับเพื่อนบ้าน
       
       เมื่อถามว่า ในที่ประชุม ครม.วานนี้ (26 เม.ย.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ์ รมว.กลาโหม ได้รายงานอย่างไรบ้าง นายสุเทพกล่าวว่า รมว.กลาโหมได้รายงานข้อเท็จจริงทั้งหมดเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบริเวณชายแดนตั้งแต่ต้น และได้ยืนยันถึงความพร้อมของกองทัพไทยในการที่จะปกป้องอธิปไตย ทั้งได้แจ้งว่าในระดับกองทัพได้พยายามให้คนที่เคยพูดกันในระดับต่างๆ ได้มีโอกาสพูดคุยกัน แต่ที่สุดของที่สุดก็รู้ว่าทั้งหมดนั้นก็อยู่ที่การตัดสินใจของนายกฯ ฮุนเซน ส่วนที่มีข่าวทางประเทศเวียดนามส่งทหารมาช่วยกัมพูชาต่อสู้กับประเทศไทยนั้น รองนายกฯ กล่าวว่า ไม่เป็นความจริง อย่าไปตื่นเต้นตกใจ
       
       ผู้สื่อข่าวถามถึงการประกาศเขตภัยพิบัติใน จ.สุรินทร์ นายสุเทพกล่าวว่า เป็นการประกาศเพียง 3 อำเภอที่อยู่ในบริเวณสู้รบกันเท่านั้นคือ อ.กาบเชิง อ.พนมดงรัก และ อ.ปราสาท ไม่ใช่การประกาศทั้งจังหวัด ซึ่งทางผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจในการประกาศได้ทันทีหากเห็นว่าสถานการณ์ไม่ปลอดภัยสำหรับประชาชน เมื่อถามถึงความเสียหายในพื้นที่ที่พบว่ามีประชาชนได้รับบาดเจ็บและมีบ้านเรือนประชาชนถูกไฟไหม้ด้วย รองนายกฯ กล่าวว่า ก็มีบ้างทั้งประชาชนที่บาดเจ็บ และบ้านเรือน เรือกสวนไร่นา เพราะทางกัมพูชายิงปืนใหญ่เข้ามา ยิงจรวดหลายลำกล้องเข้ามาก็อาจถูกบ้านเรือนประชาชนได้ เมื่อถามว่าจากการสู้รบเมื่อคืนที่ผ่านมามีรายงานว่ามีความเสียหายเยอะหรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า การยิงกันไปมา มันก็ต้องมีความเสียหายทั้ง 2 ฝ่าย และตนยืนยันได้ว่าเราไม่เสียเปรียบแน่นอน อย่างไรก็ตามแม้ว่าสถานการณ์จะยังไม่ยุติ แต่รัฐบาลก็ยังไม่คิดจะประกาศกฎอัยการศึกเพิ่ม จากที่ปกติมีการประกาศกฎอัยการศึกในบางพื้นที่อยู่แล้วเพราะถือเป็นเรื่องจำเป็นในพื้นที่สู้รบ
       
       ผู้สื่อข่าวถามว่า จนถึงขณะนี้มองว่าสถานการณ์จะพัฒนาไปอย่างไร จะขยายใหญ่ขึ้นหรือยุติ รองนายกฯ กล่าวว่า ยังตอบไม่ได้หรอกว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร แต่เราก็อยากให้สถานการณ์หดตัวลงและนำไปสู่การหยุดยิงในที่สุด ส่วนในเรื่องของการขอร้องสื่อเกี่ยวกับการเสนอข่าว โดยเฉพาะที่เป็นการชี้เป้าหรือที่ตั้งของกองทัพนั้น เป็นเรื่องของฝ่ายทหาร ต้องยอมรับว่าในบ้านเราให้สิทธิเสรีภาพกับสื่อมวลชนเต็มที่ ซึ่งอย่างการปะทะกันครั้งก่อน สื่อเราก็ไปถ่ายรูปเลยว่ากระสุนเข้ามาตกตรงนั้นตรงนี้ ห่างจากที่ตั้งเราเท่านั้นเท่านี้ ซึ่งก็เท่ากับเป็นการบอกพิกัดให้กับฝ่ายตรงข้ามเลยว่าเขาเล็งไม่ถูก ก็จะทำให้เราเสียหาย ซึ่งฝ่ายทหารเขาก็คงดำเนินการ ความจริงเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของการบังคับกัน แต่เป็นการร้องขอกันว่าเพื่อประโยชน์ของฝ่ายเราเอง เราก็ต้องระมัดระวังในการนำเสนอข่าว
       
