หมวดหมู่
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่มุสลิมไทย โพสต์
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> Muslimthai Focus
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
น้ำท่วมกระบี่ ข่าวเขื่อนแตก ใต้อ่วม ฝนตกไม่หยุด ดินถล่ม

น้ำท่วมกระบี่
น้ำท่วมกระบี่

น้ำท่วมกระบี่
น้ำท่วมกระบี่

น้ำท่วมกระบี่
น้ำท่วมกระบี่

น้ำท่วมกระบี่
น้ำท่วมกระบี่

          นํ้าท่วมกระบี่ หลังฝนตกหนักติดต่อกันนาน 2 วัน หลายพื้นที่ถูกน้ำท่วมขัง ถนนหลายเส้นทางถูกตัดขาด รถทุกชนิดไม่สามารถผ่านไปมาได้  ขณะที่เกิดดินถล่มที่หมู่บ้านอิสลาม อำเภอเขาพนม ชาวบ้านติด 200-300 คน เสียชีวิตอีก 4 คน


          หลังจากที่ฝนตกหนักติดต่อกันตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม ล่าสุดวันนี้ (30 มีนาคม) นํ้ายังคงท่วมจังหวัดกระบี่ในหลายพื้นที่ โดยที่อำเภอเมืองกระบี่ น้ำท่วมตามถนนในเขตเทศบาล ซึ่ง ถนนอุตรกิต ถนนวัชระ และถนนมหาราช บางช่วงรถเล็กไม่สามารถผ่านไปมาได้ ขณะที่ถนนสายเพชรเกษม ตำบลกระบี่น้อย รถวิ่งได้เลนเดียว

          ทางด้าน ศูนย์ปลอดภัยคมนาคมกระบี่/ชมรมเออาร์รักกระบี่ เผยริมฝั่งคลองปกาสัย อำเภอเหนือคลอง  น้ำเอ่อล้นจากเขาพนมเบญจา และกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ  คาดว่าน่าจะหนักกว่าเมื่อคืน แจ้งอพยพประชาชนด่วน!        

          ขณะที่ สถานการณ์น้ำท่วมอำเภอเขาพนม เกิดดินถล่มมีชาวบ้านเสียชีวิตแล้ว 4 รายโดยศูนย์นเรนทร จ.กระบี่ รายงานว่า เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 29 มีนาคม ที่บริเวณหมู่บ้านห้วยแก้ว หมู่ 7 ตำบลหน้าเขา อำเภอเขาพนม ซึ่งเป็นชุมชนของชาวอิสลาม ได้เกิดเหตุดินโคลนถล่ม ทำให้มีประชาชนติดค้างอยู่ในบริเวณดังกล่าว ประมาณ 200-300 คน และเบื้องต้นมีผู้เสียชีวิต 4 ราย ซึ่งการช่วยเหลือเป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากดินสไลด์มาปิดทาง ทำให้รถไม่สามารถเข้าไปในพื้นที่ได้ 

          อย่างไรก็ตาม ล่าสุด เจ้าหน้าที่สามารถเข้าไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ออกมาได้แล้ว 5 ราย ด้าน ผู้ว่าฯ กระบี่ ตั้งศูนย์ช่วยเหลือชาวบ้านใน 3 ตำบล และจนถึงขณะนี้การติดต่อสื่อสารถูกตัดขาด ไฟฟ้าดับ น้ำประปาไม่ไหล และต้องผวาโคลนถล่ม! การช่วยเหลือเป็นไปอย่างยากลำบาก

          
ขณะที่
 หมู่ 7, หมู่ 10, บ้านคลองแห้ง, บ้านหน้าเขา เขาพนม กระบี่ น่าห่วง ทีมช่วยเหลือ ไม่สามารถเข้าพื้นที่ได้ น้ำป่าไหลซ้ำลงมาอีกระลอก และขณะนี้ภูเขาสั่นไหว หวั่นถล่มซ้ำ ทีมช่วยเหลือถอยชั่วคราว ยังเข้าพื้นที่ไม่ได้ ขณะเดียวกัน ทางการได้แจ้งเตือนประชาชน ที่อยู่ริมเขาพนมเบญจา จ.กระบี่ ขอให้อพยพออกห่างจากลำน้ำลำคลอง เพราะปริมาณน้ำจากเขาพนมเบญจาไหลแรงมาก

          ด้าน นายสมาน แสงสอาด รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ระบุยืนยันว่าจุดที่เกิดเหตุ เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ (29 มีนาคม) โดยขณะนี้ทางจังหวัด สนธิกำลังร่วมกับทหารอยู่ระหว่างเข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวแล้ว

 

ใต้อ่วม เขื่อนแตก ฝนตกไม่หยุด ดินถล่ม

 
 

5จังหวัดใต้อ่วม เขื่อนวังอ้ายว่าวแตก น้ำทะลักเข้าท่วม ชาวบ้านหนีตายชุลมุน ตร.-ทหารเร่งออกเรือช่วยราษฎร

