หมวดหมู่
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่มุสลิมไทย โพสต์
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> Muslimthai Focus
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
ชำแหละกฏหมายไทย คน เผาบ้านเผาเมือง ได้รับประกันตัวออกมาแล้วทำซ่าส์ คดี อุ้มทนายสมชาย นำคนร้ายมาลงโทษไม่ได้
รำลึกอำนาจรัฐทมิฬตัวจริง (สารส้ม)
 
เห็นแกนนำเผาบ้านเผาเมือง ได้รับประกันตัวออกมาแล้วทำซ่าส์

เห็นแกนนำก่อการร้าย หนีไปเสพสุขอยู่ตามชายแดน

ทำให้นึกสลดใจ...

และแอบคิดไปด้วยว่า ถ้าคนแบบนี้ ทำพฤติกรรมท้าทาย หยามหมิ่นอำนาจรัฐเยี่ยงนี้ จะมีโอกาสถูกอุ้มหายกันไปมากน้อยแค่ไหนหากเป็นยุคทักษิณ ซึ่งมีการลอบสังหารฝ่ายที่ต่อต้านขัดขืนอำนาจรัฐมากเป็นประวัติการณ์

โดยที่คนเหล่านั้น มิได้ใช้กำลังอาวุธ หรือประกาศสงครามกลางเมือง หรือก่อความเสียหายเดือดร้อนต่อประเทศชาติบ้านเมือง เหมือนพวกแกนนำก่อการร้ายในยุคนี้เลยด้วยซ้ำ

จะว่าไปแล้ว 12 มีนาคมที่ผ่านมา เพิ่งจะครบรอบ 7 ปี ที่ทนายสมชาย นีละไพจิตร ถูกอุ้มหายตัวไป

บัดนี้ ยังตามตัวไม่พบ

แม้แต่ศพ ก็ยังไม่เจอ

ลูกเมียยังคงเศร้าสลด จะดำเนินการอะไรต่อก็ติดขัดไปหมด แถมยังจับคนบงการไม่ได้ แม้แต่คนลงมือก็หายสาปสูญไปอย่างมีเงื่อนงำ

1) นายสมชาย นีละไพจิตร ประธานชมรมนักกฎหมายมุสลิม ทนายความนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน ได้ถูกเจ้าหน้าที่ของรัฐลักพาตัวออกไปจากรถยนต์ส่วนตัว กลางกรุงเทพมหานคร ในคืนวันที่ 12 มีนาคม 2547

ก่อนหน้านั้น รัฐบาลทักษิณได้ใช้ความรุนแรงเข้าจัดการกับปัญหาภาคใต้ โดยเน้นการปราบปราม กดดัน และประกาศใช้กฎอัยการศึก ซึ่งให้อำนาจเจ้าหน้าที่ในการจับกุม ควบคุม ตรวจค้น โดยมิได้ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ทำร้ายผู้ต้องหา แต่ด้วยท่าทีและนโยบายของรัฐบาลก็เอื้อให้เจ้าหน้าที่รัฐบางคนกระทำการรุนแรงหรือใช้อำนาจเกินขอบเขตหลายกรณี เกิดปัญหาละเมิดสิทธิมนุษยชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้จำนวนมาก

ทนายสมชายเป็นผู้มีบทบาท ทำหน้าที่ในฐานะทนายความ ปกป้องและรักษาความเป็นธรรมโดยใช้กฎหมาย โดยเฉพาะคดีที่เกี่ยวกับมุสลิมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งโดยมากเป็นคดีเกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐในขณะนั้น รวมถึงคดีเจไอ และเป็นแกนนำในการเรียกร้องให้รัฐบาลทักษิณยกเลิกการใช้กฎอัยการศึกในพื้นที่ เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลบิดเบือนนำไปใช้เป็นเครื่องมืออุ้มประชาชนหายไปอย่างไร้ร่องรอย

ทนายสมชายพยายามล่ารายชื่อประชาชน 50,000 รายชื่อ เพื่อขอให้ยกเลิกประกาศกฎอัยการศึก โดยเตรียมจะยื่นหนังสือต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในวันที่ 15 มีนาคม 2547 แต่ถูกอุ้มหายตัวไปเสียก่อน

