หมวดหมู่
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่มุสลิมไทย โพสต์
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> Muslimthai Focus
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
สาวซีวิค เผยนาทีชีวิต ชนท้ายรถตู้โทลเวย์ 9ศพ จะบวชชี รุดขอโทษคนเจ็บ ทางลุง สาวซีวิคเผย เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
"สาวชีวิค" เผยโฉมแล้ว พ่อแม่พานั่งรถเข็นเดินสายเยี่ยมคนเจ็บที่ รพ.วิภาวดี

เผย สภาพร่างกายยังฟกช้ำ เปิดใจอยากไปบวชถือศีลอุทิศส่วนกุศลให้ผู้เสียชีวิต เผยเพิ่งรู้ถูกกระแสสังคมโจมตีรุนแรงหลังจากนอนซมอยู่ใน รพ. รีบโทรศัพท์ ไปออกรายการข่าวโทรทัศน์แสดงความเสีย ใจกับเหตุที่เกิดขึ้น พร้อมยังเล่านาทีระทึกบางช่วงบางตอน ยอมรับขับรถเร็วจริงแต่ไม่มีเจตนาจะทำให้เกิดความสูญเสีย ส่วนภาพที่วิจารณ์ในอินเทอร์เน็ตกำลังโทรฯแจ้งเหตุไม่ใช่ยืนเล่นบีบี “พล.อ.วิชญ์” มีศักดิ์เป็นลุง ชี้สังคมไม่ต้องเป็นห่วงยันไม่มีใครแทรกแซง ปล่อยตำรวจทำตามกฎหมาย ฝากสื่อหยุดโจมตี ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนกฎหมายแล้ว  
   
จากเหตุการณ์สลดใจ น.ส.อรชร หรือ แพรวา (สงวนนามสกุล) อายุ 17 ปี

ขับ รถเก๋งฮอนด้าซีวิคสีขาว ประสบอุบัติเหตุชนท้ายรถตู้โดยสารบนทางด่วนโทลล์เวย์ ก่อนถึงทางลงบางเขน (ฝั่งขาเข้า) ทำให้มีผู้โดยสารในรถกระเด็นออกมาเสียชีวิตทั้ง  หมด 9 ราย และบาดเจ็บอีก 6 ราย เหตุเกิดเมื่อตอนค่ำวันที่ 27 ธ.ค. ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาและนักวิชาการ สำหรับสาววัยรุ่นคนขับรถเก๋งยังนอนพักรักษาตัวอยู่ที่ รพ.แต่ไม่ยอมเปิดเผยสถานที่ หลังจากถูกกระแสสังคมโจมตีอย่างหนัก
   
ความคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 31 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงาน 

ว่า น.ส.อรชร (สงวนนามสกุล) คนขับรถเก๋งชนรถตู้บนทางยกระดับโทลล์เวย์ ได้ยอมให้สัมภาษณ์เปิดใจเป็นครั้งแรกตั้งแต่เกิดเรื่องสลดใจขึ้นมา โดยโทรศัพท์เข้ามา ในรายการเช้าข่าวข้น คนข่าวเช้า ทางโมเดิร์น ไนน์ทีวีว่า อยากแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ไม่ได้มีเจตนาอะไรทั้งสิ้นที่จะทำให้เกิดการสูญเสียในครั้งนี้ จากนั้นได้เล่าเหตุการณ์บางช่วงบางตอนอ้างว่า ก่อน เกิดเหตุขับรถอยู่เลนขวาแล้วก็เห็นรถตู้ที่วิ่งอยู่ข้างหน้า แต่รถขับกินเลนเข้ามาฝั่งตนนิดนึงจึงได้เปิดไฟสูงเพื่อขอทางรถตู้ก็กลับเข้า ไปในเลนตัวเอง จากนั้นตนพยายามเร่งเครื่องเพื่อจะแซงให้พ้น ปรากฏว่ารถตู้ได้กินเลนออกมาอีก
   
น.ส.อรชร เล่าเหตุการณ์ต่อด้วยน้ำเสียงค่อนข้างแหบแห้งว่า ด้วยความตกใจจึงรีบบีบแตรแล้วพยายามหักหลบหนี

ส่ง ผลทำให้ร่างถลำเข้าไปกระแทกใต้แผงคอนโซลอย่างแรงเนื่องจากไม่ได้คาดซีท เบลล์ (เข็มขัดนิรภัย) จากนั้นก็จำไม่ได้ว่าเหตุการณ์เป็นเช่นไร ลุกขึ้นมาได้ก็ช่วงมีเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯช่วยนำออกมาจากรถ ภาพที่เห็นกำลังยืนกดโทรศัพท์นั้น คือต้องโทรฯแจ้งประกันเพราะว่าเจ้าหน้าที่ไม่ส่งโรงพยาบาลจนกว่าจะโทรฯเรียกประกัน ส่วนขับรถด้วยความเร็วมากแค่ไหนนั้นจำไม่ได้ ขอไม่พูดเพราะวันที่ 5 ม.ค. 54 นัดจะไปให้ปากคำตำรวจ
   



