หมวดหมู่
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่มุสลิมไทย โพสต์
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> Muslimthai Focus
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
10ข่าวเด่น...ข่าวดังภูมิภาคในรอบปี2553
วัน-เวลาผ่านไปรวดเร็ว อีกไม่กี่วันก็จะก้าวขึ้นสู่ศักราชใหม่ 2554 กันแล้ว โดยตลอดช่วงระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา โลกใบนี้มีเหตุการณ์ต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย ทั้งเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน ความขัดแย้งทางการเมืองทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะภัยพิบัติทางธรรมชาติ นับว่ารุนแรงในรอบหลายสิบปีเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของชาวโลก...ในส่วน ของประเทศไทยตามภูมิภาคต่าง ๆ ก็เช่นเดียวกัน มีทั้งเหตุการณ์เศร้าโศกสลด คลุกเคล้าไปด้วยเลือดและน้ำตา...และถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติทุกปี ฝ่ายข่าวภูมิภาค “เดลินิวส์” ขอนำมาสรุปเป็น 10 ข่าวเด่น ข่าวดัง ให้ทราบกันอีกครั้งดังนี้...

ปิดตำนาน “จ่าเพียร ขาเหล็ก”
   
ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปัจจุบัน เหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และอีก 4 อำเภอของจังหวัดสงขลาก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะลดลง ซึ่งเกือบ 7 ปีที่ผ่านมาเหตุระเบิดเกิดขึ้นทั้งสิ้น 1,987 ครั้ง ปีที่มีระเบิดมากที่สุดคือปี 2550 จำนวน 484 ครั้ง ขณะที่ปี 2553  มีระเบิดเกิดขึ้นแล้ว 244 ครั้ง จังหวัดที่เกิดระเบิดมากที่สุดคือ จ.นราธิวาส 920 ครั้ง รองลงมาคือ จ.ยะลา 599  ครั้ง จ.ปัตตานี 412 ครั้ง และ จ.สงขลา 56  ครั้ง ส่วนภาชนะที่คนร้ายนำไปประกอบระเบิดมากที่สุดคือกล่องเหล็ก 674 ครั้ง รองลงมาคือถังดับเพลิง 253 ครั้ง
   
แต่ที่กลายเป็นข่าวใหญ่โตของปี 53 คงหนีไม่พ้นการลอบวางระเบิดและยิงถล่ม “จ่าเพียร ขาเหล็ก” หรือ พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา (ยศในขณะนั้น) ผกก.สภ.บันนังสตา จ.ยะลา เสียชีวิต เมื่อวันที่ 10 มี.ค. เหตุเกิดบริเวณพื้นที่ หมู่ 2 ต.ตลิ่งชัน อ.บันนังสตา จ.ยะลา ขณะที่นายตำรวจมือปราบพาลูกน้องออกติดตามหาข่าวความเคลื่อนไหวกลุ่มผู้ก่อ ความไม่สงบ
   
ก่อนหน้าที่ “จ่าเพียร” จะถูกลอบวางระเบิด เขาได้หอบเอกสารผลงาน โล่รางวัล พร้อมหนังสือร้องเรียน เข้าเมืองกรุง ขอความเป็นธรรมต่อ นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และ พล.ต.อ. ปทีป ตันประเสริฐ รักษาการ ผบ.ตร. เพื่อขอย้ายตัวเองจากพื้นที่สีแดง ไปใช้บั้นปลายชีวิตในฐานะ ผกก.กันตัง จ.ตรัง  แต่ชื่อก็หายไป ถึงแม้ผู้บังคับบัญชาที่เคารพจะวิ่งเต้นช่วยเหลือแล้วก็ไม่สัมฤทธิผล เพราะมีอำนาจที่เหนือกว่าคอยจัดทัพโยกย้ายในวงการสีกากี แต่นั่นก็ไม่ทำให้นายตำรวจที่จับปืนต่อสู้เหล่าคนร้ายมาตลอดชีวิตย่อท้อต่อ หน้าที่ ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ เพราะทันทีที่เดินทางกลับถึงบันนังสตาพร้อมน้ำตาของลูกผู้ชาย “จ่าเพียร” ก็ยังคงออกทำงานอย่างต่อเนื่อง กระทั่งถึงวัน “ตาย”...และนี่คือบทเรียนที่รัฐบาลและ สตช.ต้องเอากลับไปคิด?!?

