หมวดหมู่
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่มุสลิมไทย โพสต์
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> Muslimthai Focus
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
หาดใหญ่ท่วมสูงเกือบ3เมตร/พายุลูกใหม่จ่อถล่มซ้ำ สงขลา วิกฤติหนัก! ใต้ต้องการความช่วยเหลือด่วน
หาดใหญ่ท่วมสูงเกือบ3เมตร/พายุลูกใหม่จ่อถล่มซ้ำ "สงขลา"วิกฤติหนัก! (แนวหน้า)
คนนับแสนเคว้งติดค้างอยู่ในเมือง 7จว.ใต้ระทมตัดขาดโลกภายนอก
รถไฟงดวิ่ง-ปิดสนามบินชั่วคราว ส่งเรือหลวงจักรีนฤเบศ-ซี130ช่วย

 สถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้วิกฤติสุดในรอบหลายปี และขยายวงกว้างครอบคลุมทุกจังหวัด สร้างความเสียหาย และชาวบ้านเดือดร้อนจำนวนมาก จนต้องประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ 

 หาดใหญ่สาหัส3หมื่นครัวเคว้ง 
 โดยที่อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นายไพร พัฒโน นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายนว่า น้ำทะลักเข้าท่วมพื้นที่ 80% ของเมืองหาดใหญ่ โดยเฉพาะพื้นที่การค้าในตัวเมืองที่ถูกน้ำท่วมหมดแล้ว ทำให้ประชาชนกว่า 3 หมื่นหลังเรือนได้รับความเดือดร้อน มีประชาชนกว่าหมื่นคนช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ขณะที่ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง แม้ฝนหยุดตกแล้ว แต่ยังมีน้ำไหลมาจากพื้นที่รอบนอก ระดับน้ำสูงเกือบ 3 เมตร บางจุดท่วมพ้นหลังคา และบางจุดท่วมถึงชั้น 2 ขณะเดียวกัน ระบบน้ำประปา ไฟฟ้าใช้การไม่ได้โดยสิ้นเชิง เช่นเดียวกับ สัญญาณโทรศัพท์มือถือล่ม ใช้ได้เพียงโทรศัพท์พื้นฐานเท่านั้น 

 แสนคนติดค้างในตัวเมือง 
 ทั้งนี้ สถานการณ์น้ำท่วมอ.หาดใหญ่หนักกว่าปี 2543 และอาจเรียกว่าหนักที่สุดในประวัติศาสตร์ของอ.หาดใหญ่ เนื่องจากปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาช่วงสองวันที่ผ่านมามีปริมาณกว่า 500 มม. ประชาชนต้องการความช่วยเหลือย่างมาก แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถเข้าไปได้ ประชาชนส่วนใหญ่ยังอยู่ในบ้านของตัวเอง เพราะเป็นห่วงทรัพย์สินทั้งที่เทศบาลประกาศให้อพยพตั้งแต่เย็นวันจันทร์ที่ผ่านมาแล้ว จากการประมาณการคาดว่าจะมีประชาชนติดอยู่ที่บ้านพักของตัวเองอาจสูงถึง 1 แสนคน และรอความช่วยเหลือเร่งด่วนอีกไม่น้อยกว่าหมื่นคน สิ่งที่จำเป็นอย่างมากที่สุด คือ อาหารแห้งและเรือมากที่สุด 

 ไฟช็อตตายเอาศพออกมาไม่ได้ 
 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศในตัวเมืองหาดใหญ่ ปริมาณน้ำเต็มทุกพื้นที่ และระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ถนนทุกสายกลายเป็นช่องทางระบายน้ำ รถยนต์จำนวนมากถูกน้ำท่วมมิด บางพื้นที่น้ำท่วมสูงถึงชั้นสองของบ้านพัก หลายครอบครัวต้องขึ้นไปอยู่บนดาดฟ้า ขณะที่ประชาชนอีกจำนวนหนึ่งถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ไม่สามารถติดต่อกับใครได้ เนื่องจากสัญญาณโทรศัพท์ล่ม ในจำนวนนี้มีครอบครัวหนึ่ง ลูกสาวถูกไฟช็อตเสียชีวิตตั้งแต่ช่วงค่ำวันจันทร์ที่ผ่านมา แต่ไม่สามารถนำศพออกมาได้ เพราะการช่วยเหลือเป็นไปด้วยความยากลำบาก ขณะเดียวกัน มีนักท่องเที่ยวและผู้สื่อข่าวจำนวนหนึ่ง ติดอยู่ในโรงแรมลีการ์เด้น และโรงแรมเจบีหาดใหญ่ ตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา รอความช่วยเหลืออยู่เช่นกัน 

 ประกาศเขตภัยพิบัติ-ตายแล้ว1 
 นายวิญญู ทองสกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า ทุกอำเภอในจ.สงขลาได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมโดยเฉพาะหาด ใหญ่ ที่ต้องยอมรับไม่สามารถป้องกันน้ำท่วมได้ คาดว่าระดับน้ำจะสูงกว่า 2 เมตร เพราะมีน้ำจากอำเภอรอบนอกที่ไหลเข้าท่วม โดยเฉพาะตลาดกิมหยง ตลาดสันติสุข เขตการค้าสำคัญในอ.หาดใหญ่ สูงประมาณ 1.20 เมตร จึงได้ประกาศให้จ.สงขลาเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติแล้ว มีรายงานว่า มีผู้เสียชีวิต 1 รายบริเวณหน้าตลาดกิมหยงเนื่องจากถูกไฟฟ้าช็อต

