หมวดหมู่
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่มุสลิมไทย โพสต์
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> Muslimthai Focus
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
เขมรปะทะไทย เหตุการล่าสุด ผบ.ทบ.รอไฟเขียวรัฐบาล พร้อมรบ ส่งเอฟ16บินโฉบขู่เขมร
ผบ.ทบ.รอไฟเขียวรัฐบาล พร้อมรบ! ส่งเอฟ16บินโฉบขู่เขมร

ผบ.ทบ.รอไฟเขียวรัฐบาล
พร้อมรบ!
ส่งเอฟ16บินโฉบขู่เขมร
ปล่อย"โซนิคบูม"สนั่นสุรินทร์
กต.เลิกเจรจา-ขู่ตัดสัมพันธ์หมด
กัมพูชาบุกตาควาย-ทพ.พลีชีพ1
ปะทะเดือดทั้งวัน-ลามภูมะเขือ

ทหารไทย-เขมรยังเปิดฉากปะทะต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 ที่บริเวณชายแดนที่อ.พนมดงรัก จ.สุรนิทร์ เริ่มตั้งแต่เวลา 22.30น. ของวันที่ 24 เมษายนต่อเนื่องจนถึงเวลา 03.00 น.วันที่ 25 เมษายน โดยชาวบ้านหนองคันนา อ.พนมดงรัก ได้ยินเสียงปืนและเสียงระเบิดจากการปะทะนานประมาณ 20 นาทีทางทิศตะวันตกบริเวณชายแดนปราสาทตาเมือนธม-ปราสาทตาควาย

เขมรลอบกัดบุกโจมตีที่มั่นไทย

ทั้งนี้การปะทะดังกล่าวเกิดจากทหารกัมพูชาได้ส่งกองกำลังติดอาวุธประมาณ 30 นาย บุกเข้ามาโจมตีฐานที่มั่นทหารไทย ที่บริเวณชายแดนปราสาทตาเมือนธม บ.หนองคันนา ต.ตาเมียง อ.พนมดงรัก โดยใช้ยุทธวิธีซุ่มยิง และฝ่ายทหารไทยได้ยิงตอบโต้ ซึ่งการปะทะกันครั้งนี้ไม่มีรายงานการใช้อาวุธหนัก

ทพ.พลีชีพอีก1นาย-กัมพูชาดับ4

ผลจากการปะทะทำให้ทหารพรานไทยเสียชีวิตจากการซุ่มยิงของหน่วยรบพิเศษ 911ของกัมพูชา 1 นาย คือ ทพ.อารีย์ คงนาคพเนาว์ สังกัดกองร้อยทหารพราน 961 ฐานปฏิบัติการปราสาทตาเมือนธม หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 26 อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ และมีทหารบาดเจ็บอีก 6นายซึ่งขณะนี้ทั้งหมดถูกนำตัวเข้ามารักษาที่โรงพยาบาลค่ายวีรวัฒน์โยธินจังหวัดทหารบกสุรินทร์ และโรงพยาบาลศูนย์สุรินทร์ ซึ่งขณะนี้อาการปลอดภัยแล้ว ส่วนทหารกัมพูชามีรายงานว่า เสียชีวิต จำนวน 4 นาย

มีบิ๊กทหารเขมรเสียชีวิตด้วย

ล่าสุดศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพภาคที่ 2 ส่วนหน้า ได้สรุปตัวเลขทหารไทยเสียชีวิตจากเหตุปะทะเพิ่มเป็น 5 นาย บาดเจ็บ 35 นาย นับตั้งแต่วันที่ 22 เมษายนเป็นต้นมา และมีรายงานว่า ส่วนการปะทะเมื่อวันที่ 24 เมษายน มีผู้พบเห็นว่าทหารกัมพูชาเสียชีวิตจำนวน 14 นาย บาดเจ็บอีกจำนวนมาก และ 1 ในจำนวนผู้เสียชีวิตเป็นนายทหารระดับผู้บังคับบัญชาระดับสูงรวมอยู่ด้วย

หวั่นตัวปราสาทโดนลูกปืนใหญ่

ด้านจ.ส.ต.ธวัชชัย รัตนสงคราม นายยก อบต.ตาเมียง กล่าวว่า การปะทะของทหารทั้งสองประเทศใกล้บริเวณกลุ่มปราสาทตาเมือนที่มี3 หลัง ปราสาทตาเมือน ปราสาทตาเมือนโต็ด ปราสาทตาเมือนธม อาจจะได้รับผลกระทบด้วย

อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวทราบจากแหล่งข่าวทางทหารว่า มีกระสุนปืนปรส.กัมพูชาหลายลูกตก บริเวณปราสาทตาเมือน แต่ไม่ยืนยันในความเสียหายตัวปราสาท

สื่อเขมรอ้างฝ่ายไทยทำเสียหาย

ขณะที่สถานีโทรทัศน์ซีเอ็นพีของกัมพูชา ได้แพร่ภาพกระสุนปืนใหญ่ที่ถูกยิงมาตกที่ค่ายทหารแห่งหนึ่งใกล้ชายแดน รวมทั้งภาพของทหารกัมพูชาที่ลาดตระเวนอยู่ใกล้กับปราสาทตาเมือน กัมพูชาอ้างว่าปราสาทตาเมือนและปราสาทตาควายได้รับความเสียหายจากการโจมตีของไทย แต่ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับขอบเขตของความเสียหาย เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวยังไม่ปลอดภัย

ปะทะอีกรอบถล่มหนักด้วยปืนค.

