หมวดหมู่
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่มุสลิมไทย โพสต์
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> Muslimthai Focus
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
ไทยปะทะเขมร ปะทะหนักหน่วง รอบ3 เขมรยิงจรวด! ไทยถล่มคืนด้วยปืนใหญ่
ปะทะหนักหน่วง"รอบ3" เขมรยิงจรวด! ไทยถล่มคืนด้วยปืนใหญ่


ปะทะหนักหน่วง"รอบ3" 
เขมรยิงจรวด! 
ไทยถล่มคืนด้วยปืนใหญ่ 
กัมพูชาฉีกข้อตกลง"หยุดยิง" 
ชาวบ้านหนีตายอีกระลอก 
ชี้ตกอยู่ในภาวะสงครามแล้ว 
ศรีสะเกษสั่งปิดรร.20แห่ง

 ข้อตกลงเจรจาหยุดยิงไทย-กัมพูชาไร้ผลโดยสิ้นเชิง เมื่อทหารทั้ง 2 ฝ่ายได้เปิดฉากปะทะรอบ 3 อย่างดุเดือดและหนักหน่วงเมื่อเวลาประมาณ 18.40น.ของวันที่ 6 กุมภาพันธ์ โดยทหารไทย กับทหารเขมร ถล่มกันด้วยกระสุนปืนใหญ่กว่า 100นัด อาวุธหนักนานาชนิด และอาวุธประจำกาย ที่บริเวณช่องโดนเอาว์ต.รุง อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ทางด้านทิศตะวันตกของเขาพระวิหาร 

 เปิดฉากขยายแนวรบอีกหลายจุด 

 จากนั้นทหารทั้ง 2 ฝ่ายได้เปิดฉากปะทะกันอีกหลายจุดตลอดแนวเขาพระวิหาร ทั้งด้านทิศตะวันออกของเขาพระวิหาร คือ ช่องซำแต ช่องตาเฒ่ า รวมทั้งบนเขาพระวิหาร และ ทางด้านทิศตะวันตกของเขาพระวิหาร ภูมะเขือ ส่วนชาวบ้านตามหมู่แนวชายแดนเขาพระวิหาร ทั้งประชาชนชาวไทยและ ชาวกัมพูชา ได้ถูกสั่งให้เร่งอพยพออกจากพื้นที่แนวชายแดนกันครั้งใหญ่อย่างเร่งด่วนแล้ว เบื้องต้นพบว่ามีชาวบ้านได้รับบาดเจ็บ 2 ราย 

 ใช้จรวดบีเอ็ม21ถล่มเข้าใส่ไทย 

 การปะทะดังกล่าวกินเวลานานกว่า 1ชั่วโมง โดยเฉพาะที่บริเวณหมู่บ้านภูมิซรอล บริเวณภูมะเขือ ชายแดนด้านกันทรลักษ์ จ. ศรีสะเกษ มีการปะทะกันรุนแรงที่สุดเมื่อเวลา 19.20น. ทำให้ชาวบ้านแตกตื่นโกลาหล โดยทหารสั่งให้ดับไฟเพื่อป้องกันถูกโจมตี พร้อมกับใช้ปืนใหญ่ยิงตอบโต้อย่างดุเดือด 

 แฉเขมรฉีกข้อตกลงยิงมาก่อน 

 เวลา 21.00 น. พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก ให้สัมภาษณ์ว่า เกิดเหตุปะทะกันอีกครั้งระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชา โดยได้รับรายงานเบื้องต้นว่า ทางทหารกัมพูชา ได้ยิงปืนพลุส่องสว่างขึ้น แล้วระดมยิงมายังฝั่งไทย ด้วยกระสุนปืนใหญ่จากรถถัง มาตกที่ช่องโดนเอาว์ และสถานการณ์พัฒนาการขึ้นไป 