ฆ่ายกครัว ร.ต.ท. 4 ศพ
   
เหตุสลดที่สุดในรอบเดือน มี.ค. อีกข่าวเห็นจะไม่มีเรื่องใดเกินกรณีคนร้ายจ่อยิงฆ่ายกครัวพ่อแม่ลูก 4 ศพ คือ ร.ต.ท.ราชัน พันธ์วงศ์ ช่วยราชการ รอง สวป.สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี นางนวรัตน์ ภรรยา ด.ญ.ญานิสา วัย 5 ขวบ ลูกสาวคนรอง และ ด.ช.จิรายุ วัย 4 ขวบ ลูกชายคนสุดท้อง โชคดีที่ลูกสาวคนโตอายุ 6 ขวบ รอดตายหวุดหวิด เพราะฆาตกรคิดว่าถูกกระสุนปืนตายแล้ว โดยเหตุสยองเกิดขึ้นขณะที่พ่อคือ  หมวดราชัน ขับรถเก๋งฟอร์จูนเนอร์ไปรับลูกสาวคนโตกับลูกสาวคนรอง ที่เรียนหนังสืออยู่ที่ จ.ลำปาง บ้านของปู่กับย่า ขากลับเข้ากรุงเทพฯ ราวตี 5 เหยื่อได้จอดรถพูดคุยกับคนร้าย ก่อนจะโดนยิงทิ้งอย่างโหดเหี้ยม
   
แต่สุดท้ายสวรรค์มีตา ตำรวจตามลากคอฆาตกรทมิฬรายนี้ได้ และไม่ใช่ใครที่ไหนเป็นเพื่อนสนิทของหมวดราชัน คือนายมนตรี แก้วรัตน์ อดีตตำรวจยศ “ร.ต.ท.” โรงพัก สภ.บางบัวทอง โดยผู้ต้องหารับสารภาพว่า โกรธแค้นที่ผู้ตายหักหลัง ที่ตัวเองกำลังหลบหนีคดีฆ่าคนตาย แล้วหมวดราชันโทรฯ ไปบอกตำรวจให้ติดตามกดดัน ส่วนเหตุที่ต้องฆ่าเด็กด้วยนั้น มือปืนอำมหิตบอกว่า เพราะเด็กจำใบหน้าได้ จากนั้นไม่นานราว 7-8 เดือน ศาลได้ตัดสินพิพากษาให้ประหารชีวิตนายมนตรี มือปืนอำมหิต

แก๊งค้ายาบ้าเหิมยิงดับ 2 ตร. สายสืบราชบุรี
   
ต้นเดือน พ.ค. 53  จ.ส.ต.สมฤกษ์ อุทันเวช และ ด.ต.ธานี บัวผัน  สองสายสืบมือดีของโรงพักเมืองราชบุรี ต้องพบจุดจบอย่างไม่คาดคิด กลางสี่แยกไฟแดงเขางู ขณะเข้าจับกุม นายวิจัย หรือ แป๊ะ นาควัน อายุ 34 ปี เครือข่ายยาบ้ารายใหญ่ในจังหวัด ซึ่งขับรถเก๋งมาจอดติดสัญญาณไฟ โดยทันทีที่ จ.ส.ต.สมฤกษ์ กำลังจะเปิดประตูรถคนร้ายเพื่อแสดงตัวขอตรวจค้น ไอ้แป๊ะ ก็คว้า 11 มม. เปิดฉากยิงเข้าใส่จนล้มคว่ำ ก่อนหันปากกระบอกปืนลั่นไกใส่ร่าง ด.ต.ธานี ร่วงไปอีกรายขณะวิ่งอ้อมด้านหน้ารถเพื่อไปช่วยคู่หู  
    
