หมวดหมู่
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่มุสลิมไทย โพสต์
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> Muslimthai Focus
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
มติ 4 ต่อ 3 ปชป.หลุดคดีเงิน 258 ล้านบาท

มติ 4 ต่อ 3 ปชป.หลุดคดีเงิน 258 ล้านบาท

มติศาลรธน.4 ต่อ 3 ยกคำร้องไม่ยุบประชาธิปัตย์ คดีเงินบริจาค 258 ล้าน ตลก.เสียงข้างมาก"จรัญ-จรูญ-นุรักษ์-สุพจน์"เสียงข้างน้อย"ชัช-บุญส่ง-อุดมศักดิ์" ด้าน“ชวน”นำทีมกฎหมายกินข้าวเที่ยงชื่นมื่น ขณะที่“บัณฑิต”แจง“ตลก.รธน.”วินิจฉัยทันที เพราะอิงคดี 29 ล้านบาท

(9ธ.ค.) เมื่อเวลา 11.25 น. คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนำโดยนาย ชัช ชลวร ประธานศาลรัฐธรรมนูญได้ออกนั่งบัลลังก์เพื่อนัดพร้อมคู่ความในคดีที่ สำนักงานอัยการสูงสุดยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้มีคำสั่งยุบพรรคประชาธิปัตย์จากกรณีที่พรรครับเงินบริจาคจากบริษัททีพีไอโพลีน จำกัด (มหาชน) ผ่านบริษัท เมสไซอะ แอนด์ครีเอชั่น จำกัดเป็นจำนวนเงิน 258 ล้านบาท โดยทำสัญญาว่าจ้างทำสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ตามโครงการต่างๆเป็นนิติกรรมอำพราง เพื่อหลีกเลี่ยงการรายงานการรับเงินบริจาคตามที่กฎหมายกำหนด โดยแต่เดิมศาลรัฐธรรมนูญได้กำหนดนัดคู่ความในเวลา 10.00 น. แต่ก่อนที่จะออกนั่งบัลลังก์ คณะตุลาการได้ใช้เวลาในการประชุมเพื่อหารือถึงคดีเป็นเวลา เกือบหนึ่งชั่วโมงครึ่ง

ภายหลังการนั่งบัลลังก์ นายชัช ได้มอบหมายให้นาย นุรักษ์ มาประณีต และนายจรัญ ภักดีธนากุลเป็นผู้ดำเนินกระบวนการพิจารณาคดี และได้สั่งให้นำสำนวนคำวินิจฉัยที่ 14/53 มาประกอบในการพิจารณาคดี และจากพยานหลักฐานพบว่าคดีมียานหลักฐานเช่นเดียวกับคดีการใช้จ่ายเงินกองทุนเพื่อการพัฒนาผิดวัตถุประสงค์ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยไปก่อนหน้านี้แล้วจึงเห็นควรงดการไต่สวนพยาน จึงเหลือเพียงปัญหาข้อกฎหมายเท่านั้นที่ต้องวินิจฉัย

หลังจากนั้น นายจรัญได้อ่านควินิจฉัย โดยระบุว่าคดีนี้เป็นคดีที่ พรรครับเงินบริจาคจากบริษัททีพีไอโพลีน จำกัด (มหาชน) ผ่านบริษัท เมสไซอะ แอนด์ครีเอชั่น จำกัดเป็นจำนวนเงิน 258 ล้านบาท โดยทำสัญญาว่าจ้างทำสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ตามโครงการต่างๆเป็นนิติกรรมอำพราง เพื่อหลีกเลี่ยงการรายงานการรับเงินบริจาคตามที่กฎหมายกำหนด โดยศาลมีคำสั่งให้นำสำนวนคดีคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 15 / 2553 เข้ามาประกอบการพิจารณาในคดีนี้เนื่องจากข้อเท็จจริงในคดีดังกล่าวมีข้อเท็จจริงที่เกี่ยวพันกับคดีนี้โดยเริ่มดำเนินการมาพร้อมกันอยู่ในเอกสารชุดเดียวกัน การแจ้งเรื่องให้นายทะเบียนพรรคการเมืองดำเนินการขอยุบพรรคผู้ถูกร้องของกรมสอบสวนคดีพิเศษ และของนาย เกียรติอุดม เมนะสวัสดิ์ ให้แจ้งเรื่องทั้งสองคดีรวมกัน ขั้นตอนการดำเนินการสืบสวนสอบสวนได้กระทำไปพร้อมกัน
ฉะนั้น ในการพิจารณาวินิจฉัยคดีจึงต้องนำข้อเท็จจริงที่ปรากฏในสำนวนคดีตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 15 / 2553 มาใช้ประกอบการพิจารณาในคดีนี้ด้วย ซึ่งเมื่อพิจารณาจากคำร้องและพยานเอกสารประกอบคำร้องและคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 15 / 2553 แล้วเห็นควรวินิจฉัยประเด็นข้อกฎหมายก่อน ซึ่งคดีนี้มีประเด็นข้อกฎหมายต้องพิจารณารวมสองประเด็น คือ 1. ประเด็นนี้เป็นการร้องขอตามรัฐธรรมนูญมาตรา 68 ด้วยหรือไม่ 2. กระบวนการยื่นคำร้องขอให้ยุบพรรคผู้ถูกร้องตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองพ.ศ. 2550 มาตรา 95 ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

