หมวดหมู่
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่มุสลิมไทย โพสต์
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> Muslimthai Focus
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
ฮีโร่เจ้าสมุทร เรือจักรีฯพานักท่องเที่ยวถึงฝั่งสัตหีบเช้านี้

 

ดินถล่มกระบี่อ่วมตายแล้ว 4 สูญหายนับร้อย  สมุยวิกฤติขาดแคลนอาหาร ท่องเที่ยวเจ๊งหมื่นล้านบาท

เมื่อวันที่30 มี.ค.กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัย"สภาวะน้ำท่วมในภาคใต้"ฉบับที่ 17 ระบุว่า  หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมบริเวณจังหวัดพังงา ภูเก็ต และกระบี่ ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้ โดยเฉพาะบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันตก ยังคงมีฝนชุกหนาแน่นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ต่อไปอีก 1-2 วัน จึงขอให้ประชาชนบริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล ยังคงต้องระวังอันตรายจากสภาวะน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากต่อไปอีก ส่วนคลื่นลมในอ่าวไทยและทะเลอันดามันสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเพิ่มความระมัดระวังอันตรายในการเดินเรือ และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้ไว้ด้วย

อนึ่ง ในวันพรุ่งนี้ (31 มี.ค.) บริเวณความกดอากาศสูงที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนเริ่มมีกำลังอ่อนลง แต่ยังคงทำให้ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และกรุงเทพมหานคร มีอากาศเย็นต่อไปอีก 1-2 วัน แต่อุณหภูมิจะเริ่มสูงขึ้นในตอนกลางวัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ อ.ชัยบุรี จ.สุราษฏร์ธานี  เกิดเหตุน้ำป่าไหลเข้าท่วม  ต.ชัยบุรี น้ำได้ไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนอย่างรวดเร็ว การสื่อสารถูกตัดขาดอย่างสิ้นเชิง เบื้องต้นยังไม่มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปช่วยเหลือ  ขณะเดียวกันชาวบ้านได้ร้องขอให้หน่วยงานราชการนำเรือเข้าไปอพยพชาวบ้านเป็นการด่วนด้วย

กระบี่อ่วมดินถล่มทับบ้านเรือน

จากกรณีที่เกิดฝนตกหนักติดต่อกันหลายวันส่งผลให้หลายพื้นที่ในจังหวัดกระบี่ ประสบปัญหาน้ำท่วม  โดยเฉพาะที่บ้านต้นหาร  หมู่ 7 ต.หน้าเขา อ.เขาพนม ดินโคลนถล่มบ้านเรือนประชาชนเสียหายกว่า 10 หลังคาเรือน  ส่วนที่บ้านห้วยน้ำแก้วมีดินโคลนถล่มทับบ้านเรือนประชาชนเสียหายกว่า 20 หลัง   ทับถนนหลายจุด และกระแสน้ำท่วมสะพานทางเข้าหมู่บ้าน ระดับน้ำสูงประมาณ 1-2 เมตร รถยนต์ไม่สามารถผ่านไปมาได้   ต่อมาเมื่อเวลา 12.30 น.เจ้าหน้าที่ องค์การบริหารส่วนตำบลหน้าเขา  ทหารจากกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหาราบที่15   และหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน 411   ได้นำรถบรรทุกทหาร จำนวน 2 คัน   พร้อมเจ้าหน้าที่ประมาณ 40 นาย ฝ่าแกระแสน้ำเข้าไปช่วยอพยพประชาชนออกจากหมู่บ้านประสบเหตุ   ที่คาดว่าจะติดอยู่ ตามบ้านเรือนอีกประมาณ 100-200 คน 

ส่วนที่หมู่ 2 บ้านนาเหนือ  ตำบลเขาดิน   ระดับน้ำยังทรงตัว สูงประมาณ 50-60 ซ.ม.น้ำท่วมบ้านเสียหายประมาณ 40 หลังคา เรือน   เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิประชาสันติสุข ช่วยเหลือออกมาได้ 28  คน  ยังคงติดอยู่ในบ้านอีกประมาณ 7-8  คน ซึ่งขณะนี้กำลัรอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่แต่ ยังขาดอุปกรณ์ การช่วยเหลือเช่น  เรือท้องแบน  และเชือกที่ใช้ดึงคนออกมาจากพื้นที่

จากการสอบถามนางรุ่งทิพย์  รักบำรุง อายุ 41 ปี  ผู้ประสบเหตุเล่าว่า เมื่อช่วงประมาณเวลา 10.00 น.ของวันที่ 29 มี.ค.ขณะที่ฝนกำลังตกหนัก ได้ยินเสียงดังคลื่นๆมาจากยอดเขาพนมเบญจา อยู่ห่างจากบ้านตน ประมาณ 100 เมตร ชั่วพริบตา น้ำจากยอดเขาได้ไหลตะลักมาอย่างรวดเร็ว เหมือนกับน้ำจากลำคลองขนาดมหึมาพัดเอาทุกสิ่งที่ขว้างหน้าหายไปกับสายน้ำ แม้แต่บ้านที่อาศัย เหลือเพียงแต่เสื้อผ้าชุดเดียว โชคดีที่ตนและครอบครัวหนีออกมาได้ทัน พร้อมเพื่อนบ้านอีกจำนวนหนึ่ง  

ดินถล่มดับ  4 ศพสูญหายนับร้อย

ด้านนายประสิทธิ์  โอสถานนท์  ผวจ.กระบี่  กล่าวว่า  จากการที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบในพื้นที่  หมู่  7  บ้านต้นหาร ต.หน้าเขา    พบศพผู้เสียชีวิตแล้ว 4 ศพ  เป็นชาย  3 คน หญิง1 คน   คาดว่ายังติดอยู่ในหมู่บ้านอีกประมาณ 50 คน  และสูญหายประมาณ  100 กว่า คน  ซึ่งจะได้กำชับเจ้าหน้าที่เร่งคนหาโดยเร็วที่สุด แต่ต้องทำไปด้วยความระมัดระวัง เพราะกระแสน้ำที่ไหลบ่ามาจากเข้าพนมยังไหลเชี่ยวกราก

สำหรับพื้นที่จังหวัดกระบี่  ประกาศพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมแล้ว 7 อำเภอ  ประกอบด้วย อำเภอเมือง  อำเภอเขาพนม  อำเภอ เหนือคลอง   อำเภอเกาะลันตา  อำเภออ่าวลึก อำเภอลำทับ และอำเภอคลองท่อม  โดยพื้นที่ที่ประสบภัยหนักที่สุดคือพื้นที่อำเภอเขาพนม  รองลงมาอำเภอเมือง

คลื่นแรงเรือจักรกรีช่วยนักท่องเที่ยวไม่ได้

ด้านผู้สื่อข่าว”เดลินิวส์”ที่เดินทางไปช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี กับเรือรบหลวงจักรกรีนฤเบศ   รายงานว่า ขณะนี้เรือทอดสมอ อยู่ห่างจากเกาะประมาณ 3 ไมล์ทะเล แต่ยังไม่สามารถดำเนินการอะไรได้ เนื่องจากคลื่นลมแรง สูงประมาณ 5 เมตรและฝนตกลงมาอย่างหนัก ขณะที่นักท่องเที่ยวได้ลงชื่อขอเดินทางขึ้นฝั่งพร้อมเรือแล้วกว่า 2 พันคน  ส่วนชาวบ้านที่เกาะพะงันได้แจ้งขอความช่วยเหลือมายังเรือด้วย