ต่อข้อซักถามว่า ช่วงนี้มีความตั้งใจจะทำอะไรบ้าง น.ส.อรชร ตอบว่า

ขอ แสดงความเสียใจเพราะว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นอุบัติเหตุไม่ได้ตั้งใจแล้ว ก็เกิดขึ้นจากความประมาท ยอมรับผิดเพราะว่าถ้าหนูไม่ขับเร็วในวันนั้นเหตุการณ์นี้ก็คงไม่เกิดขึ้น หรืออาจจะไม่รุนแรงขนาดนี้ แต่หนูพยายามเต็มที่แล้วที่จะหักหลบ เพียงแต่ว่ารถมันเสียหลักแล้วไปกระแทกต้องขอโทษจริง ๆ นอกจากนี้อยากไปบวชหรือไปถือศีลเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้ผู้เสียชีวิต รวมทั้งอยากไปร่วมงานศพแต่ด้วยสถานการณ์ที่สื่อออกไปนั้นภาพมันค่อนข้าง รุนแรงนิดนึง
   
“คุณพ่อคุณแม่ได้เล่ารายละเอียดทั้งหมดให้หนูฟังว่าเกิดอะไรขึ้นเพราะตั้งแต่เกิดเรื่องก็ไม่ได้ เข้าอินเทอร์เน็ตและเล่นบีบีเพราะคุณหมอให้ยาเพื่อพักผ่อน เพิ่งจะมารู้ทุกอย่างชัดเจนก็เมื่อคืนที่ผ่านมา (30 ธ.ค.) ยืนยันมีเฟซบุ๊กอันเดียวไม่ได้เล่นทวิตเตอร์และไฮไฟว์ หลังจากเกิดเรื่องก็ไม่ได้มีการ   อัพเดตข้อความอะไรร้ายแรงที่เกี่ยวกับเหตุการณ์สถานะใด ๆ ทั้งสิ้นขอย้ำว่าไม่มีเลยจริง ๆ กระทั่งเริ่มจากเห็นข่าวหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง พอถามผู้ปกครองจึงรู้ว่ากระแสภายนอกเป็นยังไง ตกใจมากเลยต้องออกมาพูดอะไรสักอย่าง” น.ส.อรชร กล่าว
   
ต่อมาเวลา 09.00 น. วันเดียวกัน ที่โรงพยาบาลวิภาวดี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.อรชร พร้อมด้วยมารดาและบิดา
 
เดิน ทางเข้าเยี่ยมอาการผู้ได้รับบาดเจ็บ 5 รายที่ยังพักรักษาตัวอยู่ที่ชั้น 11 พร้อมนำกระเช้าดอกไม้และขนมมามอบให้ สภาพของน.ส.อรชร ต้องนั่งรถเข็นคนไข้เนื่องจากมีอาการบาดเจ็บฟกช้ำ ได้กล่าวแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง พร้อมกล่าวขอโทษเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนมารดาของ น.ส. อรชร ก็กล่าวขอโทษเช่นเดียวกันแต่ที่ออกมาเยี่ยมช้าเพราะลูกสาวก็ได้รับบาดเจ็บทำอะไรไม่ถูก สำหรับที่ต้องย้ายโรงพยาบาลเพราะกลัว เนื่องจากกระแสข่าวในอินเทอร์เน็ตโจมตีลูกสาวอย่างรุนแรง หลังจากเสร็จเรื่องก็อาจจะส่งลูกกลับไปเรียนที่สหรัฐอเมริกา
   
ด้านนายวรัญญู เกตุชู 1 ใน 5 ผู้ได้รับบาดเจ็บ เปิดเผยว่า น.ส.อรชร ได้มาขอโทษในสิ่งที่ทำลงไปบอกว่ารู้สึกผิด

นอก จากนี้ยังถูกกดดันจากกระแสในอินเทอร์เน็ตที่โจมตีรุนแรง ส่วนพ่อของ น.ส.อรชร บอกว่าไม่ต้องห่วงในเรื่องคดีก็ว่ากันไปตามกฎหมายพร้อมจะรับผิดชอบเต็มที่ หากมีหมายเรียกก็พร้อมที่จะนำลูกไปเข้าพบตำรวจ ก็รู้สึกดีที่น้องและครอบครัวออกมาขอโทษ ส่วนเรื่องการฟ้องร้องค่าเสียหายนั้นผมยัง   ไม่ได้คิดเพราะมารดาบอกให้พักรักษาตัวให้หายดีเสียก่อน
   