 ปลัดจะนะเรือล่มขณะช่วยปชช. 
 ที่อ.จะนะ จ.สงขลาสสถานการณ์วิกฤติไม่แพ้หาดใหญ่ นายบรรจง ช่วยชู นายอำเภอจะนะ กล่าวว่า ในเขตเทศบาลจะนะน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร มีการอพยพประชาชนในหลายจุด นอกจากนั้น ยังมีน้ำท่วมสูงบนถนนสายเอเชียช่วง อ.จะนะ ต่อ อ.เทพา จ.สงขลา มุ่งหน้าไป จ.ปัตตานีสัญจรไปมาไม่ได้ ทำให้รถติดยาว นอกจากนี้ ช่วงค่ำวันจันทร์ที่ผ่านมา เกิดเหตุเรือของปลัดอำเภอจะนะ พร้อมอส. ทหารและชาวบ้านรวม 4 ราย พลิกคว่ำในต.ป่าชิง ขณะออกไปช่วยประชาชนเนื่องจากกระแสน้ำแรง ล่าสุดยังไม่สามารถติดต่อได้จึงส่งกำลังเร่งค้นหา เหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ นับว่ารุนแรงกว่าเมื่อปี 2543 มาก 

 เครือข่ายเอไอเอสหาดใหญ่เดี้ยง50% 
 นายวีรวัฒน์ เกียรติพงษ์ถาวร รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานปฏิบัติการ เอไอเอส กล่าวว่า จากเหตุการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นส่งผลให้เครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ของเอไอเอสในหลายพื้นที่ได้รับผลกระทบในหลายพื้นที่ อาทิ ชุมพร, พัทลุง, นครศรีธรรมราช, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อ.หาดใหญ่ และจ.สงขลา มีสถานีฐานประมาณ 50% ไม่สามารถให้บริการได้ โดยสาเหตุหลักๆเกิดจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคตัดกระแสไฟฟ้า, เสาไฟฟ้าล้ม, สายไฟเบอร์ออพติคขาด ขณะนี้ทีมงานวิศวกรภาคใต้ของเอไอเอสอยู่ระหว่างแก้ปัญหา 

 พัทลุงประกาศเขตภัยพิบัติ11อ. 
 ส่วนที่จ.พัทลุง นายธนกร ตระบันพฤกษ์ หัวหน้าศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จังหวัดพัทลุง กล่าวว่า ขณะนี้จังหวัดประกาศเขตภัยพิบัติแล้ว 11 อำเภอ สิ่งที่ต้องการขณะนี้คือเรือท้องแบน เพื่อเข้าไปให้ความช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อน ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่นั้น ช่วงกลางดึกที่ผ่านมามีฝนตกหนักทำให้น้ำท่วมบ้านเรือนราษฎร โรงเรียน โรงพยาบาลพัทลุง ปริมาณน้ำไหลผ่านถนนทุกสายในเขตเทศบาล ระดับน้ำเฉลี่ย 30 - 50 ซม และในพื้นที่อ.ศรีนครินทร์เจ้าหน้าที่จากกองพันทหารช่างที่ 401 และ 402 ค่ายอภัยบริรักษ์ ต้องอพยพชาวบ้านในพื้นที่หมู่ 4 ตำบลบ้านนากว่า 50 ครัวเรือน ที่อยู่ใกล้จุดรอยเลื่อนของพื้นดินถล่มออกนอกพื้นที่ 

 พายุฝนถล่มบ้านพังหลายพันหลัง 
 นายพิสิษฐ์ บุญช่วง ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุงกล่าวว่า มี 4-5 อำเภอของพัทลุง ซึ่งอยู่ใกล้จ.สงขลา ได้รับผลกระทบหนัก พายุฝนจากอิทธิพลของดีเปรสชั่นทำให้บ้านเรือนพังเสียหายไปแล้วหลายพันหลัง โดยเฉพาะในพื้นที่หมู่ 9 ต.พญาขัน อ.เมืองพัทลุง สองแม่ลูกนอนหลับภายในบ้านถูกต้นไม้หักโค่นทับได้รับบาดเจ็บสาหัส เพื่อนบ้านต้องนำส่ง รพ.พัทลุง ล่าสุดอาการปลอดภัย 