ต่อมาเวลา 10.00 น.10.00 น. ทหารไทยและทหารกัมพูชาได้เปิดฉากปะทะกันขึ้นอีกครั้งที่บริเวณชายแดนด้านปราสาตาเมือนธม บ.หนองคันนา ต.ตาเมียง อ.พนมดงรัก โดยได้ยินเสียงปืนกล และ ปืนค. จากการยิงต่อสู้กันดังขึ้นเป็นระลอกๆ แต่ยังไม่พบมีลูกปืนใหญ่ตกเข้ามาในหมู่บ้านชายแดนไทยเพิ่มเติม



ประชิดชายแดน : รถหุ้มเกราะของกองทัพกัมพูชาวางกำลังประชิดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ด้าน จ.อุดรมีชัย ทางตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงพนมเปญ
ทหาร2ฝ่ายเสริมกำลัง-อาวุธหนัก

อย่างไรก็ตามสถานการณ์ตามแนวชายแดนยังคงตึงเครียดทหารทั้ง 2 ฝ่ายเสริมกำลังพร้อมอาวุธหนักตรึงกำลังตลอดแนวชายแดน ตั้งแต่ปราสาทตาควาย-ช่องกร่าง ต.บักได ไปจนถึงปราสาทตาเมือนธม ต.ตาเมียง อ.พนมดงรัก กว่า 15 กิโลเมตร และมีการยิงปะทะด้วยอาวุธปืนขนาดเล็กอยู่เป็นระยะตั้งแต่ช่วงสายที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้

ปืนใหญ่เขมรยิงใส่บ้านคน3วัน26ลูก

มีรายงานว่าเกิดการยิงปะทะกันด้วยอาวุธปืนใหญ่อีกระลอกแล้ว ตั้งแต่เวลา 13.50 น.โดยมีกระสุนปืนใหญ่ของฝ่ายกัมพูชาตกบริเวณปราสาทตาควาย อ.พนมดงรัก จำนวน 4-5 นัด แต่ฝ่ายไทยไม่ได้ตอบโต้ ขณะที่มีกระสุนปืน กลไร้แรงสะท้อน ของฝ่ายกัมพูชา ตกที่บ้านหนองคันนาหมู่ที่ 8 ต.ตาเมียง อ.พนมดงรัก ในช่วง 3 วัน ของการสู้รบ มี จำนวน 14 ลูก ระเบิด 2 ลูก ไม่ระเบิด 12 ลูก ทหารไทยระบุว่า กระสุน ปืนของทหารกัมพูชา มีสภาพเก่า และการยิงไม่มีประสิทธิภาพ

เอฟ16ออกโรงปล่อยโซนิคบูมข่ม

เวลา 14.00 น. ที่เหนือน่านฟ้าต.ตาเมียง อ.พนมรัก มีเครื่องบิน เอฟ 16 ของกองทัพอากาศไทย 1 ลำ บินวนเหนือน่านฟ้าฝั่งไทย บินประมาณ 5 นาที ก่อนวนไปเหนือปราสาทตาเมือนธม ปล่อยเสียงโซนิคบูมดังสนั่นหลายครั้ง โดยได้ยินชัดเจนที่บ้านหนองคันนา ก่อนบินหายไป ทำให้ ชรบ.และผู้สื่อข่าววิ่งหลบวุ่น แต่ไม่มีการตอบโต้จากฝ่ายกัมพูชา

ทอ.รีบแจงแค่ภารกิจบินปกติ

ด้านพล.อ.ต.มณฑล สัชฌุกร โฆษกกองทัพอากาศ ยอมรับว่า กองบิน 1 จ.นครราชสีมา ได้ารนำเครื่องบินเอฟ-16 จำนวน 4 ลำ ขึ้นฝึกบินตามวงรอบของการฝึกบินในพื้นที่ปกติ และไม่ได้มีการเข้าไปล่วงล้ำอธิปไตยของประเทศเพื่อนบ้านแต่อย่างใด แต่การฝึกบินครั้งนี้อาจจะมีเสียงดังก็เนื่องจากมีการนำเครื่องบินขับไล่ฝึกบินหลายลำ โดยไม่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ปะทะในปัจจุบัน

แต่ยอมรับผบ.ทอ.สั่งเตรียมพร้อม

อย่างไรก็ตามพล.อ.ต.มณฑล กล่าวด้วยว่า พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ หรือ หน่วยที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์การปะทะกันระหว่างกำลังทหารไทย-กัมพูชา อย่างใกล้ชิด เพื่อจะได้เตรียมพร้อมการปฏิบัติได้ตลอดเวลาหากเกิดกรณีฉุกเฉินเกิดขึ้น หากจะใช้กำลังทางอากาศจะต้องขึ้นอยู่กับการสั่งการของรัฐบาลเท่านั้น แต่ขณะนี้รัฐบาลยังไม่ได้มีการสั่งการอะไรกับเรื่องดังกล่าว

มทภ.2ลั่นเลิกเจรจาระดับทหาร

ขณะที่พล.ท.ธวัชชัย สมุทรสาคร แม่ทัพภาคที่ 2 (มทภ.2) กล่าวถึงกรณีเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างไทย-กัมพูชา ว่าขณะนี้คงไม่มีการเจรจาระดับทหารกับกัมพูชาแล้ว จากนี้คงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องเจรจา โดยไทยพร้อมจะตอบโต้ทันทีหากกัมพูชายิงมา ที่ผ่านมาทหารได้ติดตามความเคลื่อนไหวของกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทราบความเคลื่อนไหวทางทหารพอสมควร

"กำลังพลทหารกองทัพภาคที่ 2 มีความพร้อมเต็มที่ในการรักษาอธิปไตยที่ส่งผลกระเทือนต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน และจะตอบโต้ทันทีถึงขั้นแตกหัก ทั้งทางบกและทางอากาศ หากทหารกัมพูชาเปิดฉากยิงก่อน"แม่ทัพภาคที่2กล่าว