ส่วน ที่ จ.บุรีรัมย์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศพของ น.ส.จันจิรา ซิมกระโทก หรือน้องป้าย อายุ 22 ปี นักศึกษา ชั้นปี 4 ม.ธรรมศาสตร์ ที่เสียชีวิตเป็นรายที่ 9

นายสะโอด นางปิยะวรรณ ซิมกระโทก ผู้เป็นพ่อและแม่ ได้รับศพบุตรสาวกลับไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดบ้านสวน ต.ห้วยหิน อ.หนองหงส์ ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความเศร้าโศกของคนในครอบครัวและบรรดาญาติพี่ น้อง รวมทั้งเพื่อน ๆ ร่วมสถาบัน โดยมีกำหนดทำพิธีฌาปนกิจศพ เวลา 15.00 น. วันที่ 1 ม.ค. 54
   
ขณะเดียวกัน พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพบก ในฐานะลุงของ น.ส.อรชร ให้สัมภาษณ์ว่า
 
รู้สึกเสียใจต่ออุบัติเหตุที่เกิดขึ้นและพี่น้องในตระกูลเทพหัสดิน ณ อยุธยา ทุกคนโดยเฉพาะตนเป็นผู้ใหญ่ของตระกูลก็รู้สึกเสียใจ และ ทางพ่อเด็กพร้อมที่จะช่วยเหลือดูแลชดใช้ให้กับผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ส่วนในเรื่องความยุติธรรมที่สังคมกังขาว่าจะมีการช่วยเหลือในฐานะตระกูลใหญ่ ขอให้ไว้วางใจทางตระกูลเราได้เลย โดยเฉพาะเรื่องความเป็นธรรมต้องเกิดขึ้นกับทุกคน
   
“ผมไม่เคยลงไปยุ่งเกี่ยวในทางคดี ส่วนน้องชาย ซึ่งเป็นพ่อของเด็กก็บอกแล้วในเรื่องคดีความให้ตำรวจว่ากันไปตามกฎหมาย เชื่อ ว่าสภาพจิตใจของหลานสาว อยู่ในอาการไม่ค่อยดี หากเป็นไปได้ขอให้สื่อหยุดการเสนอข่าวได้แล้วเพราะขณะนี้ก็อยู่ในขั้นตอน ขบวนการของกฎหมายแล้วจึงขอให้มั่นใจการทำงานของตำรวจ ตระกูลเราไม่มีการเข้าไปแทรกแซงการทำงานแน่นอน” พล.อ.วิชญ์ กล่าว.

 



รถตู้ตกโทลเวย์


คลิป ข่าว รถตู้ตกโทลล์เวย์ รถเก๋งชนรถตู้ ตาย 8 เจ็บ 7



คลิป ข่าววันใหม่ รถตู้ตกโทลเวย์ นาทีสยอง รถเก๋งชนรถตู้   



คลิป ข่าว รถตู้ตกโทลเวย์ นาทีสยอง รถเก๋งชนรถตู้ จาก เดลินิวส์



คลิป เสียงจากผู้สูญเสีย ดร.ศาสตรา เช้าเที่ยง เหยื่อรถตู้ตกโทลเวย์

แพรวา เทพหัสดิน ณ อยุธยา

รถตู้ตกโทล์เวย์


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก @eMrWhite, @WasitaPaan, @noppatjak


          พล.อ.วิชญ์ ประธานที่ปรึกษากองทัพบก ลุงสาวหญิงสาววัน 17 ที่ซิ่งซีวิคชนรถตู้ เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะตนเองที่เป็นผู้ใหญ่ในตระกูล ยันพ่อเด็กพร้อมชดใช้ผู้เสียชีวิต

          พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพบก ในฐานะมีศักดิ์เป็นลุงของ นางสาวแพร (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี ที่ขับรถเก๋งซีวิคชนรถตู้บนทางด่วนโทลล์เวย์ เผยว่า เสียใจต่ออุบัติเหตุที่เกิดขึ้น พี่น้องในตระกูล เทพหัสดิน ณ อยุธยา ทุกคน โดยเฉพาะตนเป็นผู้ใหญ่ของตระกูล รู้สึกเสียใจ พ่อเด็กก็พร้อมช่วยเหลือ ดูแล และชดใช้ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต แต่ต้องให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย ส่วนความยุติธรรมที่สังคมกังขาว่าจะช่วยเหลือในฐานะตระกูลใหญ่ ขอให้ไว้วางใจทางตระกูลเรา

