หมวดหมู่
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่มุสลิมไทย โพสต์
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> Muslimthai Focus
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
ท้อง ทำแท้ง สะเดาะเคราะห์ เมื่อสาวไทยไม่กลัวบาป 108 วิธี ตัดกรรมง่ายๆ สบายดี
ท้อง + ทำแท้ง + สะเดาะเคราะห์ เมื่อสาวไทยไม่กลัวบาป
‘348’ ในสัปดาห์ที่ผ่านมา คงเป็นตัวเลขที่สังคมจดจำได้เป็นอย่างดี เพราะเป็นจำนวนศพเด็กทารก ในวัดไผ่เงินโชตนาราม เขตบางคอแหลม กทม. ซึ่งสัปเหร่อภายในวัดรับจ้างจากคลินิกรับทำแท้งเถื่อนบริเวณใกล้เคียงเพื่อนำมาเผา
       
       แต่ผ่านไม่ไปได้ไม่กี่วันแทนบรรยากาศจะผ่อนคลายขึ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจกลับพบศพทารกเพิ่มเติมในช่องเก็บศพอื่นๆ อีกกว่า 1,654 ศพ จนกลายเป็นข่าวใหญ่ระดับที่ซีเอ็นเอ็นเองก็นำไปพูดถึง เช่นเดียวกับสังคมออนไลน์ของไทยหลายแห่งที่นำเรื่องนี้มาถกเถียงกันอย่างเผ็ดร้อน
       
       แม้ว่าการทำแท้งจะไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ในบ้านเรา แต่เมื่อยุคสมัยที่เปลี่ยนไป การเข้าถึงข้อมูล และบริการ (เถื่อน) เริ่มทำได้ง่ายขึ้น ในขณะที่สังคมยังคงเอาหูไปนาตาไปไร่ ด้วยหวังว่าปัญหาจะปลิวหายไปกับสายลมแบบไม่ต้องลงแรง
       
       และในเมื่อการแก้ปัญหาการทำแท้งเถื่อนไม่เกิดขึ้น เครื่องมืออย่าง ‘ความเชื่อ’ และ ‘ความศรัทธา’ จึงถูกหยิบเอามาใช้เพื่อรองรับปัญหาที่เกิดขึ้น ทั้งพิธีกรรมไสยศาสตร์ การตัดกรรม สแกนกรรม รู้ทันกรรม ด้วยหวังจะลบล้างสิ่งที่ได้ทำลงไปแล้วเสียอย่างนั้น
       
       มาดู ‘วงจรประหลาด’ ที่ว่าด้วยการ รักสนุกจน ‘ท้อง’ อันนำมาสู่การทำ ‘แท้ง’ และลงเอยด้วยการ ‘สะเดาะเคราะห์’ เพื่อหวังว่าจะตัดกรรม
       
       108 วิธี ตัดกรรมง่ายๆ สบายดี?
       
       ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าสมัยนี้แค่เสิร์ชคำว่า ‘ตัดกรรม ทำแท้ง’ ในเสิร์ชเอนจินยอดฮิตอย่าง ‘กูเกิ้ล’ ก็เจอมากมายหลายตำราตีกันยุ่งไปหมด
       
       ข้อเขียนในหนังสือ ‘พุทธมนต์คาถา’ ถือได้ว่าเป็นที่นิยมมากในหลากหลายเว็บบอร์ด ซึ่งชี้บาปกรรมจากการทำแท้งเอาไว้ว่า ‘ถือเป็นบาปอย่างมหันต์ เพระเป็นการฆ่าคนเป็นการตัดชีวิตคนอื่น ผลแห่งบาปจึงค่อนข้างแรงนัก เชื่อกันว่า ผู้ที่ไปทำแท้งเอาลูกออกจะตกต่ำย่ำแย่ มีแต่เรื่องทุกข์ร้อนหรือไม่ก็จะพบกับช่วงชีวิตที่ลำบาก ไม่อาจเจริญรุ่งเรืองได้สักที เหมือนมีอะไรมาถ่วงอยู่และจะล้ม ๆ ลุก ๆ เช่นนั้นไปเนิ่นนานถึง 7 ปี’
        
       
       ส่วนวิธีแก้ไขนั้น สามารถทำได้ทั้งชายและหญิง โดยไปทำบุญสะเดาะเคราะห์อย่างจริงจัง โดยการซื้อปลาเป็นๆ ในตลาดสด ตามจำนวนอายุของผู้ปล่อย (ห้ามนับรวมกับของแฟน) ซึ่งถ้าทำได้ครบเมื่อไรชีวิตจะรุ่งเรืองทันตาเห็น นอกจากนี้ยังควรทำสังฆทานเสริมทุกเดือนให้ครบ 7 ครั้งก็จะหมดเคราะห์โดยสมบูรณ์
       