ยันไม่มีการใช้เครื่องบินรบโจมตี

พ.อ.ประวิทย์ หูแก้ว โฆษกกองทัพภาคที่ 2 กล่าวยืนยันว่า กองทัพภาคที่ 2 ไม่เคยใช้เครื่องบินรบโจมตีกัมพูชาเลย และสถานการณ์ขณะนี้ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องขอการสนับสนุนเครื่องบินรบหรือกำลังทางอากาศจากกองทัพอากาศ ยืนยันว่าการสู้รบกับฝ่ายกัมพูชาไม่ว่าจะเป็นรูปแบบใด ความเป็นไปได้ที่ทางกองทัพไทยจะพ่ายแพ้นั้นเป็นไปไม่ได้ ไม่มีโอกาสเลย

เจรจรเหลวเพราะเขมรฟังแต่ฮุนเซ็น

"ทางแม่ทัพภาคที่2 ได้กำชับให้พยายามเจรจาพูดคุยกับผู้นำทหารในทุกระดับของฝ่ายกัมพูชาทุกครั้งที่เกิดการปะทะเพื่อไม่ให้วงสู้รบขยายวงกว้างออกไปจากที่เป็นอยู่ แต่จนถึงขณะนี้ทางกองทัพภาคที่2มองว่าเมื่อมีการประสานงานระหว่างกันมาโดยตลอด แต่ทางกัมพูชามีเพียงสมเด็จ ฮุนเซน ผู้นำกัมพูชา เป็นผู้ตัดสินใจได้เพียงคนเดียวเท่านั้นทำให้การประสานงานต่างๆจึงไม่สัมฤทธิ์ผล"พ.อ.ประวิทย์ กล่าว

ผู้ว่าฯหวั่นยืดเยื้อชาวบ้านเครียด

นายเสริม ไชยณรงค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า ขณะนี้ทางจังหวัดมีงบ 50 ล้านบาทสำหรับดูแลประชาชนที่เดือดร้อนจากการสู้รบ จึงต้องดูแลประชาชนให้ทั่วถึงและเพียงพอ ขณะนี้เกิดสถานการณ์สู้รบเพียง 3-4 วัน ประชาชนยังมีกำลังใจดี แต่หากต้องอพยพอยู่นานกว่านี้ อาจทำให้ประชาชนเกิดความเครียด เนื่องจากจากบ้านมานานและอากาศร้อนอบอ้าว

อพยพชาวบ้านออกจากพท.เสี่ยง

ส่วนบรรยากาศหมู่บ้านตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา อ.พนมดัง จ.สุรินทร์ ยังคงเงียบเหงา โดยเฉพาะหมู่บ้านหนองคันนา ต.ตาเมียง อ.พนมดงรัก ติดแนวชายแดนด้านประสาทตาเมือนธม ที่มีกระสุนปืนใหญ่ทหารเขมรมาตกอย่างต่อเนื่อง นั้นเจ้าหน้าที่ได้อพยพประชาชนออกจากหมู่บ้านทั้งหมดแล้ว เหลือเพียงชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) เพียงไม่กี่คนเท่านั้น

สำหรับบรรยากาศที่ศูนย์อพยพนิคมสร้างตนเองปราสาท อ.ปราสาท ได้มีหลายหน่วยงานนำสิ่งของมาบริจาคตั้งแต่ช่วงเช้าแต่ยังพบว่ายังขาดแคลนน้ำดื่มบรรจุขวด เครื่องใช้ส่วนตัวโดยเฉพาะของเด็กและสตรี เช่น ผ้าอ้อม ผ้าอนามัย สบู่ และยาสีฟัน เป็นต้น


ซ้อมหลบภัย : เจ้าหน้าที่ทหารจากจังหวัดทหารบกบุรีรัมย์ ลงพื้นที่ซักซ้อมการเข้าหลุมหลบภัยหากเกิดเหตุปะทะรุนแรงระหว่างไทย-กัมพูชา ที่ ต.สายตะกู และ ต.จันทบเพชร อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์
บุรีรัมย์สั่งอพยพชาวบ้านเกลี้ยง

ที่จ.บุรีรัมย์ นายณัฐ ชาติวัฒนศิริ นายอำเภอบ้านกรวด ได้สั่งให้กำนัน- ผู้ใหญ่บ้าน อพยพชาวบ้านที่ยังหลงเหลืออยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยในเขต ต.สายตะกู และ ต.จันทบเพชร อ.บ้านกรวดออกจากหมู่บ้านทั้งหมดไปอยู่ศูนย์อพยพเพราะเกรงจะไม่ปลอดภัย เนื่องจากจุดปะทะอยู่ห่างจากหมู่บ้านเพียง 4-5 กิโลเมตรโดยให้เหลือเพียงชุดรักษาความปลอดภัยประจำหมู่บ้าน (ชรบ.) อาสารักษาดินแดน และเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง คอยดูแลรักษาความปลอดภัยภายในหมู่บ้านเท่านั้น

จับ7หัวขโมยเข้าไปลักข้าวของ

อย่างไรก็ตามได้รับรายงานมีผู้เข้าไปขโมยลักทรัพย์สินของประชาชนที่ลี้ภัยสงครามในพื้นที่ตำบลสายตะกู จับผู้ต้องหาได้ 7 คน พร้อมกันนี้ ยังได้ซักซ้อมวิธีการใช้หลุมหลบภัยหากเกิดเหตุการณ์ปะทะรุนแรงหรือเกิดการสู้รบขั้นแตกหัก เกิดขึ้น