พระราชทานถุงยังชีพช่วยราษฎร


สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พลอากาศตรีจักรพงษ์ หอมไกรลาส กรมวังผู้ใหญ่ กองงานพระวรชายาฯ เป็นผู้แทนพระองค์ นำถุงยังชีพพระราชทาน จำนวน 1,000 ถุง ไปมอบให้แก่ราษฎรผู้ประสบอุทกภัย ณ องค์การบริหารส่วนตำบลเกาะทวด อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ต่อจากนั้น ผู้แทนพระองค์เดินทางไปมอบถุงยังชีพพระราชทาน จำนวน 1,000 ถุง ไปมอบให้แก่ราษฎรที่ประสบอุทกภัย ณ โรงเรียนพนังตุง อ.ควนขนุน จ.พัทลุง โดยจัดให้มีหน่วยแพทย์เคลื่อนที่พระราชทานในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามกุฎราชกุมาร มาตรวจรักษาผู้ประสบภัยพิบัติที่มีอาการเจ็บป่วย

ฝนถล่ม-น้ำท่วมหนักตายแล้ว 8 ราย

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะ ประธานคณะอำนวยการกำกับและติดตามการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย( คชอ.) แถลงว่า ขณะนี้มีการประกาศภัยพิบัติ 7 จังหวัดได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง ตรัง สงขลา และกระบี่ สถานการณ์ฝนตกอย่างต่อเนื่อง โดยกรมอุตุนิยมวิทยารายงานให้ที่ประชุมทราบว่า สถานการณ์ฝนตกต่อเนื่องลักษณะนี้จะเป็นไปอีกอย่างน้อย 5 วัน ทำให้รัฐบาลกังวลว่า สถานการณ์จะรุนแรงกว่าปลายปี 2553 และขณะนี้ถือว่า บางพื้นที่สถานการณ์หนักกว่าปี 2553 แล้ว โดยเทียบเคียงได้กับปี 2531 น้ำท่วมครั้งนี้ถือเป็นครั้งประวัติศาสตร์ เพราะในเดือนมี.ค.ไม่เคยมีน้ำท่วมหนักขนาดนี้มาก่อน ล่าสุดได้สั่งการอพยพคนออกจากบริเวณแหลมตะลุมพุก จ.นครศรีธรรมราชแล้ว เนื่องจากคลื่นลมค่อนข้างแรง และจนถึงขณะนี้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 8 คน 

อย่างไรก็ตามคชอ.กำชับให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแยกแยะการให้ความช่วยเหลือ ประชาชนเป็นรายกลุ่มคือ 1.พื้นที่เสี่ยงภัยดินถล่ม และเคยมีปัญหาดินถล่มมาแล้ว ให้อพยพประชาชนมาอยู่ในที่ปลอดภัย โดยไม่ต้องรอดูสถานการณ์ 2.กลุ่มประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ลุ่ม น้ำท่วมถึง แต่ละจังหวัดต้องประเมินว่า ปริมาณน้ำท่วมจะมากกว่าปี 2553 หรือไม่ จึงค่อยเคลื่อนย้ายอพยพสิ่งของออกจากพื้นที่ 3.นักท่องเที่ยวบริเวณอ่าวไทย และฝั่งอันดามัน ก็เตือนไม่ให้ออกไปท่องเที่ยวตามเกาะต่างๆ เนื่องจากสภาพทะเลมีปัญหาทั้งสองฝั่ง 
  
  
คอช.เยียวยาเหยื่อน้ำท่วมใต้ 5 พัน


นายสาทิตย์กล่าวว่า รัฐบาลได้เตรียมการช่วยเหลือเยียวยาโดยกำชับให้ ผู้ว่าฯใช้เงินทดรองราชการแต่ละจังหวัด หากไม่เพียงพอก็ทำเรื่องขอขยายวงเงินมายังรัฐบาล แต่ขณะนี้ยังไม่มีจังหวัดใดทำเรื่องขอขยายวงเงิน และวันที่ 30 มี.ค.กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)จะส่งอุปกรณ์ต่างๆในการช่วยเหลือประชาชน และอุปกรณ์ยังชีพที่ระดมจากภาคกลางและกทม. อาทิ แพยาง เรือติดเครื่องยนต์ ถุงยังชีพเข้าไปในพื้นที่ นอกจากนี้กองทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยจะอนุมัติงบฯเบื้องต้น 20 ล้านบาท เพื่อจัดซื้อถุงยังชีพไปแจกให้ประชาชน บรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นก่อน จากนั้นในวันที่ 31 มี.ค.รัฐบาลจะจัดงานเพื่อขอบริจาคเงินช่วยเหลือผ่านทาง ช่อง 9 อสมท. อย่างไรก็ตามคชอ. จะประชุมในวันที่ 30 มี.ค.เพื่อพิจารณาและกำหนดหลักเกณฑ์ให้ความช่วยเหลือประชาชน และการให้เงินเยียวยา 5 พันบาท โดยจะพิจารณาจากภาพถ่ายดาวเทียม เพื่อดูพื้นที่ได้รับความเสียหายว่า ได้รับผลกระทบมากน้อยเพียงใด 