ที่น่าสังเกต คือ ก่อนหน้านั้น พ.ต.ท.ทักษิณเคยแสดงท่าทีต่อการยื่นหนังสือเรียกร้องให้ยกเลิกกฎอัยการศึก ผ่านทางสื่อมวลชนว่า "ทราบมาว่ามีผู้ไม่หวังดี ล่ารายชื่อเพื่อยกเลิกกฎอัยการศึก"

2) ก่อนการหายตัวไปเพียงหนึ่งวัน ทนายสมชายได้ออกมาแฉพฤติกรรมนอกกฎหมายของตำรวจในระบอบทักษิณ เปิดโปงว่า ผู้ต้องหาในคดีปล้นปืน 5 คน ได้ถูกตำรวจทารุณกรรม ทำร้ายร่างกาย โดยใช้ไฟฟ้าช็อต เท้าเหยียบหน้า จับมัดมือแล้วแขวนคอ กรอกปัสสาวะอุจาระใส่ปาก ทุบตีตามร่างกาย ฯลฯ ทำให้ทรมาน เพื่อบีบบังคับให้รับสารภาพ จึงได้ยื่นหนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรม ลงวันที่ 10 มีนาคม 2547 ยื่นต่อหน่วยงานต่างๆ เช่น รัฐมนตรีมหาดไทย ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ อัยการสูงสุด ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประธานคณะกรรมาธิการการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ฯลฯ

หลังจากนั้น ก็ถูกอุ้มหายตัวไปในคืนวันที่ 12 มีนาคม

3) น่าสังเกตุว่า ตลอดเวลาระหว่างการสอบสวนคดีอุ้มทนายสมชาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้แสดงท่าทีที่เป็นลบ และไม่พยายามดำเนินการให้มีการเปิดเผยข้อมูลข้อเท็จจริง

ตรงกันข้าม ทักษิณเองถึงกับกล่าวหาทนายสมชาย ผ่านทางสื่อมวลชนว่า

"นายสมชาย นีละไพจิตร ทนายความผู้ต้องหาในคดีเจไอ ไม่ได้หายตัวไปไหน เพียงแต่มีปัญหา ทะเลาะกับภรรยา จึงหลบมาอยู่กรุงเทพฯ และตัดขาดการติดต่อจากคนอื่น"

การกระทำดังกล่าว เป็นการจงใจทำให้สาธารณชนเข้าใจผิด เพราะขณะนั้น นายกฯ ย่อมรู้หรือสมควรรู้ว่าทนายสมชายได้ถูกลักพาตัวไป โดยตำรวจได้มีการรับแจ้งเหตุและตรวจสอบข้อเท็จจริงสรุปไว้แล้วว่ามีการนำตัวทนายสมชายไปอย่างไม่เต็มใจ

ทักษิณยังออกมาให้สัมภาษณ์บิดเบือนประเด็น ตัดตอนการสืบสวน ทำให้เกิดความไขว้เขวในกระบวนการแสวงหาข้อเท็จจริงต่อไปอีกด้วย เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2547 กล่าวว่า

"จากการสืบสวนและหาข่าวเบื้องต้น รับรองว่าไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง ต้องขอสื่อมวลชนว่า ต้องให้ความเป็นธรรมกับภาพลักษณ์ของประเทศ อย่าด่วนสรุป เพราะเท่าที่สืบสวนเบื้องต้นยังไม่ปรากฏชัดเลยว่ามีเจ้าหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้อง อย่าลืมนะ เจ้าหน้าที่และประชาชนบริสุทธิ์ถูกฆ่าเยอะแยะไปหมด เรายังไม่ได้ให้ความเป็นธรรมกับคนเหล่านั้นนะ เพราะคนเหล่านั้นไม่เท่หรือไง ใช่ไหม เราอย่าไปคิดอย่างนั้น"