       ถ้าใครที่ไม่ถนัดการปล่อยนก ปล่อยปลา ตำราสวดมนต์อีกฉบับหนึ่ง (ไม่มีการระบุชื่อ) ก็แนะนำให้ จุดธูป 3 ดอกกลางแจ้ง พร้อมตั้งนะโม 3 จบ พร้อมทั้งกล่าวว่า “ข้าพเจ้าชื่อ.......ขอขมากรรมวิญญาณลูก พ่อและแม่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ขออโหสิกรรมให้ขาดจากกัน” และให้ทำบุญใส่บาตรด้วยพระสะดุ้งมาร 3 นิ้ว พร้อมข้าวปลาอาหาร จากนั้นให้กรวดน้ำให้เจ้ากรรมนายเวรขณะที่พระท่านให้พร
       
       ในตำรานี้ระบุไปถึง หมอ พยาบาล ผู้ร่วมมือ สมคบคิด ไม่ว่าจะเป็นธุระให้หรือสนับสนุนเงิน ว่าควรจะทำการแก้กรรมดังกล่าวด้วยเพราะดวงวิญญาณเด็กจะอาฆาตเนื่องจากไม่สามารถกลับไปยังโลกเดิมได้ ต้องเวียนว่ายอยู่ในสภาพวิญญาณไร้รูป ไร้ธาตุ จนกว่าจะสิ้นอายุขัย
       
       ฝั่งของพรหมศาสตร์ก็จะมีการแก้กรรมโดยนำร่างเด็กมาทำพิธีเรียกวิญญาณทารกน้อย เพื่อให้ออกมาจากอกแม่และอัญเชิญไปยังร่างหุ่น แล้วจึงแสดงธรรมชี้กรรมให้เห็นโทษและทุกข์ของการอาฆาตพยาบาท โดยจะนำหุ่นดังกล่าวไปเก็บรักษาบูชาหรือฝากไว้กับสำนักที่รับประกอบพิธีก็ได้
       
       นอกจากนี้ยังมีตำราสแกนกรรม ตัดกรรม ออกมาในรูปพ็อกเกตบุ๊กวางขายอยู่ในตลาดอีกมากมาย ที่ระยะหลังพูดถึง ‘วิธีแก้ไข’ กรรมอันเกิดจากการทำแท้งกันมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งก็จะมีวิธีการแตกต่างกันไป ทั้งการฝึกจิต ถวายของศักดิ์สิทธิ์ เช่าเครื่องรางของขลัง ปล่อยเต่าตามจำนวนอายุ ยันการเลี้ยงลูกกรอก
       
       เข้า ‘วัด’ เพื่อสะเดาะเคราะห์?
       
       วัดวาอารามในปัจจุบัน นอกจากจะเป็นศูนย์รวมจิตใจของเหล่าพุทธศาสนิกชนแล้ว ปัจจุบันหลายๆ แห่ง ยังเพิ่มหน้าที่ทางด้าน ‘พิธีกรรม’ เพื่อเสริมสร้างความสบายใจให้แก่เหล่าคนเกือบเป็นแม่ หลายๆ คน
       
       เช่นเดียวกับ วัดดอยแก้ว จังหวัดเชียงใหม่ ที่มีหญิงผู้ผ่านการทำแท้งมาทำบุญกันเป็นจำนวนมาก ด้วยมีชื่อด้านการแก้กรรมจากการทำแท้ง
       
       “สิ่งของที่จะใช้ในการทำเกี่ยวกับการทำแท้ง ก็จะมีเครื่องใช้ของเด็ก เช่น ผ้าอ้อม เสื้อผ้า ขวดนม กล้วย การทำแบบนี้เป็นการส่งผลบุญ อุทิศสวนกุศลไปให้กับเด็กที่ตายจากไปแล้ว” พระลูกวัดผู้ไม่ประสงค์จะเปิดเผยชื่อเริ่มอธิบาย
       