 สตูลอ่วมหนักสุดรอบ20ปี 
 เช่นเดียวกับ จ.สตูล ที่สถานการณ์ยังน่าเป็นห่วง โดยสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.สตูลรายงานว่า สถานการณ์น้ำท่วมครอบคลุมพื้นที่ทั้งจังหวัดสตูลแล้ว ใน 7 อำเภอ 21 ตำบล 163 หมู่บ้าน ประชาชนเดือดร้อน 23,313 ครัวเรือน 92,116 คน ถนนสายหลักถูกตัดขาด โดยน้ำท่วมถ.สายสตูล-หาดใหญ่ บริเวณห้างเทสโก้โลตัส ต.ย่านยื่อ อ.ควนโดน จ.สตูล ถนนสายสตูล-ฉลุง บริเวณหน้าโรงเรียนอนุบาลเมืองสตูล ต.ฉลุง น้ำท่วมถนนถูกตัดขาด ถนนสายฉลุง-ละงู-ตรัง ถูกน้ำท่วมตัดขาดทั้งฝั่งขาเข้าและขาออก บริเวณ บ้านกุบังจามัง ต.ฉลุง และในเขตเทศบาล ต.ฉลุง อ.เมืองสตูล และเอ่อท่วมถนนสตูลธานี ฝั่งขาออกถนนสายหลักไปต.คลองขุด ถนนยนตรการกำธร บริเวณหัวสะพานคลองตายาย อ.เมืองสตูล ถูกตัดขาด และน้ำเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง สถานการณ์น้ำท่วมดังกล่าวถือว่าหนักสุดในรอบ 20 ปี 

 5อ.ตรังจมบาดาลหนักสุดรอบ40ปี 
 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่จ.ตรัง ฝนยังตกหนักต่อเนื่อง ซึ่งเป็นอิทธิพลจากพายุดีเปรสชั่นบริเวณอ่าวไทย ทำให้จ.ตรัง ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมอย่างรุนแรงในทุกอำเภอโดยเฉพาะ อ.นางโยง ห้วยยอด รัษฎาและปะเหลียน ซึ่งอยู่ติดกับเทือกเขาบรรทัด โดยในต.นาโยงใต้ และ ต.ละมอ อ.นาโยง มีรายงานน้ำจากคลองนางน้อย ซึ่งรับน้ำจากเทือกเขาบรรทัดเอ่อท่วมคลอง ส่งผลให้น้ำไหลทะลักเข้าท่วมถนนสายหลัก ระหว่างตรัง-พัทลุง ทั้ง 2 ข้างทางสูงเกือบ 1 เมตร สัญจรไปมาไม่ได้ ประชาชนกว่า 40,000 เดือดร้อนหนัก ระดับน้ำสูงเกือบ 3 เมตร จังหวัดแจ้งเตือนให้ประชาชนเตรียมรับมือกับระดับน้ำที่จะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่เทศบาลหลายอำเภอได้ตัดกระแสไฟฟ้า รวมทั้งมีการตั้งโรงครัวชั่วคราวปรุงอาหารบรรจุกล่องไปแจกจ่ายให้ประชาชนที่ติดค้างอยู่ในบ้าน ทั้งนี้ จากการสอบถามชาวบ้านในพื้นที่ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า สถานการณ์น้ำท่วมปีนี้รุนแรงที่สุดในรอบ 40 ปี หลายพื้นที่ที่ไม่เคยถูกน้ำท่วม ก็ถูกน้ำท่วมแล้วในขณะนี้ 

 รพ.นาโยงจมย้ายผู้ป่วย-ตายแล้ว1 
 ในส่วนของพื้นที่ อ.นาโยง ที่ถูกน้ำท่วมหนักกว่าหลายพื้นที่ ส่งผลให้ รพ.นาโยง ได้รับผลกระทบน้ำไหลเข้าท่วมโรงพยาบาล ระดับน้ำสูงประมาณ 30 เซนติเมตร นพ.ไพศาล เกื้ออรุณ ผช.สสจ.ตรัง ตัดสินใจย้ายผู้ป่วยฉุกเฉิน 10 รายไปยัง รพ.ศูนย์ตรัง แล้ว เนื่องจากในเขตเทศบาล ต.นาโยงเหนือ ถูกตัดกระแสไฟฟ้า และเครื่องปั่นไฟของ รพ.นาโยง ก็ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม โดยมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นของทางโรงพยาบาลอยู่ที่ 3 ล้านบาท 
 นายไมตรี อินทุสุต ผู้ว่าราชการจังหวัดตรังกล่าวว่า ถ้าฝนไม่ตกลงมาอีก จังหวัดรับมือได้ อย่างไรก็ตาม ได้สั่งการให้ฝ่ายปกครองเฝ้าระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะพื้นที่ ต.เขาขาว ต.ปากแจ่ม อ.ห้วยยอด และ ต.นาชุมเห็ด อ.ย่านตาขาว ซึ่งน้ำท่วมหนักเช่นกัน ส่วนศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจ.ตรัง เจ้าหน้าที่รับแจ้งจากฝ่ายปกครอง อ.ย่านตาขาวว่า มีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ราย เบื้องต้นทราบว่าเป็นชาวบ้านที่เป็นโรคหัวใจและช็อกกับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน 