สำหรับประเด็นที่ 1 คดีนี้เป็นการร้องขอตามรัฐธรรมนูญมาตารา 68 ด้วยหรือไม่นั้นเห็นว่ารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพ.ศ. 2550 มาตรา 68 เป็นเรื่องที่บัญญัติให้อัยการสูงสุดตรวจสอบข้อเท็จจริงและยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อสั่งให้เลิกการกระทำอันเป็นการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งไม่ได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ แต่คำร้องคดีนี้ไม่ได้ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยสั่งการให้พรรคผู้ถูกร้องเลิกกระทำการใด จึงไม่ใช่เป็นการร้องขอตามรัฐธรรมนูญมาตรา 68 แต่อย่างใด คงเป็นคำร้องตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองพ.ศ. 2550 มาตรา 95 เท่านั้น

ในส่วนของคำร้องตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองพ.ศ. 2550 มาตรา 95 มีข้อพิจารณาในปัญหาข้อกฎหมายสารบัญญัติแยกต่างหากจากวิธีสบัญญัติ กล่าวคือ ในส่วนที่เป็นกฎหมายสารบัญญัตินั้นปรากฏจากคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 15 / 2553 ได้วินิจฉัยเป็นบรรทัดฐานเอาไว้แล้วว่าจะต้องใช้กฎหมายที่บังคับอยู่ในกระทำการอันเป็นเหตุให้ถูกร้อง ซึ่งได้แก่ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองพ.ศ. 2541 ส่วนที่เป็นกฎหมายวิธีสบัญญัติ คือ บทบัญญัติที่เกี่ยวกับกระบวนการสืบสวนสอบสวนและการยื่นคำร้องต้องใช้บทบัญญัติพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองพ.ศ. 2550 ซึ่งเป็นกฎหมายที่บังคับใช้อยู่ที่มีการดำเนินการยื่นคำร้องคดีนี้

คดีนี้ผู้ร้องได้ร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยยุบพรรคผู้ถูกร้องโดยดำเนินกระบวนการตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองพ.ศ. 2550 มาตารา 95 วรรค 1 ซึ่งบัญญัติว่า เมื่อปรากฎต่อนายทะเบียนหรือเมื่อนายทะเบียนได้รับแจ้งจากกรรมการบริหารพรรคการเมืองและได้ตรวจสอบแล้วเห็นว่าพรรคการเมืองใดกระทำการตามมาตรา 94 ให้นายทะเบียนโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)แจ้งต่ออัยการสูงสุดพร้อมด้วยหลักฐาน