       “มันเป็นผลของกรรมเกี่ยวกับการกระทำของคนเรา ที่เราฆ่าชีวิตคนไปหนึ่งคน มีทั้งเจตนาและไม่เจตนาที่ทำให้เขาตายไป เพราะเราพลาดฆ่าชีวิตไป ชีวิตคนเราเป็นสัตว์ที่ใหญ่ เป็นสัตว์ที่ประเสริฐ กว่าเราจะเกิดมาเป็นคน ต้องผ่านมาหลายภพหลายชาติ แต่ที่มาทำบุญกันส่วนใหญ่ก็จะทำเพื่อความสบายใจ จะได้ส่งผลบุญไปให้ลูก
       
       “แต่สิ่งหนึ่งที่อาตมาอยากจะชี้ให้เห็นคือ เราไม่สามารถลบล้างสิ่งที่เราทำลงไปจากการทำบุญได้ มันเหมือนกับเราเป็นหนี้เขา ยังไงเสียเขาก็ต้องมาทวงเรา อยากจะแนะนำให้ว่าถ้าคนที่เคยไปทำแท้งมา ถ้าเราจะส่งอุทิศส่วนกุศลหรือทำบุญไปให้เขา เราสามารถไปหาพระที่ไหนก็ได้เราไม่จำเป็นต้องเจาะจงวัด เพราะทุกวันจะมีการแผ่บุญกุศลและแผ่เมตตาได้ แค่เรามีเครื่องใช้ของเด็กทั้งหมด เราก็อธิษฐานว่า แม่ขออุทิศส่วนกุศลและผลบุญที่แม่เคยทำมาก่อนส่งไปให้ลูก ต่อไปนี้แม่จะได้ทำมาหากินขึ้น และขอแต่สิ่งดี ๆ แต่ถ้าเรามีบุญชาติหน้าฉันใดขอให้ลูกเกิดมาเป็นลูกขอแม่อีก” พระรูปเดิมกล่าวสรุป
       
       เปิดใจคน (เกือบ) เป็นแม่
       
       ยิ้ม (นามสมติ) สาววัยจวน 30 ปี ที่เคยผ่านการทำแท้งมาแล้ว 1 ครั้งเมื่อ 3 ปีก่อน โดยที่เธอตั้งครรภ์โดยไม่ได้ตั้งใจและไม่พร้อมที่จะให้ลูกถือกำเนิดขึ้นมา เธอเล่าว่าปัจจุบันทำใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นได้แล้ว
       
       “ตอนนั้นเราพักอยู่กับแฟน ก็กินยาคุมกำเนิดชนิดแผง (กินทั้งเดือน) แต่มีอยู่ครั้งเดียวที่ลืมกินยา อยู่ๆ ประจำเดือนเราก็ขาดไป 1 เดือน พอไปตรวจก็เลยทราบว่าตั้งครรภ์”
       
       ครั้งแรกที่รู้เรื่องเธอสับสน เช่นเดียวกับผู้หญิงหลายๆ คน ที่มีลูกเมื่อไม่พร้อม จนในที่สุดก็ตัดสินใจปรึกษากับแฟนหนุ่ม และเห็นตรงกันว่าอยากจะเอาออก
       
       หลังจากตัดสินใจแล้ว เมื่อเดินทางไปถึงสถานที่ทำแท้งยิ้มบอกว่า เธอกลัวทุกอย่าง ทั้งกลัวเจ็บ กลัวบาป กลัวอันตราย กลัวโดนตำรวจจับขณะทำอยู่
       
       “เราไปคลินิกแห่งหนึ่งย่านฝั่งธนฯ ร้านนี้เปิดมานานคนรู้จักเยอะ พอลงแท็กซี่ไป เราก็ยืนเก้ๆ กังๆ หน้าคลินิก มอเตอร์ไซค์รับจ้างก็เข้ามาหาบอกว่าจะพาไปอีกที่ เขาบอกว่าถูกกว่า และมีหลายวิธีให้เลือก”
       
       ยิ้มตัดสินใจไปตามที่มอเตอร์ไซค์รับจ้างบอก และเลือกวิธีดูดเด็กออก โดยเป็นการสอดยาเข้าทางช่องคลอด ซึ่งต้องทำถึง 2 ครั้งเพราะครั้งแรกไม่สำเร็จ
       
       “กลับมาสอดที่บ้านเเล้วนอนนิ่งๆ ปรากฏว่าไม่เกิดอะไรขึ้น จนกระทั่งวันต่อมาเลยไปหาหมออีกที หมอให้ยามา 3 เม็ด เขาบอกว่าเเรงกว่า คราวนี้กลับมาสอดเหมือนเดิมเเล้วนอนนิ่งๆ ปรากฏว่าปวดท้องมาก ปวดจนจะทนไม่ไหว มันบีบท้องน้อยมาก สักพักก็เริ่มมีเลือดเหมือนเป็นเมน พอเริ่มออกมาก็ใส่ผ้าอนามัยธรรมดา วันต่อมาก็รู้สึกธรรมดาเหมือนตอนเป็นเมน
       เเต่ตอนนั้นก็เสียใจนะ มันเหมือนวูบเดียวจริงๆ”
       