ปภ.ระบุผู้อพยพกว่า2.5หมื่นคน

ขณะที่นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวถึงเหตุปะทะตามแนวชายแดนไทย กัมพูชา ตั้งแต่วันที่ 22 เม.ย.ถึงปัจจุบันว่า ส่งผลให้ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 2 ตำบล 36 หมู่บ้าน ได้แก่ ตำบลตาเมียง และตำบลบักได ทหารเสียชีวิต 4 ราย บาดเจ็บ 25 ราย ทั้งนี้ได้อพยพราษฎรประมาณ 25,942 คน ไปอาศัยที่จุดรองรับการอพยพ 22 จุด ได้แก่ จุดรองรับผู้อพยพอำเภอพนมดงรัก 3 จุด ผู้อพยพ 5,292 คน จุดรองรับผู้อพยพอำเภอกาบเชิง 4 จุด ผู้อพยพ 3,817 คน จุดรองรับผู้อพยพอำเภอปราสาท 13 จุด ผู้อพยพ 15,719 คน และจุดรองรับผู้อพยพอำเภอสังขละ 2 จุด ผู้อพยพ 1,114 คน

ระดมกำลังจนท.เข้าไปช่วยเหลือ

ทั้งนี้ปภ.ได้สั่งให้ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 3 ปราจีนบุรี เขต 5 นครราชสีมา เขต 6 ขอนแก่น เขต 7 สกลนคร เขต 13 อุบลราชธานี สนับสนุนการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่จ.สุรินทร์ โดยจัดเจ้าหน้าที่ จำนวน 34 นาย พร้อมรถผลิตน้ำดื่ม 4 คัน รถไฟฟ้าส่องสว่าง 5 คัน รถบรรทุกน้ำ14 คัน เต็นท์ 420 หลัง รถบรรทุกขนาดใหญ่ 2 คัน สุขาเคลื่อนที่ 60 หลังออกให้บริการประชาชนตามจุดรองรับการอพยพต่างๆพร้อมเปิดสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง

เวลา 10.30 น.นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย ได้เดินทางลงพื้นที่เยี่ยมประชาชนที่ศูนย์อพยพชั่วผู้ประสบภัยการสู้รบชายแดนไทย-กัมพูชา ที่นิคมสร้างตนเองปราสาท อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ เพื่อมอบสิ่งของให้กำลังประชาชนและเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในพื้นที่  


เยี่ยมเยียน : นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ลงพื้นที่เพื่อพบปะเยี่ยมเยียนประชาชนที่อพยพเข้ามาอยู่ที่ศูนย์หลบภัย ที่โรงเรียนพนมดงรักวิทยา ต.จีกแดก อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์   
"กษิต"แฉกัมพูชาเสริมรบพิเศษรุก

ส่วนนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ก็ลงพื้นที่เยี่ยมประชาชนที่ศูนย์อพยพชั่วคราวบ้านโคกกลางอ.พนมดงรักเพื่อนำข้อมูลไปชี้แจงกับต่างประเทศพร้อมให้สัมภาษณ์ว่า ได้รับทราบข้อมูลว่า กัมพูชาได้เพิ่มกำลังมีหน่วยรบพิเศษ และยังขยับเข้ามาทั้งที่ฝ่ายไทยได้เตือนให้หยุดยิงแล้วแต่กัมพูชาก็ไม่หยุดยิง เมื่อขอเจรจาทั้งระดับท้องถิ่นและระดับชาติก็ไม่ตอบมาเป็นเดือนแล้ว

"ขณะนี้กระทรวงการต่างประเทศกำลังวางแผนเชิญคณะทูตมารับฟังคำชี้แจง โดยจะแบ่งเป็นชุดๆ อาทิ ประเทศสมาชิกคณะกรรมการมรดกโลก และสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ"นายกษิตกล่าว

จวกฮุนเซ็นยิงลูกเดียวไม่ยอมเจรจา

เมื่อถามว่าอะไรคือเงื่อนไขที่ทำให้หยุดยิงไม่ได้ นายกษิต กล่าวว่า อยู่ที่กัมพูชาอยากใช้ประเด็นนี้ไปฟ้องกับยูเอ็นหรือไม่ ก็ต้องฝากสื่อถามสมเด็จฮุน เซน ที่เราต้องการมากตอนนี้คือให้ นายพลจิน จันปัว ของกัมพูชาคุยกับแม่ทัพกองกำลังสุรนารี ซึ่งพยามพูดมา 3 วันแล้วแต่กัมพูชาก็ยิงเข้ามาอีก สะท้อนให้เห็นว่าไม่มีมิตรจิตมิตรใจและไม่อยากเจรจา ทั้งที่ในอดีตเรื่องอย่างนี้พื้นที่คุยก็ยุติได้ แต่ขณะนี้ทุกคนพูดหมดว่าให้ยิงอย่างเดียวและฟังคำสั่งจากพนมเปญเท่านั้น

ตอบไม่ได้ว่าจะจบลงเมื่อไหร่

"การลงพื้นที่ครั้งนี้ทำให้เห็นทุกข์ของชาวบ้าน ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นในยุคของการสร้างประชาคมอาเซียน รัฐบาลก็ตอบชาวบ้านไม่ได้ว่าทำไมจึงเกิด และไม่รู้อีกนานเท่าไหร่จะยุติ เพราะเรื่องไม่ได้อยู่ในมือเรา 100 เปอร์เซนต์ ผมไม่รู้ว่าจะรบกันไปทำไมให้เป็นภาระของอาเซียน ขืนเราทะเลาะกันอยู่อย่างนี้ ประชาคมอาเซียนก็ไม่ไปไหน"นายกษิตกล่าว

"เทือก"กร้าวเขมรแรงมา-แรงไป

ด้านนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์การปะทะกันระหว่างทหารไทย-กัมพูชาว่า ได้หารือกับ ผบ.ทบ. แม่ทัพภาคที่ 2 และเสนาธิการทหารบกตลอด ซึ่งมาถึงวันนี้ยืนยันว่าไทยตั้งใจที่จะให้มีการเจรจาแก้ไขปัญหากันโดยสันติวิธี ซึ่งถือเป็นหน้าที่ของรัฐบาล ส่วนกองทัพมีหน้าที่ดูแลปกป้องอธิปไตย โดยไม่ได้ไปรุกรานกัมพูชา แต่ถ้าเขาล่วงล้ำอธิปไตยของไทย ทางทหารใช้คำว่า ถ้าเขาแรงมาเราก็แรงไป