ภาคใต้ฝนมากสุดในรอบ 30 ปี

นายสมชาย ใบม่วง รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวว่า เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (29 มี.ค.) อุณหภูมิพื้นที่ภาคกลาง และกรุงเทพมหานคร บางจุดวัดได้ 19 องศาเซลเซียส มีอากาศเย็น เนื่องจากความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนที่ปกคลุม คาดว่า จะคงสภาพอย่างนี้จนถึงวันที่ 31 มี.ค. จากนั้น จะเข้าสู่ภาวะปกติ สำหรับพื้นที่ภาคใต้ที่มีหย่อมความกดอากาศต่ำยังปกคลุมภาคใต้ตอนกลาง ทำให้มีฝนตกต่อเนื่องอีก 1-2 วัน คาดว่า วันที่ 30 มี.ค.จะเบาบาง โดยระบุว่า ที่ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี มีปริมาณฝนสะสมช่วง 24 ชั่วโมง เมื่อวันที่ 28-29 มี.ค. ถึง 414.7 มม. ถือว่าเป็นปริมาณมากผิดปกติ ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในรอบ 30 ปี

สองอ่างเก็บน้ำเมืองคอนเกินพิกัด

ขณะเดียวกัน อ่างเก็บน้ำคลองดินแดง ต.เขาพระ และอ่างเก็บน้ำกระทูน ต.กระทูน จ.นครศรีธรรมราช ไม่สามารถรองรับน้ำเพิ่มได้อีกแล้วเนื่องจากฝนตกลงมาอย่างหนัก ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องระบายน้ำออกจากอ่าง เพราะเกรงจะเกิดการแตกร้าว  นอกจากนี้ดินและหินบนภูเขาในพื้นที่หมู่ 10 ต.เขาพระ ได้เกิดถล่มลงมาเป็นวงกว้างหลายจุด จนสะพานขาดหลายแห่ง ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถเข้าไปสำรวจความเสียหายได้
 
เขื่อนวังอ้ายฯ แตกทุ่งสงจมบาดาล
  
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีน้ำป่าจากเทือกเขาบรรทัดไหลทะลักลงมาตามลำคลองท่าเลาและคลองทุ่งสงเข้า ท่วมตลาดในเขตเทศบาลเมืองทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ประกอบกับเขื่อนวังอ้ายว่าว ต.นาหลวงเสน แตกเป็นเหตุให้น้ำเข้าท่วมตัวเมืองอย่างรวดเร็วจนชาวบ้านพากันหนีน้ำตั้งตัว แทบไม่ทัน ต่างพากันขนย้ายสิ่งของหนีน้ำกันอย่างชุลมุนวุ่นวาย ถนนทุกสายในเขตเทศบาลเมืองทุ่งสงจมอยู่ใต้น้ำ ถนนชนปรีดาซึ่งเป็นถนนสายเศรษฐกิจระดับน้ำสูงถึง 1-2 เมตร ลมกระโชกแรงทำให้ต้นไม้ใหญ่หลายต้นในเขตเทศบาลโค่นล้มลงมาจำนวนหลายต้น

นายทรงชัย วงษ์วัชรดำรง นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองทุ่งสง นำเจ้าหน้าที่เทศกิจและหน่วยบรรเทาสาธารณภัยระดมกำลังไปช่วยเหลือประชาชนที่ ประสบภัยแล้วอย่างรีบด่วน ขณะเดียวก้นทหารจากค่ายเทพกษัตรี-ศรีสุนทร และ ตชด.ที่ 42  ค่ายศรีนครินทรา อ.ทุ่งสง นำเรือท้องแบนและรถยนต์ทหารมาช่วยเหลือขนย้ายสิ่งของประชาชนหนีน้ำกันแล้ว

เขาธงถล่มอพยพชาวบ้านหนีตายวุ่น

นายภาคภูมิ อินทรสุวรรณ นายอำเภอช้างกลาง จ.นครศรีธรรมราช  ได้รับแจ้งจากชาวบ้าน ว่า ได้เกิดภูเขาพังถล่มลงมาปิดถนนสายช้างกลาง-นครศรีธรรมราช เหตุเกิดบริเวณเขาธงอยู่เทือกเขาบรรทัด หมู่ 14 ต.ช้างกลาง อ.ช้างกลาง จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วย พ.ต.อ.สมโชค จันทรมณี ผกก.สภ.ช้างกลาง พบมีก้อนหินขนาดใหญ่ และดินจากภูเขาธง พังทลายลงมาทับถมถนน มีความหนาจากระดับผิวถนนถึง 4 เมตร เป็นระยะทางประมาณ 200 เมตร และยังมีก้อนหินพังถล่มลงมาตลอดเวลาเนื่องจากฝนยังคงตกหนัก เจ้าหน้าที่จึงช่วยกันอพยพชาวบ้านที่อาศัยอยู่ตามเชิงเขาลงมาไปอยู่ในที่ ปลอดภัย เนื่องจากเกรงว่าจะได้รับอันตราย