จากเหตุการณ์ดังกล่าว ผู้บังคับบัญชาได้เสนอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปูนบำเหน็จแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 2 นาย 5 ชั้นยศ เป็น ร.ต.อ. และ พ.ต.ท. พร้อมเปิดปฏิบัติการไล่ล่าไอ้แป๊ะอย่างกระชั้น จนญาติเกรงจะถูกวิสามัญฯจึงพยายามเกลี้ยกล่อมให้เข้ามอบตัว ซึ่งหลังจากนั้นเพียงไม่กี่วันมันก็ยอมจำนนและให้การรับสารภาพอย่างไม่สะทก สะท้าน...และนี่! ถือเป็นข้าราชการตำรวจอีกรายที่ต้องมาสังเวยชีวิตให้กับแก๊งค้ายานรกทำลาย ชาติในรอบปีนี้ ที่เราขอสดุดี 2 สีกากีผู้กล้าไว้ ณ ที่นี้ด้วย

สองไรเฟิลดับนายก อบจ.นครสวรรค์
       
5 ทุ่มของค่ำคืนวันที่ 11 ก.ค. 53 เสียงปืนดังกัมปนาทขึ้น 2 นัด บริเวณสนามหญ้าหน้าศาลากลางจังหวัดนครสวรรค์ (หลังเก่า) ถนนโกสีย์ใต้ ต.นครสวรรค์ตก อ.เมืองนครสวรรค์ กระสุนเจาะทะลวงเข้าลำคอ นายอำนาจ ศิริชัย อายุ 58 ปี นายก อบจ.นครสวรรค์ แล้วทะลุออกหัวไหล่ซ้าย ไปสิ้นใจตายที่ รพ.สวรรค์ประชารักษ์ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นขณะผู้ตายเดินทางมาเป็นประธานมอบถ้วยรางวัลการ แข่งขันฟุตบอล 7 คน อบจ.คัพ ที่สนามหญ้าหน้าศาลากลางจังหวัดนครสวรรค์ (หลังเก่า) แล้วถูกคนร้ายขับรถปิกอัพมาจอดรอซุ่มยิงด้วยปืนไรเฟิลถึงแก่ความตาย
   
คดีนี้ตำรวจพุ่งเป้าชนวนลอบสังหาร มาจากปัญหาความขัดแย้งเรื่องการเมืองท้องถิ่น และการเมืองระดับชาติ เนื่องจากในการเลือกตั้งส.ส.ครั้งหน้า นายอำนาจจะเป็นหัวหน้าทีมให้กับพรรคการเมืองหนึ่ง เพื่อจัดคนลงสมัครชิงเก้าอี้ ส.ส.เมืองปากน้ำโพ ปัจจุบันผ่านไปแล้ว 6 เดือน ทีมสังหารยังลอยนวล และคาดว่าคดีนี้จะซ้ำรอยกับคดีของนายประเสริฐ วิบูลย์รัตน์ อดีตนายก อบจ.นครสวรรค์ที่โดนส่องด้วยปืนไรเฟิลดับดิ้นไปก่อนนายอำนาจ หลายปีแล้วยังจับมือใครดมไม่ได้

ปิดฉาก “ครูบาน้อย” ฆ่ามารหัวใจ
   
ข่าวที่สร้างความเสื่อมเสียให้กับวงการผ้าเหลือง จนรุ่มร้อนในปีเสือไฟมีหลายเรื่อง ซึ่ง 1 ในนั้นคงต้องมีเรื่องที่ตำรวจ สภ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ถือหมายของศาลจังหวัดเชียงใหม่เข้าจับกุม พระครูบาน้อย อานาวีโล หรือ นายอนุชา นาไล อายุ 24 ปี เจ้าอาวาสวัดพยากดอนแก้วโพธิญาณ ต.ตลาดขวัญ อ.ดอยสะเก็ด พระนักพัฒนาและนักเทศน์ชื่อดังของจังหวัด ที่แม้จะมีพรรษาน้อย แต่ก็เป็นที่นับถือของชาวบ้านและผู้หลักผู้ใหญ่ในจังหวัด เพราะร่ำลือกันว่า เชี่ยวชาญด้านวิชาอาคมด้านแคล้วคลาด เพราะร่ำเรียนมาตั้งแต่สมัยเป็นสามเณร
   