 "โดยทางทหารกัมพูชาใช้เครื่องยิงจรวดBM21 เข้าใส่ฝ่ายไทย ซึ่งทางฝ่ายทหารไทยได้ตอบโตด้วยปืนใหญ่ ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานความสูญเสียของทั้ง 2ฝ่าย อย่างไรก็ตาม ทาง ผบ.ทบ.กำชับกำลังพลทุกนายให้ปกป้องอธิปไตยและระมัดระวังตัวอย่างดี"โฆษกกองทัพบกระบุ 

 เจอตอบโต้กลับอย่างเหมาะสม 

 และย้ำว่าเราแสดงออกชัดเจนว่า เราไม่ประสงค์จะรุกรานเขาก่อน ตอนนี้ เข้าใจว่า รมว.กห.และนายกฯ ทราบเรื่องแล้ว ยืนยันตอนนี้เรามีการตอบโต้ทางบกทางเดียวเท่านั้น ทางอากาศตอนนี้ยังไม่มี เชื่อความสูญเสียมีแน่นอนแต่ยังไม่ได้รับรายงาน และขอยืนยันว่าไทยได้ตอบโต้อย่างพอเหมาะพอสม ที่เราไม่อยากทำหนักเพราะกลัวคำครหาว่าเราไปรังแกประเทศที่ด้อยกว่า เพราะเรามีศักยภาพที่มากกว่า 

 รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับจรวดบีเอ็ม 21 ซึ่งเป็นอาวุธที่ได้รับการช่วยเหลือทางทหารจากประเทศเวียดนาม สามารถยิงได้ไกล 12 ไมล์ ใช้ในการทำลายรถถัง และเป้าหมายที่เป็นกลุ่มก้อน 

 ผอ.รร.เชื่ออยู่ในภาวะสงครามแล้ว 

 นายบุญรวม พงษาปาน ผอ.โรงเรียนบ้านภูมิซรอล ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนในหลุมหลบภัยว่า ตั้งแต่ช่วงเย็นมีการยิงกระสุนจากฝั่งกัมพูชาเข้ามาฝั่งไทยจำนวนมาก โดยหากนับแล้วยิงเฉลี่ยมากถึงนาทีละ 50 ลูกเลยทีเดียว 

 นายบุญรวมให้ความเห็นด้วยว่า ตนเชื่อว่าขณะนี้ไม่น่าจะเป็นการเข้าใจผิดและน่าจะเป็นสงครามแล้ว เนื่องจากทางฝั่งกัมพูชาจงใจยิงอาวุธลงในพื้นที่ซึ่งเป็นเขตของพลเรือน มิใช่เขตทหาร 

 "ที่หมู่บ้านภูมิซรอลก็มีกระสุนตกลงมาต่อเนื่อง ตอนนี้ยังไม่รู้ใครเป็นไรบ้าง ไม่กล้าออกจากหลุมหลบภัย เราอยู่ในหลุมหลบภัยถ้าแค่สะเก็ดเราปลอดภัย แต่ถ้าลูกใหญ่มาก็ไม่รอด ที่ไม่ไปไหนเพราะเชื่อที่รัฐบาลบอกว่าคุยกันแล้ว "นายบุญรวมกล่าว 

 ทหาร2ฝ่ายซัดกันกลางดึก 

 ก่อนหน้านั้นเมื่อเวลา 22.00 น.คืนวันที่ 5 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แหล่งข่าวทางการทหาร แจ้งว่า มีการปะทะระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชาด้วยอาวุธประกาย นานราว 5 นาที ที่บริเวณชายแดนด้านภูมะเขือ บ.ซำเม็ง ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ แต่ไม่มีทหารไทยได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต 

 ทั้งนี้จุดปะทะดังกล่าวเป็นจุดเดียวกับที่ส.อ.วุธชรินทร์ ชาติคำดีหัวหน้าชุดยิง ร.16 พัน 2 ค่ายบดินทร์เดชา จ.ยโสธร ถูกสะเก็ดระเบิดเสียชีวิตจากเหตุปะทะเมื่อเช้าวันที่5กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา 

