หมวดหมู่
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่มุสลิมไทย โพสต์
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> Muslimthai Focus
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
เปิดโปงเบื้องหลังธุรกิจ - ครอบครัว กัดดาฟี

เปิดโปงเบื้องหลังธุรกิจ - ครอบครัว กัดดาฟี

มูอัมมาร์ กัดดาฟี
มูอัมมาร์ กัดดาฟี


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก zimbio.com, badische-zeitung.de, wordpress.com, รายการเรื่องเล่าเช้านี้

          เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า วิกิลีกส์ เว็บไซต์จอมแฉระดับโลก และสื่อต่างประเทศ ได้ร่วมกันเปิดโปงข้อมูลการใช้อำนาจโกงกินประเทศของครอบครัวกัดดาฟีที่มีมา ยาวนาน หลังประธานาธิบดี กัดดาฟี ออกมาแถลงลั่นจะกอดอำนาจจนตัวตาย และปลุกระดมให้ใช้ความรุนแรงกับประชาชนผู้ต่อต้านระบอบการปกครอง เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

แรงงานไทย

แรงงานไทย



           รายงานระบุว่า ครอบครัวกัดดาฟีได้ใช้อำนาจโกงกินบ้านเมืองและฮุบสมบัติชาติมาเป็นระยะเวลา ยาวนาน ด้วยการส่งลูก ๆ เข้าไปมีอิทธิพลในหน่วยงานและธุรกิจระดับประเทศต่าง ๆ ดังนี้


ฮันนิบาล กัดดาฟี


ซาอีฟ อัล อิสลาม


           1. มูฮัมมัด กัดดาฟี ลูกชายคนโต ลงทุนในธุรกิจโทรคมนาคม
           2. มูอาทาสซิม กัดดาฟี ลูกชายอีกคน ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ
           3. ฮันนิบาล กัดดาฟี เป็นผู้ทรงอิทธิพลในธุรกิจการนำเข้าและส่งออกทางทะเล
           4. คามิส กัดดาฟี ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุด
           5. ซาอาดี กัดดาฟี ได้รับมอบหมายให้ก่อตั้งเขตการค้าส่งออกเสรี ในลิเบียตะวันตก

           ขณะเดียวกัน ลูกคนอื่น ๆ ในครอบครัวกัดดาฟี ยังมีรายได้พิเศษจำนวนมหาศาลที่ได้จากบริษัทน้ำมันในลิเบีย ส่วน ซาอีฟ อัล กัดดาฟี ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของ กัดดาฟี ที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในลิเบีย ได้พยายามสร้างภาพลักษณ์ที่มีเกียรติต่อประเทศตะวันตก เป็นหน้าเป็นตาของประเทศลิเบีย แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น ดูเหมือนว่าตอนนี้ภาพลักษณ์ของเขากำลังจะถูกทำลายด้วยตัวของเขาเองแล้ว หลังจากที่ได้ออกมาแถลงการณ์ต่อผู้ประท้วงว่า รัฐบาลจะไม่ลงจากตำแหน่งเด็ดขาด พร้อมขู่ผู้ประท้วงว่าจะเกิดสงครามกลางเมืองอย่างหนักขึ้น ถ้าหากผู้ประท้วงยังคงต่อต้านรัฐบาลต่อไปอย่างนี้ ซึ่งนั่นคล้ายกับจะเป็นการกระชากหน้ากากให้เห็นตัวจริงภายใต้ตัวตนอันมี เกียรติของเขาออกมาให้ทั่วโลกได้เห็น และหลังจากนั้น หลายประเทศก็ได้ประณามการกระทำดังกล่าว

           ด้าน มูอาทาสซิม กัดดาฟี ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ ได้ถูกสื่อต่างประเทศเปิดโปงพฤติกรรมทุจริตของเขาที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2008 โดยระบุว่า มูอาทาสซิม กัดดาฟี ได้ใช้อำนาจบังคับให้นายชูกรี กาเน็ม ประธานบริษัทน้ำมันแห่งลิเบีย แบ่งรายได้ให้เขาเป็นจำนวนเงิน 3.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งทางกาเน็มก็ได้กล่าวกับคนสนิทขณะพิจารณาการยินยอมจ่ายเงินตามที่มูอาทาส ซิมบังคับมาว่า เขากลัวมูอาทาสซิมจะตามจองเวรหากเขาไม่ยอมจ่ายเงินให้ในขณะนั้น และมูอาทาสซิมกับพี่น้อง ก็ได้ส่วนแบ่งและรายได้จากธุรกิจน้ำมันจำนวนมหาศาลมาโดยตลอด

