หมวดหมู่
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่มุสลิมไทย โพสต์
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> Muslimthai Focus
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
ผลไม้ไทยไปเอเชี่ยนเกมส์ ใบเบิกทางเอเชีย-ตลาดโลก

ผลไม้ไทยไปเอเชี่ยนเกมส์ ใบเบิกทางเอเชีย-ตลาดโลก

พรพิมล แย้มประชา

เป็นที่ประจักษ์ต่อสายตามวลมนุษยชาติ ในการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 16 ณ นครกวางโจว มณฑลกวางตุ้ง ที่สาธารณ รัฐประชาชนจีน เป็นเจ้าภาพอย่างยิ่งใหญ่อลังการ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-27 พ.ย.53

ในงานนี้ประเทศไทยได้รับเกียรติในการนำผลไม้ไทยคุณภาพดี 10 ชนิด ได้แก่ มะม่วงน้ำดอกไม้ ส้มโอขาวใหญ่ กล้วยไข่ มะพร้าวอ่อน ลำไย ชมพู่ทับทิมจันท์ ทุเรียน มังคุด ฝรั่ง และมะขามหวาน รวมถึงข้าวหอมมะลิไทย ขึ้นเสิร์ฟบนโต๊ะอาหาร และมอบเป็นของที่ระลึกแก่แขกวีไอพีระดับผู้นำ รวมถึงนักกีฬาจากประเทศต่างๆ ที่เข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้

ด้วยความไว้วางใจที่รัฐบาลจีนมีต่อไทย นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้รับมอบหมายเป็นประธานในพิธีส่งมอบผลไม้ไทย โดยจัดหาผลไม้ไทยคุณภาพดี ผ่านกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน และคุณประโยชน์ที่มีต่อผู้บริโภครวมทั้งสิ้น 55 ตัน และข้าวหอมมะลิไทย จำนวน 3 ตัน เมื่อวันที่ 10 พ.ย.ที่ผ่านมา ณ นครกวางโจว

ตัวแทนจากนานาชาติกว่า 45 ประเทศ รวมถึงคณะทำงาน สื่อมวลชนกว่า 30,000 คน นักท่องเที่ยวจีนและชาวต่างชาติอีกไม่ต่ำกว่า 2 ล้านคน ต่างสัมผัสได้ถึงเอกลักษณ์ที่โดดเด่นด้านคุณภาพ รสชาติ กลิ่นหอม และสีสันของผลไม้ไทยที่มีความหลากหลายเป็นพิเศษ โดยเฉพาะการเป็นสื่อสัญลักษณ์ทางความเชื่อของคนจีนที่มีค่านิยมด้านคุณค่าโภชนาการอาหาร

อาทิ กล้วยไข่ ที่มีสีเหลืองสุก คล้ายเสื้อของจักรพรรดิ ตามคติความเชื่อของคนจีน ลำไย เปรียบเสมือน "ตามังกร" ทุเรียน เป็น "ราชาแห่งผลไม้" และมังคุด เป็น "ราชินีแห่งผลไม้" เมื่อรับประทานเข้าไปจะมีสรรพคุณทางยารักษาโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ และเป็นสิริมงคลกับชีวิต

นายธีระ กล่าวว่า ผลจากความร่วมมือครั้งนี้ เป็นจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ด้านการค้าที่ดีระหว่างไทยกับจีน โดยเชื่อว่าจะช่วยให้ไทยส่งออกผลไม้ไทยมาจีนได้เพิ่มขึ้น 20-30% ในปีི จากปัจจุบันไทยส่งออกผลไม้มายังนครกวางโจว มูลค่าประมาณ 7.5 พันล้านบาท/ปี จากมูลค่าส่งออกผลไม้ไทยมาจีนทั้งสิ้น 1 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 1 ใน 3 ของยอดผลไม้ไทยที่ส่งออกไปทั่วโลก ประมาณ 3 หมื่นล้านบาท

แนวโน้มการส่งออกผลไม้ไทยเพิ่มขึ้นทุกปี โดยสถิติส่งออกผลไม้ไทย ผ่านมณฑลกวางตุ้ง มีปริมาณการนำเข้าและมูลค่าเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากปี཮ นำเข้าจากไทย 227,632 ตัน มูลค่า 187.5 ล้านเหรียญสหรัฐ ปี཯ นำเข้าจากไทย 282,831 ตัน มูลค่า 239.2 ล้านเหรียญสหรัฐ และปี཰ นำเข้าจากไทย 476,413 ตัน มูลค่า 405.96 ล้านเหรียญสหรัฐ

จากข้อมูลประเทศจีน 22 มณฑล มี 5 เขตปกครองพิเศษทางเศรษฐกิจ (ได้แก่ ทิเบต ซินเจียง หนิงเซี่ย มองโกเลียใน และกว่างซี) และมี 4 มหานคร (ได้แก่ ฉงชิ่ง เซี่ยงไฮ้ เทียนจิน และปักกิ่ง) บริโภคผลไม้วันละ 5,000 ตัน เป็นสัดส่วนผลไม้ในประเทศ 60% ประมาณ 3,000 ตัน และสัดส่วนผลไม้นำเข้าจากต่างประเทศ 40% ประมาณ 2,000 ตัน ซึ่งครึ่งหนึ่งของผลไม้ที่จีนนำเข้าจากต่างประเทศต้องผ่านที่ตลาดกลางผลไม้เจียงหนาน นครกวางโจว มณฑลกวางตุ้ง เพื่อกระจายสินค้าไปยังมณฑลต่างๆ