 ที่ภูผาหมอกก็มีการปะทะกัน 

 และต่อมาเมื่อเวลา 13.30 น. ก็มีการปะทะกันที่บ้านซำแตด้านเขื่อนห้วยขนุน ต.ภูผาหมอก อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ห่างจากเขาพระวิหารไปทางด้านทิศตะวันออกประมาณ 10 กิโลเมตร มีการยิงถล่มกันด้วยปืน ค.60 ไม่ต่ำกว่า 3 นัด จากนั้นมีเสียงปืน อาก้า AK-47 ของทหารกัมพูชา ดังขึ้นที่บริเวณช่องตาเฒ่า ติดกับเขาพระวิหารอีก 2 ชุดใหญ่ แต่ไม่รายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต 

 ปลัดมท.วิ่งลงหลุมหลบภัยวุ่น 

 ทั้งนี้ช่วงปะทะกันนั้นนายวิเชียร ชวลิต ปลัดกระทรวงมหาดไทยและนายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าฯศรีสะเกษ ได้นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ตรวจสภาพความเสียหายของโรงเรียนบ้านภูมิซรอลวิทยา ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ โดยทันทีที่มีสัญญาณเตือนภัยดังขึ้นทำให้ปลัดมหาดไทย สื่อมวลชนวิ่งลงหลุมหลบภัยกันชุลมุน แต่ภายหลังนายวิเชียร ออกมาระบุว่า ตรวจสอบฝ่ายทหารแล้วก็ยืนยันว่าไม่มีการปะทะ 

 จัดศูนย์ช่วยเหลือชาวบ้าน7จุด 

 นายวิเชียร ยังกล่าวถึงการช่วยเหลือประชาชนว่าเบื้องต้นมีประชาชนประมาณ 5,000 คน จากหลายตำบลใน อ.กันทรลักษณ์ ต้องอพยพมายังจุดรองรับ 7 จุด อาทิ ที่หอประชุม อ.กันทรลักษณ์ ร.ร.ภูมิซรอลวิทยา วิทยาลัยการอาชีพ ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบล ( อบต.) ท่าสว่าง ซึ่งการอพยพและดูแลเป็นไปอย่างเรียบร้อยดี มีพร้อมทั้งที่นอน อาหาร ยารักษาโรค ซึ่งทาง อบต.แต่ละแห่งจัดบริการ 

 รอดูสถานการณ์อีก2-3วัน 

 ส่วนการจะเคลื่อนย้ายประชาชนกลับไปยังภูมิลำเนานั้น ปลัดมหาดไทย กล่าวว่า ต้องรอดูสถานการณ์การเจรจาฝ่ายทหารระดับสูงของไทย และกัมพูชาว่า ต้องยืนยันได้ว่า ไม่มีการสู้รบกันแล้ว เรียกได้ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรอความมั่นใจ เมื่อทางการยืนยัน ทางผู้ว่าฯก็สามารถแจ้งชาวบ้านให้กลับได้ ซึ่งคาดว่า อาจต้องรออีกประมาณ 2-3 วัน ซึ่งถ้ายังไม่มีความมั่นใจ ก็ไม่อยากให้รีบกลับ 

 สั่งจ่ายเงินสำรองฉุกเฉินเยียวยา 

 "ผมได้ประชุมร่วมกับผู้ว่าฯ และสั่งให้มีการจ่ายเงินสำรองฉุกเฉินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย ที่ผู้ว่าฯ มีอำนาจเบิกจ่ายได้ 50 ล้านบาทแล้ว โดยไม่แน่ใจว่า ได้จ่ายช่วยเหลือไปเท่าไรจากวงเงิน 50ล้านบาท โดยเบื้องต้น ครอบครัวผู้เสียชีวิตได้ 50,000 บาท บ้านเรือนเสียหายได้หลังละ 30,000บาท"นายวิเชียร กล่าว 