ด้าน พ.ต.อ.สมโชค ได้จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งจุดแจ้งเตือนรถยนต์ที่จะเดินทางไปนครศรีธรรมราช

ยังไม่รู้ชะตากรรม ผญบ.ปากหมาก

ที่ จ.สุราษฎร์ธานี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาทุกพื้นที่ของจังหวัดยังมีฝนตกหนักต่อเนื่อง โดยเฉพาะ อ.ไชยา อ.ท่าชนะ และ อ.ท่าฉาง ทำให้ปริมาณน้ำไหลเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร และสถานที่ราชการ ระดับน้ำสูงประมาณ 60 ซม. นอกจากนี้ บนถนนสายเอเชีย 41 ตั้งแต่หลักกิโลเมตรที่ 134 ไปจนถึงบริเวณแยกไชยา ระยะทางประมาณ 5 กม. ระดับน้ำสูงกว่า 50 ซม. รถยนต์เล็กไปจนถึงรถบรรทุก 6 ล้อ ไม่สามารถสัญจรได้ ส่งผลให้การจราจรทั้งขาขึ้น และขาล่องเป็นอัมพาต

ส่วนกรณีที่ นายชำนาญ ไมอินทร์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 ต.ปากหมาก อ.ไชยา ซึ่งถูกกระแสน้ำพัดหายลงไปในคลองปากหมาก ขณะนำลูกบ้านช่วยกันเขี่ยกิ่งไม้ที่ติดอยู่ใต้สะพานป้าปุก เพื่อระบายน้ำนั้น จนถึงช่วงสายวันนี้ยังไม่ทราบชะตากรรม ซึ่งทาง นายธีระยุทธ เอี่ยมตระกูล ผวจ.สุราษฎร์ธานี ได้สั่งการให้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่เร่งค้นหาตั้งแต่รับแจ้งเหตุแล้ว แต่ยังไม่มีวี่แวว

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ตั้งแต่เมื่อกลางดึกที่ผ่านมารถไฟสายใต้ไม่สามารถเดินรถได้ เนื่องจากเกิดน้ำท่วมทางช่วงสถานีไชยา เขาพนมแบก ท่าชนะ โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.ท่าชนะ พบว่า กระแสน้ำได้พัดพาหินโรยทางหายไปเกือบหมด ทำให้ทางรถไฟเสียหายเป็นระยะทางประมาณ 30 เมตร

นายประเสริฐ รัตนพันธ์ นายสถานีรถไฟสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ได้ประกาศหยุดเดินรถอย่างไม่มีกำหนด โดยขณะนี้ระดับน้ำในพื้นที่ อ.ไชยา และท่าชนะ ยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มจะรุนแรงขึ้น สำหรับผู้โดยสารที่ติดค้างอยู่ที่สถานีรถไฟสุราษฎร์ธานีนั้น ได้ส่งขึ้นรถยนต์โดยสารไปยังจุดหมายแล้ว ส่วนผู้โดยสารที่ไม่ประสงค์เดินทางต่อ ทางสถานีได้จ่ายเงินค่าตั๋วคืนเป็นที่เรียบร้อย ขณะที่ ผู้โดยสารที่ซื้อตั๋วเดินทางล่วงหน้าสามารถขอคืนเงินได้ที่สถานีรถไฟทุกแห่ง



 
 
อพยพ 717 นักโทษคุกไชยาหนีน้ำ

นายพัชรพล แสงจำนงค์ ผบ.เรือนจำกลางไชยา อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ขณะนี้น้ำได้ไหลเข้าท่วมเรือนนอนชั้น 1 สูง 1 เมตร  จนเจ้าหน้าที่ต้องเคลื่อนย้ายนักโทษทั้งหมดที่มีอยู่ 717 คน เป็นนักโทษหญิง 100 คน ขึ้นไปอยู่บนเรือนนอนชั้น 2  ขณะที่สถานการณ์ยังไม่มีแนวโน้มคลี่คลายลงแต่อย่างใด และระดับน้ำได้เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากยังคงมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง จึงได้รายงานเหตุการณ์ไปยังอธิบดีกรมราชทัณฑ์เพื่อขอความเห็นชอบในการ เคลื่อนย้ายนักโทษทั้งหมดไปยังเรือนจำกลาง จ.นครศรีธรรมราช