          "ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตามกฎหมาย โดยเฉพาะในเรื่องความเป็นธรรม ต้องเกิดขึ้นกับทุก ๆ คน เพราะเมื่อเกิดเหตุขึ้นมาแล้ว ทางหลานสาวก็เสียใจ พี่น้องก็เสียใจ เชื่อว่าทุกคนไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น แต่เมื่อเป็นอุบัติเหตุขึ้นมาแล้ว เราก็ต้องมาช่วยกันดีกว่า ตนก็ไม่เคยลงไปยุ่งเกี่ยวในทางคดี" พล.อ.วิชญ์ ระบุ

          พล.อ.วิชญ์ กล่าวอีกว่า น้องชายตน ซึ่งเป็นพ่อของเด็กคนนี้บอกแล้ว เรื่องคดีความให้ตำรวจว่ากันไปตามกฎหมาย ขอให้ทุกคนสบายใจได้ รวมทั้งสื่อมวลชน เชื่อว่าสภาพจิตใจของหลานสาวตน ตอนนี้อยู่ในอาการไม่ดีแน่ หากเป็นไปได้ขอให้สื่อหยุดการเสนอข่าวได้แล้ว ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนขบวนการของกฎหมายแล้ว ขอให้มั่นใจการทำงานของตำรวจ ตระกูลนี้ไม่มีการเข้าไปแทรกแซงการทำงานแน่นอน

          ขณะที่เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม เจ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ร.พ.วิภาวดี เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นางสาวแพร (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี สาวซิ่งเก๋งซีวิคชนท้ายรถตู้ จนมีผู้เสียชีวิต 9 ศพ พร้อมบิดาและมารดา ได้เดินทางไปเยี่ยมผู้บาดเจ็บที่พักรักษาตัวโรงพยาบาล โดยได้นำกล่องคล้ายกล่องของขวัญ มามอบให้ผู้บาดเจ็บทั้งหมด และสอบถามอาการบาดเจ็บ แต่ยังไม่ได้มีการพูดคุยกัน จากนั้น นางสาวแพร พร้อมครอบครัว ก็เดินทางกลับทันที ซึ่งการเดินทางมาในครั้งนี้ นางสาวแพร มีสีหน้าที่เคร่งเครียด ขณะที่ในวันนี้ ผู้บาดเจ็บ 1 ราย แพทย์ได้อนุญาตให้เดินทางกลับบ้านแล้ว คือ นายวรัญญู เกตุชู จึงเหลือผู้พักรักษาตัวในโรงพยาบาล จำนวน 6 ราย

          อย่าง ไรก็ตาม การเข้าเยี่ยมผู้บาดเจ็บของนาสาวแพร ครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรก หลังจาก เกิดอุบัติเหตุท่ามกลางกระแสสังคม ที่จับตาการกระทำของ นางสาวแพร ว่าจะรู้สึกสำนึกกับการกระทำหรือไม่ และเข้าใจถึงการสูญเสียของครอบครัวผู้เสียชีวิต

รถตู้ตกโทล์เวย์

รถตู้ตกโทล์เวย์

          โดยก่อนหน้านี้ สาววัย 16 ซิ่งซีวิคชนรถตู้ เปิดใจ ยอมรับผิด เสียใจมาก พร้อมปฏิเสธหลังเกิดเหตุ ไม่มีการอัพเดต BB และเฟซบุ๊ก
          ความคืบหน้า กรณีอุบัติเหตุรถตู้มรณะ 9 ศพ ล่าสุด คนขับรถซีวิคอายุ 16 ปี กล่าวเปิดใจว่า เรื่องที่เกิดขึ้นนั้น ตนเองก็เสียใจเช่นกัน และหลังเกิดเหตุทางครอบครัว ยังไม่ให้รับการสื่อสาร เนื่องจากเกรงว่าจะกลัวได้รับผลกระทบจิตใจ และทราบดีว่า เรื่องขับรถตนเองนั้นเป็นเรื่องผิด แต่ยังไม่ขอพูดอะไรมากกว่านี้ และขณะนี้สภาพจิตใจ ก็ดีขึ้นแล้ว

          ทั้ง นี้ ยังกล่าวถึง กรณีหลังเกิดอุบัติเหตุแล้วตนมีการโพสต์ข้อความลงในระบบโซเชียลเน็ตเวิร์ กต่าง ๆ ขอยืนยันว่าไม่มี twitter และ hi5 มีแต่ facebook แต่ก็ปิดไป หลังเกิดเหตุ 1 วัน ซึ่งหลังจากที่เกิดเหตุนั้น ยืนยันว่า ไม่มีการอัพเดตสถานะทาง BB และ facebook ใด ๆ ทั้งสิ้น และขณะนี้ตนเอง อายุ 17 ปีแล้ว ไม่ได้อายุ 16 ปี ตามที่สื่อมวลชนนำเสนอ
          อย่างไรก็ตาม ต้องเฝ้าจับตามองคดีดังกล่าว ในวันที่ 5 ม.ค.54 ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ นัดเข้ารับทราบข้อหา และการช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ ท่ามกลาง การวิพากษ์วิจารณ์ของสังคม


