หมวดหมู่
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่มุสลิมไทย โพสต์
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> Muslimthai Focus
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
หลวงตามหาบัว ทักษิณ หลวงตาเสียใจเคยอุ้มชู อภิสิทธิ์ นายกรัฐมนตรี ถล่ม ทักษิณ จิตใจโลเล บงการถล่มเสื้อแดง
อภิสิทธิ์ ถล่ม ทักษิณ จิตใจโลเล บงการถล่มเสื้อแดง


ยืน ยันเคลียร์พรรคร่วมแล้ว กำหนดวันยุบสภา-เลือกตั้ง “มาร์ค” ซัด “ทักษิณ”  โลเล ปีที่แล้วจี้ รบ.ยุบสภา ปีนี้กลับให้อยู่ครบเทอม ลั่น ไม่ยอมให้เกิดกองกำลังเหมือนในอดีต ยันใช้ กม.ความมั่นคงคุมสถานการณ์ก่อนมี พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง เผย เคลียร์ “เติ้ง” แล้ว หลังออกมาท้วงติงวันเลือกตั้ง แจงไม่สามารถทำให้ทุกคนพอใจได้ทั้งหมด “เทือก” มั่นใจไม่กระทบสัมพันธ์พรรคร่วม เตรียมแฉหลักฐานของจริงมัด “ทักษิณ” ตัวบงการสั่งการเสื้อแดงเผาบ้านเผาเมือง ปัดวุ่นปชป.ไม่มีตั้งทีมองครักษ์ทำลายจังหวะฝ่ายค้านซักฟอก ยันจะขอร้อง ส.ส.ปชป.ไฟเขียวฝ่ายค้านถล่มเต็มที่ พท.โวข้อมูลอภิปรายเต็มร้อยแล้ว แต่กังวลการตรวจคลิป การประท้วงเวลาถ่ายทอดสด เหน็บรัฐบาลสำลักควันบุหรี่และสำลักน้ำมันปาล์มแน่

“มาร์ค” ซัด “ทักษิณ” เชื่อถือไม่ได้
เมื่อ เวลา 09.30 น. วันที่ 13 มี.ค. ที่สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ว่า เหตุการณ์ผ่านไปด้วยความเรียบร้อย ส่วนกรณีที่ดูเหมือนว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะโฟนอินถี่ขึ้นนั้นเป็นเรื่องที่ตอบยากว่าจะมาบ่อยหรือไม่บ่อยอย่างไร แต่ยืนยันว่าตอนนี้บ้านเมืองควรจะเดินหน้าและจะเห็นได้ว่าปัญหาของประชาชน จริงๆ ที่ต้องการคือ การมาแก้ปัญหาเรื่องของปากท้อง เรื่องของเศรษฐกิจ ตนไม่อยากให้คนจำนวนหนึ่งจะเป็นนักการเมือง อดีตนักการเมือง หรือนักเคลื่อนไหว มาทำให้ประเด็นของประเทศถูกเบี่ยงเบนไปจากความต้องการ และความเดือดร้อนของประชาชนที่แท้จริง หากเราจะให้ความสำคัญกับนักการเมือง

นักเคลื่อนไหวอย่างเดียว บ้านเมืองก็จะวนเวียนอยู่อย่างนี้ และกลายเป็นว่าเสียงส่วนใหญ่ของประเทศไม่ได้มีโอกาสสะท้อนออกมาเท่ากับ ประเด็นที่เป็นเสียงดังๆ ของนักเคลื่อนไหวกับนักการเมือง เมื่อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ประกาศจะกลับมาแก้ไขปัญหาให้ประชาชนภายใน 6 เดือน ถือเป็นสัญญาณอะไรหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า อาจเป็นการหาเสียงเองไม่ได้ฟังแต่อ่านจากข่าว เพียงแต่บอกว่าจะมีคนมาทำอะไรอย่างนี้ ไม่เป็นไรเอาว่า ขอให้เป็นอย่างนั้นจริงเถอะว่าทุกคนมุ่งจะมาแก้ปัญหาให้ประชาชนมากกว่าที่จะ วนเวียนอยู่กับเรื่องเก่าๆ เดิมๆ ของตัวคุณทักษิณ ส่วนในทางกลับกัน พ.ต.ท.ทักษิณ บอกไม่เชื่อคำพูดนายกฯ ในเรื่องยุบสภาฯ ต้องหารสามหารสี่นั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า กลับไปดูดีกว่าว่าคำพูดใครบ้าง เชื่อได้เชื่อไม่ได้

วอนทุกฝ่ายกลับเข้าสภาฯ
เมื่อ ถามว่านายกรัฐมนตรีห่วงอะไรมากกว่ากันระหว่างการเคลื่อนไหวกับนอกสภา นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เราต้องดูทุกส่วน ซึ่งจริงๆ แล้วต้องยอมรับว่าเรามีปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น โดยมีพรรคการเมืองซึ่งเดินคู่ขนานเป็นขบวนการพร้อมๆ กันไป กับการเคลื่อนไหวนอกสภา และปีที่แล้วความรุนแรงทั้งหมด ยังแถมเรื่องกองกำลังเข้าไปอีก