 สุราษฎร์ฯห้ามเรือออกจากฝั่ง 
 ที่จ.สุราษฎร์ธานี ฝนที่ตกหนักติดต่อกันทั้งวันทั้งคืน ทำให้หลายพื้นที่มีน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะอ.เมืองสุราษฎร์ธานี ถนนหลายสายถูกน้ำท่วมขัง เนื่องจากระบายไม่ทัน โรงเรียนหลายแห่งประกาศปิดไม่มีกำหนด ส่วนอำเภอรอบนอกที่ถูกน้ำท่วมขังส่วนใหญ่น้ำท่วมถนนภายในหมู่บ้านเช่นกัน ขณะที่เทศบาลระดมเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ระบายน้ำลงสู่แม่น้ำตาปี 
 นายธีระยุทธ เอี่ยมตระกูล ผุ้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานีออกประกาศเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยดินโคลนถล่ม น้ำป่าไหลหลาก และพื้นที่ริมชายทะเลไห้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ ใน 2-3 วันนี้ที่มีฝนตกหนักและน้ำทะเลหนุนสูง พร้อมมีลมแรงทำให้เกิดคลื่นยักษ์อีกหลายระลอก พร้อมห้ามเรือโดยสารทุกชนิดงดออกจากฝั่งเด็ดขาด เนื่องสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยทะเลคลื่นสูงกว่า 4 เมตร ทำให้นักท่องเที่ยวตกค้างอยู่ที่เกาะเต่า และอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทองกว่า 100 ชีวิต ขณะที่แม่น้ำตาปี ที่อ.พระแสงเริ่มวิกฤตระดับน้ำเริ่มล้นฝั่งไหลเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรในพื้นที่ หมู่ที่ 4 - 5 - 7 ระดับน้ำสูง 30 - 50 เซนติเมตร 

 ปิดสนามบินสมุยชั่วคราว 
 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมทำให้ไฟฟ้าดับ ธนาคาร ห้างสรรพสินค้า และร้านค้าต้องปิดกิจการชั่วคราว ระบบสื่อสารโทรศัพท์และอินเตอร์เน็ตใช้การไม่ได้ ส่วนสายการบินบางกอกแอร์เวย์หยุดบินตั้งแต่เวลา 11.00 - 18.00 น. เนื่องจากน้ำท่วมขังล้นข้างรันเวย์ และสภาพอากาศไม่อำนวย ทำให้สนามบินสมุยประกาศหยุดให้บริการชั่วคราว จนถึงเวลา 18.00 น.วันเดียวกัน และจะกลับมาให้บริการอีกครั้งในเวลา 21.00 น.วันเดียวกัน 

 รฟท.งดเดินรถไฟใต้ตอนล่างทั้งหมด 
 ด้านนายสุนทร สุวรรณโณ นายสถานีรถไฟสุราษฎร์ธานีกล่าวว่า รถไฟขาล่องใต้ทุกขบวนมาจอดได้เพียงสถานีชุมทางทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช และรถด่วนพิเศษกรุงเทพฯ-ยะลา มาจอดที่สถานีสุราษฎร์ธานีเท่านั้น 
 นางนวลอนงค์ วงษ์จันทร์ หัวหน้ากองประชาสัมพันธ์ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กล่าวว่า สถานีรถไฟหาดใหญ่ต้องงดเดินขบวนรถหลังเกิดเหตุน้ำท่วมทางรถไฟ โดยระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยขบวนรถโดยสารที่เดินทางจากกรุงเทพฯไปภาคใต้ยังไม่สามารถเดินทางถึงปลายทางได้ ต้องหยุดขบวนรถไว้ที่สถานีชุมทางทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช 

 น้ำ3สายหลักทะลักท่วม9อ.นรา 
 ที่จ.นราธิวาส สถานการณ์น้ำท่วมรุนแรงเช่นกัน จากฝนที่ตกหนักต่อเนื่อง ทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำสาย 3 สายหลัก คือแม่น้ำสุไหงโก-ลก บางนราและแม่น้ำสายบุรี ล้นตลิ่งทะลักท่วมบ้านเรือนราษฎรริมตลิ่งและพื้นที่ราบลุ่มใน 9 อำเภอ โดยเฉพาะที่อ.ตากใบ อ.เมือง สิ่งสาธารณูปโภค อาทิ สะพาน คอสะพาน ท่อระบายน้ำ ถูกภาวะน้ำท่วมขังกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวพัดเสียหายกว่า 60 จุด ส่วนถนนสายหลักและสายรองภายในหมู่บ้านถูกภาวะน้ำท่วมขังกว่า 80-90 สาย ราษฎรต้องหันมาใช้เรือเป็นพาหนะ 

 ประกาศ11อ.พื้นที่ประสบภัย 
 นายประดิษฐ์ ปิ่นกระจาย ผอ.โครงการชลประทานนราธิวาสกล่าวว่า ระดับน้ำในแม่น้ำสุไหงโก-ลก ยังล้นตลิ่งท่วมที่ราบลุ่มในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลกน้ำสูง 1.70 เมตร ขณะที่ระดับน้ำในแม่น้ำบางนราล้นตลิ่งคลองตันหยงมัส ซึ่งลำน้ำสาขาของแม่น้ำบางนราในอ.ระแงะน้ำสูง 90 เซนติเมตร หากไม่มีฝนตกลงมาซ้ำอีกคาดว่าภายใน 1-2 วันนี้ ระดับน้ำจะเข้าภาวะปกติ 
 นายแวหามะพีสกรี วาแม หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจ.นราธิวาส กล่าวว่า ระดับน้ำในจ.นราธิวาสเริ่มลดลงบ้างแล้ว แต่ยังมีน้ำท่วมขังตามที่ราบลุ่มริมตลิ่งของแม่น้ำ 3 สายหลักใน 11 อำเภอ ซึ่งจังหวัดประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมแล้ว ยกเว้นอ.ยี่งอ และอ.เจาะไอร้อง 