แต่กลับมาเกี่ยวพันกับคดีฆ่า นายอมรพันธุ์ ชำนิไกร อายุ 17 ปี ซึ่งเป็นศพถูกยิงอยู่บนถนนสายเชียงใหม่-เชียงราย ใกล้ปากทางบ้าน  พยากดอนแก้ว หมู่ 2 ต.ตลาดขวัญ อ.ดอยสะเก็ด แต่หลังใช้เวลาสืบอยู่ไม่นานก็ได้เบาะแสจากแฟนสาวของคนตายว่า คนร้ายใช้รถเก๋ง โตโยต้า วีออส สีบรอนซ์ ทะเบียน กษ 8963 เชียงใหม่ ก่อเหตุ ซึ่งเมื่อสืบลึกลงไปถึงรู้ว่ารถคันดังกล่าวเป็นของหญิงสาวคนหนึ่งที่มี สัมพันธ์ลึกซึ้งกับครูบาน้อย ยิ่งเมื่อได้ไปนำหญิงเจ้าของรถมาเค้น ตำรวจจึงถึงบางอ้อ ว่า ผู้ที่ลงมือลั่นไกไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นพระคนดังนั่นเอง ส่วนสาเหตุ “ครูบาน้อย” เล่าว่าเกิดจากความแค้น เพราะคนตายมาข้องแวะกับหญิงสาวที่เคยส่งเสียเลี้ยงดู จึงนับเป็นข่าวที่น่าหดหู่ เมื่อคนห่มผ้าเหลืองต้องมาเป็นผู้ปลิดวิญญาณคนอื่นเสียเอง...เรื่องแบบนี้คง เกิดขึ้นอีกหากยังไม่มีการควบคุมผู้ที่จะบวชอย่างจริงจัง...

ฮ. “ปลัด ทส.” ชนเขาตายหมู่ 5 ศพ
   
เช้าวันที่ 17 ส.ค. ขณะที่หลายคนยังนอนหลับ ใครเลยจะนึกว่าจะเกิดเหตุการณ์ความสูญเสียครั้งใหญ่ขึ้น เมื่อเฮลิคอปเตอร์ AS350 1103  ที่นำ นายศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) พร้อมคณะ เดินทางจากสนามบิน จ.พิษณุโลก มุ่งหน้าสู่ภูพยัคฆ์ จ.น่าน เพื่อเป็นประธานเปิดงานโครงการปิดทองหลังพระ ประสบอุบัติเหตุพุ่งชนเขาภูพยัคฆ์ และตกลงบริเวณบ้านน้ำแขว่ง ต.เมืองลี้ อ.นาหมื่น จ.น่าน  สาเหตุเพราะทัศนวิสัยไม่ดี
    
นายศักดิ์สิทธิ์ กับ นายสหัส บุญญาวิวัฒน์ ที่ปรึกษาสำนักพระราชวัง นายโกวิทย์ ปัญญาตรง ผอ.สำนักสนองงานพระราชดำริ และผู้ตรวจราชการกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช พร้อม พ.ต.เจนวิทย์ อรุณสวัสดิ์ นักบิน และ ส.อ.วิฑูรย์ เทียนเงิน ช่างเครื่อง เสียชีวิตยกลำ 5 ศพ ต่อมามีการลำเลียงศพขึ้นเครื่องบิน ซี 130 มาตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดพระศรีมหาธาตุฯ บางเขน โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงรับศพไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ และพระราชทานเพลิงศพให้ เหตุการณ์ครั้งนี้นอกจากสร้างความสูญเสียให้กับครอบครัวของบุคคลเหล่านี้ แล้ว ยังสร้างความตกตะลึงให้คนทั้งประเทศอีกด้วย.