นายกฯไม่ยกหูเคลียร์ฮุนเซ็น

ผู้สื่อข่าวถามว่านายกฯไทยพร้อมยกหูเจรจากับสม เด็จฮุนเซน นายกฯกัมพูชาได้หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนก็ไม่อยากจะพูดจาให้เป็นเรื่องกระทบกระเทือนกันมาก ขึ้นอยู่กับผู้นำรัฐบาลว่าจะให้ยุติหรือไม่เพราะเพราะที่ผ่านมาเราก็ได้พูดจาผ่านทั้งทางสื่อ และกระบวนการทูตไปแล้วว่า เราต้องการเจรจา และต้องการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ก็ต้องอยู่ที่ทางกัมพูชาจะตัดสินใจอย่างไร

ผบ.ทบ.ลั่นไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว

ในขณะที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.) ให้สัมภาษณ์ด้วยท่าทีแข็วกร้าวว่า ทหารไทยยังคงปักหลักรักษาอธิปไตยตามเส้นเขตแดนโดยไม่ได้ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว ดังนั้นอย่าไปพูดและลือว่าทหารไทยตั้งรับและถอยไปเรื่อยๆ ทหารไทยไม่เคยถอยอยู่แล้ว ที่ทหารไทยไปอยู่นั้นตามพันธสัญญาและกติกาที่มีอยู่ ถ้าจะยกเลิกสัญญาก็ค่อยมาว่ากันใหม่

พร้อมรบ!รอไฟเขียวรัฐบาล

เมื่อถามว่า ทหารไม่ใช้ยุทธการในเชิงรุกบ้างมีแต่ตั้งรับ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า จะให้รุกไปไหน จะให้รุกออกไปนอกประเทศหรือ ถ้ารัฐบาลสั่งมาตนจะเข้าตีให้ รัฐบาลจะสั่งได้หรือไม่ได้ต้องดูว่า เราอยู่ในสัญญาทวิภาคีหรือไม่ การจะทำอะไรก็ตามตนรู้ดีว่า ทุกคนใจร้อนอยากจะให้เป็นอย่างที่ต้องการ

"วันนี้ความเห็นผมก็ไม่ต่างกับทุกคน เราอยากทำให้เรียบร้อย ดังนั้นต้องดูให้ดีว่า การกระทำอะไรต่างๆจะทำให้การแก้ปัญหายากขึ้นหรือไม่ เรื่องรบกันไม่ยากหรอก ผมยืนยันว่า ถ้าสั่งวันนี้ พรุ่งนี้ผมก็ต้องยึดให้ได้"ผบ.ทบ.กล่าว

ยันไม่ได้อ่อนข้อแต่ตอบโต้ทุกเม็ด

เมื่อถามว่า รัฐบาลอ่อนข้อมากเกินไปหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่ได้อ่อน แต่เราต้องดูกติกาสัญญา ถ้าจะยกเลิกก็ต้องยกเลิกทั้ง 2 ฝ่าย ให้ ค.ร.ม.ไปว่ากันมา เมื่อไม่มีการรักษาสัญญาเขายิงมาเราก็ตอบโต้ไป เพราะทำอย่างอื่นไม่ได้มากกว่านี้ เรายิงมากกว่าเขาไม่รู้กี่เท่า ก็ต้องตอบโต้ไปจนกว่าเขาจะหยุด ถ้าเขายิงมาเราตอบโต้ไปแล้วเขายังไม่หยุดก็ต้องยิงมากกว่าเดิม

กร้าว!ถึงเวลารบก็ต้องรบทั้งปท.

"ถ้าจะเอากำลังเข้าไปยึดก็หมายความว่าจะต้องรบกันทั้ง 2 ประเทศ ถ้าเป็นอย่างนั้นประเทศไทยต้องช่วยกันรบ ซึ่งทั้งประเทศก็จะเดือดร้อนไปหมด แต่ไม่เป็นไรถ้าคิดว่าถึงเวลาจำเป็นที่ควรจะรบก็รบ"พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว พร้อมยืนกรานว่าจะไม่ให้ประเทศที่สามเข้ามาเป็นผู้สังเกตการณ์เนื่องจากสถานการณ์ขณะนี้เป็นเพียงการกระทบกระทั่งกันเฉพาะจุด และไม่ใช่การรบ

ซัดแผนเขมรดึงชาติที่3แทรก

เมื่อถามว่า กองทัพมองว่าเรื่องนี้มีอะไรอยู่เบื้องหลังหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ทุกคนก็รู้ดีอยู่แล้วว่าเขาทำเพื่ออะไร เพื่อต้องการยกระดับและให้มีประเทศอื่นเข้ามาตัดสิน แต่ตนว่ามันไม่จำเป็น แต่ถ้ามันจำเป็นก็อย่างที่บอก คือ อย่าละเมิดกติกาที่วางไว้ ไม่ว่าจะเป็น เขาพระวิหาร วัดและชุมชนจะต้องไม่มีทหารกัมพูชาอยู่ ถ้ายังมีทหารกัมพูชาอยู่ก็ต้องไม่มีผู้สังเกตการณ์ แต่ถ้าต้องมีชาติที่ 3 เจรจาก็ต้องถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่ปัญหาทั้งหมดแล้วมาคุยกันใหม่

วัดใจพร้อมทำสงครามหรือไม่

เมื่อถามว่าถ้ากัมพูชาไม่ยอมเจรจาจะทำอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวเสียงแข็งว่า ถ้าไม่ยอมก็ไม่ยอม ก็ไม่ต้องคุย แล้วทำไมต้องคุย ถ้าเขาไม่คุยแล้วเราจะคุยกับใคร อย่างไรก็ตามเรามีการเจรจาในระดับบน เมื่อมีการคุยกันแล้วก็ยังมีการยิงกันอยู่ เมื่อยิงมาก็ยิงไป การจะรบหรือไม่รบขึ้นอยู่กับรัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศจะเปิดสงครามจะต้องมีค.ร.ม.ประกาศสงคราม