[30 ธ.ค.] ตัวแทนสกุลเทพหัสดิน ส่งจดหมายแสดงความเสียใจเหยื่อ แพรวา ซิ่ง

         ตัวแทนราชสกุลเทพหัสดิน ณ อยุธยา ได้ออกจดหมายแถลงการแสดงความเสียใจกับเหยื่อรถเก๋งซิ่งชนรถตู้จนเสียชีวิต 9 รายแล้ว

         โดยเนื้อหาในจดหมายดังกล่าวมีดังนี้

         "สืบ เนื่องจากอุบัติเหตุบนทางด่วน เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2553 ที่ผ่านมานั้น สมาชิกสกุลเทพหัสดินและ ครอบครัวของผู้ก่อเหตุ ใคร่ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งในการสูญเสียที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อครอบครัวและญาติมิตรของผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและเสีย ชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว"

         "ทางสกุลเทพหัสดิน หวังว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจักเป็นอุทาหรณ์ให้แก่สังคม และขออารธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก ได้ประทานพรแด่ทุกท่าน ณ โอกาสนี้ด้วย"

                                                               โดยความเคารพอย่างสูง

                                                               สกุล เทพหัสดิน

          และนี่เป็นแถลงการณ์ตอบโต้จากทางกลุ่มเพื่อนหลากสกุลของผู้เสียชีวิตทั้ง 9 สพ จากอุบัติเหตุรถตู้ถูกชนตกโทลล์เวย์

          "จาก เหตุการณ์อุบัติเหตุรถยนต์ชนรถตู้โดยสารสาธารณะเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2553 เป็นผลให้มีผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น 9 สพ นั้น ทางกลุ่มฯ มีวัตถุประสงค์ในการประกาศแถลงการณ์ดังนี้"

         "1. ทางกลุ่มฯ ไม่เห็นด้วยกับการประกาศแถลงการณ์จากราชสกุลเทพหัสดิน อันเป็นรูปแบบแถลงการณ์ที่เป็นทางการและเคร่งครัดตามแบบจดหมายราชการมากกว่า จะเป็นการแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งอย่างที่ท่านได้กล่าวไว้"

          "2. แม้จะยังไม่มีผลการตัดสินให้คดีถึงที่สุด แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าขณะนี้ กระแสสังคมกำลังจับตาท่าทีและการแสดงออกถึงความรับผิดชอบที่เกิดจากการขับรถ โดยประมาทของผู้ขับรถยนต์ตามที่ปรากฎในข่าว ซึ่งเป็นบุคคลที่ควรจะเป็นผู้ออกมากล่าวแสดงความเสียใจด้วยตนเองหรือผ่านทาง ครอบครัวด้วยการเผชิญหน้ากับสื่อและสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ด้วยการเผชิญหน้ากับความเป็นจริง"

          "อุบัติเหตุและความสูญเสียเป็นสิ่งที่เกินความสามารถของมนุษย์ปุถุชนจะควบ คุมได้ แต่คำขอโทษและการแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งด้วยความจริงใจ ผ่านคำพูด สีหน้า และแววตา เป็นสิ่งที่ไม่เกินความสามารถที่มนุษย์ปุถุชนที่ไม่บกพร่องทางจิตสำนึกจะทำ ได้"

                                                               ขอแสดงความนับถือ

                                                               กลุ่มเพื่อนหลากสกุลของผู้เสียชีวิตทั้ง 9 ศพ

รถตู้ตกโทลเวย์

รถตู้ตกโทลเวย์

รถตู้ตกโทลเวย์

รถตู้ตกโทลเวย์


         โดยก่อนหน้านี้ มีรายงานข่าวว่า นักศึกษา มธ. เสียชีวิตอีก 1 รายแล้ว โดยแม่แพรวาเปิดใจขอโทษเหยื่ออุบัติเหตุ ยันไม่ได้หนีไปต่างประเทศ ขณะที่ตำรวจออกหมายเรียกสาวขับเก๋งมารับทราบข้อหา 5 ม.ค.นี้ พร้อมประสาน ตม.หวั่นหนีออกนอกประเทศ