ซึ่งสภาพอย่างนั้นที่ทำให้เกิดปัญหาขึ้น “วันนี้อยากให้มันกลับมาสู่ระบบสภาฯ การเมืองภาคประชาชนที่มีการเรียกร้องประเด็นต่างๆ หรือมีส่วนร่วมประเด็นต่างๆ ก็ว่ากันไป แต่ไม่ควรมีลักษณะของการเอาพรรคการเมืองก็เอา และมีมวลชนไว้เคลื่อนไหวนอกสภาฯ เพื่อสอดคล้องกับพรรคการเมืองด้วย และที่ต้องไม่ให้ทำอีกเด็ดขาด คือเรื่องกองกำลัง” เมื่อถามว่า หลังจากที่นายกรัฐมนตรีกำหนดวันยุบสภาอย่างชัดเจนได้ประเมินหรือไม่ว่า สถานการณ์ทางการเมืองหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร และเตรียมที่จะรับมือไว้อย่างไร นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า คงจะต้องดูเพราะยังมีอีกหลายเรื่องระหว่างนี้จนถึงต้นเดือนพฤษภาคม อย่างสัปดาห์หน้ามีเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งต้องดูว่าตรงนั้นจะเป็นอย่างไร

มึน “แม้ว” จอมโลเล
เมื่อถามว่ายุทธศาสตร์ขณะนี้ดูเหมือนว่า ถ้าหลังเลือกตั้งกลับมาพรรคเพื่อไทยยังไม่ได้กลับมามีอำนาจ การที่จะสร้างความวุ่นวายจะยังไม่จบ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ยิ่งฟ้องประชาชนและชาวโลกว่าข้อเรียกร้องต่างๆ ที่เคยพูดถึงเรื่องประชาธิปไตยก็ไม่เป็นจริง “ผมก็แปลกใจว่า วันนี้พอบอกว่าจะยุบสภาฯ คุณทักษิณกลับมาบอกว่าให้อยู่ให้ครบไปก็ได้ แล้วทำไมปีที่แล้วพอเราเสนอให้มีการเลือกตั้งมีวันชัดเจน กลับไม่ยอมที่จะหยุดเคลื่อนไหว จนนำมาสู่ความสูญเสียจำนวนมาก เมื่อถามว่า ในขณะที่กำลังเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้ง แต่ยังมีอีกหลายฝ่าย

รวม ทั้งกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) บอกจะไม่ยอมรับผลการเลือกตั้งและอยากให้เลือกการลาออกทั้งคณะ แล้วใช้มาตรา 7 มากกว่า นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เวลานี้ตนยังมองไม่เห็นว่ามันเข้าไปสู่เงื่อนไขลักษณะนั้นอย่างไร เพราะกระบวนการต่างๆ ต้องเดินไปตามรัฐธรรมนูญ เมื่อถามว่า มีความพยายามเปรียบเทียบว่าสถานการณ์วันนี้กับสถานการณ์ปลายรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ เหมือนกัน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนไม่คิดว่าเหมือนกันเลย ขณะนี้เราอยู่ในระบบรัฐสภา พรรคการเมืองต่างๆ ก็พร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการของรัฐธรรมนูญ มีการแข่งขัน มีทางเลือกให้กับประชาชน ทางพรรคการเมืองใหม่เองก็สามารถที่จะเสนอตัวเองเป็นทางเลือกให้กับประชาชน ได้อยู่แล้ว

เย้ย “เพื่อไทย” วนอยู่กับที่
เมื่อถามว่า ตอนนี้มีความพยายามปูดประเด็นการยุบพรรคพลังประชาชนอีกว่ามีเบื้องหน้า เบื้องหลัง จะยิ่งสร้างความสับสนให้กับประชาชน หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า นี่แหละประชาชนจะได้ชัดเจนว่าในส่วนของตนต้องการให้บ้านเมืองเดินหน้า ในส่วนของนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช.และพรรคเพื่อไทย ต้องการให้บ้านเมืองวนเวียนอยู่กับเรื่องเหล่านี้ ก็ดีประชาชนจะได้เลือก ถ้าเลือกพรรคประชาธิปัตย์ พรรคร่วมรัฐบาล เราก็จะเดินหน้าแก้ปัญหาเศรษฐกิจ แต่ถ้าเลือกพรรคเพื่อไทย ก็ไปเถียงกันต่อในเรื่องยุบพรรคพลังประชาชน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังนายกรัฐมนตรีเสร็จภารกิจตามกำหนดการที่แจ้งไว้ ก็ได้เดินทางกลับบ้านไปเตรียมข้อมูลเพื่อชี้แจงการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

แจงเหตุรีบยุบสภา
นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์ ตอนหนึ่งว่า ปัญหาของบ้านเมืองก็เป็นปัญหาที่ประชาชนให้ความสำคัญสูงสุดกับเรื่องของปาก ท้อง เงินในกระเป๋า แล้วก็มีความวิตกกังวลในเรื่องของความมั่นคง สวัสดิการของตนเอง ถึงเวลา ประชาชนส่วนใหญ่จะได้เป็นผู้กำหนด เป็นผู้ชี้อนาคต ว่าบ้านเมืองจะเดินไปข้างหน้าเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชาชนได้อย่าง ไร ในช่วงประมาณเดือนกว่าๆ ต่อจากนี้ไป จะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ คงจะยังมีการชุมนุมเคลื่อนไหวอีกหลายกลุ่ม ไปจนถึงการที่เราจำเป็นจะต้องแก้ไขกฎระเบียบ