แต่ยังมีอุปสรรคทางการค้าระหว่างกัน ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ จะประสานไปยังกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ขอให้เจรจากับทางการจีนในการขอลดภาษีนำเข้าผลไม้ที่ปัจจุบันจีนเรียกเก็บจากทุกประเทศในอัตรา 13% เพราะเป็นภาระต้นทุนของผู้ผลิตและผู้ประกอบการไทย

นอกจากนี้ ระบบการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศยังเป็นอุปสรรคในการส่งมอบผลไม้สด ที่มีข้อเสียเน่าเสียง่าย เก็บรักษาไว้ได้เพียงระยะสั้น ดังนั้น หากการพัฒนาระบบขนส่งสินค้าระหว่างไทย-จีนแล้วเสร็จ ในเส้นทางถนน R3 (เชื่อมเชียงราย-ลาว-ยูนนาน) เสร็จสมบูรณ์ จะช่วยร่นระยะเวลาการขนส่งผลไม้ให้เหลือเพียง 2-3 วัน จากเดิม 7 วัน

สิ่งสำคัญ คือ ไทยยังคงต้องส่งเสริมมาตรฐานการผลิตให้ได้คุณภาพอย่างสม่ำเสมอ ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีการผลิต เช่น การผลิตนอกฤดูกาล และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมถึงการพัฒนาวิจัยการเก็บรักษาให้ผลไม้ไทยมีอายุการเก็บได้นานขึ้น เช่น ถุงยังชีพสำหรับรักษาคุณภาพให้ผลไม้สดใหม่ เป็นต้น

"ในอนาคตรัฐบาล โดยกระทรวงเกษตรฯ มีแผนส่งออกผลไม้ในมณฑลอื่นๆ ของจีนเพิ่มขึ้นอีก โดยเฉพาะในพื้นที่ทางตอนใต้ของจีน ทั้งมณฑลฝูเจี้ยน (ฮกเกี้ยน) มณฑลกวางสี ซึ่งมีประชากรรวมกันหลายร้อยล้านคน โดยอาศัยการประชาสัมพันธ์ในครั้งนี้ เพื่อสร้างความรู้จักผลไม้ไทยในหมู่คนจีนให้กว้างขวางมากขึ้น" นายธีระ กล่าว

ด้าน นายพิษณุ สุวรรณะชฎะ กงสุลใหญ่ประจำนครกวางโจว แห่งราชอาณาจักรไทย กล่าวว่า สินค้าผลไม้ไทยยังมีโอกาสสร้างมูลค่าเพิ่มในตลาดประเทศจีนได้อีกมาก โดยเฉพาะในมณฑลกวางตุ้งที่มีประชากรจำนวนมากถึง 100 ล้านคน ซึ่งในจำนวนนี้คิดเป็นประชากรของนครกวางโจวถึง 10 ล้านคน และมีกำลังซื้อค่อนข้างมาก เห็นได้จากรายได้ต่อหัวต่อปีอยู่ที่ไม่ต่ำกว่า 15,000 หยวน อีกทั้งรายได้หลักของนครกวางโจวส่วนใหญ่มาจากอุตสาหกรรมยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และปิโตรเคมี เป็นหลัก สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นเมืองที่น่าลงทุนอย่างมาก

แม้การจัดงานครั้งนี้ ผลไม้ไทยจะเป็นเพียงส่วนหนึ่งของงาน แต่การต่อยอดเพื่อส่งเสริมให้คนทั่วโลกรู้จักผลไม้ไทย เป็นโอกาสในการขยายตลาดผลไม้คุณภาพดีของไทยให้เป็นสินค้าระดับพรีเมียมในภูมิภาคเอเชียและตลาดโลก เป็นความสำเร็จที่กำลังเข้ามาอยู่ใกล้แค่เอื้อม หากไทยไม่หยุดนิ่ง

มากกว่านั้น คือ ความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทย-จีน ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ เปรียบเสมือนใบเบิกทางไปสู่ความร่วมมือทางเศรษฐกิจระดับประเทศ ระดับภูมิภาคเอเชียในแง่มุมต่างๆ โดยเฉพาะความร่วมมือกันแก้ปัญหากระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย จากผลกระทบของวิกฤตเศรษฐกิจโลก

ที่มา : ข่าวสดออนไลน์

 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
บทความที่น่าสนใจ
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com

Warning: include(../../main/globalsitemap.php): failed to open stream: No such file or directory in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194

Warning: include(): Failed opening '../../main/globalsitemap.php' for inclusion (include_path='.:/usr/lib/php:/usr/local/lib/php') in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194