จากบทบัญญัติดังกล่าวเมื่อนำมาปรับใช้กับคดีนี้ย่อมมีความหมายว่าเมื่อปรากฎเหตุว่าพรรคการเมืองใดกระทำการใดอันเป็นเหตุให้พรรคการเมืองนั้นต้องถูกยุบตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองพ.ศ. 2541 มาตรา 66 นายทะเบียนพรรคการเมืองมีหน้าที่ต้องตรวจสอบและทำความเห็นก่อนว่ามีการกระทำอันเป็นเหตุให้ต้องยุบพรรคการเมืองนั้นหรือไม่ เมื่อมีความเห็นแล้วหากเห็นว่ามีเหตุที่จะต้องให้ยุบพรรคการเมืองดังกล่าวจึงจะขอความเห็นชอบจากกกต.เพื่อแจ้งเรื่องต่ออัยการสูงสุดให้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อขอให้มีคำสั่งยุบพรรคการเมืองนั้น อำนาจในการที่จะพิจารณาในเบื้องต้นว่าพรรคการเมืองใดกระทำการอันเป็นเหตุให้ต้องถูกยุบดังกล่าวหรือไม่นั้นเป็นอำนาจเฉพาะตัวของนายทะเบียน หากนายทะเบียนเห็นว่าพรรคการเมืองใดกระทำการอันฝ่าฝืนกฎหมายอันเป็นเหตุให้ต้องถูกยุบพรรคการเมืองแล้วย่อมเป็นหน้าที่ของนายทะเบียนที่จะต้องขอความเห็นชอบจากกกต.เพื่อแจ้งอัยการสูงสุดให้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ยุบพรรคการเมืองนั้นต่อไป

การที่กฎหมายบัญญัติให้ต้องขอความเห็นชอบจากกกต.ก่อนก็เพื่อให้การดำเนินการในเรื่องสำคัญเช่นนี้เป็นไปโดยความรอบคอบ แต่หากนายทะเบียนมิได้มีความเห็นว่ามีการกระทำฝ่าฝืนกฎหมายดังกล่าว กกต.ย่อมไม่มีอำนาจพิจารณาวินิจฉัยให้ยุบพรรคการเมืองใดได้ การตัดสินใจในเบื้องต้นจึงเป็นอำนาจหน้าที่ของนายทะเบียนพรรคการเมืองที่จะต้องพิจารณาตรวจสอบและมีความเห็นก่อนว่ามีเหตุที่จะยุบพรรคการเมืองหรือไม่ กกต.เป็นองค์กรที่แยกต่างหากจากนายทะเบียนพรรคการเมือง ไม่มีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดไปโดยปราศจากความเห็นเบื้องต้นของนายทะเบียนพรรคการเมือง คงมีอำนาจเพียงให้ความเห็นชอบหลังจากที่นายทะเบียนพรรคการเมืองมีความเห็นให้ยุบพรรคการเมืองและเสนอเพื่อขอความเห็นชอบเท่านั้น

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการดำเนินกระบวนการให้ยื่นคำร้องในคดีนี้ปรากฏจากคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 15 / 2553 ประกอบกับคำร้องและเอกสารประกอบคำร้องของผู้ร้องว่า เมื่อมีนาคมพ.ศ. 2552 กรมสอบสวนคดีพิเศษ และ นายเกียรติอุดม เมนะสวัสดิ์ ได้แจ้งนายทะเบียนพรรคการเมืองขอให้ตรวจสอบว่าผู้ถูกร้องกระทำการอันฝ่าฝืนพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง รวม 2 กรณี คือ 1. กรณีที่บริษัททีพีไอโพลีน จำกัด (มหาชน) จ่ายเงินค่าจ้างทำสื่อโฆษณาให้กับบริษัท เมสไซอะ บิสสิเนส และ ครีเอชั่น จำกัด เป็นการอำพรางการบริจาคเงินของบริษัททีพีไอให้กับผู้ถูกร้อง และ 2. การใช้เงินสนับสนุนพรรคการเมืองของผู้ถูกร้องไม่เป็นไปตามกฎหมายและรายงานการใช้เงินไม่ตรงตามความเป็นจริง

หลังจากได้รับแจ้งแล้วได้มีการนำเรื่องเข้าที่ประชุมกกต.เมื่อวันที่ 30 เม.ย. 2552 กกต.มีมติให้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนเรื่องดังกล่าวเพื่อรายงานให้กกต.ได้ทราบโดยมีนาย อิสระ หลิ่มศิริวงษ์ เป็นประธาน คณะกรรมการสืบสวนสอบสวนทำการสอบสวนและตรวจสอบเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องแล้วมีความเห็นว่าผู้ถูกร้องไม่ทำผิดทั้งสองประเด็น โดยมีความเห็นเสียงข้างมากในประเด็นที่ 1 ซึ่งเป็นมูลคดีนี้และได้รายงานผลการสืบสวนสอบสวนให้กกต.ทราบและได้ยืนยันความเห็นเดิมต่อกกต.ถึงสามครั้ง