เพื่อให้ได้กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ มารองรับการเลือกตั้ง แม้ว่าจริงๆ แล้วเราก็สามารถที่จะใช้ระเบียบของ กกต.ได้ ถึงเวลาแล้วที่จะให้พี่น้องได้มีโอกาสมากำหนดอนาคตของประเทศ “ขณะนี้ผมคิดว่ามีความรู้สึกมากขึ้นๆ ว่าเสียงของพี่น้องประชาชนธรรมดานั้นไม่ได้รับความสนใจเท่ากับเสียงดังๆ ของคนหลายๆ กลุ่ม ซึ่งมาเคลื่อนไหวทางการเมือง ซึ่งรวมถึงนักการเมืองด้วย ผมจึงได้ตัดสินใจครับว่า ภายในสัปดาห์แรกของเดือนพฤษภาคม ก็คือสัปดาห์แรกของเดือนพฤษภาคม นับจากนี้ไปประมาณ 1 เดือนครึ่ง ผมจะได้มีการนำความกราบบังคมทูลเพื่อให้ตราพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้ง ทั่วไป และหวังว่าในช่วงระยะเวลาประมาณเดือนครึ่งนี้จะสามารถผลักดันกฎหมายประกอบ รัฐธรรมนูญ

เพื่อคลายความกังวลของคณะกรรมการการเลือกตั้งบางส่วนไปได้ ผมคิดว่านี่เป็นการตัดสินใจเพื่อที่จะให้บ้านเมืองของเรานั้นสามารถเดินไป ข้างหน้า โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับเสียงของพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ ซึ่งวันนี้มีความวิตกกังวลกับภาวะเศรษฐกิจที่เป็นเรื่องของของแพง และความมั่นคง หลักประกัน สวัสดิการของพี่น้องประชาชนในอนาคต” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

“เทือก” มั่นใจไม่กระทบพรรคร่วม
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) และแกนนำพรรคภูมิใจไทย ไม่เห็นด้วยที่นายกรัฐมนตรี ประกาศวันยุบสภาในสัปดาห์แรกของเดือน พ.ค. เพราะมองว่าเร็วเกินไปและบ้านเมืองยังมีสถานการณ์ความวุ่นวาย ว่า คิดว่าเมื่อมาถึงตอนนี้ ก็ต้องเดินหน้าตามแนวทางได้บอกกับประชาชนเอาไว้ การเตรียมการเลือกตั้งเป็นเรื่องลำบากและยุ่งยากสำหรับทุกพรรคการเมือง พรรคประชาธิปัตย์ก็ตกอยู่ในสภาพเดียวกัน แต่เราคิดถึงส่วนรวมเป็นหลัก ประชาชน นักธุรกิจ ผู้ประกอบกิจการค้าขาย ทุกฝ่ายเห็นว่า ถ้าประเทศไทยได้เริ่มต้นกันใหม่เร็วๆ

เหตุการณ์ความวุ่นวาย จะได้หยุดกันเสียที และเราจะได้มาตั้งหน้าตั้งตาร่วมมือแก้ปัญหากันใหม่ จะเป็นทางออกที่ดีที่สุด ในชั้นนี้ก็ต้องเดินหน้าตามแนวทางที่นายกฯ ได้เรียนกับประชาชนไว้ เมื่อถามว่า เกรงหรือไม่ว่าการที่พรรคประชาธิปัตย์ไปหักหาญน้ำใจเพื่อนพรรคร่วมฯ บ่อยๆ อาจจะเกิดการพลิกขั้วเสียก่อนในช่วงการอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายสุเทพ กล่าวว่า ท่านนายกฯ หรือพรรคประชาธิปัตย์ได้ตระหนักในคุณค่าของความเป็นมิตรไมตรีและน้ำใจของ เพื่อนเสมอ ไม่ได้กระทำอะไรที่เป็นการหักหาญน้ำใจ เพียงแต่อาจจะไม่สอดคล้องกันในทุกเรื่อง แต่พรรคประชาธิปัตย์เองก็ไม่ได้เปรียบเสียเปรียบเพราะกรณีนี้ เพื่อนๆ ก็คงจะเข้าใจได้

เตรียมแฉ “ทักษิณ” บงการเผาเมือง
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึง การที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี วีดีโอลิงค์เข้ามายังการชุมนุมของคนเสื้อแดงระบุว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะทำให้ภาพการทำร้ายประชาชนชัดเจนขึ้น และรัฐบาลจะไม่สามารถชี้แจงได้ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนมั่นใจว่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจคราวนี้เราก็จะแสดงหลักฐานทั้งหลายให้ พี่น้องประชาชนได้ประจักษ์ด้วยตัวท่านเองว่ากระบวนการที่เกิดเหตุความรุนแรง ทั้งหมด เป็นเรื่องที่ พ.ต.ท.ทักษิณ สั่งการมาทั้งสิ้นและก็จะมีเหตุผลประกอบชัดเจน โดยตนจะอภิปรายตอบชี้แจงเรื่องนี้เอง ของที่จะนำมาแสดงเป็นเรื่องจริงหลักฐานจริง

เพราะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว ไม่มีใครไปแก้ไขได้ เมื่อถามว่า จะมีการตั้งวอร์รูมให้ทางกองทัพเข้ามาช่วยในการอภิปรายด้วยหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ที่เคยทำงานร่วมกันตนสมัยที่เป็น ผอ.ศอฉ.อยู่ ที่จะมาช่วยดูแลข้อมูลให้ตน เมื่อถามว่า มีข่าวว่าพรรคประชาธิปัตย์มีการตั้งทีมงานเพื่อทำลายจังหวะในการอภิปรายของ ฝ่ายค้าน นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่ทำ จะให้เกียรติฝ่ายค้านเต็มที่ ขออย่างเดียว อย่าหยาบคาย อย่าไปทำในสิ่งที่ไม่บังควร จะให้โอกาสเต็มที่ และจะขอร้องเพื่อน ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ให้ปล่อยให้ฝ่ายค้านพูดให้เต็มที่ ไม่มีการขัดจังหวะ ส่วนที่มีข่าวว่าพรรคมอบหมายให้นายเพทไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวนายกฯ ไปคัด ส.ส.ฝีปากจัดจ้านมาประกบ ส.ส.ฝ่ายค้านนั้นเป็นข่าวลือไม่ใช่ข่าวจริง ยืนยันว่าจะไม่มีองค์รักษ์มาคอยช่วย นายกฯ ก็ไม่นิยมใช้องครักษ์แต่อย่างใด

ปัดสั่ง ตร.-ทหารรวบ “กี้ร์-แรมโบ้”
นาย สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึง กรณีการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง เมื่อวันที่ 12 มี.ค.ที่ผ่านไปด้วยความสงบเรียบร้อย แต่มีมวลชนเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก ว่า ฝ่ายความมั่นคงคงไม่ต้องปรับยุทธศาสตร์อะไร และไม่ได้กังวลใจอะไรมากมาย ตราบใดที่กลุ่มคนมาชุมนุมไม่ทำอะไรที่ผิดกฎหมาย หรือสร้างความรุนแรง คิดว่ากลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ (นปช.) และพรรคเพื่อไทย มาจากที่เดียวกัน มีความเชื่อมโยงมีความสัมพันธ์ มีส่วนได้ส่วนเสียร่วมกัน

พรรค เพื่อไทยจะได้คะแนนนิยมมากหรือน้อยนั้น ก็ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของคนเสื้อแดง ถ้าคนเสื้อแดงออกมาเกะกะระราน สร้างปัญหาให้กับบ้านเมือง รังควานประชาชน คะแนนของพรรคเพื่อไทยก็จะตก ข้อสำคัญคือคนเสื้อแดงบางคนก็ลงรับสมัครเลือกตั้งด้วย เพราะอย่างนั้นเขาต้องทำตัวให้ดี เมื่อถามว่า มีข่าวว่า นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง และนายสุพร อัตถาวงศ์ 2 แกนนำ นปช. จะติดต่อขอเข้ามอบตัวที่ชายแดน มีโอกาสให้ประกันตัวได้หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า มีความเป็นไปได้ โดยหลักของเจ้าหน้าที่ เพราะการมอบตัวเป็นการแสดงเจตนาที่จะมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม โดยปกติเจ้าหน้าที่จะให้โอกาสในการประกันตัว ในชั้นของพนักงานสอบสวน หรือว่าไปถึงศาลก็จะไม่คัดค้านการประกันตัว เพราะเขามีเจตนาที่จะมาสู้คดี และตนไม่ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่รอรวบตัวแต่อย่างใด

จี้สอบ 7 แกนนำแดง ผิดข้อห้ามศาลหรือไม่
นาย เทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการชุมนุมเสื้อแดงเมื่อวันที่ 12 มี.ค.ที่ผ่านมา และเป็นครั้งแรกของ 7 แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่ขึ้นเวทีหลังจากที่ได้รับการปล่อยตัว ซึ่งดูจากพฤติกรรมในการแสดงออกและการปราศรัย ถ้าตรวจสอบดูจะเห็นได้ว่า มีความหมิ่นเหม่ในการปลุกระดมมวลชน จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบอย่างละเอียดว่า ฝ่าฝืนข้อบังคับการประกันตัวหรือไม่ และหากแกนนำมีพฤติกรรมดังกล่าวต่อไปจะสร้างความกังวลใจต่อประชาชนในสังคม จึงอยากเรียกร้องให้คนที่เป็นพยานต่อศาลในการรับประกันพฤติกรรมแกนนำนั้นว่า คนเหล่านี้ได้ปฏิบัติตามที่ได้ให้ข้อเท็จจริงต่อศาลหรือไม่

ชี้ นปช.หมิ่นศาล
นาย เทพไท กล่าวว่า ส่วนการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงก็เป็นพฤติกรรมเดิมๆ ด้วยการระดมคนมาชุมนุมให้มาก และเปิดเวทีให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ได้โฟนอินปราศรัยกดดันศาล ด่ากองทัพและรัฐบาล โดยเฉพาะการที่นางธิดา ถาวรเศรษฐ์ ประธาน นปช. ได้พูดพาดพิงผู้พิพากษาว่า ถ้าคนไทยทนได้แต่ทนความอยุติธรรมไม่ได้ จึงอยากถามความหมายว่า กระบวนการการยุติธรรมไม่เพียงพอในต่อสายตาหรือไม่ การปล่อยตัวเป็นการให้ความยุติธรรมไม่พอหรือ การพูดถึงรัฐบาลและทหาร โดยเฉพาะการปฏิวัติที่ผ่านมาทหารไม่ได้ขออนุญาตประชาชน ดังนั้น การชุมนุมไม่ต้องขออนุญาต การปฏิวัติที่ผ่านมาบ้านเมืองอยู่ในรัฐอธิปัตย์ แต่เมื่อบ้านเมืองกลับเข้าสู่ประชาธิปไตยก็ต้องกลับเข้าสู่กฎหมาย




