หมวดหมู่
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่มุสลิมไทย โพสต์
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> Muslimthai Focus
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
ศาลมาเลย์ ไม่รับฟ้อง อดีตสุลต่าน หวังชิงบัลลังก์คืนจากโอรส

ศาลมาเลย์ ไม่รับฟ้อง "อดีตสุลต่าน" หวังชิงบัลลังก์คืนจากโอรส

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานในวันนี้ (26 พย.)ว่า ศาลสูงสุดของมาเลเซียไม่รับคำฟ้องจากอดีตสุลต่านแห่งรัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย  หลังถูกบุตรชายของตนเองช่วงชิงอำนาจในการปกครองในฐานะสุลต่านแห่งรัฐกลันตัน

โดยคณะตุลาการศาลสูงของมาเลเซียไม่รับคำฟ้องทั้ง 2 ฉบับจาก เตงกู อิสมาแอล เปตรา ยะห์ยา เปตรา อดีตสุลต่านแห่งรัฐกลันตัน ตามพระประสงค์ของ เตงกู มูฮัมหมัด ฟาริส เปตรา พระโอรสองค์โต หรือสุลต่านมูฮัมหมัดที่ 5 ในปัจจุบัน

 เตงกู มูฮัมหมัด ฟาริส ขึ้นดำรงตำแหน่งสุลต่านแห่งรัฐกลันตันเมื่อเดือนกันยายน โดยใช้ฐานะผู้สำเร็จราชการปลดพระราชบิดา ซึ่งตกเป็นผู้ไร้ความสามารถตั้งแต่ประชวรด้วยโรคเส้นเลือดในสมองแตกเมื่อวันที่ 14 พค.ปีก่อน

 พระโอรสทั้ง 2 ของอดีตสุลต่านทรงทะเลาะวิวาทกันมาตลอด 1 ปี หลังจากเจ้าชายเต็งกู มูฮัมหมัด ฟากฮรี พระโอรสองค์เล็กถูกถอดพระนามออกจากสภาสืบสันตติวงศ์แห่งรัฐกลันตัน ซึ่งมีหน้าที่ตัดสินว่าจะให้บุคคลใดขึ้นดำรงตำแหน่งสุลต่านองค์ต่อไป

 ผู้พิพากษา ซุลกิฟลี อะห์มัด มากีนุดดิน ปฏิเสธไม่รับคำฟ้อง 2 ใน 3 ฉบับจากอดีตสุลต่าน โดยระบุว่า ผู้สำเร็จราชการมีสิทธิและอำนาจเช่นเดียวกับองค์สุลต่านทุกประการ

 "เรามีความเห็นว่า ผู้บริหารราชการในรัฐกลันตันควรจะมีเพียงพระองค์เดียวเท่านั้น" เขากล่าว

  พระราชวงศ์มาเลเซียมีหน้าที่ประกอบพระราชพิธีต่างๆ และแทบจะไม่แสดงความคิดเห็นต่อสาธารณชนบ่อยครั้งนัก เหตุการณ์ที่ดังกล่าวรัฐกลันตัน ตลอดจนข่าวที่ว่าอดีตสุลต่านทรงถูกกักตัวอยู่ภายในโรงพยาบาลโดยไม่ยินยอมพร้อมใจ จึงก่อให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ในหมู่ประชาชนอยู่ไม่น้อย

 อาซาร์ อาซีซาน ฮารูน ทนายของอดีตสุลต่านกล่าวต่อศาลว่า ตนไม่เห็นด้วยกับความเห็นที่ว่า อำนาจของผู้สำเร็จราชการมีไม่จำกัด

 "ผลของคำตัดสินในครั้งนี้จะส่งผลให้ผู้สำเร็จราชการมีสิทธิ์ปฏิบัติหน้าที่เทียบเท่าองค์สุลต่านทุกประการ" อาซาร์ กล่าว

อาซาร์ ระบุว่า ศาลยังต้องพิจารณาคำร้องฉบับที่ 3 ซึ่งฟ้องร้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดย เตงกู มูฮัมหมัด ฟาริส ที่เป็นการเปิดช่องทางให้พระองค์ประกาศให้พระราชบิดาเป็นบุคคลไร้ความสามารถ

 "ขณะนี้ศาลยังไม่ระบุวันพิจารณา และเราจะต้องกลับไปทูลขอคำปรึกษาจากอดีตสุลต่านว่าควรทำอย่างไรต่อไป"

 ความบาดหมางครั้งนี้ สร้างความอับอายต่อราชวงศ์ของมาเลเซียเป็นอย่างมาก ซึ่งโดยปกติ แทบจะไม่มีข่าวคราวเกี่ยวกับชีวิตส่วนตัวปรากฏให้เห็นเลย  พระราชวงศ์มาเลเซียมีหน้าที่ประกอบพระราชพิธีสำคัญต่างๆ และไม่แสดงความเห็นต่อสาธารณชนบ่อยนัก เหตุการณ์ที่รัฐกลันตัน ตลอดจนข่าวที่ว่าอดีตสุลต่านทรงถูกกักตัวอยู่ภายในโรงพยาบาลโดยไม่ยินยอมพร้อมใจ จึงทำให้ประชาชนตกตะลึงไม่น้อย

 มาเลเซียปกครองในระบอบประชาธิปไตย มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขภายใต้รัฐธรรมนูญ การปกครองเป็นแบบสหพันธรัฐ มีรัฐบาลกลางแห่งสหพันธรัฐ และรัฐบาลของแต่ละรัฐ โดย 9 ใน 13 รัฐของมาเลเซีย มีประมุขของรัฐเป็นสุลต่านหรือผู้ว่าการรัฐ ได้แก่ เปรัค ปาหัง เซลังงอร์ เปอร์ลิส เคดาห์ เนกรีเซมบิลัน ยะโฮร์ กลันตัน และตรังกานู ซึ่งทรงปกครองและทำนุบำรุงศาสนาอิสลามในรัฐของตน สุลต่านจากแต่ละรัฐจะผลัดเปลี่ยนกันดำรงตำแหน่งพระมหากษัตริย์แห่งมาเลเซียคราวละ 5 ปี

 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
บทความที่น่าสนใจ
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com
สารบัญเว็บไซต์ Muslimthaipost.com
SubDomain หน้าหลัก