 
          จากเหตุการณ์ที่นางสาวอรชร เทพหัสดิน ณ อยุธยา หรือ (แพรวา) ขับรถเก๋งพุ่งชนรถตู้บนโทลเวย์ บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ทำให้มีผู้เสียชีวิตทันที 8 ศพ โดยมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคม เป็นจำนวนมาก เนื่องจากมีผู้เสียชีวิตหลายราย ขณะเดียวกัน แพรวา ขับรถด้วยความเร็วสูง และอายุเพียงแค่ 16 ปี ซึ่งไม่ถึงเกณฑ์ที่จะมีใบขับขี่

         ทั้งนี้ นางลัดดาวัลย์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา แม่ของ แพรวา ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ในรายการหนึ่งว่า ตอนนี้แพรวาเครียดจัดถึงขั้นบอกกันตนว่า "เอาชีวิตหนูไปเลยไหม ทำไมหนูไม่ตาย" และ อยากจะยืนยันว่าสามีของตนไม่มีอิทธิพลใด ๆ ทั้งสิ้น พร้อมวอนสังคมอย่าตัดสินคนที่นามสกุล ซึ่งขณะนี้กำลังรอตำรวจรวบรวมหลักฐานทั้งหมดก่อนจึงจะออกมาแถลงข่าว

        ส่วน ทางด้านกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมเกี่ยวภาพข่าว ที่ดูเหมือนลูกสาวของตนยืนเล่นบีบีเพื่อแชทกับเพื่อนนั้น ไม่เป็นความจริง ลูกสาวของตนนั้นรีบกดบีบีไปบอกเพื่อนถึงเหตุการณ์ดังกล่าว และถามเรื่องประกันของรถคันนี้ เพราะรถคันที่รถเป็นของเพื่อนลูก ซึ่งจากเหตุการณ์นั้นตนและครอบครัวทุกข์มาก ไม่สบายใจ และเสียใจเป็นอย่างมากที่ลูกสาวของเราทำให้คนตายถึง 8 ชีวิต ตนต้องขอโทษและยอมรับว่าลูกสาว ผิดที่ขับรถเร็ว เพราะจะรีบเอารถไปคืนเพื่อน ตนไม่เคยอนุญาตให้ลูกสาวขับรถ ไปข้างนอกแบบนั้น พอเกิดอุบัติเหตุดังกล่าว ลูกสาวตนก็ติดอยู่ในรถ เจ้าหน้าที่ได้ช่วยออกมา ที่เห็นว่าลูกตนยืนพิงขอบถนน เพราะลูกของตนนั้นถูกกระจกทิ่มที่ก้น จึงนั่งไม่ได้

         นางลัดดาวัลย์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา กล่าวเพิ่มเติมว่า สาเหตุ ที่ต้องย้ายโรงพยาบาลนั้น เป็นเพราะลูกสาวของตนถูกขู่ทำร้ายร่างกาย และขู่ฆ่า ทั้งโทรศัพท์และบุกเข้าไปในห้องพัก ตนจึงขอย้ายแพรวาไปรักษาตัวที่แห่งหนึ่ง และขอยืนยันว่าไม่ได้หนีไปต่างประเทศแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม ตนขอกราบขอโทษจริง ๆ ตนไม่คิดจะหนี ถึงแม้ว่าจะหนีคดีความได้ แต่ความผิดที่ก่อมันไม่สามารถหนีได้

        ทางด้านนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ได้กล่าวถึงเหตุการณ์นี้ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังดำเนินการตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา ทุกอย่างต้องว่าไปตามกฎหมาย ตามหลักฐาน ไม่สามารถละเว้นใครไม่ว่าจะนามสกุลใดก็ตาม พร้อมยืนยันว่าคดีนี้ไม่มีการเปลี่ยนแปลงหลักฐานแน่นอน

        ล่า สุด มีรายงานว่า เหยื่อผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ชนสยองดัง กล่าว เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย คือ  นางสาวจันจิรา ซิมกระโทก อายุ 22 ปี นักศึกษา คณะสาธารณสุขศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์  ที่บาดเจ็บสาหัสแล้วเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลวิภาวดี โดยนับเป็นศพที่ 9 จากเหตุการณ์ครั้งนี้
 

          ขณะ เดียวกัน พล.ต.ต.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็ได้แสดงความเป็นห่วงที่ชาวไซเบอร์จำนวนมาก ต่างโพสต์ประณามผู้ขับขี่รถยนต์ชนรถตู้โดยสาร ในอินเทอร์เน็ต เนื่องจากหากผู้ที่ถูกกล่าวหา มองว่า ถูกกล่าวหาอย่างไม่เป็นธรรม ไม่ตรงตามข้อเท็จจริง หรือทำให้เกิดความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง ก็มีสิทธิ์ฟ้องร้องดำเนินคดีได้ เนื่องจากคดีนี้ยังไม่ได้ถูกตัดสินหรือแจ้งข้อหา ก็เท่ากับว่ายังเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่

