หมวดหมู่
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่มุสลิมไทย โพสต์
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> Muslimthai Focus
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
ขึ้นได้ต้องใจกล้า ถ้าจะใช้บริการขนส่งสาธารณะ โดยเฉพาะรถเมล์สาย 8

ขึ้นได้ต้องใจกล้า ถ้าจะใช้บริการขนส่งสาธารณะ (ผู้จัดการ)

หากเป็นคนหนึ่งที่ใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะ และต้องเผชิญกับความตื่นเต้นหวาดเสียวทุกครั้งที่ใช้บริการ อย่างประสบเหตุการณ์ดังต่อไปนี้
       
       รถเมล์ขับแข่งกันประหนึ่งเป็นเด็กแว้นซิ่งมอเตอร์ไซค์ยามค่ำคืน, รถเมล์สาย 8 ตีนผีตัวแม่ของวงการรถเมล์ไทย ไม่แข่งกับใครแต่ใจอยากจะซิ่ง, รถตู้โดยสารประจำทางที่ชอบปาดซ้ายปาดขวา ซอกเล็กๆ ยังขอเบียดเพื่อให้ไปถึงจุดหมายโดยเร็วที่สุด, รถโดยสารข้ามจังหวัดคนขับหลับในตกคู หรือแม้แต่เวลากำลังจะก้าวขึ้นรถเมล์ ขายังไม่ถึงฝั่ง แต่รถเจ้ากรรมก็พุ่งตัวออกจากป้ายแล้ว
       
       ถ้าเช่นนั้นก็คงเป็นคนหนึ่งที่รู้สึกหดหู่และตระหนกไปกับเหตุการณ์รถตู้โดยสารสายปากน้ำ-หมอชิตตกทางด่วนพระรามหก
       
       การสูญเสียครั้งนี้นับว่าเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ เพราะมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ทำให้สังคมต้องหันกลับไปดูว่า ระบบขนส่งมวลชนหรือระบบบริการขนส่งสาธารณะที่หลายคนฝากชีวิตบนท้องถนนไว้บนมือของคนขับที่กุมจับพวงมาลัย คุ้มค่าที่จะเสี่ยงหรือเปล่า
       
       อุบัติเหตุบอกอะไร?
       
       กรณีรถตู้ตกทางด่วนพระรามหกที่ รศ.ดร.ธวัชชัย เหล่าศิริหงส์ทอง ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการจราจรและขนส่ง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้นจนมีผู้เสียชีวิตมากมาย มีปัจจัย 3 ตัวมากำหนด คือ คนขับ ตัวรถ และสภาพถนน
       
       “สาเหตุที่ทำให้รุนแรงข้อแรกคือ ตัวถนนในจุดที่ชนเป็นจุดที่ภาษาทางเทคนิคเรียกว่า Gore Area หมายถึงพื้นที่เป็นทางร่วมหรือทางแยก สาเหตุที่อุบัติเหตุครั้งนี้รุนแรงก็เพราะมันตกทางด่วน ต้องเข้าใจอย่างนี้ก่อน ถ้าไม่ตกก็จะรุนแรงน้อยกว่านี้ ซึ่งตัวถนนเมื่อเกิดการชน มันมีโอกาสที่รถจะตกทางด่วน”
       ส่วนตัวรถพบว่า ภายในมีวัสดุที่ติดไฟง่าย ประตูแบบเลื่อนไม่สามารถเปิดออกได้เมื่อถูกกระแทก และไม่มีเข็มขัดนิรภัยในที่นั่งผู้โดยสาร ถ้าสังเกตจากคนขับซึ่งรอดชีวิตน่าจะเป็นเพราะคนขับคาดเข็มขัดนิรภัยและสามารถเปิดประตูหนีออกมาได้
       
       “อีกประเด็น เราสันนิษฐานว่า ตอนที่รถวิ่งเสย Gore Area ช่วงล่างของรถซึ่งเป็นถังน้ำมันเครื่องมีรอยฉีกขาด และอยู่ใกล้กับท่อไอเสียซึ่งมีความร้อนสูง จึงทำให้เกิดการติดไฟ เราคิดว่าไฟไหม้อาจเกิดจากถังน้ำมันแตก เพราะว่ารถคันนี้มีการปรับเปลี่ยนเครื่อง คือในหลักการของเครื่องยนต์จะต้องออกแบบให้ท่อไอเสียซึ่งมีความร้อนสูงอยู่คนละฝั่งกับถังน้ำมัน แต่ปรากฏว่าเครื่องยนต์ที่เปลี่ยนท่อไอเสียมันมาติดกับท่อน้ำมัน
       
       “และเมื่อไปตรวจตัวรถตู้ เราพบว่าติดถังแก๊สเอ็นจีวีอยู่สองถัง ถ้าบรรจุแก๊สเต็มจะหนักประมาณ 300 กิโลกรัม ถ่วงอยู่ข้างหลัง และในตัวบอดี้ของรถก็มีเบาะ 14 ที่นั่ง ซึ่งเป็นเบาะทรงยกสูง ทำให้จุดศูนย์ถ่วงของรถเพี้ยน ควบคุมยาก ถ้าวิ่งด้วยความเร็วสูง”
       