       ผู้สื่อข่าวถามว่า การเจรจาจะไม่เกิดขึ้นใช่หรือไม่ หากกัมพูชายังไม่หยุดยิง นายสุเทพกล่าวว่า เราก็พยายามหาช่องทางเจรจา เมื่อถามว่า มาตรการที่จะออกมาจาก ครม.ซึ่งเดิมทีบอกว่าอาจจะมีการทบทวนมาตรการต่างๆ ที่มีต่อกัมพูชา แต่ในที่ประชุมครม.เมื่อวานก็ยังไม่มีอะไรออกมา โดยเฉพาะการลดความสัมพันธ์ นายสุเทพกล่าวว่า เรื่องระหว่างประเทศคงไม่ต้องวูบวาบตัดสินกันทุกนาที เร่งดีกรีกันให้เต็มที่ มันก็ต้องดูกันไปตามขั้นตอนและตามสถานการณ์ ไม่ใช่ยิงกันวัน สองวันแล้วประกาศสงครามกันเลย กรณีนี้ให้ถือเสียว่าเป็นกรณีพิพาทชายแดน กระทบกระทั่งกันที่ชายแดนปกติ อย่ายกระดับเหตุการณ์ให้มันใหญ่โตไปกว่านี้ แต่ถ้าเห็นว่าได้พยายามอย่างที่สุดแล้วไม่สามารถจะดำเนินการโดยแนวทางที่ราบรื่นได้ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เป็นอีกขั้นตอนหนึ่งที่ต้องพิจารณาต่อไปตามสถานการณ์ในวันข้างหน้า เมื่อถามว่า ความรุนแรงของเหตุการณ์แค่ไหนถึงจะมีการแสดงท่าทีตอบโต้ เพราะอย่างครั้งที่แล้วที่มีการสู้รบกัน เราก็ยังส่งทูตกลับ นายสุเทพ กล่าวว่า ก็ครั้งนี้เราเห็นว่ายังไม่ถึงเวลานั้น เมื่อถามอีกว่า จะมีเงื่อนไขอะไรที่จะทำให้ไทยลดความสัมพันธ์กับกัมพูชาได้บ้าง รองนายกฯ กล่าวว่า คงตอบง่ายๆ อย่างนี้ไม่ได้ ต้องดูในภาพรวมกัน
       
       ส่วนท่าทีของนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศที่ระบุกำลังจะหมดความอดทนนั้น นายสุเทพ กล่าวว่า ก็เป็นความรู้สึกของหลายๆ ฝ่ายที่รู้สึกว่ามันค่อนข้างจะทำยาก ความพยายามของเราไม่ได้รับการสนองตอบ แต่เมื่อเป็นเรื่องของบ้านเมืองเราก็ต้องปฏิบัติด้วยความระมัดระวัง เมื่อถามว่า วันนี้มีข่าวนายกฯ จะลงพื้นที่จ.สุรินทร์ จะไปพื้นที่ใดบ้าง รองนายกฯ กล่าวว่า ตนคงบอกไม่ได้ว่านายกฯ ไปจุดใดบ้าง เพราะไม่อยากให้เป็นเป้ากระสุน ขอบคุณที่ถาม
       
       ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ รมว.กลาโหมบอกในที่ประชุม ครม.ว่าหากเขาแรงมาเราก็แรงไปนั้น ความแรงที่จะส่งไป จะแรงแค่ไหน รองนายกฯ กล่าวว่า คงตอบลำบาก แต่เอาเป็นว่าเมื่อทางฝ่ายกัมพูชาเปิดฉากโจมตีไทย เราก็ต้องตอบโต้ที่มีความรุนแรงมากพอที่จะทำให้เขาฉุกคิดได้ว่า ถ้าทำอย่างนี้เขาเสียหายมากกว่านะ
       
       เมื่อถามว่า ทางอาเซียนจะเข้าใจเหตุการณ์ปะทะกันที่เกิดขึ้นหรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า คงเป็นหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศที่จะทำหน้าที่ในการอธิบายให้กับเพื่อนสมาชิกในประเทศอาเซียนด้วยกันหรือทางสหประชาชาติให้เข้าใจ เมื่อถามว่า มีการวิเคราะห์หรือไม่ว่าทำไมกัมพูชาจึงมีการเปิดฉากโจมตีไทยอย่างรุนแรง เป็นเพราะเขาต้องการโปรโมตลูกชายเขาหรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า ก็มีการคาดเดากันไปเรื่อย แต่เหตุผลจริงๆ ไม่มีใครทราบ ตนขอวิจารณ์เฉพาะสถานการณ์เท่านั้น เพราะตนก็อยากให้เหลือช่องทางที่จะมีความเข้าใจที่ดีต่อกันได้บ้างในวันข้างหน้า
       
       ผู้สื่อข่าวถามกรณีที่ทางนักธุรกิจชายแดนออกมาพูดอยากให้ยุติเพราะการค้าขายบริเวณชายแดนเสียหายจำนวนมากพร้อมเสนอแนวทางต่อรัฐบาล 4 ข้อซึ่งมองกันว่าเป็นความเห็นแก่ตัวของภาคธุรกิจที่นึกถึงแต่ธุรกิจอย่างเดียว นายสุเทพกล่าวว่า ไม่เป็นไร เพราะความจริงรัฐบาลก็ตั้งใจที่จะไม่พยายามทำอะไรที่จะให้เกิดผลกระทบกับการค้าขาย การใช้ชีวิตปกติของคนชายแดนอยู่แล้ว เมื่อถามว่า นักธุรกิจเหล่านี้ควรคิดถึงปัญหาของประเทศก่อนธุรกิจอยู่แล้วหรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า อย่าไปมองกันในแง่ร้าย เอาเป็นว่าเมื่อถึงเวลาแล้ว ยังค้าขายกันได้ ก็ค้าขายกันต่อไป แต่เมื่อค้าขายไม่ได้ก็เลิก ไม่เป็นไรรัฐบาลจะดูตามสถานการณ์ เมื่อถามว่า รัฐบาลจะมีการพูดคุยกับนักธุรกิจเป็นรายๆ ไปหรือไม่ว่าต้องนึกถึงประเทศก่อน รองนายกฯ กล่าวว่า ยัง ไม่เป็นไร เราเป็นรัฐบาลก็ต้องฟังความเห็นของทุกฝ่ายไปก่อน

 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
บทความที่น่าสนใจ
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com

Warning: include(../../main/globalsitemap.php): failed to open stream: No such file or directory in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194

Warning: include(): Failed opening '../../main/globalsitemap.php' for inclusion (include_path='.:/usr/lib/php:/usr/local/lib/php') in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194