ชี้ 6 ข้อบิดความจริง
โฆษก ประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ โดยสรุปสาระได้ 6 ข้อ ที่เป็นเรื่องที่บิดเบือน และพาดพิงรัฐบาลจนเกิดความเสียหาย คือ 1.สังคมแตกแยกไม่ใช่เพราะคนเสื้อแดง แต่เกิดจากความยัดเยียดด้วยมือทหาร ทั้งๆ ที่ผ่านมารัฐบาลพยายามปรองดอง แต่ พ.ต.ท.ทักษิณไม่ยอมเลิกรา 2.สังคมไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะมีผู้มีบารมีเข้าแทรกแซง อยากถามว่าผู้มีบารมีที่กล่าวถึงเป็นใคร ใช่คนที่เคยกล่าวหาก่อนถูกยึดอำนาจใช่หรือไม่ และยืนยันว่าไม่มีผู้มีบารมีเข้าแทรกแซง เพราะทุกองค์กรปฏิบัติตามหน้าที่ตัวเอง 3.การกล่าวหาว่าทหารฆ่าประชาชน เผาห้างเซ็นทรัลเวิลด์นั้น

ตนอยากให้ พ.ต.ท.ทักษิณอดใจรอในการอภิปรายที่จะเกิดขึ้น เฝ้าดูข้อมูลว่าฝ่ายไหนมีข้อมูลที่เด็ดกว่ากัน ไม่ควรปลักปลำรัฐบาล ทหาร หรือเจ้าหน้าที่ 4.พ.ต.ท.ทักษิณบอกว่าส่งสัญญาณไปยังผู้มีอำนาจในบ้านเมืองว่าประเทศต้องการ ประชาธิปไตย ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณก็ควรส่งไปยังคนเสื้อแดง ให้เตรียมเข้าสู่การเลือกตั้ง 5.ให้ความหวังกับประชาชนรูปแบบเดิม คือชนะจะได้กลับมาและฟื้นเศรษฐกิจภายใน 6 เดือน เป็นการขายฝันให้คนระบอบทักษิณ แต่ที่ผ่านมายังไม่เห็นนโยบายที่เป็นรูปธรรม และ 6.พ.ต.ท.ทักษิณและพรรคเพื่อไทย ไม่พร้อมเข้าสู่สนามการเลือกตั้ง

ปัดคนรัฐบาลล็อบบี้ศึกซักฟอก
โฆษก ประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะเกิดขึ้น ยืนยันว่าในส่วนรัฐบาล พร้อมเปิดให้มีการอภิปรายอย่างเต็มที่ตามข้อบังคับสภา และยืนยันว่าไม่มีการตั้งองครักษ์พิทักษ์รัฐมนตรี แต่จะมี ส.ส.พรรคติดตามตรวจสอบว่าการอภิปรายเป็นไปตามข้อบังคับหรือไม่ และจะไม่ให้มีการฉวยโอกาสในการอภิปรายใช้ข้อมูลที่เป็นเท็จ เพื่อสร้างมาตรฐานให้เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ส่วนที่นายอนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย

ระบุว่ามีคนในรัฐบาลล็อบบี้ไม่ให้เกิดการอภิปรายนั้น ยืนยันว่าเป็นไปไม่ได้ ถ้าพรรคเพื่อไทยมั่นใจว่ามีคนในรัฐบาลล็อบบี้จริง ก็อยากให้ออกมายืนยันว่าเป็นใคร และยืนยันว่าไม่มีคนในพรรคหรือรัฐบาลล็อบบี้แน่นอน ทั้งนี้ รัฐบาลพร้อมเคลียร์ข้อกล่าวหาก่อนการยุบสภา ดังนั้น อยากให้พรรคเพื่อไทยเตรียมตัวอภิปราย พร้อมทั้งสร้างคะแนนนิยมที่จะใช้ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป เช่น การหาแคนดิเดตผู้ที่จะมาเป็นนายกฯ และไม่อยากให้พรรคเพื่อไทยดูแต่โพลที่ตัวเองสำรวจว่ามีคะแนนนิยมมากกว่าพรรค ประชาธิปัตย์ ทั้งที่ในความจริงผลโพลที่มาจากสำนักวิจัยที่มีความน่าเชื่อถือออกมาว่าพรรค ประชาธิปัตย์มีคะแนนนิยมมากกว่าพรรคเพื่อไทย

พท.โวข้อมูลอภิปรายเต็มร้อย
นาย พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงข่าวว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะมีขึ้นในสัปดาห์นี้นั้น พรรคพร้อมอภิปราย ครม.ทั้งสิบคนเเล้ว ตอนนี้ข้อมูลครบร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่มีข้อกังวลคือ การตวจสอบคลิปและภาพถ่ายที่จะใช้อภิปราย เพราะวิปรัฐบาลพยายามตรวจสอบคลิปล่วงหน้า พรรคฝ่ายค้านทำหน้าที่ตามกฎหมายอยู่แล้ว หากข้อมูลบิดเบือน พรรคก็จะรับผิดชอบกับข้อมูลนั้นๆ พรรคยังเป็นห่วงการประท้วงในสภา เพราะทราบว่าพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทยได้ตั้งองครักษ์พิทักษ์ รัฐมนตรีกว่า 40 คน