ชี้ทหาร2ฝ่ายกำลังเผชิญหน้า

อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่ประกาศสงคราม เป็นเพียงการกระทบกระทั่งตามแนวชายแดน ดังนั้นเราพยายามไม่มุ่งไปสู่สงครามระหว่างประเทศ ไม่ใช่ว่ากล้าหรือไม่กล้า กลัวหรือไม่กลัว ไม่ใช่ตั้งรับจนเกินไป วันนี้กำลังทหารไทยจ่อชายแดนไทยทุกวัน ทั้ง 2 ฝ่ายยังเผชิญหน้ากันอยู่ในเขตแดนของตนเองห่างกัน100 เมตร ถ้าจะรุกก็ต้องรบกัน ตีกันหงายท้องลงไป

ฝากบอกทหารไทยไม่แพ้ใคร

"ผมอยากให้ช่วยกันสื่อออกไปยังประชาชนโดยรวมว่าเราไม่ได้แพ้ใคร เราไม่ได้ถอยไปที่ไหน ยังอยู่ในที่เดิมทุกประการเว้นในพื้นที่ที่มีปัญหาที่จะต้องมีการพูดคุยใน ระดับทวิภาคี ถ้าพูดไม่ได้ก็ไปตกลงกันมา แต่ถ้าจะเอาประเทศใดเข้ามาดูแลก็ต้องถอนกำลังออกไป" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวในที่สุด

กองทัพย้ำพร้อมตลอดเวลา

ด้านพ.อ.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงผลประชุมสภากลาโหม โดยย้ำจุดยืนของกองทัพต่อสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชาว่า กองทัพต่างๆพร้อมตลอดเวลา และให้คำมั่นสัญญาต่อประชาชนว่าอาวุธยุทโธปกรณ์ของไทย โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่สามารถดูแลความปลอดภัยของประชาชนได้ จะไม่ให้ใครเข้ามาย่ำยีประเทศไทยของเรา

พลังงานพร้อมงดจ่ายไฟกัมพูชา

ในส่วนนพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.พลังงานกล่าวถึงข้อเสนอให้ใช้มาตรการตอบโต้กัมพูชาด้วยการงดจ่ายไฟว่า กระทรวงฯต้องรอการตัดสินใจจากฝ่ายความมั่นคงจะดำเนินนโยบายดังกล่าวหรือไม่ แต่ส่วนตัวคิดว่าเหตุการณ์ไม่น่าบานปลายจนถึงขั้นต้องงดจ่ายไฟ แต่หากรัฐบาลกำหนดเป็นนโยบาย กระทรวงฯก็พร้อมปฏิบัติ

"ประวิตร"รอปธ.อาเซียนหย่าศึก

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่าสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาในขณะนี้ยังมีการปะทะกันอยู่เล็กน้อยโดยอาวุธปืนเล็ก แต่ไม่ได้มีความรุนแรงอะไร ซึ่งตอนนี้เราไม่ได้มีการพูดคุยหรือเจรจากับทางกัมพูชา แต่คงไม่เป็นไรเพราะประเทศอินโดนีเซียในฐานะประธานอาเซียนกำลังเข้ามาดำเนิน การเพื่อให้ทั้ง 2 ประเทศได้พูดจากัน

เร่งให้จัดประชุมจีบีซียุติปัญหา

เมื่อถามว่า จะประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปกัมพูชา (จีบีซี)เมื่อไหร่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่าตามกำหนดการเราต้องประชุมในเดือนมิถุนายน แต่ขณะนี้เราอยากให้จัดการประชุมเร็วขึ้นเพี่อที่จะสามารถพูดจากัน ซึ่งตามกำหนดการในการประชุมจีบีซีครั้งที่ 8 นั้นประเทศกัมพูชาต้องเป็นเจ้าภาพ แต่หากไม่พร้อมเราก็พร้อมจัดที่กรุงเทพฯหรือจัดที่อื่นๆเราก็พร้อมให้ไปที่ไหนเราก็ไป หรือแม้แต่ที่อินโดนิเซีย แต่ต้องเป็นเรื่องของ2ประเทศเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับประเทศที่สาม

ไม่เคยใช้อาวุธเคมีตอบโต้เขมร

เมื่อถามถึงกรณีที่กัมพูชากล่าวหาว่าไทยใช้อาวุธเคมีในการตอบโต้ พล.อ.ประวิตร กล่าวปฏิเสธว่าไม่มี ตนขอยืนยัน และในกองทัพก็ไม่มีอาวุธแบบนี้ใช้ ทั้งนี้ตนได้ให้นโยบายกับทางกองทัพไปว่า อาวุธที่กัมพูชาใช้มาอย่างไรเราก็ตอบโต้ไปอย่างนั้น เราตอบโต้ไปเฉพาะที่หมายทางทหารเท่านั้น เราจะไม่ทำอะไรที่เกินเลยไป

ปธ.อาเซียนยกเลิกการเยือนไทย

วันเดียวกันกระทรวงต่างประเทศได้แจ้งว่า นายมาร์ตี้ นาตาเลกาวา รมว.ต่างประเทศของอินโดนีเซีย ในฐานะประธานอาเซียน ได้เลื่อนกำหนดการเดินทางเยือนกัมพูชา และไทยออกไปอย่างกระทันหันหลังจากก่อนหน้านี้นายมาร์ตีจะหารือทั้งสองประเทศเกี่ยวกับการจัดทำรายละเอียดทีโออาร์ในการส่งผู้สังเกตการณ์จากอินโดนีเซียเข้ามาในพื้นที่มีการปะทะ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งสาเหตุการยกเลิกครั้งนี้อาจเป็นผลมาจากการที่ทหารกัมพูชายังมีการยิงโจมตีฝ่ายไทยต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 จึงต้องการรอให้สถานการณ์ปะทะสงบลงก่อน