ทุ่งใหญ่อ่วมน้ำท่วมสูง 4 เมตร

ที่อ.ทุ่งใหญ่ และอ.ถ้ำพรรณรา จ.นครศรีธรรมราช  น้ำท่วมหนัก ใน  ต.ท่ายาง ต.ทุ่งใหญ่ ต.ทุ่งสัง ต.บางรูป และ ต.ดุสิต อ.ถ้ำพรรณรา บริเวณตลอดริมแม่น้ำตาปี ทั้ง 2 ฝั่ง เดือดร้อนอย่างหนัก น้ำท่วมถึงหลังคาบ้านหลังจากฝนตกหนักลง บางพื้นที่ไม่มีน้ำดื่ม น้ำใช้ ไม่มีไฟฟ้าใช้ หน่วยงานต่างฯเร่งมือช่วยเหลืออย่างเต็มที่ แต่ก็ยังไม่ทั่วถึง บางที่ต้องมาอาศัยกับเพื่อนบ้าน ที่น้ำไม่ท่วม บางที่กางเต้นท์นอนบนถนน ส่วนในเขตเทศบาล ต.ท่ายาง น้ำท่วมสูงถึง 4 เมตร รถไม่สามารถสัญจร ไปมาได้ หน่วยงานต่างฯต้องสั่งปิดทำการทั้งหมด  ขณะเดียวกัน รถขนเงิน ของบริษัท เคซิม จมน้ำเครื่องยนต์ดับอยู่กลางตลาด ทุ่งใหญ่ โดยมีเงินสดอยู่ในรถจำนวนมาก ร.ต.อ.ก่อเกียรติ  ทองนุ่น  สวป.ต้องนำกำลังมารักษาความปลอดภัยจนกว่าน้ำจะลด เพื่อขนถ่ายเงินสด ต่อไป

เครื่องบิน“มาร์ค”เปลี่ยนสนามบินลง

เมื่อเวลา 09.45 น. ที่ ขส.ทบ. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ ได้เดินทางลงพื้นที่ตรวจสภาพน้ำท่วม ทั้งนี้กำหนดการเดิมจะลงเครื่องที่กองบิน 7 จ.สุราษฎร์ธานี  ต้องเปลี่ยนไปลงที่ท่าอากาศยาน จ.ตรังแทน  โดยนายกเปิดเผยว่า ต้องมีการเปลี่ยนเส้นทางการบินเล็กน้อย เพราะสนามบินสุราษฎร์ธานีน้ำท่วม ส่วนเครื่องบินพาณิชย์ได้ให้ไปลงที่สนามบินนานาชาติภูเก็ตแล้ว อย่างไรก็ตามขณะนี้สถานการณ์ค่อนข้างหนัก ปริมาณน้ำฝนมาก ถนนถูฏตัดขาด สิ่งสำคัญขณะนี้ต้องรีบอพยพชาวบ้านไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย  ทั้งนี้ในวันที่พรุ่งนี้จะมีการจัดรายการเพื่อขอรับบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัย

"มาร์ค"ลงใต้ตรวจน้ำท่วม

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ในเวลา 12.00น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ตรวจน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยจะเดินทางไปมอบถุงยังชีพที่ว่าการ อ.ท่าศาลา โรงพยาบาลท่าศาลา จากนั้นจะเดินทางไปที่ ต.แหลมตะลุมพุก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช

ปล่อยคาราวานช่วยน้ำท่วม

ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 07.30 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานปล่อยขบวนคาราวานขนส่งสิ่งของสนับสนุนการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยให้แก่จังหวัดภาคใต้ที่ประสบสถานการณ์อุทกภัย อาทิ เรือท้องแบนพร้อมเครื่องยนต์ 5 เครื่อง เรือพาย เรือยาง สุขาเคลื่อนที่ เครื่องสูบน้ำ ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ชุดยาและเวชภัณฑ์ 1 พันชุด น้ำดื่มสะอาด 6 พันขวดของกระทรวงสาธารณสุข รถครัวสนาม รถประปาสนาม รถส่องสว่างและกู้ภัย ของกระทรวงกลาโหม กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ นอกจากนี้ทางมูลนิธิร่วมกตัญญู และมูลนิธิปอเต็กตึ้ง ก็ได้ให้การสนับสนุนเจ้าหน้าที่ ยานพาหนะ และอุปกรณ์ช่วยเหลือกู้ภัย โดยนายบิณฑ์ บันลือฤทธิ์ นักแสดงชื่อดัง นำคณะนักแสดงเด็กจากภาพยนตร์ “ปัญญาเรณู” มาร่วมปล่อยขบวนคาราวานด้วย

ประชาชนเดือดร้อนนับล้าน

นายสุเทพ กล่าวว่า สถานการณ์อุทกภัยในภาคใต้ครั้งนี้ทำให้ประชาชนเดือดร้อนนับล้านคน ซึ่งเป็นเรื่องที่คนไทยทุกภาคส่วนมีความกังวลใจ และเป็นห่วง อย่างไรก็ตามเท่าที่ตนได้ติดตามสถานการณ์พบว่าขวัญและกำลังใจของประชาชนในพื้นที่ที่ประสบภัยยังดีอยู่มาก โดยเฉพาะการได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ที่ส่งถุงยังชีพพระราชทานไปล่วงหน้าแล้ว อย่างไรก็ตามตนอยากให้อธิบดี ปภ.ได้ประสานขอความร่วมมือจากหน่วยงานอื่น ๆ เพิ่มเติม รวมทั้งภาคเอกชน เพราะลำพังจังหวัดเองอาจจะทำไม่ทันและทำได้ไม่ครบตามความต้องการของประชาชนที่เดือดร้อน

พบพื้นที่ประสบภัย8จังหวัด

ขณะที่นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดี ปภ. กล่าวว่า ขณะนี้มีพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยรวม 8 จังหวัด ได้แก่ นครศรีธรรมราช พัทลุง สุราษฎร์ธานี ตรัง ชุมพร สงขลา กระบี่ และพังงา มีผู้ประสบอุทกภัย 1 ล้านคน หรือประมาณ 3.7 แสนครัวเรือน ซึ่ง ปภ.ได้จัดชุดเผชิญสถานการณ์วิกฤต (ERT) เพื่อปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ และได้ประสานกรมบัญชีกลาง ขยายวงเงินทดรองราชการช่วยเหลือผู้ประสบภัยจาก 50 ล้านบาท เป็น 100 ล้านบาท ให้แก่ 5 จังหวัด คือ นครศรีธรรมราช พังงา สุราษฎร์ธานี ชุมพร และตรัง ซึ่งได้กำชับให้จังหวัดพิจารณาการใช้จ่ายเงินทดรองราชการให้รอบคอบและเป็นไปตามระเบียบกระทรวงการคลัง สำหรับจังหวัดอื่น ๆ หากสถานการณ์รุนแรงและจำเป็นต้องขยายวงเงินรวมถึงขอรับการสนับสนุนด้านอื่น ให้ประสานมายัง ปภ. ต่อไป