เพื่อประท้วงฝ่ายค้านให้เสียจังหวะและเวลา พรรคขอฝากไปยังนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎรว่า ต้องทำหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง เพราะพรรคทราบว่าองครักษ์เหล่านี้ที่ลุกขึ้นมาประท้วงนั้นจะได้รับรางวัล ด้วย ส่วนวันและเวลาการถ่ายทอดสดผ่านทางสถานีโทรทัศน์เอ็นบีทีนั้น รัฐบาลมักอ้างว่าติดรายการประจำของสถานี พรรคจึงขอเรียกร้องว่า ต้องถ่ายทอดสดอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ประชาชนรับทราบข้อมูลโดยละเอียด อย่าใช้วิชามาร เพราะรัฐบาลมีโอกาสชี้แจงในการถ่ายทอดสดครั้งนี้ด้วย และเมื่อเสร็จการอภิปรายแล้ว พรรคจะนำข้อมูลทั้งหมดมาลงเว็บไซต์ของพรรค และมั่นใจว่าข้อมูลทั้งหมดจะน็อกรัฐบาลได้ แม้เสียงโหวตในสภานั้นจะสู้ไม่ได้ แต่มั่นใจเสียงโหวตนอกสภาว่า จะสู้ได้ “รัฐบาลนี้เมาควันบุหรี่และสำลักน้ำมันปาล์มแน่ในการอภิปราย” นายพร้อมพงศ์ กล่าว

พท.ไม่ห่วง ภท.นัด ชทพ.กินข้าว
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงข่าวว่า การรับประทานอาหารร่วมกันของพรรคชาติไทยพัฒนากับพรรคภูมิใจไทยในต้นสัปดาห์ หน้านั้นว่า ไม่มีอะไรใหม่ เป็นการต่อรองเรื่องการอภิปรายฯ ทราบว่ารัฐมนตรีจากบางพรรคถึงขั้นกินไม่ได้ นอนไม่หลับ เรียกข้าราชการไปติวเข้ม และอาจกลัวว่าจะมีเหตุการณ์อย่างที่พรรคเพื่อแผ่นดินงดออกเสียงและโหวตสวน ตนขอเรียกร้องพรรคชาติไทยพัฒนา และพรรคกิจสังคมว่า หากทราบข้อมูลของฝ่ายค้านที่ชัดเจนแล้ว ต้องมีจริยธรรม มีความรับผิดชอบต่อประชาชน อย่ายกมือสวนความรู้สึกของประชาชน

ปชป.ออกแคมเปญนโยบายเพื่อ ปชช.
ที่ พรรคประชาธิปัตย์ น.พ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า หลังจากที่ได้มีการประชุม ส.ส.พรรคที่ผ่านมา โดยหัวหน้าพรรคได้กำชับให้สมาชิกลงพื้นที่ตรวจสอบค่าครองชีพในเรื่องอาหาร ด้วยการลงไปถึงก้นครัวนั้น ซึ่งเบื้องต้นได้นำมาตัดสินใจในเรื่องการเพิ่มรายได้ ด้วยการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 25 เปอร์เซ็นต์ ภายใน 2 ปี และการประกันรายได้เกษตรกร เช่น ข้าวขาวตันละ 1 หมื่นบาท เป็น 1.1 หมื่นบาท ข้าวเหนียว 9.5 พันบาท เป็น 1 หมื่นบาท และเพิ่มเพดานการประกันจากเดิม 25 ตัน เป็น 30 ตัน เพื่อเพียงพอต่อค่าใช้จ่ายและลดความเสี่ยงให้เกษตรกร

ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการรณรงค์หาเสียงด้านนโยบายเพื่อประชาชน ซึ่งพรรคจะทยอยประกาศตั้งแต่หลังอภิปรายไม่ไว้วางใจไปจนถึงยุบสภาต้นเดือน พฤษภาคม และมี พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง “ภาพรวมของนโยบายรณรงค์หาเสียง พรรคจะสานต่อนโยบายที่ทำอยู่ ทั้งการศึกษาฟรี 15 ปี เบี้ยยังชีพ ขยายการประกันสังคม หนี้นอกระบบ และยุทธศาสตร์ใหม่การเพิ่มค่าครองชีพ โดยมีนายอภิสิทธิ์เป็นหัวหน้าทีม มุ่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องของแพง ลดความเหลื่อมล้ำ ซึ่งขอให้ประชาชนเปรียบเทียบกับพรรคเพื่อไทย ที่ยังพูดแต่เรื่อง 2 มาตรฐาน อำมาตยาธิปไตย คนเสื้อแดงตาย หรือการช่วย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ กลับมาโดยไม่ต้องรับโทษ พรรคเพื่อไทยหวังกลับสู่อำนาจเพื่อมาแก้ปัญหาคนเสื้อแดง ซึ่งเป็นปัญหาการเมือง ซึ่งต่างกับพรรคเรา”