ซัดเขมรฯขยายผลสู่นานาชาติ

ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีประธานอาซียนเลื่อนการเดินทางมาเยือนไทยว่า ไม่มีผลกระทบ ประธานอาเซียนคงกังวลเรื่องที่เกิดขึ้น แต่วันที่ 28 เมษายนจะได้พบปะกับนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศอยู่แล้ว ส่วนเรื่องการปะทะที่เกิดขึ้นยืนยันว่าไทยไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มก่อน ซึ่งตรวจสอบได้ และไทยก็พร้อมจะชี้แจงกับมิตรประเทศให้เข้าใจ และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นล่าสุดนี้ก็ไม่มีผลที่จะทำให้ไทยยอมรับการส่งผู้สังเกตุการณ์เข้ามาได้

ลั่นถ้ายิงมาต้องเจอตอบโต้คืนแน่

"ต้องบอกกัมพูชาไม่มีประโยชน์ในการโจมตี เพราะยิงมาก็ต้องถูกตอบโต้ไป เราต้องปกป้องอธิปไตยของเรา แต่ถ้ากัมพูชาหวังทำให้เกิดภาพว่า เป็นปัญหาลุกลามใหญ่โต มันไม่ใช่ แต่เกิดการจากการกระทำของกัมพูชาฝ่ายเดียว ไทยไม่ได้ต้องการให้เกิดปัญหารุนแรงขึ้น แต่ต้องการให้ทุกอย่างกลับสู่สภาวะปกติ"นายอภิสิทธิ์กล่าว และว่ากว่าจะได้พูดคุยกับสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชาคงมีพัฒนาการไปอีก คิดว่าจะเป็นไปในทางที่ดี

กต.ประณามเขมรโจมตีก่อน

วันเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศออกแถลงการณ์ล่าสุด กรณีทหารกัมพูชาโจมตีด้วยอาวุธโดยปราศจากการยั่วยุจากทหารและพลเรือนไทยซ้ำอีกครั้ง เมื่อวันที่ 24 เมษายน ที่ผ่านมาเริ่มตั้งแต่เวลา 03.00 น.จนถึงเวลาประมาณ 15.25 น.ว่า กระทรวงการต่างประเทศยืนยันว่า ฝ่ายไทยไม่เคยเปิดฉากการยิงก่อน ขณะที่ไทยพยามใช้ความอดกลั้นจนถึงที่สุดในการตอบโต้เพื่อปกป้องอธิปไตยพร้อมเรียกร้องให้ฝ่ายกัมพูชาแก้ไขข้อขัดแย้งผ่านการเจรจาโดยสันติภายใต้กลไกทวิภาคี

ยังปิดด่านช่องสะงำศรีสะเกษ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาด้านเขาพระวิหาร อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ยังคงเป็นปกติดี เจ้าหน้าที่ทหารยังคงตั้งด่านผ่านขึ้นลงเขาพระวิหารตามเดิมส่วนชาวบ้านภูมิซรอลและร้านค้าบริเวณสามแยกบ้านภูมิซรอลยังเปิดค้าขายเช่นเดิม ขณะที่บริเวณด่านผ่านแดนถาวรช่องสะงำ อ.ภูสิงค์ ก็ยังคงปิดด่านเข้า-ออก ระหว่างไทยและกัมพูชา

แฉเขมรซุกค.บนเขาพระวิหาร

แหล่งข่าวตามแนวชายแดนไทย - กัมพูชา ด้านเขาพระวิหาร อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบล่าสุดพบว่าฝ่ายกัมพูชาได้นำปืนใหญ่ชนิด ค. 82 ประมาณ 3 กระบอกขึ้นไปตั้งไว้ที่ปราสาทพระวิหาร ซึ่งเป็นปืนรุ่นเก่าสมัยการสู้รบกับเขมรแดงเมื่อหลายสิบปีก่อน โดยใช้ผ้าใบคลุมอำพรางไว้ แต่เชื่อว่าไม่กล้าเปิดฉากปะทะกับฝ่ายไทยที่จุดนี้แน่นอนเนื่องจากเห็นศักยภาพกองทัพไทยเหนือกว่ามาก

จับตาใช้แผนโล่ห์มนุษย์กันปะทะ

แหล่งข่าวยังเผยอีกว่า ก่อนการเกิดเหตุปะทะเมื่อวันที่ 22 เมษายนที่ผ่านมา ทหารกัมพูชาได้ทยอยนำครอบครัวทหารกัมพูชาที่ส่วนใหญ่เป็นเด็กและสตรี เข้ามาอาศัยอยู่ตลอดแนวชายแดนปราสาทเขาพระวิหารใน 7 พื้นที่ คือที่ซำแต ช่องตาเฒ่า และเนิน 400 ตลาดชุมชนเขาพระวิหาร ภูมะเขือ ช่องพระลัย ช่องสะงำ และห้วยตามาเรีย เพื่อใช้เป็นโล่ห์มนุษย์หากมีการปะทะกับฝ่ายไทย


คึกคัก : ตลาดโรงเกลือ จ.สระแก้ว ยังมีสภาพที่คึกคัก โดยชาวกัมพูชาแห่กันเข้ามาซื้ออาหารและเสบียง เพราะเกรงจะมีการปิดด่าน จากเหตุการณ์การสู้รบระหว่างไทย-กัมพูชา เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2554
เขมรห้ามคนข้ามเข้ามาฝั่งไทย