       สถิติชวนตะลึง
       
       จากการวิเคราะห์ของผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการจราจรและขนส่งในกรณีรถตู้นี้ ทำให้พบว่าสภาพถนนและตัวรถก็เป็นสาเหตุสำคัญไม่แพ้ตัวคน
       
       แต่ในรายงานการศึกษาวิจัย สถานการณ์อุบัติเหตุรถโดยสาร มาตรฐานความปลอดภัยรถโดยสารสาธารณะ สิทธิของผู้โดยสารรถโดยสารสาธารณะ ของศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ มีสถิติอันน่าตกตะลึงออกมาว่า สาเหตุส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 75 มาจากความผิดพลาดของคน ที่เหลือคือความบกพร่องของยานพาหนะ ร้อยละ 14 และสภาพถนนที่ไม่ปลอดภัยร้อยละ 11 ซึ่งอุบัติเหตุรถโดยสารสาธารณะทั่วประเทศเฉลี่ยแล้วเกิดขึ้นถึง 3,000-4,000 ครั้งต่อปี นี่ยังไม่ได้รวมถึงรถโดยสารขนาดเล็กต่างๆ
       
       สาเหตุจากคนที่ว่านี้ก็คือ ปัญหาขับรถเร็วเกินกว่าอัตราที่กำหนด การปาดหน้าแซงรถคันอื่นในอัตรากระชั้นชิด และการแซงซ้ายอย่างผิดกฎหมาย
       
       สถิติร้อยละ 75 จากคนนี้ ทำให้ต้องถามหามาตรฐานของคนขับกันใหม่
       
       มาตรฐานต่ำของแท้
       
       การเติบโตและไต่เต้าขึ้นในสังคมของคนให้บริการรถโดยสารสาธารณะ มีไม่น้อยทีเดียวที่มาจากสถานภาพ 'เด็กท้ายรถ' มาก่อน แล้วจึงก้าวหน้ามาเป็นคนขับรถได้ กลายสภาพเป็น 'มือใหม่หัดขับ' แต่รถเมล์รถตู้ไม่ใช่รถส่วนตัวที่แปะป้ายมือใหม่หัดขับแล้วคนทั่วไปจะเห็นใจ เพราะระบบขนส่งสาธารณะคือการรับผิดชอบผู้โดยสารทั้งรถ ส่งให้เขาถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพ ไม่ใช่สถานที่ลองขับของมือใหม่
       
       อาชีพที่กุมชีวิตคนจำนวนมากกลับไม่ได้รับการดูแลจากภาครัฐและผู้ประกอบการส่วนใหญ่ที่จะพัฒนาเรื่องนี้ให้เป็นระบบ เพื่อสร้างมาตรฐานวิชาชีพต่อไป เห็นเป็นเพียงแค่อาชีพ 'เหลือเลือก' เท่านั้น
       
       ซึ่งเรื่องนี้ได้มีการพยายามผลักดันให้รัฐต้องตรากฎระเบียบว่าด้วยมาตรฐานพนักงานขับรถ ระบบค่าจ้าง สวัสดิการ ระยะเวลาการทำงาน การพักผ่อนที่เหมาะสม วินัย มาตรฐานวิชาชีพของพนักงานขับรถ รวมถึงการจัดตั้งโรงเรียนสอนขับรถสาธารณะหรือจัดให้มีการอบรมโดยมีหนังสือรับรองวิชาชีพ
       
       แต่ในเมืองไทยอะไรๆ ก็เหมือนโยนหินลงน้ำ ดังอยู่เพียงชั่วครู่ แล้วเรื่องก็จมลงก้นบ่อ ผู้โดยสารตาดำๆ ก็ต้องระทึกขวัญกันต่อไปอย่างไร้ทางเลือก
       
       สำหรับมุมมองของคนโดยสารที่ต้องฝากชีวิตน้อยๆ ที่มีเพียงชีวิตเดียวไว้ในกำมือของคนขับอย่าง ปิติพร กิติรัตน์ตระการ อาชีพพนักงานบริษัท เธอกล่าวว่า หากเลือกได้ตอนนี้ก็ไม่อยากจะนั่งรถสาธารณะแล้ว
       
       “บางครั้งต้องไปทำธุระแล้วต้องนั่งรถตู้สายจตุจักร-บางใหญ่ เขาไม่ค่อยเคารพกฎจราจรเท่าไหร่ ทางที่แยกออกก็เข้า ทางที่เขาให้เข้าก็ออก แล้วจริงๆ ต้องวิ่งข้างล่างเพื่อส่งผู้โดยสารตามป้าย แต่ว่าก็ขึ้นสะพาน แล้วพอมีคนบอกว่าจะลง ก็ออกไปส่งไม่ได้ เขาใช้วิธีหยุดแล้วปล่อยคนลงกลางสะพานเลย บางคันที่นั่งก็เก่ามากจนรู้สึกเหมือนรถจะพัง เหล็กจะหัก พอรถเก่าประตูมันปิดยาก ก็เปิดออกตอนวิ่งเสียอย่างนั้น 
       