 6อำเภอเมืองคอนพื้นที่ภัยพิบัติ 
 ที่จ.นครศรีธรรมราช นายธีระ มินทราศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชกล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้นหลายพื้นที่ จึงประกาศเป็นเขตประสบภัยพิบัติแล้ว 6 อำเภอได้แก่ อ.เมือง สิชล ปากพนัง หัวไทร ลานสกาและช้างกลาง นอกจากนี้ ยังอพยพประชาชนในหลายพื้นที่เสี่ยง เช่น ที่แหลมตะลุมพุก อ.ปากพนัง อบต.ท่าซัก อ.เมือง อ.พิปูน โดยขอสนับสนุนเรือท้องแบนมาใช้ในการอพยพ 

 อุโบสถวันควนดินแดงถล่ม 
 ผู้สื่อข่าวรายงาน หลังฝนและลมพัดกระหน่ำรุนแรงตลอดคืนที่ผ่านมา ทำให้อุโบสถวัดควนดินแดง ม.8 ต.เกาะขันธ์ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งก่อสร้างเพิ่งเสร็จใช้งบประมาณกว่า 6 ล้านบาทถล่มลงมาทั้งหลัง สภาพพังราบยับเยิน ส่วนในพื้นที่ อ.ชะอวด สวนยางพาราจำนวนมากถูกลมพายุพัดจนเสียหายหลายแห่ง ถนนหลายสายถูกไม้ใหญ่หักโค่นลงมากีดขวางการจราจร 

 ส่งเรือหลวงจักรีนฤเบศรช่วยน้ำท่วม 
 ขณะที่หลายฝ่ายเร่งส่งความช่วยเหลือลงพื้นที่ภาคใต้อย่างเร่งด่วน โดยพล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ สั่งการให้ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยทัพเรือภาคที่ 1 จัดเตรียมสิ่งของช่วยเหลือประชาชน พร้อมนำเรือหลวงจักรีนฤเบศร เรือหลวงสุรินทร์ ซึ่งเป็นเรือประเภทายกพลขึ้นบก พร้อมเฮลิคอปเตอร์แบบ ซีฮอล์ค 4 ลำ พร้อมรถสะเทินน้ำสะเทินบก จากกองพันรถสะเทินน้ำสะเทินบก กองพลนาวิกโยธิน หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน นำสิ่งของไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ โดยมีแผนปฎิบัติการ ใช้เรือหลวงจักรีนฤเบศร เป็นฐานบินลอยน้ำ โรงครัวเคลื่อนที่ โรงพยาบาล ซึ่งผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนติดต่อขอรับความช่วยเหลือได้ที่ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ สายด่วน 1669 ตลอด 24 ชั่วโมง 

 ส่งดาวเทียมต่อสัญญาณโทรศัพท์ 
 นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) แถลงว่า ในพื้นที่ภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม เป็นเหตุให้การติดต่อสื่อสารถูกตัดขาด รายงานล่าสุดพบว่าเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Cell Site) เสียหาย 80 เสา จากเดิมที่มีอยู่ 200 เสาในภาคใต้ สาเหตุเป็นเพราะเครื่องปั้นไฟของ Cell Site ชำรุด ซึ่งกระทรวงไอซีทีส่งรถดาวเทียมเคลื่อนที่ของบริษัททีโอที จำกัด (มหาชน) ไปเชื่อมสัญญาณในพื้นที่แล้ว คาดว่าช่วงค่ำวันเดียวกันนี้ การสื่อสารจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ 

 ซี130ลำเลียงถุงยังชีพลงใต้ 
 ช่วงเช้าวันเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ปล่อยขบวนคาราวานส่งสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยเพิ่มเติมใน 5 จังหวัด ได้แก่ สงขลา สิงห์บุรี พระนครศรีอยุธยา ชัยนาท อ่างทองของคณะกรรมการอำนวยการ กำกับ ติดตามการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย(คชอ.) โดยนายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า สิ่งของที่มอบให้ประกอบด้วย เรือยนต์ เครื่องยนต์เรือ เรือเล็ก เต็นท์สนาม ห้องสุขาเคลื่อนที่ ซึ่งทั้งหมดจะกระจายไปภาคเหนือ อีสาน และภาคใต้ ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีสั่งการให้ของเหล่านี้ไปถึงโดยเร็วที่สุด โดยให้ใช้เครื่องบินซี 130 ลำเลียงไปส่งจุดสำคัญคือ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 