           ส่วน ฮันนิบาล กัดดาฟี ผู้ทรงอิทธิพลในธุรกิจการนำเข้าและส่งออกทางทะเล ได้ถูกแฉถึงเรื่องราวความทารุณโหดร้ายต่อภรรยาว่า ฮันนิบาลได้ตบตีและทำร้ายร่างกาย เอลิน ภรรยาของเขาสารพัด จนได้รับบาดเจ็บ และทำให้เอลินต้องจำใจหนีไปอยู่ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ซึ่งหลังจากที่เอลินเดินทางไปลอนดอน ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็สิ้นสุดลง และยิ่งไปกว่านั้น ฮันนิบาล พร้อมกับแม่และน้องสาว ไอชา ยังสั่งให้เอลินให้ปากคำกับตำรวจว่า บาดแผลและรอยบวมช้ำในตัวของเธอนั้น เป็นเพราะเธอประสบอุบัติเหตุและไม่ได้ถูกทำร้ายแต่อย่างใด

           นอกจากนี้ ยังมีการยักยอกเงินจากธุรกิจน้ำมันอีกจำนวนมหาศาล แล้วนำเข้าธนาคารในต่างประเทศ ทั้งประเทศแถบเปอร์เซีย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมีการสันนิษฐานว่า ประธานาธิบดี กัดดาฟี อาจซ่อนขุมทรัพย์จำนวนมหาศาลไว้ในรูปแบบต่าง ๆ ทั่วภูมิภาค ซึ่งยากแก่การตรวจสอบได้ และยิ่งไปกว่านั้น ยังมีรายงานอีกว่า ประธานาธิบดี กัดดาฟี ยังใช้เงินอย่างฟุ่มเฟือย โดยเสียไปกับการลงทุนและสนับสนุนโครงการและธุรกิจต่าง ๆ ในหลายประเทศ เพื่อซื้อใจรัฐบาลประเทศนั้น ๆ และการบำเรอความสุขของตัวเอง อย่าง ที่เว็บไซต์วิกีลีกส์ได้แฉออกมาวันนี้ว่า ครอบครัวกัดดาฟีได้ทุ่มทุนจัดคอนเสิร์ตบียอนเซ่ เป็นคอนเสิร์ตส่วนตัวเพื่อสร้างความบันเทิงเล็ก ๆ ในครอบครัว ขณะที่ ซาอีฟ อัล อิสลาม กัดดาฟี ก็ทุ่มทุนสร้างคฤหาสน์หลังโต 8 ห้องนอน ไว้ในกรุงลอนดอน มีโรงหนังและห้องบันเทิงต่าง ๆ คอยอำนวยความสะดวก มูลค่าสูงกว่า 500 ล้านบาทเลยทีเดียว

           อย่างไรก็ดี แม้จะมีการเปิดโปงมาแล้วหลายครั้ง แต่ดูเหมือนว่า กัดดาฟี ก็ไม่ได้ใส่ใจและพูดถึงเรื่องนี้เลยแม้แต่น้อย เขายังคงยืนยันที่จะดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีต่อไป โดยอ้างว่าทำเพื่อชาติ เพื่อศาสนา และจะขอต่อสู้จนกว่าจะขาดใจตาย พร้อมกับประกาศลั่นว่าจะไม่ยอมลงจากตำแหน่งเด็ดขาด แม้จะมีการประท้วงอย่างต่อเนื่องก็ตามที และถ้าหากผู้ประท้วงยังคงประท้วงกันต่อไป พวกเขาจะใช้ความรุนแรงทางการทหารเข้าบดขยี้ประชาชน แถมยังปลุกระดมให้ผู้สนับสนุนรัฐบาลโจมตีผู้ประท้วงได้ตามใจชอบอีกด้วย
 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
บทความที่น่าสนใจ
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com
สารบัญเว็บไซต์ Muslimthaipost.com
SubDomain หน้าหลัก