ที่ด่านพรมแดนอรัญประเทศ จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ซึ่งอยู่ตรงข้ามกรุงปอยเปต อ.โอวจโรว จ.บันเตียเมียนเจย กัมพูชา ยังเปิดด่านปกติโดยมีพ่อค้า แม่ค้า และกรรมกรชาวเขมรจำนวนมากแห่เดินทางข้ามด่านฯเข้ามาค้าขายและทำงานรับจ้างในตลาดโรงเกลือ ฝั่งไทยนับหมื่นคน

ร.อ.ชาญ ว่องไวเมธี ผบ.ร้อย ทพ. 1206 ฉก.กรม.ทพ. 12 กกล.บูรพา เผยว่า ได้รับรายงานจากแหล่งข่าวทางทหารในฝั่งปอยเปตของกัมพูชาว่ากองทัพกัมพูชาได้สั่งเจ้าหน้าที่กัมพูชาที่ประจำชายแดนตรงข้าม อ.อรัญประเทศ อ.โคกสูง และ อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว ให้สกัดกั้นและสั่งห้ามไม่ให้ชาวกัมพูชาที่เคยลักลอบเดินทางเข้ามาทำงานรับจ้างในฝั่งไทยแบบไปเช้าเย็นกลับ ข้ามเข้ามารับจ้างในฝั่งไทยอีก โดยหากชาวกัมพูชาฝ่าฝืนให้เจ้าหน้าที่ชายแดนจับกุมตัวได้ทันที

ตั้งโต๊ะบริจาคเงินไปรบทหารไทย

ส่วนที่จุดตรวจปอยเปตของกัมพูชา เจ้าหน้าที่กัมพูชาได้นำตู้รับบริจาคจำนวนหลายตู้มาตั้งเพื่อรับบริจาคเงินจากชาวกัมพูชาเพื่อไปช่วยทหารกัมพูชาสู้กับไทย พร้อมกันนี้สื่อเขมรก็ประโคมข่าวรถถังกำลังวิ่งไปเพื่อสนับสนุนการรบกับไทยที่อ.อุดรมีชัย โดยโจมตีว่าไทยบุกยึดปราสาทตาควายของกัมพูชาและยังยิงอาวุธหนักใส่บ้านเรือนราษฎรกัมพูชาพังเสียหายและเสียชีวิตไปหลายคน

กัมพูชาโหมบุกตีปราสาทตาควาย

ต่อมาเวลา 18.00 น.เกิดการยิงปะทะถี่และรุนแรงขึ้นทั้งอาวุธปืนเล็กและใหญ่หลายชนิด ถือว่าเป็นระลอกด้านปราสาทตาควาย ต.บักได อ.พนมดงรัก คาดว่ากัมพูชาจะบุกตียึดปราสาทตาควาย อย่างที่คาดไว้ ซึ่งกำลังทหารพรานชุดเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 26 กองกำลังสุรนารี และทหารจากกองทัพภาคที่ 2 ได้ยิงตอบโต้อย่าหนักเช่นกัน เพื่อปกป้องอธิปไตยปราสาทตาควาย ซึ่งขณะนี้ยังระดมยิ่งอย่างต่อเนื่อง

ตูมสนั่น!!2ครั้งขยายวงภูมะเขือ

ก่อนหน้านี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณภูมะเขือด้านทิศตะวันตกของเขาพระวิหาร ติดกับบ้านหนองอุดม ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ มีเสียงดังคล้ายกับเสียงปืนใหญ่หรือเสียงระเบิดดังขึ้น 2 ครั้ง ระยะเวลาเสียงดังห่างกันประมาณ 20 นาที โดยเสียงดังอย่างรุนแรงนี้ดังขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. ชาวบ้านภูมิซรอลที่ได้ยินเสียงระเบิดนี้พากันขวัญผวาวิ่งเข้าหลุมหลบภัยกันอย่างโกลาหล แต่เมื่อเวลาผ่านไปชั่วระยะเวลาหนึ่งเมื่อพบว่าไม่มีเสียงดังอะไรเกิดขึ้นอีกชาวบ้านจึงพากันออกมาจากที่หลบภัย

"กษิต"สั่งทบทวนนโยบายทั้งหมด

กระทั่งเวลา 18.45 น. นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ภายหลังเดินทางกลับจากไปเยี่ยมผู้อพยพที่จ.สุรินทร์ถึงกรณีเขมรยังเปิดฉากยิงใส่ไทยว่า แสดงให้เห็นว่ากัมพูชายิงไม่เลิก และไม่ยอมรับข้อเสนอของไทยที่ให้มีการเจรจาสองฝ่ายในทุกระดับ ดังนั้นเราจะต้องพิจารณาทบทวนนโยบายทั้งหมดที่มีต่อกัมพูชาเนื่องจากทนไม่ได้ที่เห็นประชาชน 3 หมื่นคนตามแนวชายแดนจ.สุรินทร์ และบุรีรัมย์ต้องเดือดร้อน

สุดทนเกินวิสัยที่จะเป็นมิตรกันแล้ว

"วันที่26 เม.ย.พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม จะลงพื้นที่ จ.สุรินทร์ และหลังจากเดินทางกลับก็จะมาหารือกันเพื่อทบทวนดำเนินนโยบายด้านความสัมพันธ์กับกัมพูชาว่าจะเป็นแบบไหน เราจะเอาศักดิ์ศรีของประเทศไทยมาเล่นไม่ได้อีกแล้วเพราะเขมรจงใจให้ปะทะกันจนเกินวิสัยที่จะพูดคุยและเป็นมิตรกันแล้ว"นายกษิต กล่าว
 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
บทความที่น่าสนใจ
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com

Warning: include(../../main/globalsitemap.php): failed to open stream: No such file or directory in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194

Warning: include(): Failed opening '../../main/globalsitemap.php' for inclusion (include_path='.:/usr/lib/php:/usr/local/lib/php') in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194