สุราษฎร์เจ๊ง 1,500 ล้านบาท

นายธีระยุทธ เอี่ยมตระกูล ผวจ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ได้เร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่ อ.ชัยบุรี อ.เวียงสระ อ.บ้านนาเดิม และ อ.นาสาร ให้เฝ้าระวังระดับน้ำในแม่น้ำตาปีที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังจากอ่างเก็บน้ำคลองดินแดง และ อ่างเก็บน้ำกะทูน ไม่สามารถรองรับปริมาณน้ำฝนได้ ต้องปล่อยน้ำเฉลี่ย 85 ลบ.ม.ต่อวินาที   ซึ่งหากปริมาณฝนยังคงตกหนักต่อเนื่องคาดว่าภายใน 2 วัน น้ำจะไหลเข้าท่วมพื้นที่ อ.พุนพิน อ.เมือง และ อ.บ้านนาเดิม จึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งหามาตรการการระบายน้ำและวางแผน เข้าช่วยเหลือชาวบ้านแล้ว อย่างไรก็ตามพบว่าประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยดังกล่าวมีการเตรียมตัวรับมือ กันเป็นอย่างดี และต้องยอมรับว่าอุทกภัยครั้งนี้รุนแรงกว่าเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา เบื้องต้นประเมินความเสียหายใน 19 อำเภอ  มีมูลค่าความเสียหายประมาณ 1,200 ล้านบาท ส่วนที่ อ.สมุย ไม่น้อยกว่า 300 ล้านบาท 

เขื่อนรัชประภาหยุดผลิตไฟไม่มีกำหนด

ด้าน นายพงษ์ศักดิ์ ผลพฤกษ์ ผู้อำนวยการเขื่อนรัชประภา จ.สุราษฎร์ธานี ชี้แจ้งเกี่ยวกับสถานการณ์ปริมาณน้ำในเขื่อน หลังประชาชนในพื้นที่ใต้เขื่อนเกิดความไม่มั่นใจเกรงว่าเขื่อนฯจะปล่อยน้ำ ว่า การไฟฟ้าฝ่ายผลิต ได้หยุดเดินเครื่องมาตั้งแต่วันที่ 28 มี.ค.ที่ผ่านมาเพื่อช่วยลดปริมาณน้ำในคลองพุมดวง  และจะหยุดเดินเครื่องโดยไม่มีกำหนด อย่างไรก็ตามขณะนี้ปริมาณน้ำเหนือเขื่อนมีอยู่ราวร้อยละ 80 ส่วนอ่างเก็บน้ำสามารถกักเก็บน้ำได้อีก 1,735 ลบ.ม.

ทัศนวิสัยแย่เที่ยวบินเกาะสมุยระงับ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สายการบินบางกอกแอร์เวย์ได้ประกาศเลื่อนเวลาทุกเที่ยวบินที่จะเดินทางไปยัง เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี  เนื่องจากยังมีฝนตกหนัก และสภาพอากาศแปรปรวน โดยคาดว่า จะเริ่มให้บริการเที่ยวบินแรกได้ในเวลา 12.00 น. วันนี้ ผู้โดยสารสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน 1771

บางกอกแอร์ฯ เลื่อนบินสมุยอีก 3 ชม.

สายการบินบางกอกแอร์เวย์ ประกาศเลื่อนเวลาทุกเที่ยวบินที่ให้บริการเข้าออกจากเกาะสมุยตั้งแต่ 06.00-15.00 น. โดยจะเริ่มให้บริการเที่ยวบินแรกจากกรุงเทพ เวลา 15.00 น. เนื่องจากสภาพอากาศบริเวณเกาะสมุยยังคงมีฝนตกหนักและมีลมมรสุมแปรปรวนซึ่ง ไม่อำนวยต่อการทำการบิน

“อ้อม-พิยดา” ทวิตฯ ติดเกาะเต่า 3 วัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางเอกละคร และพิธีกรดัง อ้อม-พิยดา จุฑารัตนกุล โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ โดยบอก ตัวเองติดอยู่ที่เกาะเต่า จ.สุราษฏร์ธานี มา 3 วันแล้ว ส่วนอาหารของแห้งยังพอดี แต่ถ้าสภาพอากาศยังเป็นแบบนี้อีก 5 วัน คงแย่ เพราะน้ำมันเหลือน้อยมาก โดนน้ำพัดไปหลายลิตร อาจจะไม่มีไฟใช้ ตอนนี้ตัวเองยังไม่ลำบากเท่าไหร่ แต่คนอื่นลำบากมากกว่าเยอะ นอกจากนี้ ยังทวิตบอกว่า เสื้อผ้าที่เอามาใส่หมดแล้ว ตอนนี้ต้องซักเปลี่ยนใส่เอง

13 อำเภอนราธิวาสเผชิญวิกฤติน้ำท่วม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พื้นที่ราบลุ่มทั้ง 13 อำเภอของจังหวัดนราธิวาส ได้เกิดน้ำท่วมขังสูงเฉลี่ย 40-50 เซนติเมตร โดยเฉพาะถนนย่านธุรกิจการค้าสำคัญของอำเภอเมือง และสุไหงโก-ลก น้ำได้ไหลทะลักเข้าร้านค้าต่างได้รับความเสียหาย ส่วนบริเวณริมถนนภายในซอยละม้ายอุทิศ เขตเทศบาลเมืองนราธิวาส มีต้นไม้ใหญ่ถูกพายุพัดหักโค่น  คาดว่า หากฝนยังไม่หยุด จะเกิดน้ำท่วมขยายเป็นวงกว้างทั้งจังหวัดอย่างแน่นอน