พระราชทานสิ่งของช่วยเหยื่อน้ำท่วม   

วันเดียวกัน    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้นายดิสธร  วัชโรทัย ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ และนายประสงค์ วิทูรกิจจา เลขาธิการมูลนิธิฯ นำสิ่งของพระราชทาน แก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมไปแจกจ่ายให้กับราษฎร ที่โรงเรียนวัดสามัคคีนุกูล  หมู่ 2 ต.ไสหร้า อ.ฉวาง และที่ว่าการอำเภอถ้ำพรรณรา จ.นครศรีธรรมราช  รวมจำนวน  2,000 ครอบครัว

ผวาจระเข้โผล่เมืองคอนอื้อ

ที่ชุมชนเทวบุรี บริเวณซอยคลองห้วย หมู่ 8 ต.โพธิ์เสด็จ อ.เมืองนครศรีธรรมราช  ชาวบ้านสามารถจับจระเข้ได้ 1 ตัว ขนาดความยาว 1 เมตร น้ำหนัก 25 กิโลกรัม ซึ่งไม่ใช่จระเข้ของสวนสัตว์เทศบาลนครนครศรีธรรมราช  ที่หลุดออกจากกรงจำนวน 11 ตัว เพราะจระเข้ของสวนสัตว์ทั้งหมดมีขนาดใหญ่  ความยาวกว่า 3 เมตร หนักกว่า 200 กิโลกรัม ในขณะเดียวกันมีประชาชนพบเห็นจระเข้โผล่อยู่ตามแหล่งน้ำและพื้นที่น้ำท่วมขังหลายจุด โดย ที่ ต.ปากพูน  จระเข้ไล่กินเป็ดไก่ของชาวบ้าน จึงเชื่อได้ว่าขณะนี้จระเข้ของผู้ประกอบการฟาร์มจระเข้ต่าง ๆ หลุดออกมาด้วยหลายแห่ง ทำให้ประชาชนต่างหวาดผวาไม่กล้าเดินลุยน้ำท่วมออกไปนอกที่พัก

55สถานบริการสาธารณสุขจมน้ำ


นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.สาธารณสุข  กล่าวว่า ได้รับรายงานจากศูนย์ปฏิบัติการของกระทรวงฯ ว่า ในวันนี้มีสถานบริการสาธารณสุขถูกน้ำท่วมได้รับความเสียหายเพิ่มขึ้นรวม 55 แห่ง ในจังหวัดนครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี พัทลุง และชุมพร ส่วนใหญ่เป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล 48 แห่ง ที่เหลือเป็นอาคารสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด 1 แห่ง โรงพยาบาลชุมชน 4 แห่ง และสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ 2 แห่ง     สำหรับโรงพยาบาลท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ที่ปิดให้บริการเนื่องจากถูกน้ำท่วมอาคารและเครื่องมือแพทย์ได้รับความเสียหายนั้น ขณะนี้สามารถเปิดให้บริการผู้ป่วยนอกได้แล้ว และรับผู้ป่วยในกลับจากโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราชแล้ว 5 ราย

สั่งสำรองยา-ออกซิเจน-น้ำมันเชื้อเพลิง

นายจุรินทร์กล่าวต่อว่า ได้สั่งการให้ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุขที่ดูแล 14 จังหวัดภาคใต้ ติดตามตรวจสอบสถานบริการที่เสี่ยงน้ำท่วม และติดตามความพร้อมสถานบริการทั้ง 4 แผน ได้แก่ แผนป้องกันสถานที่สำคัญ เช่น คลังยา โรงไฟฟ้า แผนสำรองทรัพยากร เช่น ออกซิเจนสำหรับผู้ป่วย น้ำมันเชื้อเพลิง อาหาร ให้พอใช้สำหรับ 10 วัน แผนการส่งต่อผู้ป่วย และแผนปรับระบบการให้บริการหากน้ำท่วมไม่สามารถให้บริการที่โรงพยาบาลได้ รวมทั้งแผนการออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ให้บริการผู้ประสบภัยตามหมู่บ้านและจุดอพยพต่าง ๆ

“ไอซีที”เปิดสายด่วนช่วยเหยื่อน้ำท่วม

 ที่รัฐสภา นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที) กล่าวว่า กระทรวงไอซีทีได้บูรณาการหน่วยงานในสังกัด เปิดศูนย์บริหารข้อมูลช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย พร้อมประสานงานกับหน่วยงานในจังหวัดผ่านเครือข่ายสื่อสารกลางให้เข้าไปช่วยเหลือ ซึ่งประชาชนสามารถแจ้งได้ทางหมายเลขโทรศัพท์ 1111 หรือศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐหมายเลข 0-2141-6588  นอกจากนี้จะตั้งหน่วยเฉพาะกิจสำหรับรับมือภัยพิบัติทุกประเภทเพิ่มเติมด้วย โดยใช้เทคโนโลยีเตือนภัยเข้าช่วยเช่น กูเกิ้ลแมพ ดาวเทียม และขอความร่วมมือจากเครือข่ายนักวิทยุสมัครเล่น เจ้าหน้าที่ในท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่กรมป้องกันสาธารณภัยในพื้นที่ให้ช่วยออกสำรวจความต้องการของผู้ประสบภัย ในส่วนไปรษณีย์ไทยจะมาช่วยในการขนส่งสิ่งของช่วยเหลือส่งไปให้ผู้ประสบภัยโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย 

เร่งกู้ระบบโทรคมนาคมภาคใต้

นายจุติ กล่าวอีกว่า ส่วนระบบโทรคมนาคมในพื้นที่ประสบภัยขณะนี้ โทรศัพท์และอินเตอร์เน็ตของทีโอทีและ กสท.ยังใช้การได้อยู่ ถ้าระบบล่มก็สามารถกู้กลับมาใช้ได้ภายใน 12 ชั่วโมงโดยทีโอทีมีการเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง และได้วางระบบสำรองที่เป็นระบบสื่อสารผ่านดาวเทียมไว้เผื่อกรณีระบบสื่อสารหลักไม่สามารถใช้ได้ อย่างไรก็ดี ความเสียหายต่อระบบโทรคมนาคมขณะนี้ เป็นมูลค่า 2,095,000 บาท มีชุมสายย่อย 109 ชุมสายเสียหาย เคเบิ้ลใยแก้วนำแสงเสียหาย 3 เส้นทาง ซึ่งจะเร่งแก้ไขต่อไป ทั้งนี้ผู้บริหารทีโอทีและกสท.จะไปบัญชาการในพื้นที่ด้วยตัวเอง

สกัดน้ำเขื่อนวังอ้ายว่าวสำเร็จ     

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานได้ระดมกำลังกันนำกระสอบทรายและสิ่งของไปซ่อมแซมรอยแตกของเขื่อนวังอ้ายว่าว ต.นาหลวงเสน อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช จนสามารถสกัดน้ำไม่ให้ไหลเข้าท่วมพื้นที่ ต.ที่วัง ต.กะปาง และเขต อ.รัษฏา จ.ตรัง ได้สำเร็จ ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมขังในเขตเทศบาลเมืองทุ่งสงนั้น ขณะนี้เริ่มคลี่คลายแล้วหลังจากที่ฝนได้หยุดตกตั้งแต่ช่วงกลางดึกที่ผ่านมาแล้ว