จากการประชุมในเรื่องนี้เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. 2552 และมีความเห็นและมติดังนี้ โดย 1. นาย อภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานกกต.เห็นว่าข้อเท็จจริงยังฟังไม่ได้ว่าบริษัททีพีไอบริจาคเงินให้กับพรรคประชาธิปัตย์ตามที่กล่าวหา โดยข้อเท็จจริงฟังได้ว่าการจ่ายเงินให้บริษัทเมสไซอะตามที่กล่าวว่าเป็นเงินบริจาคนั้นเป็นการจ่ายตามโครงการส่งเสริมกิจกรรมการตลาดเพื่อประชาสัมพันธ์บริษัททีพีไอตามสัญญาว่าจ้างระหว่างบริษัททีพีไอกับบริษัทเมสไซอะ ตามรายงานโครงการ 10 โครงการรวม 10 สัญญาโดยมีเอกสารหลักฐานทางบัญชีของบริษัททีพีไอ แสดงหลักฐานการทำงานตามสัญญาจ้างส่งประกอบการเบิกจ่ายเงิน การจ่ายเงินดังกล่าวจึงไม่ใช่เงินที่บริจาคให้แก่พรรคประชาธิปัตย์ตามที่ถูกกล่าวหา นายอภิชาตจึงมีคำสั่งให้ยกคำร้อง

2. นายประพันธ์ นัยโกวิท กรรมการการเลือกตั้งมีความเห็นว่าส่งเรื่องให้นายทะเบียนพรรคการเมืองพิจารณาตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองพ.ศ. 2550 มาตรา 95 3. นางสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้งมีความเห็นว่าให้นายทะเบียนพรรคการเมืองดำเนินการตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองพ.ศ. 2550 มาตรา 95 ประกอบกับมาตรา 94 4. นายสมชัย จึงประเสริฐ กรรมการการเลือกตั้ง มีความเห็นว่าการที่นายเกียรติอุดม ส.ส.อุดรธานี ยื่นคำร้องต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองขอให้พิจารณาดำเนินการต่อพรรคประชาธิปัตย์และกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งการกระทำอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฎิบัติตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองพ.ศ. 2550 นั้น นายทะเบียนพรรคการเมืองมีความจำเป็นต้องมีการตรวจสอบแสวงหาข้อเท็จจริงโดยที่ระเบียบของกกต.ว่าด้วยการสืบสวนสอบสวน ครอบคลุมถึงการสืบสวนสอบสวนตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองด้วยเพื่อให้สอดคล้องและเป็นไปตามข้อ 19 ( 1 ) ของระเบียบกกต.ดังกล่าว ซึ่งกำหนดไว้ว่ากกต.เป็นผู้มีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวน

ดังนั้น กกต.จึงมีมติครั้งที่ 48 / 2552 ของวันที่ 30 เม.ย. 2552 แต่งตั้งคณะบุคคลเป็นคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนตามคำร้องดังกล่าว ซึ่งกกต.มีอำนาจเพียงแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนให้นายทะเบียนพรรคการเมืองเท่านั้น เมื่อคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนชุดดังกล่าวดำเนินการสืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริงและตรวจสอบหลักฐานต่างๆสรุปรายงานผลการสอบสวนจนเสร็จสิ้นแล้วจึงต้องเสนอต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองเพื่อพิจารณาก่อนตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 95 เมื่อนายทะเบียนพิจารณาจัดทำความเห็นประการใดแล้ว จึงเสนอต่อกกต.เพื่อขอความเห็นชอบต่อไป

กรณีที่นายทะเบียนเสนอเรื่องนี้ต่อกกต.โดยยังไม่ได้พิจารณาเสนอความเห็นก่อนนั้นจึงเป็นการข้ามขั้นตอนน่าจะไม่ชอบด้วยวิธีปฎิบัติตามนัยมาตรา 95 และกกต.ไม่มีอำนาจก้าวล่วงไปวินิจฉัยแทนนายทะเบียนพรรคการเมืองว่าจะดำเนินการอย่างไร คงมีอำนาจหน้าที่เพียงให้ความเห็นชอบตามข้อเสนอของนายทะเบียนพรรคการเมืองหรือไม่เท่านั้น ฉะนั้น ในชั้นนี้เห็นควรให้นายทะเบียนพรรคการเมืองดำเนินการตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองมาตรา 95 ต่อไป