 นายกฯบินด่วนตรวจน้ำท่วมหาดใหญ่ 
 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่จ.สงขลา เพื่อตรวจสภาพน้ำท่วม ที่อ.หาดใหญ่ โดยขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปโรงพยาบาลหาดใหญ่ ซึ่งผอ.โรงพยาบาลหาดใหญ่สรุปสถานการณ์ว่า น้ำทะลักท่วมภายในโรงพยาบาลสูงถึงหัวเข่า ถือเป็นเหตุการณ์น้ำท่วมที่หนักที่สุดหนักกว่าปี 2543 ทำให้ต้องอพยพคนไข้หนักไปโรงพยาบาลอื่น ขณะที่เครื่องปั่นไฟของโรงพยาบาลที่มี 3 เครื่องใช้ได้เพียงเครื่องเดียว นายกฯจึงสั่งให้หน่วยวิศวกรรมมาซ่อมให้ใช้ได้โดยเร็ว 

 น้ำไหลเชี่ยวลุยแจกของไม่ได้ 
 จากนั้นเวลา 16.00น.นายอภิสิทธิ์ พร้อมนายจุรินทร์ ลักษณะวิศิษฐ์ รมว.สาธารณสุข เดินทางมาประชุมรับทราบสถานการณ์ที่ มณฑลทหารบกที่42 ค่ายเสนาณรงค์ อ.หาดใหญ่ จากนั้น เวลา 17.00น.คณะของนายกรัฐมนตรี เตรียมนั่งรถไปแจกของ แต่เมื่อรถวิ่งมาถึงแยกคอหงส์พบว่า ระดับน้ำท่วมสูงจนรถไม่สามารถผ่านได้ นายกรัฐมนตรีจึงกำชับให้เจ้าหน้าที่เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะเรื่องการช่วยชีวิต 

 สั่งโยกงบไทยเข้มแข็งกู้ภัยน้ำท่วม 
 ก่อนหน้านั้น นายกรัฐมนตรี แถลงหลังประชุมครม.ว่า ครม.อนุมัติตามที่ครม.เศรษฐกิจเสนอมาตรการการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ซึ่งวันเดียวกันนี้ ได้พิจารณาเห็นชอบเพิ่มเติม โดย อนุมัติงบประมาณจากกรอบโครงการไทยเข้มแข็ง ซึ่งมีมติให้แต่ละหน่วยงานกลับไปทบทวน นำมาใช้ในส่วนของการช่วยเหลือฟื้นฟูน้ำท่วม แต่จะเป็นจำนวนเงินเท่าใดนั้นยังไม่ได้ข้อสรุป แต่ตอนนี้มีเงินค้างอยู่ในโครงการไทยเข้มแข็ง 4,000 ล้าน กรณีงบประมาณเหลือจ่ายประจำปี 2552-2553 พบว่า ยังมีในส่วนของงบที่ยังไม่ได้ผูกพันหรือทำสัญญาให้สำนักงบประมาณ ไปดูเพื่อปรับเป็นแผนนำมาช่วยน้ำท่วมได้หรือไม่ 
 "เนื่องจากมีการใช้งบกลางสำรองจ่ายกรณีเพื่อการฉุกเฉินไปมาก ในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ทั้งเรื่องการจ่ายค่าชดเชยครัวเรือน ค่าเสียหายพืชผลทางการเกษตรก็ใกล้ 2 หมื่นล้านบาทไปแล้ว ซึ่งงบกลาง สำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินจะอยู่ที่ 4.7 หมื่นล้านบาท ซึ่งไม่เคยมีว่าภายในเดือน หรือ 2 เดือน มีการนำงบไปใช้จ่ายเกินครึ่ง ดังนั้น จึงต้องเตรียมการด้วยกับงบปกติที่มีอยู่" นายกฯกล่าว 

 หักเงินส.ส.-ผช.-ที่ปรึกษาช่วย 
 ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมการดำเนินการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย สภาผู้แทนราษฎร ในโครงการ"สภารวมใจ ช่วยภัยน้ำท่วม"ครั้งที่2 ที่ประชุมมีมติขอความร่วมมือ ส.ส.ให้ร่วมสมทบเงินหักจากเงินเดือนคนละ 2พันบาท ส่วนผู้ช่วย ผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษาประจำตัว ส.ส.คนละ 1พันบาท ในส่วนของคณะกรรมาธิการสามัญประจำสภาฯ จำนวน 35ชุด จะขอความร่วมมืองดรับเบี้ยประชุม เบี้ยรับรองไปต่างจังหวัด ซึ่งมั่นใจว่าจะได้เงินตรงนี้ กมธ.ละไม่ต่ำกว่า 1แสนบาท คาดว่าจะได้เงินประมาณ 7-8ล้านบาท โดยจะนำเงินเหล่านี้สมทบช่วยเหลือผู้ประสบภัย 