น้ำป่าเทือกเขาบูโดไหลบ่า


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น้ำป่าจากเทือกเขาบูโด จ.นราธิวาส ซึ่งอยู่ในพื้นที่เขตรอยต่อระหว่าง อ.แว้ง กับ อ.สุไหงปาดี ได้ไหลทะลักลงมาเข้าท่วมถนนสายหลักที่มุ่งสู่น้ำตกฉัตรวารินทร์ ทำให้คอสะพานหมู่ 1 ต.โต๊ะเด็ง ถูกกระแสน้ำกัดเซาะพังเสียหาย ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านดังกล่าว จำนวนกว่า 100 ครัวเรือน ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก

พังงาน้ำท่วมถนนทรุดดินถล่ม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ถนนเพชรเกษม สายเขานางหงส์-ตำบลถ้ำทองหลาง อ.ทับปุด จ.พังงา ได้เกิดดินจากภูเขาถล่มลงมากีดขวางเส้นทางการจราจรหลายจุด และในบางช่วงพื้นผิวถนนยังทรุดตัวแตกร้าว จนเจ้าหน้าที่ได้ประกาศปิดถนนสายดังกล่าวเพื่อเข้าไปซ่อมแซม ส่วนอีกจุดที่บริเวณหมู่ 5 ต.บางเหรียง  ถนนสายบางเหรียง-พนม มีน้ำท่วมสูงประมาณ 1 เมตร เป็นระยะทางยาวประมาณ 60 เมตร รถยนต์ขนาดเล็กต้องใช้ความระมัดระวัง

 

 


 
 

ส่งเรือรบหลวงสุโขทัยช่วยนักท่องเที่ยว

พล.ร.ท.วิฑูรย์ คัมภีระพันธ์ ผบ.ทัพเรือภาคที่ 2 เปิดเผยว่า ได้รับการประสานจากนายก อบต.เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ว่ามีนักท่องเที่ยวจำนวนหนึ่งต้องการเดินทางออกจาก เกาะเต่า แต่ไม่สามารถทำได้เนื่องจากคลื่นลมแรงและเรือโดยสารหยุดให้บริการมาตั้งแต่วันที่ 27 มี.ค.ที่ผ่านมา ทางกองทัพเรือจึงได้จัดส่งเรือหลวงสุโขทัย เข้าให้การช่วยเหลือเพื่อขนย้ายนักท่องเที่ยว แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถเข้าใกล้เกาะได้ เนื่องจากคลื่นลมแรงจนไม่สามารถปล่อยเรือเล็กลงไปรับนักท่องเที่ยวได้ อย่างไรก็ตามหากพายุฝนลดลงคาดว่าเรือหลวงสุโขทัยจะสามารถปฎิบัติภารกิจได้

ทางด้านนายภานุ วรมิตร ผอ.ททท.สำนักงานสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ล่าสุดได้รับรายงานว่ามีนักท่องเที่ยวอยู่ตามแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ที่ต้องการเดินทางออกจากเกาะอย่างน้อย 1,000 คน โดยที่ เกาะเต่า มีประมาณ 300 คน โดยหนึ่งในนั้นมีดาราสาวชื่อดัง ซึ่งเดินทางไปร่วมงานเปิดโลกใต้ทะเลเกาะเต่ารวมอยู่ด้วย ส่วนที่เกาะพะงัน จำนวน 200 คน และ ที่ อ.เกาะสมุยจำนวน 5-600 คน ซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนนี้ไม่ได้บุ๊คเดินทางด้วยสายการบินบางกอกแอร์เวย์ ซึ่งตนกำลังประสานไปยังกองทัพเรือ ในการนำเรือรบเข้าไปรับนักท่องเที่ยวทั้ง 3 เกาะ ให้มาขึ้นฝั่งที่ อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี

ไฟเขียวลูกจ้างน้ำท่วมหยุดงานได้

ที่กระทรวงแรงงาน นางอัมพร  นิติสิริ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กล่าวถึงสถานประกอบการที่ได้ผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในภาคใต้ ว่า ขณะนี้มีจังหวัดที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี และพัทลุง โดยจังหวัดนครศรีธรรมราชมีสถานประกอบกิจการน้ำท่วม 12 แห่ง จังหวัดสุราษฏร์ธานี 15 แห่ง ส่วนจังหวัดพัทลุงยังไม่มีรายงานแจ้งจากสถานประกอบการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 50 คนขึ้นไปว่าประสบกับปัญหาน้ำท่วม แต่มีลูกจ้างประมาณร้อยละ 30 ไม่สามารถเดินทางไปทำงานได้
ทั้งนี้กสร.ได้ออกประกาศขอความร่วมมือนายจ้างให้ลูกจ้างหยุดงานโดยที่ไม่ถือเป็นวันลาและไม่เป็นความผิด หากลูกจ้างมาทำงานไมได้ ขอให้คณะกรรมการความปลอดภัยร่วมมือกับนายจ้างในการตรวจสอบเกี่ยวกับระบบความปลอดภัยในสถานประกอบการ และให้สหภาพแรงงาน สภาองค์กรลูกจ้าง สภาองค์กรนายจ้าง และผู้ประกอบการ ปรึกษาหารือร่วมกันในการแก้ปัญหาดังกล่าว