 ชาวภูมิซรอลเริ่มขอกลับบ้าน 

 ขณะที่บ้านภูมิซรอล อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ชาวบ้านบางส่วนเริ่มนำกระเป๋าเสื้อผ้า ผ้าห่ม และของเครื่องใช้ส่วนตัวขึ้นรถกระบะ เพื่อเดินทางกลับไปบ้านเกิด หลังต้องขนย้ายสิ่งของมากินอยู่หลับนอนที่ศูนย์ช่วยเหลือที่หอประชุมอ.กันทรลักษ์ได้ 2 คืน ทั้งนี้แม้ยังไม่ค่อยมั่นใจในสถานการณ์แต่ก็อยากกลับไปดูบ้าน แต่ชาวบ้านบางส่วนก็ยังไม่กล้ากลับเข้าพื้นที่จนกว่าทางผู้ใหญ่บ้านจะแสดงความมั่นใจจึงจะเดินทางกลับ 

 ร่ำไห้โฮ!พบบ้านเหลือแค่ซาก 

 โดยนางสำริด แสนประดับ อายุ 42 ปี หนึ่งในผู้เดินทางกลับบ้าน เจ้าของบ้านเลขที่ 288 บ้านภูมิซรอล อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ถึงกับร่ำไห้ ยืนเกาะประตูบ้าน ภายหลังเห็นสภาพบ้านตัวเอง และบ้านพ่อที่อยู่ติดกันถูกปืนใหญ่ของทหารกัมพูชายิงใส่จนไฟไหม้ จากเหตุการปะทะกันระหว่างทหารไทย-ทหารกัมพูชา 

 ตื่นข่าวยิงกันอีกต้องกลับศูนย์ฯ 

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังมีข่าวเกิดการปะทะกันอีกรอบเมื่อตอนบ่ายที่บ้านซำแต ทำให้ชาวบ้านต้องอพยพกลับเข้ามายังศูนย์ช่วยเหลือใหญ่ที่หอประชุมอ.กันทรลักษณ์อีกครั้งเนื่องจากสถานการณ์ยังไม่น่าไว้วางใจเพราะมีข่าวลือสะพัดตลอดชายแดนว่าทหารเขมรเตรียมบุกโจมตีทหารไทยอีกครั้งในเร็วๆนี้ ยิ่งทำให้ชาวบ้านเกิดความวิตกกังวลต่อสถานการณ์สู้รบมากขึ้น 

 ศรีสะเกษปิด20รร.ต่ออีก3วัน 

 ทางด้าน นายวรรณะ บุญสุข ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 4 (ผอ.สพป.ศรีสะเกษ เขต 4) ซึ่งมาตรวจพื้นที่กับคณะของปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ได้สั่งปิดโรงเรียนประถมศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 4 จำนวน ที่ตั้งอยู่ในเสี่ยงแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ทั้งสิ้น 20 แห่ง เป็นเวลา 3 วัน ระหว่างวันที่ 7-9 ก.พ.นี้ ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยของครูและนักเรียน 

 เผยรร.ภูมิซรอลเสียหายหนัก 

 ขณะที่นายประมูล แสวงผล ผู้อำนวยการโรงเรียนภูมิซรอลวิทยา ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ กล่าวว่า จากการสำรวจความเสียหายของโรงเรียนที่ถูกกระสุนปืนใหญ่ฝ่ายทหารกัมพูชายิงเข้าใส่หลายลูกเมื่อวันที่ 4 ก.พ.พบว่า มีอาคารเรียนขนาด 3 ชั้นถูกลูกกระสุนใหญ่หลังคาอาคารระเบิดพังยุบลงมาเสียหายจำนวน 4 ห้องเรียน อาคารชั่วคราวของโรงเรียนพังเสียหายอีก6ห้องเรียน โต๊ะ เก้าอี้ เสียหายรวมกว่า 400 ชุดรวมทั้งเครื่องคอมพิวเตอร์และเครื่องรับโทรทัศน์ 