หนุ่มเขมรโดดน้ำช่วยเพื่อนแต่ตัวเองดับ
 
วันเดียวกัน  พ.ต.ท.พงษ์ศักดิ์  ชโยฬาร  สวส.สภ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช  ได้รับแจ้งพบศพลอยอยู่ในคลองกระเบียด หมู่ 3  ต.กะเบียด จึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบ พบผู้เสียชีวิตติดเบ็ดตกปลาของชาวบ้าน ทราบต่อมาชื่อนายเถื่อน ไม่ทราบนามสกุล  เป็นคนเขมร สอบสวนทราบว่าผู้ตายทำงานรับจ้างทั่วไป โดยเมื่อวานตอนใกล้ค่ำเพื่อนของผู้ตายพลัดตกน้ำบริเวณหน้าวัดเพ็ญญาติผู้ตายจึงกระโดดลงไปช่วยเพื่อนจนรอดชีวิตแต่ตัวเองจมน้ำหายไป

ฝนยังกระหน่ำเกาะสมุย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เรือเฟอร์รี่ในเส้นทางระหว่างเกาะสมุยกับอำเภอดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี ของทั้งสองบริษัทยังคงงดให้บริการเนื่องจากท้องทะเลมีคลื่นลมแรง ทำให้มีนักท่องเที่ยวติดค้างอยู่บนเกาะหลายร้อนคน ส่วนสภาพทั่วไปบนเกาะสมุยมีฝนตกติดต่อกันเป็นวันที่เจ็ดแล้วและยังไม่มีที่ท่าจะหยุด  โดยนายทวีศักดิ์ อินทร์พรหม ปลัดอาวุโสอำเภอเกาะสมุย รักษาการนายอำเภอเกาะสมุย ได้ตั้งศูนย์อำนวยการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขึ้น ซึ่งได้รับรายงานว่า ถนนสายรอบเกาะสมุยถูกกระแสน้ำที่ไหลลงมาจากภูเขาตัดขาดหลายช่วง ทางลงหาดละไมมีน้ำท่วมสูงรถทุกชนิดไม่สามารถสัญจรได้ บริเวณสามแยกบ่อผุดรถเล็กผ่านได้ลำบาก โค้งวัดพระลานมีกระแสน้ำไหลเชี่ยวลงจากภูเขาตัดผ่านถนน

เกาะสมุยวิกฤติอาหารสดหมด

นายภาณุ วรมิตร ผอ.สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จ.สุราษฎร์ธานี ว่า ขณะนี้เรือรบหลวงจักรกรีนฤเบศ ได้เข้าทำการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่ติดอยู่บริเวณเกาะเต่าแล้ว โดยจะนำไปขึ้นฝั่งที่ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์  ส่วนเรือเฟอร์รี่ ที่ให้บริการระหว่างเกาะสมุยกับอ.ดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี ยังคงงดให้บริการเนื่องจากคลื่นยังคงมีกำลังแรง ส่วนสภาพทั่วไปบนเกาะสมุย ยังคงมีฝนตกติดต่อกันเป็นวันที่ 7 แล้วและยังไม่มีที่ท่าจะหยุด ทำให้ปริมาณน้ำฝนที่ไหลจากภูเขาลงสู่ที่ราบตลอดเวลา  นอกจากนี้ได้รับการแจ้งจากทางห้างเทสโกโลตัสที่มีให้บริการบนเกาะสมุยถึง 3 สาขา ห้างบิ๊กซี สาขาเกาะสมุย และห้างแม๊คโคร สาขาเกาะสมุย ว่าอาหารสดได้หมดจากสต๊อกสินค้าแล้วยังคงมีแต่อาหารแห้งที่ยังสามารถอยู่ได้อีกประมาณ2-3วัน  ในส่วนของตลาดสดแม่ค้าพ่อค้าได้ปิดร้านเนื่องจากไม่มีสินค้าขายเช่นผักสด และเนื้อหมู สร้างความเดือดร้อนให้แก่ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวอย่างมาก
 

ทบ.ส่งชุดช่วยเหลือเคลื่อนที่เร็วช่วยน้ำท่วม

ที่กองบัญชาการกองทัพบก พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. สั่งให้ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพภาคที่ 4 ได้บูรณาการความช่วยเหลือให้ตรงข้ามกับความต้องการของประชาชน พร้อมจัดศูนย์บรรเทาสาธารณภัยย่อยเพิ่มอีก  11 ศูนย์กระจายไปทุกพื้นที่เน้นการอพยพประชาชนไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย และขนย้ายสิ่งของ การแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค รวมถึงชุดแพทย์เคลื่อนที่จากโรงพยาบาลต่างๆในพื้นที่ พร้อมส่งชุดแพทย์จากส่วนกลางลงไปเพิ่มเติม นอกจากนี้ได้ส่งชุดครัวสนาม จากกรมพลาธิการทหารบกลงไปประกอบอาหารให้ผู้ที่เดือดร้อนด้วย

พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ขณะนี้ได้ส่งชุดบรรเทาสาธารณภัยเคลื่อนที่เร็ว ซึ่งประกอบด้วย เรือเจ๊ทสกี รถสะเทือนน้ำสะเทินบก  เรือท้องแบนอีก 60 ลำเข้าไปช่วยเหลือในพื้นที่ที่พาหนะเข้าไปไม่ถึง พร้อมเจ้าหน้าที่ทหารจากกองทัพภาคที่ 4 อีก 2,000 นาย  ทั้งนี้ ผบ.ทบ.ได้สั่งให้เร่งระดมจัดทำถุงยังชีพ 10,000 ถุงเพื่อนำไปแจกจ่ายประชาชนที่เดือดร้อน ซึ่งกองทัพภาคที่ 4 มีอยู่จำนวน 10,000 ถุงโดยกองทัพภาคที่ 4 ตั้งเป้าจะบรรจุถุงยังชีพอีก 50,000 ถุงภายใน 2 วัน หากไม่เพียงพอจะเร่งบรรจุให้ถึง 100,000 ถุงโดยเน้นอาหารแห้ง ไฟฉาย วิทยุทรานซิสเตอร์ เพื่อรับฟังข่าวสารในการรับฟังข้อมูลจากทางราชการในการช่วยเหลือ  น้ำดื่ม ผ้าพลาสติก ผ้าเช็คตัว   ทั้งนี้ กองทัพบกเปิดรับบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่หน่วยทหารต่างๆ อาทิ กองบัญชาการกองทัพบก  กองทัพภาคที่ 1 หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ (นปอ.) กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2 รอ.)