 คชอ.ห่วง8จว.ดีเปรสชั่นถล่มซ้ำ 
 ช่วงบ่ายวันเดียวกัน นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีในฐานะ ผอ.คชอ.แถลงหลังประชุมว่า ผลจากพายุดีเปรสชั่นที่ขึ้นผ่านไปฝั่งทะเลอันดามัน ทำให้เกิดฝนตกหนักต่อเนื่องใน 8 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ สงขลา สตูล ตรัง นราธิวาส ยะลา ปัตตานี พัทลุงและนครศรีธรรมราช ที่หนักมากที่สุดคือ จ.สงขลา พื้นที่อ.หาดใหญ่น้ำท่วมสูง 2- 3 เมตร โดยเฉพาะที่รพ.หาดใหญ่ คชอ.ได้ประสานกองทัพเรือ ภาคที่ 2 และหน่วยมณฑลทหารบกที่ 42 ส่งกำลังช่วยเหลือผู้ป่วยที่ยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 559 ราย ผู้ป่วยหนักรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู 70 รายไปอยู่ที่ รพ.มอ.แล้ว 15 ราย 

 นายกฯสั่งเร่งช่วยคนติดค้าง 
 ขณะที่นายไพร พัฒโน นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ กล่าวว่าความต้องการเร่งด่วนขณะนี้คือ ถุงยังชีพ และเรือ เพราะประชาชนจำนวนหนึ่งยังติดอยู่ในพื้นที่ไม่สามารถออกมาได้ แม้จะมีการอพยพประชาชนบางส่วนไปอยู่ในจุดปลอดภัยแล้วก็ตาม นอกจากนี้ ยังได้ประสานกรมชลประทาน ส่งเครื่องสูบน้ำ เครื่องดันน้ำ เพื่อเร่งระบายน้ำออกสู่ทะเล ทั้งนี้ คาดว่าสถานการณ์น้ำที่ท่วมในภาคใต้ยังคงทรงตัวอยู่ในช่วง 1-2 วันนี้ ที่ไม่สามารถระบายน้ำได้ เพราะน้ำทะเลหนุนสูง แต่ในบางพื้นที่คาดว่าจะสามารถกู้พื้นที่ได้ โดยเฉพาะโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาคาร ที่มีเด็กนักเรียนติดอยู่ 400 คน ได้ประสานส่งอาหารเข้าไปแล้ว โดยนายกฯกำชับให้เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ยังติดอยู่ในพื้นที่ 

 เตือน6-8พ.ย.พายุลูกใหม่จ่อใต้ 
 นอกจากนี้ กรมอุตุนิยมวิทยารายงานให้ที่ประชุม คชอ.ทราบว่าวันที่ 5 - 6 พฤศจิกายน อาจมีพายุดีเปรสชั่นลูกใหม่พัดเข้ามาบริเวณภาคใต้อีกครั้ง ซึ่งกรมอุตุฯกำลังตรวจสอบและเฝ้าระวังอยู่ 
 สถานการณ์โดยรวม หากมีความชัดเจนจะแถลงให้ทราบอีกครั้ง ทั้งนี้ พื้นที่ภาคใต้ยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เพราะระดับน้ำยังคงสูงต่อเนื่อง แม้อิทธิพลพายุดีเปรสชั่นอาจเริ่มลดลงบ้าง

 สภาอุตฯประเมินน้ำท่วมสูญ5หมื่นล. 
 นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)กล่าวถึง ปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นในภาคใต้ขณะนี้ว่า เบื้องต้นเท่าที่ได้รับรายงานสถานการณ์ อาจมีผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารแปรรูป และมีผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยางพารา โดยเฉพาะในส่วนของโรงบ่มยาง แต่ยังไม่สามารถประเมินตัวเลข ความเสียหายได้ ต้องรอดูหลังสถานการณ์น้ำลด ทั้งนี้ เบื้องต้นมองว่าปัญหาน้ำท่วมทุกภาคของประเทศปีนี้ น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจประมาณ 50,0000 ล้านบาท 

 ร.ร.8จังหวัดใต้ปิด1,186โรง 
 นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ(ศธ.) กล่าวว่า 8จังหวัดภาคใต้ที่ประสบอุทกภัยจากพายุดีเปรสชั่น รายงานข้อมูลมาว่า มีโรงเรียนสังกัด ศธ.ที่ถูกน้ำท่วมฉับพลันทั้งหมด 1,186 โรง เป็นร.ร.ใน จ.สงขลา 555โรง ปัตตานี 350โรง พัทลุง 150โรง นครศรีธรรมราช 63 โรง นราธิวาส 28โรง ตรัง 20โรง สตูล 13โรงและยะลา 7โรง ร.ร.ทั้ง 1,186โรงนี้ มีกำหนดเปิดเทอมวันที่ 1พฤศจิกายนที่ผ่านมา แต่หลังรับแจ้งเตือนจากกรมอุตุนิยมวิทยา เมื่อช่วงเที่ยงของวันที่ 1พฤศจิกายน ร.ร.ทั้งหมดจึงประกาศหยุดเรียนทันที 3-7วัน ขณะที่ตัวเลขโรงเรียนที่ถูกน้ำท่วมของภาคอื่น ๆ ทั้งหมด 1,443โรง เมื่อรวมตัวเลขภาคใต้แล้วมีโรงเรียนทั่วประเทศถูกน้ำท่วมทั้งหมด 2,629โรง 