 อีกประมาณ1สัปดาห์เปิดเรียนได้ 

 "คาดว่าอีกประมาณ 1 สัปดาห์ โรงเรียนจะเปิดการเรียนการสอนได้ โดยในส่วนห้องเรียนที่ได้รับความเสียหาย จะแก้ปัญหาเฉาะหน้าด้วยการใช้ห้องเรียนชั่วคราว เช่น หอประชุม ใต้ถุนอาคาร และกางเต็นท์ เพิ่มเติม พร้อมยืมอุปกรณ์การเรียนการสอนจากโรงเรียนข้างเคียง มาให้นักเรียนได้เรียนหนังสือเป็นการชั่วคราวไปก่อน" ผู้อำนวยการโรงเรียนภูมิซรอลวิทยา กล่าว 

 นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่วว่า จากการสำรวจความเสียหายประมาณ 3 ล้านบาท 

 มาร์คยันกัมพูชาเปิดฉากยิงก่อน 

 สำหรับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ"เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์" ถึงเหตุการณ์ปะทะระหว่างทหารไทยกับทหารเขมรที่บริเวณปราสาทเขาพระวิหาร ภูมะเขือ ผามออีแดง และตามชายแดนพื้นที่จ.ศรีสะเกษ โดยยืนยืนว่า ฝ่ายเขมรยิงโจมตีเข้ามายังบริเวณดินแดนไทย จึงมีความจำเป็นที่ฝ่ายไทยต้องตอบโต้เพื่อปกป้องอธิปไตย 

 ยิงจากตรงไหนตอบโตตรงนั้น 

 "การยิงตอบโต้ของฝ่ายไทยนั้นเป็นการยิงตอบโต้ไปยังที่หมายที่เป็นการทหารทั้งสิ้น พูดง่าย ๆ ก็คือว่ายิงมาจากตรงไหนเราก็ตอบโต้ไปตรงนั้น ไม่ใช่เป้าหมายพลเรือน และในส่วนของประเทศไทยนั้นเราไม่เคยคิดที่จะไปรุกรานใคร แต่เมื่อใดก็ตามมีการล่วงล้ำละเมิดอธิปไตยของเรานั้น เราก็ต้องปกป้องอย่างถึงที่สุด "นายกฯกล่าว 

 อ้างเป็นผลงานรักษาอธิปไตย 

 และได้ย้ำว่าเหตุการณ์ปะทะที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เป็นสิ่งยืนยันได้ว่ารัฐบาลไม่เคยละเลยต่อการทำหน้าที่ปกป้องอธิปไตย หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีบางฝ่ายพูดว่า รัฐบาลปล่อยให้กัมพูชารุกร้ำพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็ยืนยันได้ว่า ไม่ได้เป็นอย่างนั้น และรัฐบาลยืนยันว่าจะไม่ยอมให้สูญเสียอธิปไตยเด็ดขาด 

 เป็นข้อดีของการมี"เอ็มโอยู43" 

 "เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และจบลงครั้งนี้ส่วนหนึ่งมาจากการมีกรอบข้อตกลงเอ็มโอยูปี 43ทำให้ทั้ง 2 ฝ่ายนำปัญหาขึ้นโต๊ะเจรจา แต่ถ้าไม่มีเอ็มโอยู อยากจะยืนยันว่าตลอดแนวชายแดนจะมีการปะทะกันอยู่ตลอดเวลา ไม่มากก็น้อย แล้วชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนตลอดแนวชายแดนจะปกติสุขได้อย่างไร"นายกฯกล่าว 

 วอนคนไทยสนับสนุนกองทัพ 

 พร้อมยืนยันว่า หากตนมีผลประโยชน์แม้แต่นิดเดียว ในการที่จะไปแลกกับอธิปไตยของประเทศไทย ก็ควรจะถูกไม่ใช่ไล่ออกจากรัฐบาล แต่ต้องออกจากประเทศไทยด้วยซ้ำ ขอเคยยืนยันตนไม่ทำแน่นอน และขอเรียกร้องไปยังคนไทยทุกคนให้มาสนับสนุนกองทัพ ให้กำลังใจทหารในหารปฏิบัติหน้าที่ แต่ไม่ควรมาใช้เวลานี้เล่นการเมืองบั่นทอนกัน 