          สำหรับความคืบหน้าของคดี ล่าสุด พล.ต.ต. อำนวย นิ่มมะโน รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกหมายเรียกตัวนางสาว แพรวา เพื่อให้เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหา ในวันที่ 5 ม.ค. พร้อมกับแจ้งข้อหาขับรถโดยประมาท จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ และข้อหาขับรถโดยไม่มีใบอนุญาตขับขี่แล้ว โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมเรียกเจ้าของรถคันดังกล่าวมาสอบปากคำ พร้อมประสานไปยังสำนักงานตรวจค้นเข้าเมือง หรือ ตม. เพื่อป้องกันการหลบหนี ส่วนในเรื่องของค่าเสียหายนั้น จะเรียกคู่กรณีมาตกลงกันเองว่า จะดำเนินการอย่างไร หากตกลงกันไม่ได้ก็จะเป็นสิทธิ์ที่จะดำเนินการฟ้องร้องกันเอง

          อย่างไรก็ตาม พล.ต.ต.อำนวย ยังกล่าวยืนยันว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่ได้มีความกดดันในการทำงานแต่อย่างใด พร้อมกับย้ำว่า จะปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นธรรมที่สุด



[29 ธ.ค.] นายกฯ ยันไม่ปล่อยคดี แพรวา เทพหัสดิน ณ อยุธยา 

          ตำรวจแจ้งข้อหาไม่มีใบขับขี่ แพรวา เทพหัสดิน ณ อยุธยา แล้ว ปัดข่าวหนีไปนอก ด้านพระเอกหนุ่ม ณัฏฐ์ พี่ชายแจงรูปน้องสาวคล้ายกดบีบี จริง ๆ โทรหาพ่อ ไม่ได้คุยบีบีเล่น ขณะที่นายกฯ ยันไม่ปล่อยผ่านคดีนี้แน่ ส่วนครูหยุยติงสื่อเสนอชื่อจริงเยาวชนอายุไม่ถึง 18 ปี

         จาก กรณีนางสาว อรชร เทพหัสดิน ณ อยุธยา หรือ แพรวา เทพหัสดิน ณ อยุธยา ขับรถยนต์ฮอนด้า ซีวิค ชนท้ายรถตู้โดยสาร มธ.รังสิต-อนุสาวรีย์ชัย บนทางด่วนโทลล์เวย์ฝั่งขาเข้า ก่อนรถเสียหลักพลิกคว่ำพุ่งไปชนขอบปูนข้างทาง ทำให้ประตูรถเปิดออก เหวี่ยงผู้โดยสารกระเด็นตกลงมาเสียชีวิตบนถนนวิภาวดี-รังสิต 8 ศพ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ อีก 7 รายนั้น

         ล่าสุด พ.ต.ท.พิทักษ์ นิยมพฤกษ์ รอง ผกก.งานศูนย์ควบคุมจราจร วิภาวดีรังสิต / ทางพิเศษ กก.2 บก.จร. กล่าวว่า ได้สอบปากคำเบื้องต้น นางสาว แพรวา เทพหัสดิน ณ อยุธยา คนขับรถยนต์คู่กรณีแล้ว ก่อนจะนำคดีนี้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ซึ่งขณะนี้ตำรวจได้แจ้งข้อหาไม่มี ใบขับขี่แก่ นางสาว แพรวา เทพหัสดิน ณ อยุธยา ไปก่อน 1 ข้อหา เนื่องจากผู้ขับขี่อายุเพียง 16 ปี ส่วนข้อหาอื่น ๆ ยังไม่สามารถแจ้งกับบุคคลใดได้ เพราะต้องสอบปากคำผู้ได้รับบาดเจ็บที่อยู่ในเหตุการณ์ก่อน พร้อมกับพิจารณาหลักฐาน พยานแวดล้อมต่าง ๆ ประกอบกัน

         อย่าง ไรก็ตาม กรณีที่หลายฝ่ายกังวลว่า คู่กรณีที่ก่อเหตุ คือ นางสาว แพรวา เทพหัสดิน ณ อยุธยา หรือ อรชร เทพหัสดิน ณ อยุธยา เป็นบุคคลที่มีนามสกุลดัง จะทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่กล้าดำเนินการนั้น ขอยืนยันว่า ตำรวจจะทำตามหลักฐานกระบวนการยุติธรรม โดยไม่มีการเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอย่างแน่นอน