 อุบลฯแนวโน้มน้ำมูลลดลง 
 ขณะที่สถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัดภาคอีสาน ยังทรงตัว นายสุรพล สายพันธ์ ผู้ว่าฯอุบลราชธานี เปิดเผยว่า ระดับน้ำมูลมีแนวโน้มลดลง และจะไหลเข้าสู่อุบลราชธานีประมาณวันที่ 7 พฤศจิกายน ส่วนน้ำชีประมาณวันที่ 13พฤศจิกายน เมื่อทั้งน้ำมูลและน้ำชีไหลเข้ามาสู่อุบลราชธานี คาดว่าจะทำให้ระดับน้ำสูงสุดไม่เกิน 112.7เมตร ซึ่งจะเท่ากับปี2552 ซึ่งน่าจะรับมือได้ 

 น้ำชีหนุนท่วมรอบเมืองขอนแก่น 
 นายสมบัติ ตรีวัฒน์สุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นกล่าวว่า น้ำในแม่น้ำพองที่ได้รับแรงหนุนจากการเร่งระบายน้ำของเขื่อนอุบลรัตน์ทะลักเข้าสู่เขตอ.เมืองขอนแก่น ชั้นในแล้ว โดยมีรายงานว่า ระดับน้ำได้พัดฝายกั้นน้ำในเขต ต.ศิลาได้รับความเสียหาย แรงดันน้ำได้ไหลเข้าท่วมถนนสายเลี่ยงเมืองขอนแก่น-กาฬสินธุ์ ระดับสูงกว่า 1เมตร ทำให้เส้นทางดังกล่าวถูกตัดขาดทั้งหมด 

 ปภ.สรุปท่วมคง21จว.ตาย104 
 ขณะที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) รายงานสถานการณ์อุทกภัยระหว่างวันที่ 10 ตุลาคม- 2 พฤศจิกายนมีพื้นที่ประสบภัย 38 จังหวัด 381 อำเภอ 2,803 ตำบล 24,294 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 1,786,804 ครัวเรือน5,961,812 คน ขณะนี้สถานการณ์อุทกภัยคลี่คลายแล้ว 17 จังหวัด ได้แก่ พิจิตร เพชรบูรณ์ ระยอง จันทบุรี ตราด ตาก ชลบุรี ลำพูน เชียงใหม่ สระแก้ว นครนายก กำแพงเพชร พิษณุโลก หนองบัวลำภู ปราจีนบุรี สมุทรปราการ และนครปฐม 
 ยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยใน 21 จังหวัด 120 อำเภอ 905 ตำบล 7,035 หมู่บ้าน 984,670 ครัวเรือน 3,232,617 คน ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง พื้นที่การเกษตรคาดเสียหาย 4,128,373 ไร่ ผู้เสียชีวิต 104 ราย 

 ฝนถล่มใต้7จว.ใต้จมบาดาล 
 นอกจากนี้ ปภ.ยังรายงานสถานการณ์อุทกภัยใน 7 จังหวัดภาคใต้ว่า ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องจากอิทธิพลพายุดีเปรสชั่น เคลื่นตัวพาดผ่านภาคใต้ทำให้เกิดสถานการณ์อุทกภัยใน 7 จังหวัด 34 อำเภอ 96 ตำบล 425 หมู่บ้าน ได้แก่ สงขลา สตูล ตรัง นราธิวาส ยะลา ปัตตานี และพัทลุง ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 6,831 ครัวเรือน 20,423 คน ทั้งนี้ ผู้ประสบอุทกภัยสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง 

 ในหลวงพระราชทานเงิน5ล. 
 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินินาถ ทรงห่วงใยผู้ประสบอุทกภัย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จำนวน 5 ล้านบาท ให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) กระทรวงมหาดไทย นำไปจัดซื้อไฟฉาย น้ำดื่มและเครื่องอุปโภคบริโภคอื่นที่จำเป็น มอบให้ผู้ประสบภัยในพื้นที่ต่างๆ 

 เตือน11จ.รับมือภัยหนาว 
 นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ยังได้ประกาศเตือนให้เตรียมรับมือภัยหนาวในพื้นที่ 11จังหวัดภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้งนี้หากพื้นที่ใดอากาศหนาว 8-15 องศาเซลเซียสถึงหนาวจัดต่ำกว่า 8 องศา ให้ประกาศเป็นเขตภัยพิบัติ 
 ทั้งนี้มีรายงานว่า ขณะนี้ภาคเหนือและอีสานเริ่มหนาวเย็นลงตามลำดับ โดยเฉพาะที่ยอดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ เหลือแค่ 6 องศาฯ ขณะที่จ.เลยนั้น อุณหภูมิลดลงอย่างรวดเร็วเหลือแค่ 4-5 องศาฯทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนขาดเครื่องนุ่งห่มในหลายพื้นที่
 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
บทความที่น่าสนใจ
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com

Warning: include(../../main/globalsitemap.php): failed to open stream: No such file or directory in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194

Warning: include(): Failed opening '../../main/globalsitemap.php' for inclusion (include_path='.:/usr/lib/php:/usr/local/lib/php') in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194