บึ้ม! สยองสมานเมตตาแมนชั่นบางบัวทอง
   
ต้องยอมรับว่าเหตุการณ์ระทึกขวัญในรอบปี 2553 อีกเรื่องคือ เหตุระเบิดสมานเมตตาแมนชั่น อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี หลังจากที่ นายสมัย วงศ์สุวรรณ์ อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 168 หมู่ 2 ต.บ้านแหวน อ.หางดง จ.เชียงใหม่ อดีตแนวร่วม นปช. เชียงใหม่ ประกอบระเบิดในห้องพัก 202 แต่ระหว่างนั้นเกิดลัดวงจรทำให้มีการปะทุของดินระเบิดจนเกิดการระเบิดขึ้นใน เวลา 17.30 น. วันที่ 5 ต.ค.ทำให้ห้องพักในชั้น 2 จำนวน 4 ห้องพักเสียหาย มีผู้เสียชีวิต 4 ศพ คือ นายสมัย นายจตุรงค์ คำรอด อายุ 25 ปี นางทัศนีย์ ลาภเจริญ อายุ 24 ปี คนบริสุทธิ์ที่เพิ่งเข้าพักได้ 3 วัน และ นายอภิรักษ์ สัจจะบรรจงกิจ จากการตรวจสอบเจ้าหน้าที่ยังพบระเบิดที่ประกอบแล้วพร้อมใช้งานอีก 3 ถัง หนัก 30 กิโลกรัม ซีดีที่เขียนปกว่า “รัฐไทยใหม่” อีกกว่า 100 แผ่น
   
ส่วนสาเหตุเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเกิดจากความผิดพลาด ในการประกอบระเบิด นอกจากนี้ยังเชื่อว่าระเบิดดังกล่าวมีส่วนเชื่อมโยงในเหตุการณ์ไม่สงบใน พื้นที่กรุงเทพฯและนนทบุรี รวม 4 แห่งซึ่งกำลังขยายผลหาคนที่อยู่เบื้องหลัง ขณะที่แหล่งข่าวระดับสูงของหน่วยข่าวกรองยิ่งมั่นใจในข้อมูลการข่าวในเชิง ลึกก่อนหน้านี้ ซึ่งระบุว่ามีกลุ่มผู้ไม่หวังดีในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ พยายามกระชับแนวรุกขึ้นมาก่อเหตุความรุนแรงในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล

คลิปฉาว พล.ต.ต.โผล่
   
ถัดมาถึงข่าวฮือฮาในวงการสีกากี เป็นเรื่องราวคลิปฉาวของนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ยศ พล.ต.ต. นายหนึ่ง ที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในเชิงชู้สาว ล่วงละเมิดทางเพศตำรวจหญิง ผู้ใต้บังคับบัญชา ภายในสำนักงานของตัวเอง โดยใช้การพูดจาแกมขู่บังคับว่า ถ้าไม่ยินยอมพร้อมใจ จะถูกสั่งย้ายไปยังพื้นที่ห่างไกล จนทำให้ตำรวจสาวที่ตกเป็นเหยื่อ ไม่มีทางเลือกหรือขัดขืน ดื้อดึง และจำยอมตกเป็นเหยื่ออารมณ์ทางเพศด้วยความลำบากใจ และเรื่องคงจะจบลงแค่นั้น ถ้าภาพคลิปวิดีโอฉาว ไม่ได้เผยแพร่ออกไปสู่สาธารณชน จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันไปต่าง ๆ นานา สะเทือนไปถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)
   
ขณะที่ผู้บังคับบัญชาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถึงกับเต้นไปตาม ๆ กัน จนต้องมีคำสั่งด่วน เรียกตัวนายตำรวจฉาวคนดังกล่าวให้มาช่วยราชการทันที พร้อมสั่งตั้งกรรมการขึ้นมาสอบสวนข้อเท็จจริง เพราะเห็นว่าพฤติกรรมดังกล่าว สร้างความเสื่อมเสียให้กับภาพลักษณ์ของตำรวจ และส่งผลกระทบให้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างรุนแรง และหากสอบสวนพบว่า มีมูลการกระทำความผิดจริง จะสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงซ้ำอีก ซึ่งมีโทษถึงขั้นปลดออกหรือไล่ออก นอกจากนี้ยังเน้นย้ำให้ดำเนินการขั้นเด็ดขาด โดยไม่มีการละเว้นใด ๆ ทั้งสิ้น จึงต้องติดตามกันไปจนจบว่าท้ายที่สุดแล้ว...เรื่องทั้งหมดจะจบลงอย่าง ไร...?.