“พงศ์พัฒน์”ส่งตำรวจน้ำช่วยชาวใต้  

ที่กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง   พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์   ฉายาพันธุ์  ผบช.ก.  และพล.ต.ต.ชวลิต  แสวงพืชน์  ผบก.รน. พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รอง ผบก.รน. ปล่อยแถวตำรวจชุดปฏิบัติการใต้น้ำ  กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจน้ำ  จำนวน 2 ชุดปฏิบัติการ  มีกำลังพลทั้งสิ้น 12 นาย  เรือยาง 2 ลำ  พร้อมอุปกรณ์ในการปฏิบัติงาน  เดินทางไปช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่ประสบปัญหาดังกล่าว 

พล.ต.ต.ชวลิต กล่าวว่าทางภาคใต้มีฝนตกชุกหนาแน่นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่  และเกิดอุทกภัยมีสภาวะน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากที่จะเกิดขึ้น  โดยเฉพาะบริเวณ  จ.ชุมพร  ระนอง  ภูเก็ต  พังงา  สุราษฎร์ธานี  นครศรีธรรมราช  พัทลุง  ตรัง  และสตูล  ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่รับผิดชอบของ กองกำกับการ 6 – 9 กองบังคับการตำรวจน้ำ  จัดเตรียมกำลังทางเรือ  จำนวนทั้งสิ้น  62  ลำ  (เรือตรวจการณ์ขนาด 80 ฟุต จำนวน 4 ลำ, ขนาด 60 ฟุต จำนวน 5  ลำ, ขนาด 50 ฟุต จำนวน 19 ลำ, ขนาด 40 ฟุต จำนวน 4 ลำ, ขนาด 30 ฟุต จำนวน 6 ลำ, เรือ รน. จำนวน 21 ลำ และเรือเพลายาว จำนวน 3 ลำ)  กำลังพลประมาณ  300 นาย  เข้าทำการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบปัญหาผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่รับผิดชอบของตนในเบื้องต้นแล้ว

ฝนไม่หยุดท่องเที่ยวเจ๊งทะลุหมื่นล้าน

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงการประเมินความเสียหายจากปัญหาน้ำท่วมใหญ่ภาคใต้ต่อเศรษฐกิจว่า ขณะนี้ได้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สิน พืชผลการเกษตร การค้า และการท่องเที่ยวรวมกว่า 5-7 พันล้านบาท และหากยังเกิดฝนตกหนัก น้ำท่วมต่อเนื่องจนถึงสัปดาห์หน้า จะส่งผลต่อจิตวิทยานักท่องเที่ยวยกเลิกการเดินทางมาท่องเที่ยวช่วงเทศกาลสงกรานต์ได้ ซึ่งจะทำให้ความเสียหายขยายวงเพิ่มถึง 10,000 -15,000 ล้านบาท และมีผลกระทบต่อจีดีพี 0.1%
สำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้นขณะนี้  ประกอบด้วย ความเสียหายต่อทรัพย์สินราชการและอาคาร 1,000-2,000 ล้านบาท ความเสียหายต่อปศุสัตว์และสินค้าเกษตร โดยเฉพาะกุ้ง ปาล์ม ข้าวนาปรัง 1,000-2,000 ล้านบาท การท่องเที่ยว การค้า และบริการ อีก 3,000-5,000 ล้านบาท แต่หากปัญหาน้ำท่วมไม่คลี่คลายการท่องเที่ยว มีโอกาสเสียหายเกิน 10,000 ล้านบาท เพราะปกติช่วงสงกรานต์จะมีเงินสะพัด 90,000 ล้านบาท โดยในจำนวนนี้เป็นส่วนของการท่องเที่ยว 20,000-30,000 ล้านบาท 

อ.ฉวางน้ำท่วมมิดหัวไร้คนเหลียวแล
     
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ตลาดฉวาง อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นชุมชนขนาดใหญ่และย่านการค้ารวมทั้งเป็นที่ตั้งของส่วนราชการทุกหน่วยงาน ถูกน้ำป่าและน้ำในอ่างเก็บน้ำคลองดินแดง อ่างเก็บน้ำกะทูนที่ล้นออกมาเข้าท่วมในบริเวณดังกล่าวสูงถึง 2 เมตร ขณะที่ตำรวจ สภ.ฉวาง ร้องขอความช่วยเหลือผ่านผู้สื่อข่าวว่าเวลานี้ยังไม่มีหน่วยงานจากจังหวัดมาให้การช่วยเหลือชาวบ้านเลย ด้าน พ.ต.อ.สมชาย บุญครบ  ผกก.  เปิดเผยว่า ตำรวจที่โรงพักติดน้ำอยู่เป็นเวลา  3-4 วันแล้วไม่สามารถจะออกไปไหนได้ลำพังตำรวจเดือดร้อนยังไม่เป็นไรเท่าไหร่เพราะยังพอทนได้ แต่ชาวบ้านในทุกตำบลของฉวางที่ได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วมหนักกว่า ที่สำคัญขณะนี้ฝนยังตกไม่หยุดคาดว่าระดับน้ำจะสูงขึ้นอีก

                                                                       
นักท่องเที่ยวเกาะหลีเป๊ะหนีพายุกลับเข้าฝั่ง 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณท่าเทียบเรือปากบารา หมู่ 2 ต.ปากน้ำ อ.ละงู จ.สตูล มีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศที่เดินทางไปพักผ่อนที่เกาะหลีเป๊ะ เกาะอาดัง และอุทยานเกาะตะรุเตา หมู่ 7 ต. เกาะสาหร่าย อ.เมือง และ เกาะบูโหลน หมู่ 3 ต.ปากน้ำ อ.ละงู ได้เดินทางกลับเข้าฝั่งที่บริเวณท่าเทียบเรือปากบารากันอย่างคึกคัก  ภายหลังจากที่สภาพอากาศมืดครึ้มไปด้วยฝน คลื่นลมในทะเลอันดามันสูงถึง 2 เมตร ทำให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวนำเรือสปีคโบ๊ตแบบ 5 เครื่องยนต์ บรรทุกผู้โดยสารได้ 84 คน แล่นฝ่าคลื่นส่งนักท่องเที่ยวระหว่างเกาะแก่งต่างๆกับท่าเทียบเรือปากบารารวม 3 เที่ยวอย่างปลอดภัย ส่วนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่มีโปรแกรมเดินทางลงไปเกาะแก่งในทะเลอันดามันด้านจังหวัดสตูลต่างยกเลิกการเดินทางเพราะเกรงว่าจะไม่ปลอดภัยและไม่มั่นใจสภาพอากาศ