 สั่งกต.แจงทูต-ไทยไม่ใช่ผู้รุกราน 

 นายกฯ ยังได้แสดงความเสียใจกับความสูญเสียที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของราษฎรและทหารไทย พร้อมยืนยันว่าไทยดำเนินการตามหลักการสากล และเคารพกฏบัตรของสหประชาชาติ จึงได้สั่งให้กระทรวงต่างประเทศเชิญคณะทูตที่มีบทบาทในคณะกรรมการมรดกโลก เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงเรื่องนี้แล้วว่าไทยไม่เคยรุกรานก่อน และจะแก้ปัญหาเขตแดนด้วยสันติวิธี 

 เมินข้อเสนอให้อาเซียนไกล่เกลี่ย 

 นายอภิสิทธิ์ ยังให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายสุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียนต้องการให้อาเซียนเข้ามาไกล่เกลี่ยข้อพิพาทระหว่างไทย-กัมพูชาว่า ขณะนี้กลไกการพูดคุยระดับทวิภาคียังเดินได้ ดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็น แต่แน่นอนว่าเพื่อนๆในอาเซียนคงมีความห่วงใยและอาจจะสามารถเข้ามารับฟังข้อมูลได้ ขอยืนยันว่าตอนนี้ไทย-กัมพูชา พร้อมที่จะแก้ปัญหาร่วมกันในกรอบทวิภาคี 

 รมต.ต่างประเทศ2ฝ่ายกำลังหารือ 

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ในระดับผู้นำของไทย-กัมพูชา จะมีการหารือกันในเร็ววันนี้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ในชั้นนี้รมว.การต่างประเทศของทั้งสองประเทศได้พูดคุยกันแล้ว คงใช้กลไกในกรอบเจบีซี เดินหน้าแก้ปัญหา และขอย้ำว่าปัญหาการขึ้นทะบียนมรกดกโลกเขาพระวิหารนั้นมีปัญหาที่จะนำไปสู่ความขัดแย้ง ดังนั้นไทยต้องคัดค้านถึงที่สุด และกรรมการมรดกโลกก็ควรจะพิจารณาให้รอบคอบ 

 ลั่นจะไม่ถอนทหารจากจุดพิพาท 

 เมื่อถามว่า จะทำอย่างไรไม่ให้เกิดปัญหาการยิงปะทะกันบริเวณแนวชายแดน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คงต้องดูอีกครั้งว่าจะทำกันอย่างไร แน่นอนว่าทางกัมพูชาพยายามขอให้มีการถอนทหาร ซึ่งตนยืนยันมาตลอดว่าไทยคงทำอย่างนั้นไม่ได้ เพราะไทยต้องรักษาสิทธิ ดังนั้นการตรึงกำลังของทั้งสองฝ่ายอยู่ในพื้นที่ข้อพิพาท ย่อมมีความเสี่ยงอยู่บ้าง แต่ก็ต้องพยายามหาวิธีการในการประสานงาน 

 แจงยูเอ็นไทยไม่ได้เป็นฝ่ายยิงก่อน 

 เมื่อถามว่า การที่กัมพูชายื่นหนังสือร้องไปยังองค์การสหประชาชาตินั้นจะเกิดผลกระทบอย่างไร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไทยก็ได้ชี้แจงไปแล้วโดยยืนยันว่าไทยไม่ได้ดำเนินการก่อน สิ่งที่ประเทศไทยทำเป็นการปกป้องและตอบโต้ไปตามเป้าหมาย เพราะมีการยิงเข้ามาเท่านั้นเอง 