ยิงครูคาปั๊มโชว์กล้องวงจรปิด
     
เรื่องฉาววงการพ่อพิมพ์-แม่พิมพ์   ไทยในปี 53 คงหนีไม่พ้นเหตุ นายชาลี ครูชำนาญการโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.สมุทรปราการ ถูกจ่อยิงศีรษะเสียชีวิตคาปั๊มน้ำมันย่านพระราม 2 จ.สมุทรสาคร เมื่อวันที่ 6 ต.ค. โดย กล้องวงจรปิดจับภาพนาทีจ่อยิงได้อย่างชัดเจน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่าเป็นการยิงผิดตัว แต่ต่อมาสามารถจับกุมมือปืนได้ ส่วนผู้ที่พัวพันในฐานผู้จ้างวานได้เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ อ้างว่าภรรยาถูกครูชายย่ำยีทางเพศ
   
ขณะที่ นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ เจ้ากระทรวงศึกษาธิการ ได้สั่งการให้คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เข้าไปดูรายละเอียดเรื่องการเอาผิดทางวินัยข้าราชการครูที่ทำผิดและรูปคดี อย่างละเอียด พร้อมสั่งย้าย ผอ.โรงเรียนฉาว มารักษาราชการที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และย้ายครูหญิงออกมาอยู่ในพื้นที่ที่ปลอดภัย เพื่อให้การสอบสวนเป็นไปด้วยความเรียบร้อย แต่ไม่ว่าบทสรุปจะออกมาอย่างไรเรื่องดังกล่าวก็ส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อ ถือของคนที่ถูกเรียกว่า  “ครู” อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

แก๊งยานรก “โจ๊ก-จิ๊บ ไผ่เขียว” ยิง “น้องโตมี่”
   
จุดเปลี่ยนจุดหนึ่งของการปราบปรามยาเสพติดในปี 2553 น่าจะอยู่ที่เหตุการณ์สะเทือนขวัญที่ “น้องโตมี่” หรือ ด.ช.โภคิน ดีผิว อายุ 12 ขวบ ถูก นายชาญชัย ประสงค์ศิล หรือ โจ๊ก ไผ่เขียว และ นายนพพล ประสงค์ศิล หรือ จิ๊บ ไผ่เขียว สองพี่น้องขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่ของ จ.พระนครศรีอยุธยา ไล่ยิงใส่รถเก๋งโตโยต้า ยาริส ที่น้องโตมี่นั่งมากับครอบครัวด้วยความคึกคะนอง เมื่อกลางดึกวันที่ 4 ธ.ค. ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้น้องโตมี่ได้รับบาดเจ็บสาหัส และสิ้นใจอย่างสลด
   
ในวันเดียวกับที่น้องโตมี่หมดลมหายใจ เจ้าหน้าที่ตำรวจโดยการนำของ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ที่ปรึกษา (สบ 10) รรท.ผบช.ภ.1 ก็สามารถจับตาย “โจ๊ก ไผ่เขียว” ได้ หลังจากคนร้ายพยายามยิงปืนต่อสู้ และในเวลาต่อมาก็ตามจับเป็น “จิ๊บ ไผ่เขียว” ได้ หลังจากนั้นยุทธการปราบปรามขบวนการค้ายาเสพติดชนิดถอนรากถอนโคนของ จ.พระนครศรีอยุธยา ก็เริ่มต้นขึ้น มีการระดมตรวจค้นจับกุมเป้าหมายหลายจุดที่เป็นเครือข่ายของ โจ๊ก-จิ๊บ ไผ่เขียว รวมทั้งการขยายผลไปยังขบวนการ   ยาบ้ารายอื่น ๆ....ล่าสุดก็สามารถลุยจับ “แก๊งท่าอิฐ” จ.นนทบุรี ที่ยิงตำรวจนครบาลเจ็บสาหัสไป 2 นาย ได้พร้อมยาบ้านับแสนเม็ด ขณะที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ก็ดำเนินการตรวจยึดทรัพย์แก๊งยา นรกเหล่านี้ไปพร้อม ๆ กัน เช่นเดียวกับในภาพ รวมของทั้งประเทศที่มีการระดมกวาดล้างขบวนการค้ายานรกอย่างเข้มข้น.
 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
บทความที่น่าสนใจ
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com

Warning: include(../../main/globalsitemap.php): failed to open stream: No such file or directory in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194

Warning: include(): Failed opening '../../main/globalsitemap.php' for inclusion (include_path='.:/usr/lib/php:/usr/local/lib/php') in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194