       “จริงๆ มันก็ไม่ใช่ความรับผิดชอบของทางส่วนกลางอย่างเดียว แต่ตัวเจ้าของอู่ด้วย ว่าเขาจะสกรีนคนมาขับยังไง แล้วคนที่ขับก็น่าจะรู้ตัวเองด้วยว่าพร้อมหรือเปล่า เพราะเขาเป็นคนที่ต้องพาหลายชีวิตเดินทางไปกับเขา เขาไม่น่าจะปล่อยให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น อีกอย่างคือทางศูนย์ก็ต้องเช็กรถด้วยก่อนที่จะเอามาขับ หรือว่าถ้ารถเก่าก็ไม่ต้องเอามาวิ่งแล้ว คนเขาก็ไม่อยากขึ้น ถ้าเขาเลือกได้นะ ดูไม่ค่อยปลอดภัยเท่าไหร่”
       
       ปิติพรไม่ได้มีประสบการณ์กับรถตู้เพียงอย่างเดียว แต่รถเมล์สายที่ว่ากันว่าห้าวติดอันดับอย่างสาย 8 เธอก็เคยพิสูจน์ความแรงมาแล้ว และระลึกทุกครั้งว่าจะต้องเตรียมตัวให้พร้อมเสมอ
       
       “เมื่อก่อนต้องนั่งสาย 8 บ่อยๆ เพราะบ้านอยู่แถวลาดพร้าว ก็รู้ว่าถ้าเราขึ้นสายนี้ก็ต้องเตรียมตัวเตรียมใจแล้วนะ จะมานั่งสวยๆ ไม่ได้แล้ว เคยนั่งแถวหลังสุดตรงกลางที่ไม่มีที่จับ คือต้องนั่งแบบเอาทุกส่วนเกาะกับพื้นรถไว้ แล้วเอามือจิกเบาะไว้ ห้ามไม่ให้ตัวเราเคลื่อนได้ ไม่รู้ว่าจะต้องรีบอะไรกันขนาดนั้น”
       
       คำให้การจากคนขับรถสาธารณะ
       
       แม้ว่าจะเป็นหนึ่งในคนที่ถูกจับตามองมากขึ้นจากเหตุการณ์สะเทือนขวัญ คนขับรถตู้รับจ้างสายอยุธยา-อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ อย่าง ศุภนัสเทพ สระบัว ก็บอกว่าไม่น่าพลาดได้ เพราะไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นอยู่แล้ว
       
       “รู้สึกเสียดายกับเรื่องที่เกิดขึ้น ไม่น่าพลาด คนขับรถอย่างเราถึงจะเร่งด่วนขนาดไหน น่าจะมีการเซฟตัวเองด้วย ไม่มีใครอยากเสียอาชีพโดยการทำให้เกิดอุบัติเหตุ มีน้อยมากที่คนขับรถตู้จะมีอาการหลับใน เพราะต้องมีสติ ตั้งสติ เตรียมความพร้อมอยู่เสมอ มีคนโดยสารมากับเราหลายคน”
       
       แม้ตอนนี้ทางภาครัฐจะให้ทำใบขับขี่ประเภทที่สอง ที่รับรองว่าคนขับเป็นผู้มีความสามารถพอที่จะขับรถโดยสารรับจ้าง แต่คนขับคนนี้กลับชี้ให้เห็นว่า ถึงจะมีบัตรอะไรอีกกี่ใบแค่ไหนก็ไม่มีประโยชน์ ถ้าขับอย่างไม่ระมัดระวัง
       
       “ใบขับขี่เป็นแค่มาตรการตามกฎหมาย ไม่สามารถลดทอนการเกิดอุบัติเหตุได้เลย มันอยู่ที่ความพร้อมของตัวคนขับเป็นสำคัญ กฎหมายออกมาว่ารถตู้รับจ้างต้องวิ่งซ้ายตลอดแต่มันกระทำไม่ได้ เพราะวิ่งซ้ายมันสำหรับให้วิ่งช้า ถ้าต้องวิ่งซ้ายตลอดก็ไม่ถึงที่หมายกันพอดี หากถามว่าขับรถกันไวไหม ก็เป็นปกตินะ มันอยู่ที่ว่าลูกค้าไว้ใจคนขับไหม”
       
       ซึ่งสรุปว่า ชั่วโมงนี้ต้องใจกล้าเป็นสำคัญถึงจะขึ้นรถโดยสารสาธารณะได้อย่างภาคภูมิ?
       
       >>>>>>>>>>

 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
บทความที่น่าสนใจ
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com

Warning: include(../../main/globalsitemap.php): failed to open stream: No such file or directory in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194

Warning: include(): Failed opening '../../main/globalsitemap.php' for inclusion (include_path='.:/usr/lib/php:/usr/local/lib/php') in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194