          ขณะที่ พ.ต.ท.พิทักษ์ นิยมพฤกษ์ รอง ผกก.สน.วิภาวดี ได้ชี้แจงถึงกระแสข่าวที่ว่า นางสาวอรชร หรือ แพรวา เทพหัสดิน ณ อยุธยา ได้หลบหนีไปต่างประเทศแล้วนั้น ว่า ไม่เป็นความจริง เพราะขณะนี้นางสาวอรชร หรือ แพรวา เทพหัสดิน ณ อยุธยา ยังนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ใน กทม. เพราะมีอาการบาดเจ็บที่สะโพก เนื่องจากถูกกระจกบาด ริมฝีปากแตก และมีบาดแผลฟกช้ำตามร่างกาย

          ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำ นางสาว แพรวา เทพหัสดิน ณ อยุธยา และผู้ปกครองแล้ว แต่ต้องรอหลักฐานให้แน่ชัดจึงแจ้งข้อหาอื่นได้ โดยญาติต้องเฝ้าดูแลอาการของนางสาว แพรวา เทพหัสดิน ณ อยุธยา อย่างใกล้ชิด เพราะเจ้าตัวยังมีอาการหวาดกลัวกับกระแสสังคม ที่ตำหนิต่อว่าเป็นจำนวนมาก และยังมีบุคคลลึกลับโทรศัพท์มาขู่อาฆาตด้วย

          ด้าน ณัฏฐ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา พระเอกหนุ่มซึ่งเป็นพี่ชายต่างมารดาของนางสาวอรชร หรือ แพรวา เทพหัสดิน ณ อยุธยา กล่าวว่า ขณะนี้ตนรู้สึกเครียดมากที่น้องสาวถูกรุมประณาม พร้อมกับชี้แจงภาพของน้องสาวที่ปรากฎในอินเทอร์เน็ต ที่เหมือนคล้ายกำลังกดบีบีเล่น หลังจากเกิดอุบัติเหตุว่า จริง ๆ แล้วน้องสาวกำลังโทรศัพท์หาคุณพ่อ ไม่ได้คุยบีบีเล่นอย่างที่เข้าใจกันไป และเจ้าตัวก็เตรียมออกมาแถลงข่าวถึงเรื่องที่เกิดขึ้น

          ขณะเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์กรณีดังกล่าวด้วยว่า เป็นคดีที่สังคมให้ความสนใจเป็นอย่างมาก และกังวลเกี่ยวกับการดำเนินคดี เนื่องจากคนขับ รถเก๋งชนรถตู้ คือ นางสาว อรชร เทพหัสดิน ณ อยุธยา วัย 16 ปี ซึ่งอยู่เป็นทายาทนามสกุลดัง โดยนายกฯ ยืนยันว่า จะมีการติดตามคดีนี้อย่างเต็มที่ และไม่มีใครจะมีสิทธิพิเศษอยู่เหนือกฎหมายได้

          อย่าง ไรก็ตาม เกี่ยวกับประเด็นการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชน เกี่ยวกับคดีนี้ นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ หรือครูหยุย กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก ออกมาติงว่า สื่อ มวลชนไม่ควรเปิดเผยชื่อที่แท้จริงของเยาวชนอายุไม่ถึง 18 ปีออกไป เพราะจะทำให้เยาวชนเกิดความเสื่อมเสีย ซึ่งทางญาติและผู้ปกครองสามารถฟ้องร้องได้ นอกจากนี้ ประชาชนที่เข้าไปต่อว่าเด็กสาวอายุ 16 ปี ทางอินเทอร์เน็ตควรหยุด เพราะอาจถูกฟ้องร้องขึ้นมาภายหลัง ควรปล่อยให้เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของกฎหมายจะดีที่สุด

          นอกจากนี้ ครูหยุย ยังได้แนะนำด้วยว่า ผู้ปกครองควรดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด หากอายุไม่ถึงตามกฎหมายกำหนดไว้ ก็ไม่ควรให้ขับรถยนต์ส่วนตัว ส่วนผู้ขับขี่รถตู้โดยสารก็ควรขับอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ
       
        

 

 

คลิปรถเก๋งชนรถตู้ ภาพจำลองรถเก๋งชนรถตู้ ตกโทลเวย์



 

ข่าวรถเก๋งชนรถตู้ คืบหน้ารถเก๋งชนรถตู้ ในข่าวข้นคนข่าว




 

 

 





อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
 
 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
บทความที่น่าสนใจ
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com

Warning: include(../../main/globalsitemap.php): failed to open stream: No such file or directory in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194

Warning: include(): Failed opening '../../main/globalsitemap.php' for inclusion (include_path='.:/usr/lib/php:/usr/local/lib/php') in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194