 กษิตสายตรงฮอร์นัมฮงถกเจบีซี 

 นายธานี ทองภักดี อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ เผยว่า กระทรวงการต่างประเทศได้ส่งหนังสือถึงคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ หรือ UNSC ชี้แจงเหตุปะทะทหารไทย-กัมพูชาแล้ว แต่ยังไม่ขอเผยรายละเอียดขอรอให้ถึงเจ้าหน้าที่ยูเอ็นเอสซี ก่อนที่จะเผยแพร่ได้ต้นสัปดาห์นี้ 

 ส่วนการหารือทางโทรศัพท์ระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทย-กัมพูชา ในวานนี้ได้ข้อสรุปจัดการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมเขตแดน (เจบีซี) ไทย-กัมพูชา ภายในเดือนก.พ.นี้ โดยฝ่ายไทยเป็นเจ้าภาพ 

 "เตีย บันห์"ชี้เหตุปะทะเกิดจากไทย 

 ในขณะที่พล.อ.เตีย บันห์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ของกัมพูชา ให้สัมภาษณ์"สปริงนิวส์" ถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดการปะทะระหว่างไทย-กัมพูชาว่า เกิดจากความคลุมเครือมานาน จนระยะหลัง เกิดกรณีเรื่องการปักธง ให้ ทำลายวัด ซึ่งไม่สามารถรับได้ จึงเป็นจุดสำคัญทำให้เรื่องลุกลามถึงขั้นปะทะ 

 "ที่ผ่านมาก็มีการต่อสายคุยกันเพื่อยับยั้งสถานการณ์อย่างเมื่อวันที่ 5 ก.พ. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ของไทย ก็ต่อสายมาทางนายกรัฐมนตรี(กัมพูชา)ผมก็อยู่ด้วย ก็พูดคุยช่วงนั้น พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผบ.สูงสุด ก็ต่อสายมาพูดกันว่าต้องหาวิธีหยุดให้ได้ทันที หลังพูดกันในระยะสั้นก็ยับยั้งได้"เขาระบุ 

 สื่อเขมรอ้างทหารดับแค่ทำปืนลั่น 

 นอกจากนี้ด้านเว็ปไซต์ของน.ส.พ.เดิมอัมปรึล ได้เสนอข่าวและภาพเหตุการณ์การยิงปะทะกันระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชาบริเวณปราสาทพระวิหาร โดยอ้างว่าทหารเขมรที่เสียชีวิต 1 นายนั้นไม่ได้เกิดการกระสุนของฝ่ายไทย แต่เพราะทำปืนลั่นใส่ตัวเอง นอกจากนี้ยังมีชาวบ้านเสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บอีก 20 ราย 

 นอกจากนี้สื่อฉบับดังกล่าวยังโชว์ภาพทหารกัมพูชายิงต่อสู้กับทหารไทย พร้อมกองเสบียงอาหารและน้ำดื่มที่อ้างว่าพร้อมจะต่อสู้กับไทย 

 นักธุรกิจหวั่นปลุกระดมคลั่งชาติ 

 นายเอกโซ เวิร์น อายุ 43 ปี นักธุรกิจชาวเขมรในฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา เผยว่า การนำเสนอข่าวของสื่อกัมพูชาทำให้น่าวิตกมากเนื่องจากขณะนี้มีพวกคลั่งชาติพยายามพูดปากต่อปากว่าประเทศไทยเป็น ผู้รุกรานกัมพูชา และหวังจะยึดปราสาทพระวิหารคืจากเขมร ยิ่งทำให้ชาวเขมรเริ่มคล้อยตาม ถ้ายังไม่มีการเจรจาและจับมือกันจะทำให้สถานการณ์บานปลายเอาไม่อยู่

ที่มา หนังสือพิมพ์แนวหน้า

 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
บทความที่น่าสนใจ
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com

Warning: include(../../main/globalsitemap.php): failed to open stream: No such file or directory in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194

Warning: include(): Failed opening '../../main/globalsitemap.php' for inclusion (include_path='.:/usr/lib/php:/usr/local/lib/php') in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194