ส่วนนายวิสุทธิ์ โพธิแท่น กรรมการการเลือกตั้ง มีความเห็นว่าข้อเท็จจริงน่าเชื่อถือว่ามีการให้หรือบริจาคจากเงินจากบริษัททีพีไอผ่านทางบริษัทเมสไซอะ แล้วให้บริษัทเมสไซอะโดยนายประจวบ หรือ นายคณาปติ สังข์ขาว ส่งเงินให้พรรคประชาธิปัตย์ผ่านบุคคลที่เป็นญาติใกล้ชิดกับบบุคคลที่มีตำแหน่งหน้าที่ในพรรคประชาธิปัตย์บางเพื่อสนับสนุนการดำเนินการเลือกตั้งของพรรคประชาธิปัตย์อันเป็นการให้หรือบริจาคเงินโดยวิธีการทางลับอันเป็นการกระทำขัดกับกฎหมายว่าด้วยพรรคการเมือง จึงน่าเชื่อว่าพรรคประชาธิปัตย์โดยเฉพาะนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ รู้หรือควรรู้ในเรื่องที่มิชอบดังกล่าวว่ามีลักษณะเป็นการรับบริจาคโดยไม่เปิดเผยอันเป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายหรือความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ตามนัยพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองพ.ศ. 2541 มาตรา 51 มาตรา 66 ( 3 ) และมาตรา 86 และพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองพ.ศ. 2550 มาตรา 56 65 94 ( 4 ) ( 5 ) มาตรา 111 และประมวลกฎหมายอาญามาตรา 2 ตามความเห็นของคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนเสียงข้างน้อยจึงเห็นควรส่งเรื่องดังกล่าวให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วจากความเห็นของกกต.ดังกล่าวที่ประชุมมีมติเสียงข้างมากส่งเรื่องให้นายทะเบียนพิจารณาตามมาตรา 95 เพราะนายทะเบียนยังไม่มีความเห็นให้ถูกต้องเสียก่อนตามความเห็นของนายอภิชาติเองในฐานะกกกต.ดังกล่าวก็มีความเห็นว่าพรรคการเมืองผู้ถูกร้องไม่ได้กระทำผิดไม่มีเหตุที่จะต้องถูกยุบพรรคการเมือง แต่อย่างไรก็ดีความเห็นนี้ก็หาใช่ความเห็นของนายทะเบียนไม่นายทะเบียนยังไม่ได้มีความเห็น จึงมีมติดังกล่าว

ต่อมาวันที่ 12 เม.ย. 2553 นายทะเบียนมีความเห็นเสนอต่อกกต.ว่าพิจารณาแล้วเห็นว่าข้อเท็จจริงที่คณะทำงานของนายทะเบียนพรรคการเมืองได้รวบรวมข้อเท็จจริงเพิ่มเติมกรณีอาจมีการกระทำตามมาตรา 94 แห่งพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองพ.ศ. 2550 และเห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์อาจมีการกระทำตามมาตรา 94 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองพ.ศ. 2550 หรือไม่ก็ได้ ซึ่งนายทะเบียนพรรคการเมืองพิจารณาแล้วเห็นว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องสำคัญจึงเสนอให้กกต.พิจารณามีมติเห็นว่าข้อความหนังสือของนายทะเบียนดังกล่าว

นายทะเบียนยังไม่ได้มีความเห็นแต่อย่างใดเลยว่ามีเหตุที่จะยุบพรรคการเมืองผู้ถูกร้อง กลับมีความเห็นว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องสำคัญจึงเสนอให้กกต.พิจารณามีมติเพียงแต่เห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญเท่านั้น และจากข้อความเบื้องต้นก็มีความเห็นอาจมีการกระทำความผิดมาตรา 94 และเห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์อาจมีการกระทำความผิดตามมาตรา 94 หรือไม่ก็ได้ เมื่อนายทะเบียนยังไม่มีความเห็นในเบื้องต้นก่อนแล้วกรณีเหมือนกับการประชุมเมื่อวันที่ 17 ธ.ค. 2552 คือ นายทะเบียนต้องพิจารณาให้ความเห็นเสียก่อน กกต.จึงจะมีอำนาจพิจารณาให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบตามความเห็นของนายทะเบียนที่เสนอมา