วอน ส.ส.-ส.ว.ผ่าน 3 ร่าง กม.เลือกตั้ง
น.พ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เตรียมเสนอร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง 3 ฉบับต่อสภา หากเสนอมาเมื่อไหร่ พรรคจะประสานให้วิปรัฐบาลนำเรื่องบรรจุวาระโดยเร็ว โดยพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง มีแก้ 1 มาตรา พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง แก้ 7 มาตรา ซึ่งจะขอให้สภาพิจารณา 3 วาระรวด ส่วนร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และที่มา ส.ว. แก้ 33 มาตรา ซึ่งช่วงสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนมีนาคมถึงสิ้นเดือนเมษายน น่าจะพิจารณาทัน แต่ถ้าไม่ทัน กกต.ก็สามารถออกประกาศใช้กับการเลือกตั้งได้ตามที่รัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม บัญญัติ อย่างไรก็ดี ขอให้ ส.ส.และวุฒิสภา และสังคมสนับสนุนให้ความร่วมมือด้วย เพราะจะได้มีการเลือกตั้ง เพื่อเป็นทางออกของความอึมครึมจากการเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆ ในวันนี้

ปัดนายกฯ พบทหารแลกเงื่อนไขไม่ ปว.
น.พ.บุ รณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่ากรณีการชุมนุมของกลุ่ม นปช.เมื่อวันที่ 12 มี.ค.ที่ผ่านมา พรรคเห็นว่ามีลักษณะเป็นการปลุกระดม สังคมตั้งคำถามว่ามีพรรคในสภาแล้ว ทำไมถึงยังเคลื่อนไหวนอกสภา 2 ขา และสาระการชุมนุมยังเป็นการปลุกผีปฏิวัติเพื่อระดมมวลชน สร้างความขัดแย้งกับสถาบันทหาร ซึ่งที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ในฐานะแกนนำ นปช. ออกมาระบุว่า นายกฯ ได้พบทหารแลกเปลี่ยนเงื่อนไขการไม่ปฏิวัตินั้น พรรคขอยืนยันว่าไม่จริง นายกฯ ไม่เคยพบ ผบ.เหล่าทัพเพื่อยื่นเงื่อนไขดังกล่าว

รวมถึงบอกว่า นายกฯ พบตุลาการก็เป็นความเท็จ ขอให้สังคมใช้วิจารณญาณในการฟัง เพราะบุคคลที่พูด บิดเบือนข้อเท็จจริงมาตลอดตั้งแต่บอกว่า นายกฯ ไม่ได้อยู่ในรถที่กระทรวงมหาดไทยเมื่อสงกรานต์ปี 52 การตัดต่อคลิปเสียง การบอกว่า ทหารฆ่าประชาชน การปัดความรับผิดชอบในการเผาเซ็นทรัลเวิลด์ แต่ทั้งหมดเป็นการสร้างความขัดแย้งวนเวียน ทำให้รัฐบาลประสบอุปสรรคในการแก้ปัญหาของประชาชน การที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ โฟนอินเข้ามา ยังชี้ชัดว่าแนวทาง นปช.ผูกติดกับ พ.ต.ท.ทักษิณ หวังจะให้กลับประเทศโดยไม่ถูกกฎหมายดำเนินคดี ซึ่งการเลือกตั้งตามครรลองไม่สามารถช่วยได้ จึงหวังปลุกระดมให้บ้านเมืองวุ่นวายต่อไป

ไม่มี ส.ส.รัฐล็อบบี้ฝ่ายค้านอภิปรายเบาๆ
น.พ.บุ รณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กรณีที่พรรคเพื่อไทยระบุว่า มี ส.ส.ล็อบบี้ให้พรรคเพื่อไทยอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเบาๆ นั้น พรรคยืนยันว่า ไม่มีแน่ เพราะนายกฯ กำชับให้ ส.ส.และรัฐมนตรีของรัฐบาล เคารพการทำหน้าที่ตรวจสอบของฝ่ายค้าน แต่หากจะร้องขอก็คงต้องเป็นเรื่องการไม่ใช้ข้อมูลเท็จบิดเบือนใส่ร้าย เพราะจะทำให้เวลาการอภิปรายไม่มากเพราะหมดไปกับการประท้วง อย่าหวังว่าจะใช้คลิปตัดต่อมาฉายผ่านการถ่ายทอดสดการประชุมแล้วใช้เอกสิทธิ์ ส.ส.ป้องกันตัวเอง

ตร.หมดท่าเปิดทาง พธม.
วันเดียวกัน พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 ได้เดินทางเข้าเจรจากับตัวแทนกลุ่มเครือข่ายประชาชนไทยหัวใจรักชาติ อาทิ นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ นายสมบูรณ์ ทองบุราณ ม.ล.วัลย์วิภา จรูญโรจน์ เพื่อขอคืนพื้นที่บริเวณถนนพิษณุโลก สำหรับเตรียมจัดงานกาชาด ประจำปี 2554 โดยในการหารือดังกล่าวนั้น ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน

โดยตัวแทน กลุ่มผู้ชุมนุมยื่นข้อเสนอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ กลับไปหารือกับทางรัฐบาลว่า หากต้องให้ย้ายออกจากพื้นที่บริเวณถนนพิษณุโลกทั้งหมด จะมีสถานที่ใดที่สามารถจัดชุมนุมได้ ขณะเดียวกัน หากไม่มีสถานที่เป็นที่น่าพอใจ อาจมีการคืนถนนให้เพียง 2 เลน ฝั่งตรงข้ามทำเนียบรัฐบาล ซึ่งหากการจัดงานดังกล่าวนั้นมีประชาชนเป็นจำนวนมาก อาจย้ายไปอยู่บริเวณถนนริมคลอง ตั้งแต่ด้านข้าง ป.ป.ช. ไปจนถึงวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม

โดยกลุ่มเครือข่ายฯ จะมีการประชุมเพื่อหารือกันอีกครั้งในวันนี้ และจะมีการเจรจากับทางเจ้าหน้าที่อีกครั้งในเวลา 11.00 น. วันที่ 14 มี.ค. พล.ต.ต.วิชัย ยังกล่าวด้วยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่มีนโยบายในการสลายการชุมนุมแต่อย่างใด โดยขอให้กลุ่มผู้ชุมนุมสบายใจ แต่การขอคืนพื้นที่ใน 2 ครั้งที่ผ่านมานั้น เป็นเพราะมีความจำเป็น และประชาชนได้รับความเดือดร้อน

“การเมืองใหม่” ค้านยุบสภา
นายสำราญ รอดเพชร โฆษกพรรคการเมืองใหม่ แถลงว่า กรณีการประกาศกำหนดการยุบสภาของนายกรัฐมนตรีในสัปดาห์แรกของเดือนพฤษภาคม เพื่อให้มีการเลือกตั้งในเดือนมิถุนายน หากพิจารณาอาจเป็นไปตามวิถีทางประชาธิปไตยแต่พรรคเชื่อว่าเป็นเรื่องน่า เสียดายที่รัฐบาลไม่ใช้เวลาอีก 9-10 เดือนเพื่อแก้ไขและปฏิรูปปัญหาสำคัญของบ้านเมือง แท้จริงแล้วการยุบสภาภายใต้ข้ออ้างเสียงส่วนใหญ่ของประเทศชี้อนาคตบ้านเมือง ตามที่นายกรัฐมนตรีแถลงน่าจะเกิดจากการอับจนปัญญาและความสามารถของนายก รัฐมนตรีที่จะปฏิรูปประเทศไทย

ด้านนายสมศักดิ์ โกศัยสุข หัวหน้าพรรคการเมืองใหม่ กล่าวว่า ตามที่ กกต.รายหนึ่งออกมาระบุว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะมีการซื้อเสียงครั้งมโหฬาร พรรคเห็นว่าเมื่อ กกต.รู้เช่นนี้แล้วควรจะหาทางป้องกันและมีมาตรการกำกับควบคุมการเลือกตั้ง ให้เป็นไปโดยบริสุทธิ์ยุติธรรม กกต.ควรกำหนดระเบียบการใช้เงินหาเสียงเลือกตั้งโดยลดการใช้งบเลือกตั้งลง เพื่อกระจายให้กับพรรคการเมืองขนาดเล็กได้มีงบประมาณเพิ่มขึ้นในการรณรงค์หา เสียงกับประชาชน ส่วนผู้สมัครที่มีปัญหาเรื่องคุณสมบัติและติดใบเหลืองหรือใบแดง ไม่ควรให้กลับมาเสนอตัวเข้าสู่การเลือกตั้งได้อีก

พผ.ยังไม่ชัดรวมพรรค รช.
นาย ชาญชัย ชัยรุ่งเรือง หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน กล่าวถึงกรณีจะมีการยุบสภาสัปดาห์แรกของเดือน พ.ค. ว่า ในความเห็นของตนถือว่าการกำหนดช่วงวันยุบสภา อยู่ในช่วงเวลาที่ไม่ช้าไม่เร็วไปนัก โดยมีเวลาราว 2 เดือน ให้พรรคการเมืองแต่ละพรรคได้เตรียมตัวในการหาเสียงเลือกตั้ง ซึ่งพรรคเพื่อแผ่นดินก็เหมือนกับนักกีฬา เขาให้ลงแข่งขันเราก็ต้องพร้อมเสมอ อย่างไรก็ตามในส่วนของการแก้ไขกฎหมายลูกทั้ง 3 ฉบับ ถ้ายังไม่เรียบร้อย ในเรื่องรายละเอียดต่างๆ ของการเลือกตั้ง ถ้าไม่กำหนดไว้ให้ชัดเจนก็จะทำให้การเลือกตั้งผิดพลาด ถ้ามีการฟ้องร้องดำเนินคดีในภายหลัง กกต.ก็อาจจะเหนื่อยได้ จึงอยากให้ กกต. และฝ่ายที่เกี่ยวข้องทำกฎหมายนี้ให้เรียบร้อยก่อน

ซึ่งหากประกาศ ยุบสภาภายในสัปดาห์แรกกฎหมายไม่น่าจะเสร็จทัน แต่ถ้าให้เป็นยุบสภาภายในเดือน พ.ค. ก็จะไม่เป็นการบีบรัดทุกฝ่ายมากเกินไป หรือจะทอดเวลาออกไปเป็นเดือน มิ.ย.ก็สุดแล้วแต่ นายชายชัย ยังกล่าวถึงความคืบหน้าของการรวมพรรคเพื่อแผ่นดินกับพรรครวมชาติพัฒนาของนาย สุวัจน์ ลิปตพัลลภ ว่า แกนนำของทั้ง 2 พรรคมีการหารือกัน แต่การเจรจายังไม่ตกผลึกคาดว่าอีก 1 เดือน จะมีความชัดเจนในเรื่องนี้

นสพ.บ้านเมือง

 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
บทความที่น่าสนใจ
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com

Warning: include(../../main/globalsitemap.php): failed to open stream: No such file or directory in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194

Warning: include(): Failed opening '../../main/globalsitemap.php' for inclusion (include_path='.:/usr/lib/php:/usr/local/lib/php') in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194