       สิ่งที่ออกมาจากช่องคลอดยิ้มตอนนั้นคือเลือดมีลักษณะเป็นลิ่มๆ ไม่ได้เป็นตัวเด็ก เพราะท้องยังอ่อนอยู่ ซึ่งเธอบอกว่าเหมือนยาที่สอดไปมันทำให้มดลูกบีบตัว
       
       การทำแท้งราคา 3 พันบาทของยิ้มผ่านไป 3 ปี แรกๆ เธอรู้สึกเศร้าใจมากกับการกระทำของตัวเอง เพราะไม่รู้ว่าตัดสินถูกหรือผิด รู้สึกสับสนกับเรื่องที่เกิดขึ้น
       
       “เราก็ไปทำบุญกรวดน้ำให้เขานะ เวลาผ่านไปก็ค่อยรู้สึกดีขึ้น ตอนนี้คิดว่าดีแล้วที่ไม่เอาไว้ เพราะเลี้ยงคนมันลำบาก ตอนนี้เราก็ไม่อยากมีลูกแล้ว ถ้าไม่พร้อมจริงๆ”
       
       สุดท้ายยิ้มก็บอกว่า เชื่อว่าการกระทำของตนเองคือบาป ในอนาคตหากต้องการมีลูกอาจจะไม่มี หรืออาจจะทำมาค้าขายไม่ขึ้น จึงพยายามไม่ให้เกิดความผิดพลาดในชีวิตอีก
       
       แพทย์ชี้ทำแท้งมีแต่ ‘เสีย’ ในระยะยาว
       
       แน่นอนว่าการทำแท้งนั้นนอกจากจะสร้างความเจ็บปวดทั้งทางกายและใจให้แก่ผู้ทำแล้ว หลังจากทำเสร็จ ร่างกายก็อาจจะได้รับผลกระทบเทือน ซึ่งมีตั้งแต่อาการติดเชื้อเล็กๆ น้อยๆ ไล่ไปจนอันตรายต่อชีวิต
       
       “ผลจากการทำแท้งนั้นมีทั้งระยะหลังทำใหม่ๆ และระยะยาว ถ้าทำโดยแพทย์มันก็จะไม่ค่อยมีปัญหา แต่ถ้าทำโดยการขูดมดลูกโดยคนที่ไม่ใช่แพทย์ มดลูกอาจจะมีอาการติดเชื้อ และมีอาการเลือดไหลไม่หยุด บางคนถึงขั้นต้องตัดมดลูกทิ้งกะทันหัน เพราะมีการติดเชื้อรุนแรง ซึ่งอัตราการตายของคนไข้ที่ไปทำแท้งเถื่อนมานั้น ในสมัยก่อน มีมากถึง 50 เปอร์เซ็นต์”
        
       
       พญ.หลิน มทนางกูร แพทย์ประจำโรงพยาบาลจุฬาฯ เล่าให้ฟังถึงผลกระทบที่ตามมาจากการทำแท้ง
       
       “และในระยะยาว ถึงแม้จะไม่มีการติดเชื้อรุนแรง แต่ก็จะทำให้มดลูกเกิดพังผืด ส่งผลให้ตัวอ่อนไม่สามารถฝังตัวลงไปได้ดี จะทำให้มีลูกยาก ต่อมา อาจจะมีการท้องนอกมดลูก เพราะถ้าไข่ที่ผสมแล้วไม่มีมดลูกให้เกาะก็อาจจะหลุดออกไปที่อื่นทำให้ท้องนอกมดลูกได้ หรือถ้าเกิดตั้งครรภ์แล้ว ในขณะคลอดก็จะคลอดได้ยาก เพราะมีพังผืดเป็นอุปสรรค ทำให้เอารกออกมาได้ยาก”
       
       >>>>>>>>>>
       ………
       เรื่อง : ทีมข่าว CLICK
       ภาพ : วรวิทย์ พานิชนันท์
       ที่มา   ASTVผู้จัดการรายวัน
 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
บทความที่น่าสนใจ
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com
สารบัญเว็บไซต์ Muslimthaipost.com
SubDomain หน้าหลัก