นางเอกดังฝ่าคลื่นเข้าฝั่ง

ส่วน อ.เกาะสมุย สายการบินบางกอกแอร์เวย์ มีนักท่องเที่ยวนับพันคน แห่ไปสำรองที่นั่งรอขึ้นเข้ากรุงเทพฯ หลังสภาพอากาศเริ่มเปิด ขณะที่บริเวณหน้าอ่าวหน้าทอน ต.อ่างทอง มีเรือหลวงสุโขทัย มาจอดรอรับนักท่องเที่ยวตกค้างกลับ แต่มีคลื่นจัดเรือเล็กเข้าเทียบลำบาก ที่ ต.เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน เมื่อเวลา 12.00 น. บริษัทเรือเร็วลมพระยา จำกัด นำเรือท้องสลาและเรือแม่น้ำ 2 ลำ เข้าเทียบท่าเรือแม่หาด รับนักท่องเที่ยวที่ตกค้างมาตั้งแต่วันที่ 27 มี.ค. ชุดแรก 500 คนไปส่งขึ้นฝั่ง จ.ชุมพร ซึ่งมีนางเอกสาวชื่อดัง อ้อม-พิยะดา จุฑารัตนกุล กับ ศรา จุฑารัตนกุล สามี และ "ป้อง" ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์ นักแสดงช่อง 7 สี ขึ้นเรือเดินทางฝ่าคลื่นสูง 2-3 เมตร กลับมาด้วย โดยมาต่อรถบัสปรับอากาศกลับกรุงเทพฯ  น.ส.รำลึก อัศวชิน ผู้จัดการแบนไดร์วิ่งรีสอร์ท เกาะเต่า กล่าวว่า เรือหลวงจักรนฤเบศที่มาถึงตั้งแต่เช้าจอดทอดสมออยู่ทางทิศใต้ของเกาะยังเข้ารับนักท่องเที่ยวตกค้างไม่ได้ เนื่องจากเรือลูกเข้าเทียบยากลำบากจากสภาพมีคลื่นพัดกระแทกเรืออยู่ตลอด

เรือหลวงฯอพยพ500คน

ต่อมาสภาพอากาศเริ่มดีขึ้น นาวาเอก สุวิน แจ้งยอดสุข ผู้บังคับการเรือหลวงจักรีนฤเบศร ได้สั่งการให้กำลังพล อพยพนักท่องเที่ยวบนเกาะเต่า โดยเฮลิคอปเตอร์ เบลล์ 212  จำนวน 2 ลำ เฮลิคอปเตอร์ ซี-ฮอร์ค  2 ลำ บินไปลงจอดบริเวณสนามฟุตบอลหน้าที่ว่าการอำเภอเกาะพงัน พร้อมส่งเรือยางติดเครื่องท้าย 2 ลำ และเรือระบายพลขนาดกลาง  LCVP  ที่ขนย้ายผู้อพยพได้เที่ยวละ 40 -50 คน  รับเฉพาะผู้ชายและผู้หญิงสาวที่แข็งแรง เพราะต้องปีนขึ้นด้วยบันไดลิง สูง 9 เมตร ส่วนคนพิการ เด็ก คนป่วย และคนสูงอายุ ให้มากลับเฮลิคอปเตอร์ได้เที่ยวละ 8 คน ปฏิบัติจนถึงเวลา 17.00 น. ก่อนจะนำเรือมุ่งหน้าไป อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่ออพยพคนและนักท่องเที่ยวกลับขึ้นฝั่ง ก่อนย้อนกลับอพยพผู้คนจนหมด เบื้องต้นอพยพได้แล้ว 500 คน ในจำนวนนี้มี นางเอกสาว “โอ๋-เพชรลดา เทียมเพ็ชร” กับ ''ทราย-เบญทราย กียปัจจ์'' '' พิธีกรรายการลูกทุ่งชื่อดัง ''ชุมทางเสียงทอง'' ทางช่อง 7 สี ด้วย และยังมีตกค้างอีก 1 พันคน 
 

ขยายวงเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย
 
ที่กระทรวงการคลัง นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า กรมบัญชีกลางได้อนุมัติให้ขยายวงเงินทดรองราชการในอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัดที่ประสบภัยพิบัติ ได้แก่ จ.นครศรีธรรมราช พัทลุง สุราษฎร์ธานี ชุมพร และตรัง อีก 50 ล้านบาท รวมเป็นจังหวัดละ100 ล้านบาท จากที่เคยให้งบประมาณไปแล้ว 50 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย 5 จังหวัดภาคใต้ ตามนโยบายของนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง
กรมบัญชีกลาง ได้โอนเงินจำนวนดังกล่าว ให้แก่จังหวัดที่ประสบภัยพิบัติทั้ง 5 จังหวัด ตั้งแต่วันที่ 29 มี.ค. ที่ผ่านมาแล้ว โดยได้ให้สำนักงานคลังจังหวัดในพื้นที่ประสบภัยพิบัติ เป็นผู้ประสานงานกับผู้ว่าราชการจังหวัด เรื่องการเบิกจ่ายเงินเพื่อให้ทันต่อสถานการณ์ในการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนในเขตพื้นที่ดังกล่าวแล้ว
“ทั้งนี้ หลังจากได้รับนโยบายจากรมว.คลัง เกี่ยวกับเรื่องการเกิดอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ ทำให้เกิดความเดือดร้อนเสียหายแก่ประชาชนอย่างกว้างขว้าง ซึ่งจำเป็นต้องให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน จึงได้ขยายวงเงินดังกล่าว เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ผู้ประสบภัย พร้อมทั้งให้จังหวัดช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนได้อย่างรวดเร็ว ทันต่อสถานการณ์”

คชอ.เตือน10จว.ใต้ยังไม่พ้นอันตราย
     
ที่ทำเนียบรัฐบาล  นายวิทเยนทร์ มุตตามุระ รองผู้อำนวยการศูนย์ประสานการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย (ศชอ.) แถลงว่า สภาพอากาศ หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง ยังคงปกคลุมบริเวณชายฝั่งจ.กระบี่ ซึ่งทำให้ภาคใต้มีฝนชุกหนาแน่นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ โดยในภาคใต้ฝั่งตะวันออก เริ่มจะมีปริมาณฝนลดลง จึงขอให้ประชาชนโดยเฉพาะบริเวณ จ.ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล ยังคงต้องระวังอันตรายจากสภาวะ น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากต่อไปอีกในระยะนี้ ส่วนคลื่นลมในอ่าวไทย และทะเลอันดามันสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเพิ่มความระมัดระวังอันตรายในการเดินเรือ และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระยะ 1 - 2 วันนี้ไว้ด้วย สำหรับบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานคร และ ภาคตะวันออกมีอากาศหนาวเย็นโดยทั่วไป และมีลมแรง
         
“มาร์ค”สั่งทหารค้นหาผู้สูญหาย

นายวิทเยนทร์ กล่าวต่อว่า สำหรับพื้นที่จ.ชุมพร ระนอง ภูเก็ต พังงา สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ตรัง กระบี่ และสตูล ขอให้เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก ปริมาณน้ำฝน มีบริเวณที่มีฝนสะสมมากใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา โดยมีน้ำป่าไหลหลากจากที่ลาดเชิงเขาเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำในหลายพื้นที่ ซึ่งได้แก่ นครศรีธรรมราช พังงา ตรัง และสุราษฎร์ธานี ทั้งนี้มีรายงานล่าสุดแจ้งว่าเกิดเหตุดินโคลนถล่มที่จ.กระบี่ เพราะน้ำป่าไหลหลากลงมาจากเขาพนม ซึ่งพบผู้เสียชีวิตแล้ว 4 ราย และยังมีผู้สูญหาย ดังนั้น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดูแลอย่างใกล้ชิด รวมถึงสั่งการให้กองทัพเรือและกองทัพบก ระดมให้ความช่วยเหลือและค้นหาผู้สูญหาย อีกทั้งยังกำชับให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย แจ้งทุกจังหวัดให้อพยพประชาชนที่อยู่ในที่ราบเชิงเขา ซึ่งเสี่ยงต่อน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่ม ออกจากพื้นที่ทั้งหมด
   