นอกจากนี้ รัฐบาลทักษิณยังล้มเหลวสิ้นเชิงในการสืบสวนสอบสวน แถมไม่ให้ความร่วมมือกับกลไกตรวจสอบต่างๆ อาทิ คณะกรรมาธิการของวุฒิสภา หรือแม้กระทั่งการตรวจสอบและค้นหาหลักฐานการใช้โทรศัพท์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เป็นจำเลย ซึ่งในวันที่ทนายสมชาย ถูกอุ้มหายไป ได้มีการติดต่อกันระหว่างจำเลยมากครั้งผิดปกติ และเมื่อตรวจดูพิกัด หรือดูว่าตำแหน่งโทรอยู่ตรงจุดไหน ก็พบว่า พิกัดโทรศัพท์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจเหล่านั้น แสดงให้เห็นว่า มีการติดตามทนายสมชายมาโดยตลอดทั้งวัน

ยิ่งกว่านั้น ยังมีเบอร์โทรศัพท์อีกหลายเบอร์ที่ต้องสงสัย ทั้งเบอร์ของตำรวจในท้องที่ราชบุรี และเบอร์ของนายตำรวจระดับสูงกว่า ซึ่งคาดว่าจะเป็นผู้สั่งการใหญ่ แต่กลับไม่มีการสอบสวนขยายผลไปถึงเจ้าของเบอร์โทรศัพท์เหล่านี้

ในที่สุด คดีนี้ก็ไม่สามารถเอาผิดถึงผู้บงการได้จริงๆ

4) ในยุคทักษิณยังมีการอุ้มฆ่า หรือลอบสังหารแกนนำประชาชนที่ประท้วงฝ่ายรัฐบาลจำนวนมาก โดยปรากฏว่า มีประชาชน ผู้นำชุมชน ผู้ต่อสู้กับปัญหาความขัดแย้ง เพื่อรักษาสิทธิชุมชน สิทธิมนุษยชน อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ถูกฆ่าตายด้วยมือสังหารนอกระบบกฎหมายจำนวนมาก ในหลายพื้นที่ เช่น คุณจุรินทร์ ราชพล (อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต) คุณนรินทร์ โพธิ์แดง (อำเภอเขาชะเมา จังหวัดระยอง) คุณพิทักษ์ โตนวุธ (เภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก) คุณฉวีวรรณ ปึกสูงเนิน (อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา) คุณแก้ว ปินปันมา (กิ่งอำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่) คุณสุวัฒน์ วงศ์ปิยะสถิตย์ (อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ) คุณสมพร ชนะพล (อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี) คุณบุญสม นิ่มน้อย (อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี) คุณปรีชา ทองแป้น (อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช) คุณบุญฤทธิ์ ชาญณรงค์ (อำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี) คุณบุญยงค์ อินต๊ะวงศ์ (อำเภอเวียงชัย จังหวัดเชียงราย) คุณคำปัน สุกใส (อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่) คุณชวน ชำนาญกิจ (อำเภอฉวาง จังหวัดนครราชสีมา) คุณสำเนา ศรีสงคราม (อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น) คุณเจริญ วัดอักษร (บ่อนอก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์) คุณสุพล ศิริจันทร์ (จังหวัดลำปาง) คุณพักตร์วิภา เฉลิมกลิ่น (อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง) พระสุพจน์ สุวโจ (อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่) เป็นต้น

ทั้งหมดถูกฆ่าตายอย่างอำมหิต!

หลายกรณี เจ้าหน้าที่รัฐยังไม่สามารถนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกระบวนการทางกฎหมายได้เลย

หลายกรณี เอาผิดได้เพียงแค่มือปืนที่ถูกจ้างวาน ไม่สามารถเอาตัวคู่ขัดแย้ง คู่กรณี ผู้จ้างวาน

ทำไมหนอ... คนสู้เพื่อส่วนรวมในยุคนั้นถูกฆ่าตาย แต่คนสู้เพื่อตัวเองในยุคนี้กลับลอยนวล?

ที่มานสพ.แนวหน้า

 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
บทความที่น่าสนใจ
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com

Warning: include(../../main/globalsitemap.php): failed to open stream: No such file or directory in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194

Warning: include(): Failed opening '../../main/globalsitemap.php' for inclusion (include_path='.:/usr/lib/php:/usr/local/lib/php') in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194