เมื่อพิจารณาความเห็นของนายอภิชาตเมื่อวันที่ 12 เม.ย. 2553 ได้มีความเห็นว่าให้ยกคำร้องเพราะพยานหลักฐานไม่พอฟังว่าพรรคประชาธิปัตย์รับบริจาคเงินจากบริษัททีพีไอโดยหลีกเลี่ยงการรายงานการรับบริจาคเงิน หากจะถือว่าเป็นความเห็นของนายทะเบียนด้วยแล้วก็แสดงว่าพรรคผู้ถูกร้องไม่ได้กระทำความผิด ไม่จำต้องขอความเห็นชอบต่อกกต. ส่วนความเห็นของนายประพันธ์ นางสดศรี และ นายสมชัย จึงประเสริฐ กกต.กลับมีความเห็นเหมือนกันว่าให้นายทะเบียนพรรคการเมืองแจ้งต่ออัยการสูงสุดพร้อมด้วยหลักฐานเพื่อให้อัยการสูงสุดยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรคประชาธิปัตย์ต่อไปตามมาตรา 95 แห่งพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองพ.ศ. 2550

มีข้อสังเกตว่าทั้งสามคนมีความเห็นแตกต่างจากครั้งแรกทั้งๆที่นายทะเบียนยังไม่ได้มีความเห็นแต่อย่างใดเหมือนเช่นครั้งแรก หากจะถือว่านายทะเบียนมีความเห็นแล้วเมื่อพิเคราะห์ความเห็นของนายอภิชาตเมื่อวันที่ 12 เม.ย. 2553 ก็มีความเห็นว่าให้ยกคำร้องเมื่อความเห็นว่าพรรคผู้ถูกร้องไม่ได้มีการกระทำความผิดตามมาตรา 94 ก็ไม่มีเหตุที่นำเรื่องเพื่อขอความเห็นชอบจากกกต.ตามมาตรา 95

ด้วยเหตุผลตามที่วินิจฉัยมาแล้วเมื่อไม่ปรากฏว่ามีความเห็นจากนายทะเบียนพรรคการเมืองว่าพรรคผู้ถูกร้องกระทำการตามมาตรา 94 อันจะเป็นเหตุให้ถูกยุบพรรคการเมืองตามมาตรา 95 การที่กกต.มีความเห็นเมื่อวันที่ 12 เม.ย. 2553 ด้วยเสียงข้างมาก 4 เสียง มีความเห็นชอบให้นายทะเบียนพรรคการเมืองแจ้งต่ออัยการสูงสุดพร้อมด้วยหลักฐานเพื่อให้ยื่นคำร้องเพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรคประชาธิปัตย์จึงเป็นการข้ามขั้นตอน ไม่ชอบด้วยวิธีปฎิบัติ และไม่มีอำนาจที่จะให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบด้วยได้ตามมาตรา 95 วรรค 1 แห่งพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองพ.ศ. 2550

ผู้ร้องจึงยื่นคำร้องขอให้ยุบพรรคผู้ถูกร้องโดยมิชอบด้วยกฎหมายด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้นจึงมีความเห็นด้วยเสียงข้างมาก 4 ต่อ 3 ให้ยกคำร้อง

โดยภายหลังศาลรัฐธรรมนูญได้ออกเอกสารข่าวโดยระบุว่าตุลาการเสียงข้างมาก 4 เสียงประกอบด้วย นายจรัญ ภักดีธนากุล นาย จรูญ อินทจาร นาย นุรักษ์ มาประณีต และ นาย สุพจน์ ไข่มุกด์ ขณะที่ตุลาการเสียงข้างน้อยประกอบด้วย นาย ชัช ชลวร นาย นุรักษ์ มาประณีต และนาย อุดมศักดิ์ นิติมนตรี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 12.30 น. นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ได้นำคณะทำงานฝ่ายกฎหมายต่อสู้คดียุบพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางกลับมาที่พรรคเพื่อรับประทานอาหารเที่ยงร่วมกัน หลังจากที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีมติยกคำร้องไม่ยุบพรรค ทันทีที่มาถึงนายนิพนธ์ บุญญามณี ส.ส.สัดส่วน ได้เข้าสักการะพระแม่ธรณีบีบมวยผม สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่พรรคประชาธิปัตย์ทันที ส่วนทีมกฎหมายคนอื่นๆ อาทิ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรค นายบัณฑิต ศิริพันธุ์ ทนายความต่อสู้คดียุบพรรค นั้นเห็นได้ชัดเจนว่ามีสีหน้าแจ่มใส

