หมวดหมู่
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่มุสลิมไทย โพสต์
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> Muslimthai Focus
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
วิกฤติพลังงาน ปัญหาที่ทุกคนต้องร่วมหาทางออก

 

องค์กรที่มีหน้าที่รับผิดชอบในภารกิจการแก้ไขปัญหาวิกฤติด้านพลังงานให้แก่ประชาชนมีหลายองค์กร แต่องค์กรหลักที่มีความสำคัญอย่างมากในประเทศไทย คือการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)  การสร้างความมั่นคงและจัดหาพลังงานให้เพียงพอจะนำไปสู่การสร้างความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจของประเทศควบคู่กับการดูแลคุณภาพชีวิตของประชาชน
   
ปัญหาที่สำคัญในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา คือได้เกิดวิกฤติศรัทธาด้านการยอมรับจากประชาชนในพื้นที่ซึ่งใช้ในการก่อสร้างพลังงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ที่เป็นทางเลือกในการศึกษาโครงการพัฒนาพลังงานไฟฟ้า และโครงการพัฒนาพลังงานนิวเคลียร์ ทั้งที่โครงการดังกล่าวอยู่ในระยะเริ่มแรกของการศึกษาความเป็นไปได้ในการก่อสร้างและยังอยู่ในขั้นตอนของการศึกษาความเหมาะสมของโครงการเท่านั้น แต่กลับถูกประชาชนในชุมชนซึ่งเป็นพื้นที่ที่คาดว่าจะใช้ในการก่อสร้างโครงการไม่ยอมรับ ทำการต่อต้านคัดค้านอย่างรุนแรง จนถึงขนาดมีการจับกุมเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปศึกษา
   
กรณีการจัดมหกรรมรวมพลคนท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหินระหว่าง 22–24 ก.พ. 54 ที่ผ่านมา ซึ่งได้แสดงออกในรูปของขบวนแห่รณรงค์ การประสานมือตามถนนสายหลักรอบเมืองและพิธีลงนามในสัญญาประชาคมระหว่างผู้นำท้องถิ่นกับประชาชน รวมทั้งเครือข่ายของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ที่เกิดจากการรวมตัวของคณาจารย์ บุคลากรและนักศึกษาของมหาวิทยาลัยเข้าร่วมการเคลื่อนไหวด้วย และล่าสุดได้มีประกาศให้เจ้าหน้าที่ที่เข้าไปศึกษาออกจากพื้นที่ ภายในวันที่ 15 มีนาคม 2554
   
เมื่อวันที่ 8 มี.ค. 2554 นายสมบูรณ์ อารยะสกุล รองผู้ว่าการพัฒนา (รพว.) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ได้ชี้แจงถึงแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า  PDP 2010 (Power Development Project 2010) ว่าประเทศไทยจำเป็นต้องมีโรงไฟฟ้าถ่านหิน นิวเคลียร์ รองรับความต้องการเพิ่ม เพื่อสู้วิกฤติพลังงาน ชี้คนไทยต้องร่วมคิดหาทางออกเกี่ยวกับความมั่นคงของพลังงานไทย
   
ระบบไฟฟ้าในปัจจุบันมีกำลังผลิตติดตั้งของระบบซึ่งสำรวจเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2553 มีกำลังผลิตติดตั้งรวมทั้งสิ้น30,920.01 MW แยกออกได้เป็น กำลังผลิตของ กฟผ. 14,998.12  MW หรือ 48.51% และกำลังผลิตของผู้ผลิตเอกชน 15,921.89 MW หรือ 51.49%
   
สำหรับกำลังผลิตเอกชนรายใหญ่จากต่างประเทศ ต้องพึ่งพาจาก ลาว พม่า มาเลเซีย หากมีปัญหาในเรื่องการเมือง ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เช่น ไทยกับกัมพูชาที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ก็จะเกิดปัญหาขึ้นได้ในอนาคตซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่แน่นอน
   
ประเทศไทยใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าร้อยละ 70 หากเกิดข้อขัดข้องในการจัดส่งก๊าซอาจส่งผลต่อความมั่นคงด้านไฟฟ้าของประเทศ ซึ่งขณะนี้ประเทศไทยมีกำลังผลิตประมาณ 30,000 MW แต่ความต้องการจริง ๆ ในขณะนี้มีเพียง 24,000 MW และจากค่าประมาณกำลังผลิตไฟฟ้าอีก 20 ปีข้างหน้า  คาดว่าในปี 2573 ความต้องการใช้ไฟฟ้าจะเพิ่มเป็น 65,000 MW แต่ก็พบว่าโรงไฟฟ้าเก่าจะปลดระวาง 17,000 MW คงเหลือกำลังผลิต 13,000 MW ดังนั้นประเทศไทยจึงต้องการสร้างโรงไฟฟ้าใหม่เพื่อให้ได้กำลังผลิตเพิ่มอีก 52,000 MW
   
การสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ให้ได้กำลังผลิต 52,000 MW  นั้น คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ  (กพช.) และ คณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบ เมื่อวันที่ 23 มี.ค. 2553 ในแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2553–2573 (PDP 2010) ประกอบด้วยการก่อสร้าง โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ 13 โรง  10,400  MW, โรงไฟฟ้านิวเคลียร์  5 โรง (โรงละ 1,000 MW)  5,000  MW, โรงไฟฟ้าถ่านหิน 9 โรง (โรงละ 800 MW)  7,200  MW และโรงไฟฟ้าประเภทอื่น ๆ รวมทั้งการซื้อไฟฟ้าจากต่างประเทศอีก 29,400  MW
   
ประเด็นในเรื่องความกังวลของประชาชนเกี่ยวกับสถานที่ก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน และนิวเคลียร์นั้น กระทรวงพลังงานและกฟผ. ยังไม่เจาะจงพื้นที่พัฒนาโครงการ แต่ก็เชื่อมั่นได้ว่าเทคโนโลยี สำหรับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในปัจจุบัน สามารถดูแลความปลอดภัยได้จนอุบัติเหตุเกือบเป็นศูนย์ (Zero Accident) ในกรณีเหตุการณ์ฉุกเฉิน ระบบรักษาความปลอดภัยสามารถควบคุมสถานการณ์เพื่อไม่ให้ส่งผลต่อประชาชนได้อย่างทันท่วงที
   
การส่งเสริมการให้ความรู้และสร้างการยอมรับจากประชาชน จึงเป็นเรื่องที่จำเป็นเร่งด่วนเป็นหน้าที่ของประชาชนทุกคนต้องมีส่วนร่วมหาทางออกและตัดสินใจเกี่ยวกับการพัฒนาโรงไฟฟ้าใหม่ในประเทศไทยต่อไป อย่างเช่นกรณีการเกิดแผ่นดินไหวที่ประเทศญี่ปุ่น ส่งผลให้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์เกิดการระเบิดขึ้น ต้องอพยพประชาชนออกจากบริเวณระเบิดนอกรัศมี 20 กิโลเมตร ก็เป็นตัวอย่างหนึ่งที่ต้องนำมาพิจารณาประกอบในโครงการพลังงานนิวเคลียร์ของประเทศไทย
   
ถามว่าหากไม่ก่อสร้างโรงไฟฟ้าแล้วจะเอาพลังงานไฟฟ้าจากไหนมาใช้ ความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจของประเทศและคุณภาพชีวิตของประชาชนจะเป็นอย่างไร พิจารณาให้ถูก “ทำดีไว้ให้ลูก ทำถูกไว้ให้หลาน”.

ดร.ณรงค์ กุลนิเทศ
มหาวิทยาลัยราภัฏสวนสุนันทา

 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
บทความที่น่าสนใจ
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com

Warning: include(../../main/globalsitemap.php): failed to open stream: No such file or directory in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194

Warning: include(): Failed opening '../../main/globalsitemap.php' for inclusion (include_path='.:/usr/lib/php:/usr/local/lib/php') in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194