คนคอนกว่า2แสนเดือดร้อน

ด้านนายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้เกิดขึ้น 7 จังหวัด 63 อำเภอ 316 ตำบล 2,763 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 310,406 ครัวเรือน 979,665 คน มีผู้เสียชีวิต 7 ราย ประกอบด้วย นครศรีธรรมราช น้ำท่วมในพื้นที่ 22 อำเภอ 143  ตำบล  1,152 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 63,292 ครัวเรือน 202,715 คน พื้นที่การเกษตรเสียหาย 114,824 ไร่ ถนนเสียหาย 665 สาย มีผู้เสียชีวิต 6 ราย อำเภอที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ อำเภอเมือง ลานสกา ร่อนพิบูลย์ พระพรหม พิปูน เฉลิมพระเกียรติ หัวไทร จุฬาภรณ์  ชะอวด ขนอม สิชล นบพิตำ ปากพนัง พรหมคีรี ท่าศาลา ถ้ำพรรณรา ช้างกลาง เชียรใหญ่ ฉวาง นาบอน ทุ่งใหญ่ และทุ่งสง 

11 อำเภอพัทลุงจมชาวบ้านน้ำดับ1

ด้าน จ.พัทลุง น้ำท่วมพื้นที่ 11 อำเภอ 63 ตำบล 563 หมู่บ้าน 45 ชุมชน ราษฎรเดือดร้อน 161,417 ครัวเรือน 508,738 คน  มีผู้เสียชีวิต 1 ราย  อำเภอที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่  อำเภอเมืองพัทลุง เขาชัยสน ควนขนุน กงหรา ศรีบรรพต บางแก้ว ป่าพะยอม ศรีนครรินทร์ ป่าบอน ตะโหมด และปากพยูน

น้ำป่าถล่ม503หมู่บ้านสุราษฎร์

นายวิบูลย์ กล่าวต่อว่า จ.สุราษฎร์ธานี เกิดน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ 13 อำเภอ 76 ตำบล 503 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 49,676 ครัวเรือน 187,603 คน มูลค่าความเสียหายเบื้องต้น 6,800,000 บาท อำเภอที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี ดอนสัก กาญจนประดิษฐ์  ไชยา  เวียงสระ ท่าชนะ บ้านนาสาร บ้านนาเดิม  คีรีรัฐนิคม เกาะสมุย วิภาวดี พุนพิน และท่าฉาง  จ. ตรัง เกิดน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ 5 อำเภอ 34 ตำบล 106 หมู่บ้าน และ 3 เทศบาล ราษฎรเดือดร้อน 1,720 ครัวเรือน 5,520 คน อำเภอที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่  อำเภอเมืองตรัง ห้วยยอด รัษฎา นาโยง และย่านตาขาว 

ชุมพร-สงขลา-กระบี่ฝนถล่มยับ 


นายวิบูลย์ กล่าวอีกว่า จ.ชุมพร เกิดน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ 7 อำเภอ 1 เทศบาลเมือง 37 ตำบล 320 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 12,635 คน   37,045 ครัวเรือน ถนน 246 สาย พื้นที่การเกษตร 1,242 ไร่ มูลค่าความเสียหายเบื้องต้น 30,904,00 บาท อำเภอที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ อำเภอเมืองชุมพร  สวี หลังสวน ละแม พะโต๊ะ ทุ่งตะโก และปะทิว จ.สงขลา เกิดน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ 2 อำเภอ 14 ตำบล 73 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 9,3758 ครัวเรือน 28,144 คน อำเภอที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ อำเภอระโนด และกระแสสินธุ์  จ. กระบี่ เกิดน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ 3 อำเภอ 7 ตำบล 47 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 3,250 ครัวเรือน 9,750  คน อำเภอที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ อำเภอเขาพนม ลำทับ และเกาะลันตา