นายชวน ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคเพื่อไทย ในกรณีอยู่เบื้องหลังการเผยแพร่คลิปดิสเครดิตคตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ว่า ขณะนี้หมดภาระกิจของตนแล้ว ต่อไปก็เป็นภาระกิจทีมกฎหมายและพรรคประชาธิปัตย์ อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาคณะทำงานฝ่ายกฎหมายไม่เคยพูดถึงเรื่องดังกล่าว จึงยังไม่ทราบว่ามีเรื่องที่จะยื่นยุบพรรคเพื่อไทยหรือไม่

เมื่อถามว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางพรรคจะปรับปรุงการทำงานโดยเฉพาะการตรวจสอบบัญชีพรรคและการใช้เงินสนับสนุนจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)อย่างไร นายชวน กล่าวว่า ต้องถามกรรมการบริหารพรรค เพราะตนเป็นเพียงประธานสภาที่ปรึกษาพรรค และพรรคก็ไม่ได้มาปรึกษา

นายบัณฑิต กล่าวถึงประเด็นที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญตัดสินคดีในวันนี้ ว่าเพราะข้อเท็จจริงได้พิสูจน์ในชั้นของการไต่สวนคดีเงิน 29 ล้านบาท แล้วซึ่งมีพยานเอกสารและพยานบุคคลเป็นชุดเดียวกันกับคดี 258 ล้านบาท พรรคประชาธิปัตย์ได้พิสูจน์ให้ศาลเห็นว่า นายทะเบียนพรรคการเมืองยังไม่ได้ลงความเห็นชี้มูลก่อนส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อมีคำสั่งยุบพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งมีเอกสารหลักฐานยืนยันชัดเจน

ส่วนกรณี 258 ล้านบาท เช่นกันในเมื่อศาลพิจารณาในข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายซึ่งมีความเกี่ยวข้องเชื่อโยงกัน ทั้งในส่วนพยานและหลักฐาน แต่ถ้าติดข้อกฎหมายที่สำคัญ คือกรณีการพิสูจน์ว่านายทะเบียนพรรคการเมืองได้ชี้มูลหรือไม่อย่างไร ดังนั้นไม่ว่าจะสืบพยานเลอเลิศอย่างไร แต่ถ้าติดที่ข้อกฎหมายสำคัญเช่นนี้ ซึ่งกรณีนี้เป็นที่ชัดเจนตามมาตรา 94-95 ของพ.ร.บ.พรรคการเมือง ที่ระบุให้นายทะเบียนพรรคการเมืองจำเป็นต้องทำความเห็น

ก่อนที่จะเสนอให้อัยการสูงสุด (อสส.) ส่งฟ้อง ซึ่งถ้าไม่ทำความเห็นตามกฎหมายระบุ มันก็ไปไม่ได้ ถ้าเปรียบให้ชัดกรณีฟ้องคดีเงินกู้ "ที่ฟ้องว่าคุณไปกู้เงินเขามา ก็ต้องดูว่ากู้มาจริงหรือไม่ ถ้าใช่ก็ฟ้อง ถ้าไม่ใช่ก็ไม่ต้องมาพูดว่ากู้มาเท่าไหร่ มันชัดเจนในข้อกฎหมายอยู่แล้ว"

ที่มา : คมชัดลึก

 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
บทความที่น่าสนใจ
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com

Warning: include(../../main/globalsitemap.php): failed to open stream: No such file or directory in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194

Warning: include(): Failed opening '../../main/globalsitemap.php' for inclusion (include_path='.:/usr/lib/php:/usr/local/lib/php') in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194