7อ่างเก็บน้ำปริมาณเกินพิกัด

รอง ผอ.ศชอ. กล่าวว่า ส่วนสถานการณ์อุทกภัยในภาคใต้ ตั้งแต่วันที่ 23 มี.ค.ที่ผ่านมา มีพื้นที่ประสบปัญหาน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำล้นตลิ่ง 8 จังหวัด 80 อำเภอ 536 ตำบล 3,464 ทั้งนี้ มีหมู่บ้านที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อน 257,786 ครัวเรือน 716,110 คน ปรับข้อมูลลดลงจากเดิมให้ตรงตามที่จังหวัดได้ตรวจสอบในรายละเอียดแล้ว ได้แก่ จ.นครศรีธรรมราช พัทลุง สุราษฏร์ธานี ตรัง ชุมพร สงขลา กระบี่ และพังงา โดยมีผู้เสียชีวิต 11 ราย ประกอบด้วย ที่จ.นครศรีธรรมราช 7 ราย พัทลุง 1 ราย และสุราษฎร์ธานี 3 ราย ขณะที่ระดับน้ำที่โรงพยาบาลท่าศาลา ลดลงแล้ว และสามารถให้บริการผู้ป่วยโดยตั้งเต็นท์บริการหน้าโรงพยาบาลฯ  ด้านสถานการณ์อ่างเก็บน้ำ ขณะนี้มีน้ำล้นอ่างเก็บน้ำ 7 แห่ง ได้แก่ ห้วยน้ำใส คลองกระทูน คลองดินแดง เสม็ดจวน ใน จ.นครศรีธรรมราช  ป่าพะยอม และป่าบอนใน จ.พัทลุง รวมถึงคลองท่างิ้ว ของ จ.ตรัง
   
ทางหลวง8สายใช้การไม่ได้

นายวิทเยนทร์ กล่าวว่า การจราจรยังผ่านไม่ได้หลายเส้นทาง คือ 1.ทางหลวงหมายเลข 4141 หน้าทับ-ทินหงส์ ท้องที่ อ.ท่าศาลา น้ำท่วมสูง 70 ซม. ที่ กม. 0-5 เป็นแห่งๆ ให้ใช้เส้นทางสาย 41 ตอนท่าศาลา-พระพรหม แทน 2. ทางหลวงหมายเลข 4186 โรงเหล็ก - กรุงชิง ท้องที่ อ.นบพิตำ น้ำท่วมสูง 70 ซม.ที่ กม . 1-2 ไม่มีสายทางทดแทน , คอสะพานชำรุดที่ กม .1 ไม่มีสายทางทดแทน , สะพานขาดที่ กม .5 ไม่มีสายทางทดแทน 3. ทางหลวงหมายเลข 4189 ท่าพุทธ - เขาหลวง ท้องที่ อ . นบพิตำ น้ำท่วมสูง 80 ซม. กม . 1-4 เป็นแห่งๆ , ทางขาดที่ กม . 5 ไม่มีสายทางทดแทน
             

รอง ผอ.ศชอ. กล่าวว่า 4. ทางหลวงหมายเลข 4015 ลานสกา-ฉวาง ท้องที่ อ.ช้างกลาง น้ำท่วมสูง 150 ซม. ที่ กม.33-34 ให้ใช้สาย 4230 ตอนนาบอน-ทุ่งสง แทน 5.ทางหลวงหมายเลข 4 ตรัง-เขาพับผ้า ท้องที่ อ.นาโยง น้ำท่วมสูง 35 ซม. ที่ กม.1112-1115 เป็นแห่งๆ ใช้สาย 1424 เลี้ยวซ้าย 6. ทางหลวงหมายเลข 4258 บ้านชา-เดือยพร ท้องที่ อ.ห้วยยอด น้ำท่วมสูง 35 ซม. ที่ กม.12 ให้ใช้สาย 4258 ตอนหนองนา-บ้านชา แทน 7. ทางหลวงหมายเลข 41 ไชยา-พุนพิน ท้องที่ อ.ไชยาน้ำท่วมสูง 40-60 ซม. ที่ กม.131-147 เป็นแห่งๆ ไม่มีสายทางทดแทนและ8. ทางหลวงหมายเลข 4114 สมอทอง-ชายทะเล ท้องที่ อ.ท่าชนะ น้ำท่วมสูง 50 ซม. ที่ กม. 4-5 ไม่มีสายทางทดแทน


มส.เร่งช่วยเหลือพระ-วัดภาคใต้

ที่วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ดร.อำนาจ บัวศิริ ผอ.สำนักเลขานุการมหาเถรสมาคม(มส.) กล่าวภายหลังประชุมมส.ว่า  ขณะนี้พศ.ได้รับรายงานเบื้องต้นจากสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด(พศจ.)นครศรีธรรม สุราษฎร์ธานี และชุมพร เกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วมวัดต่างๆในพื้นที่ โดยในเขต จ.นครศรีธรรมราช พบความเสียหาย รวม 17 อำเภอ  217 วัด ขณะที่ จ.ชุมพร พบความเสียหาย 4 อำเภอ  11 วัด ส่วน จ.สุราษฎร์ธานี พบความเสียหาย รวม 17 อำเภอ 84 วัด  โดยแต่ละแห่งวัดถูกน้ำท่วมสูงมากกว่า 1 เมตร ส่งผลให้พระสงฆ์ไม่สามารถบิณฑบาตได้ ทาง พศจ.จึงได้ขอความช่วยเหลือเกี่ยวกับเครื่องอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะข้าวสารอาหารแห่ง ในเบื้องต้นพศ.ได้ร่วมกับ ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ได้ส่งข้าวสารอาหารแห้ง ไปถวายแด่พระสงฆ์ที่ได้รับความเดือดร้อนแล้ว นอกจากนี้ ที่ประชุมมส.ยังได้เห็นชอบให้ใช้เงินจากกองทุนวัดช่วยวัด บรรเทาความเดือดร้อนของพระสงฆ์ในพื้นที่ภาคใต้ด้วย

ตร.ตรังเฝ้าระวังช่วงน้ำท่วม

พล.ต.ต.สาคร  ทองมุณี  ผบก.ภ.จว.ตรัง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตชด.เจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำกรันตัง เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพเสพติด และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองตรัง รวม 174 นาย ร่วมกันออกตรวจตราเฝ้าระวังภัยและระดมกวาดล้างยาเสพติดในช่วงเกิดเหตุอุทกภัยในพื้นที่ จ.ตรัง สามารถจับกุมผู้ต้องหาทั้งสิ้น  15 ราย พร้อมของกลาง อาวุธปืน ลูกซองสั้นและปืนอัดลมไทยประดิษฐ์  รวม 4 กระบอก เครื่องกระสุนจำนวนหนึ่ง ยาบ้า 10 เม็ด และใบกระท่อม พล.ต.ต. สาคร เปิดเผยว่า  การระดมสนธิกำลังในครั้งนี้เนื่องจากเป็นการเฝ้าระวังตรวจตราให้กับประชาชนในพื้นทีเสี่ยงในช่วงน้ำท่วม  ซึ่งจากการตรวจค้นได้ผู้ต้องและยาเสพติดได้จำนวน15 รายและยาเสพติดจำนวนหนึ่ง ซึ่งจะส่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป

บางกอกแอร์เวย์สขนคนหนีสมุย19เที่ยวบิน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ให้บริการเที่ยวบินกรุงเทพ – สมุย ไปกลับ รวม 38 เที่ยวบิน ตั้งแต่เวลา 0800 – 22.00 น. เที่ยวบินสุดท้ายที่จะออกจากสมุยวันนี้ คือ PG962 และ PG5172 เวลา 22.00 น. คาดว่าจะสามารถขนผู้โดยสารออกมาจากเกาะสมุย ได้ประมาณ 2,000 คน สำหรับผู้โดยสารที่ต้องการติดต่อเพื่อเปลี่ยนเที่ยวบิน หรือสอบถามข้อมูล สามารถติดต่อที่ โทร. 02 265 8777 หรือ สามารถติดตามข้อมูลอัพเดทได้ในทวิตเตอร์ @bangkok_airways หรือเว็บไซต์ www.bangkokair.com

ส่งเฮลิคอปเตอร์รับ3ผู้ป่วยหนัก

นายจุรินทร์  ลักษณวิศิษฎ์ รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ได้รับรายงานจากรพ.เกาะพงัน จ.สุราษฎร์ธานี ว่ามีผู้ป่วยหนัก 3 ราย ต้องส่งรักษาที่ รพ.ขนาดใหญ่  ประกอบด้วย คนไข้ชาย อายุ 40 ปี เป็นโรคหัวใจล้มเหลว  รายที่ 2 เป็นหญิงแท้งลูกและเสียเลือดมาก และรายที่ 3 เป็นชาย กระดูกสันหลังหักจากเหตุรถจักรยานยนต์ชนกัน ต้องส่งรักษาต่อด่วน เนื่องจากไม่สามารถส่งทางเรือได้  สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติได้ประสานเฮลิคอปเตอร์พยาบาลจาก รพ.กรุงเทพ ลงไปรับผู้ป่วยดังกล่าว จากรพ.เกาะพงันช่วงบ่ายวันนี้  โดย 2 รายส่งรักษาต่อที่ รพ.เกาะสมุย และอีก 1 รายคือชายกระดูกสันหลังหัก  ส่งที่ รพ.สุราษฎร์ธานี ทุกรายปลอดภัย 
นอกจากนี้ได้ประสานขอเรือจากมูลนิธิสว่างจากจ.ประจวบคีรีขันธ์และจังหวัดใกล้เคียง จำนวนกว่า 20 ลำ กระจายลงไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี  แต่การเดินทางไปช่วยเหลือเป็นไปด้วยความยากลำบาก  เนื่องจากฝนตกหนักตลอดเวลา  สำหรับกรณีดินถล่มที่เขาพนม จ.กระบี่  ได้ส่งแพทย์หน่วยสนามจาก รพ.วชิระภูเก็ต ลงไปช่วยตั้งแต่ช่วงเที่ยงแล้ว 

น้ำป่าทะลักท่วมถนนสตูล  

นายโกศล กาญจโนภาส ผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวงชนบทจังหวัดสตูลพร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่นำเครื่องหมายป้ายสิ่งกีดขวางไปปิดกั้นบนทางหลวงชนบทสายที่ สต.3007 เส้นทางเข้าไปบ้านเขาขาว อ.ละงู และถนนสายที่ สต.3014 บ้านหัวสะพาน ต.นิคมพัฒนา  อ.มะนัง ภายหลังฝนตกหนักติดต่อกัน 3 วันเป็นเหตุให้น้ำป่าบนเทือกเขาบรรทัดทะลักไหลลงมาในลำคลองละงูเอ่อนองเข้าท่วมถนนสายดังกล่าวสูงกว่า 2 เมตร  

กทม.เปิดศูนย์รับบริจาคช่วยชาวใต้

นายเจริญรัตน์  ชูติกาญจน์ ปลัดกรุงเทพมหานคร (กทม.)เปิดเผยว่า กทม.ได้จัดตั้งศูนย์รับบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ขึ้น ที่ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) และที่สำนักงานเขตทุกแห่ง เพื่อบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของผู้ประสบภัย โดยรับบริจาคเงินช่วยเหลือผ่านบัญชีออมทรัพย์ ธนาคารกรุงไทย สาขาถนนข้าวสาร ชื่อบัญชี “กองทุน กทม. ช่วยผู้ประสบภัย” เลขที่บัญชี 027 – 0 -17081 – 2 หากประสงค์บริจาคเป็นสิ่งของเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย สามารถบริจาคได้ที่ศูนย์รับบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) และสำนักงานเขตทุกแห่ง ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โทร. 0 2272 2162

 ปรับแผนเรือจักรีฯเทียบท่าสัตหีบ

ล่าสุดผู้สื่อข่าวรายงานว่า เรือหลวงจักรีนฤเบศร ได้เดินทางมาถึง อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่ออพยพคนและนักท่องเที่ยวกลับขึ้นฝั่งแล้ว แต่ปรากฏว่าท้องทะเลมีคลื่นลมแรงไม่สามารถนำเรือเข้าเทียบท่าได้ จึงต้องเปลี่ยนแผนแล่นเรือออกทะเลมุ่งหน้าไปส่งนักท่องเที่ยวขึ้นฝั่งที่ท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยคาดว่าต้องใช้เวลาเดินทางประมาณ 12 ชม.
                                       
อุตุฯประกาศเตือนภัยน้ำท่วมภาคใต้ฉบับ18
กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเตือนภัย"สภาวะน้ำท่วมในภาคใต้" ฉบับที่ 18 ลงวันที่ 30 มี.ค. 2554 ระบุว่า  หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่ปกคลุมบริเวณจังหวัดพังงา ภูเก็ต และกระบี่ เริ่มมีกำลังอ่อนลง แต่ยังคงทำให้ภาคใต้มีฝนชุกหนาแน่นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ต่อไปอีก 1-2 วัน จึงขอให้ประชาชนบริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล ยังคงต้องระวังอันตรายจากสภาวะน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากต่อไปอีก ส่วนคลื่นลมในอ่าวไทยและทะเลอันดามันสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเพิ่มความระมัดระวังอันตรายในการเดินเรือ และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้ไว้ด้วย
อนึ่ง ในวันพรุ่งนี้ (31 มี.ค.) บริเวณความกดอากาศสูงที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนเริ่มมีกำลังอ่อนลง แต่ยังคงทำให้ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และกรุงเทพมหานคร มีอากาศเย็นต่อไปอีก 1-2 วัน แต่อุณหภูมิจะเริ่มสูงขึ้นในตอนกลางวัน


 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
บทความที่น่าสนใจ
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com

Warning: include(../../main/globalsitemap.php): failed to open stream: No such file or directory in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194

Warning: include(): Failed opening '../../main/globalsitemap.php' for inclusion (include_path='.:/usr/lib/php:/usr/local/lib/php') in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194