ทางหลวง5สายจว.ใต้ใช้การไม่ได้

นายวิบูลย์ ยังกล่าวด้วยว่า จากการประสานข้อมูลเส้นทางจราจรที่มีน้ำท่วมขังกับกรมทางหลวง พบว่า มีน้ำท่วมขังเส้นทางจราจรไม่สามารถผ่านได้ 5 สาย ใน 4 จังหวัด ประกอบด้วย 1.  นครศรีธรรมราช 2 สาย ได้แก่ สาย  4186  โรงเหล็ก-กรุงชิง ท้องที่อำเภอนบพิตำ กม.1-2 คอสะพานขาดที่ กม.1 กม.5  สาย  4189  ท่าพุด- เขาหลวง ท้องที่อำเภอนบพิตำ กม.1-4 เป็นแห่งๆทางขาด ที่ กม.5  2. ตรัง 1 สาย ได้แก่ สาย  4270  ห้วยยอด-พัทลุง ท้องที่อำเภอห้วยยอด ดินสไลด์ปิดทับคันทาง ที่ กม. 29-30 ให้ใช้ทางหลวงชนบทแทน 3. ชุมพร 1 สาย ได้แก่ สาย  4006  ราชกรูด-หลังสวน ท้องที่อำเภอหลังสวน น้ำท่วมสูง 100 ซม. ที่กม. 54-55 ไม่มีสายทางทดแทน 4. ระนอง 1 สาย ได้แก่ สาย 4  กะเปอร์-คลองกำพวย ท้องที่อำเภอกะเปอร์ น้ำกัดเซาะทางที่ กม.670 ให้ใช้ถนนหมู่บ้านบางหินแทน

นายวิบูลย์กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ สนามบินจังหวัดนครศรีธรรมราช และสนามบินเกาะสมุย ไม่สามารถเปิดใช้การได้ ส่วนสถานีรถไฟนครศรีธรรมราช ไม่สามารถเข้า-ออก สถานีได้ เนื่องจากยังมีน้ำท่วมสันรางสูงกว่า 10 ซม.เป็นระยะ ๆยาว 120เมตร ซึ่งรถไฟสายใต้ ให้บริการได้ถึงสถานีจังหวัดชุมพร

บางกอกแอร์เวย์-รพ.กรุงเทพ ตั้งศูนย์รับบริจาค

รายงานข่าวจากสายการบินบางกอกแอร์เวย์ร่วมกับเครือโรงพยาบาลกรุงเทพ   จัดตั้ง “ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้” ขึ้นที่สำนักงานใหญ่สายการบินบางกอกแอร์เวย์ ถนน วิภาวดีรังสิต  โดยเปิดรับบริจาคเงิน และเครื่องอุปโภคบริโภค เพื่อส่งไปบรรเทาทุกข์ให้กับชาวบ้านในพื้นที่ประสบอุทกภัย   นอกจากนี้สายการบินบางกอกแอร์เวย์ยังได้ประสานงานกับผู้ว่าราชการจังหวัดที่ประสบภัย จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือชาวบ้าน โดยใช้จังหวัดสุราษฏร์ธานีเป็นศูนย์กลางในการกระจายความช่วยเหลือต่าง ๆ โดยบางกอกแอร์เวย์พร้อมส่งเครื่องบินลำเลียงสิ่งของที่ได้รับบริจาคผ่านมาทางสำนักงานของบางกอกแอร์เวย์ในจังหวัดต่างๆที่ทำการบินอยู่ เช่น เชียงใหม่ ลำปาง สุโขทัย ตราด  ไปยังสนามบิน จ.สุราษฏร์ธานี
ส่วนทางเครือโรงพยาบาลกรุงเทพ ร่วมบริจาคเงินและสิ่งของมูลค่ารวม 10 ล้านบาท และส่งเฮลิคอปเตอร์ไปประจำที่สนามบินสุราษฏร์ธานี เพื่อช่วยลำเลียงสิ่งของบริจาคเข้าไปในพื้นที่ที่ประชาชนได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัยในครั้งนี้ รวมทั้งลำเลียงผู้ป่วยหนักส่งไปยังโรงพยาบาลกรุงเทพที่ สมุย ภูเก็ต และหัวหิน

มรภ.สุราษฎร์ให้โอกาสสอบรอบ 2

ผศ.ประสงค์ หลำสะอาด ผอ.สำนักส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียน มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ตามที่มหาวิทยาลัยราชภัฏกลุ่มภาคใต้ กำหนดสอบคัดเลือกนักเรียนเพื่อเข้าศึกษาต่อเป็นนักศึกษาภาคปกติ ประจำปีการศึกษา 2554 เมื่อวันที่ 28 มี.ค.ที่ผ่านมานั้น ปรากฏว่าได้ในช่วงวันดังกล่าวได้เกิดอุทกภัยในเขตจังหวัดภาคใต้ทำให้มีนักเรียนส่วนหนึ่งไม่สามารถมาทำการสอบได้ ดังนั้นเพื่อเป็นการช่วยเหลือและให้โอกาสแก่นักเรียนได้เข้าศึกษาต่อ  มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีจึงอนุญาตให้นักเรียนที่ประสบภัยน้ำท่วมที่ไม่สามารถมาทำการสอบในวันดังกล่าวได้ ให้มาสอบในวันที่ 8 เม.ย.นี้ เวลา 09.00-12.00 น. หรือหากมีข้อสงสัยสอบถามที่โทรศัพท์หมายเลข  077-913333 ต่อ 215 


 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
บทความที่น่าสนใจ
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com

Warning: include(../../main/globalsitemap.php): failed to open stream: No such file or directory in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194

Warning: include(): Failed opening '../../main/globalsitemap.php' for inclusion (include_path='.:/usr/lib/php:/usr/local/lib/php') in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194