หมวดหมู่
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่มุสลิมไทย โพสต์
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> Muslimthai Focus
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
เปิดตลาดชมมหกรรมช็อปปิ้ง ซื้อขาย-ย้ายพรรค นักเลือกตั้ง ค่าตัวถูก-แพง แล้วแต่ข้อตกลง! สส.มุสลิมเลือกพรรคไหนกัน

เปิดตลาดชมมหกรรมช็อปปิ้ง "ซื้อขาย-ย้ายพรรค" นักเลือกตั้ง ค่าตัวถูก-แพง แล้วแต่ข้อตกลง!(ไทยโพสต์)

 ท่ามกลางการจับตามองจากหลายฝ่าย ไม่ใช่แค่คนประชาธิปัตย์และบรรดาพรรคร่วมรัฐบาลเท่านั้นที่ติดตามความคืบหน้าการวินิจฉัย
     "คดียุบพรรคประชาธิปัตย์"
     ของศาลรัฐธรรมนูญอย่างใจจดใจจ่อ ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะนัดอ่านคำวินิจฉัยในวันใด และผลการตัดสินจะออกมาแบบไหน อันเป็นที่คาดกันว่าทุกอย่างจะรู้ผลภายในไม่เกินสิ้นปีนี้
     ซึ่งไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร ทุกพรรคก็มีการเตรียมพร้อมเสมอสำหรับสิ่งที่จะเกิดขึ้น ต่อให้พรรคประชาธิปัตย์รอดพ้นการยุบพรรค และอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ไม่โดนตัดสิทธิ์การเมือง 5 ปี และอภิสิทธิ์ประคองรัฐนาวาไปจนอยู่ครบเทอมจนถึงปลายปี 2554 แล้วค่อยจัดให้มีการเลือกตั้ง หรือหากจะมีการยุบสภาในช่วงกลางปีหน้า ก็เท่ากับว่าอีกประมาณ 1 ปีก็ต้องมีการเลือกตั้งกันอยู่ดี
     ดังนั้น นักการเมือง-พรรคการเมืองทุกพรรค ต่างก็ต้องมีการเตรียมพร้อมตลอดเวลา ในการจัดเตรียมสรรพกำลังทั้งทุน-นักเลือกตั้ง-ฐานคะแนนเสียง-อำนาจรัฐ-ยุทธศาสตร์และนโยบายการหาเสียงที่แตกต่างจากพรรคการเมืองอื่น เพื่อให้พรรคตัวเองกุมชัยชนะให้มากที่สุด จึงไม่แปลกที่แม้จะยังไม่เข้าสู่เวทีเลือกตั้งแต่
     "ตลาดโยกย้ายเปลี่ยนค่ายของบรรดานักการเมือง-นักเลือกตั้ง"
     ก็คึกคักมานานร่วมปีแล้ว ส่งผลให้ในช่วงที่ผ่านมา ข่าวการเปลี่ยนสีเสื้อ-ย้ายพรรค ของบรรดา ส.ส.-อดีต ส.ส.-ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.-คนดังในวงการต่างๆ ที่สนใจลงเล่นการเมือง เกิดขึ้นตลอดเวลา
     ท่ามกลางข่าวการซื้อตัว-ขายตัว-ประมูลตัวกันทั้งในที่ลับและที่แจ้ง ในรูปแบบต่างๆ แตกต่างกันไปตาม
     "ข้อตกลง" ระหว่าง "ผู้ซื้อ" คือพรรคการเมือง-แกนนำพรรคการเมือง กับ "ผู้ขาย" คือ ส.ส.-กลุ่มก๊วนการเมืองในพรรคการเมืองต่างๆ 
     ไม่ว่าจะเป็นข้อตกลงในเรื่องเงิน ที่จะให้ใช้จ่ายในช่วงการหาเสียงเลือกตั้งที่ได้มากกว่าที่เคยได้หลายเท่าในการอยู่กับพรรคปัจจุบัน-การนำโครงการและงบประมาณรายจ่ายประจำปีที่อยู่ในกระทรวง กรมต่างๆ เอาไปลงในพื้นที่ของคนที่จะย้ายพรรคมา เพื่อให้ ส.ส.คนดังกล่าวนำไปหาเสียงได้ว่าเป็นผลงานตัวเองที่ผลักดันโครงการลงพื้นที่ได้สำเร็จ อีกทั้งยังจะได้ประโยชน์จากการแบ่งเปอร์เซ็นต์-หัวคิวในโครงการต่างๆ โดยเฉพาะพวกโครงการก่อสร้างต่างๆ ทั้งถนน อาคารราชการ ที่จะไปเรียกเอาจากผู้รับเหมาหลังเอางานมาลงในพื้นที่ให้ และการให้บริษัทในเครือญาติของตัวเองเข้าไปประมูลงาน ถือเป็นการหาประโยชน์แบบกินรวบที่นักการเมืองทุกคนต่างต้องการ การให้เงินอุดหนุนรายเดือนและเงินพิเศษเพื่อใช้จ่ายในพื้นที่อันเป็นแรงดึงดูดสำคัญไม่ใช่น้อย หรือการให้สัญญาว่าถ้าย้ายมาจะให้เป็นแกนนำพรรครับผิดชอบพื้นที่เลือกตั้งในภาคต่างๆ ที่จะได้เป็นหัวหน้าทีมคุมทั้งเงินและ ส.ส.ในพื้นที่-ข้อตกลงว่าจะให้ตำแหน่งทางการเมืองต่างๆ เช่น รัฐมนตรี ประธาน-รองประธานสภาฯ ประธานคณะกรรมาธิการของสภาฯ เป็นต้น
     ทั้งหมดคือแรงดึงดูดที่ล่อใจให้นักการเมืองต่างๆ พากันย้ายพรรค ซึ่งมีทั้งที่เร่งเปิดตัวและตกลงกันเป็นสัญญาใจแล้วแต่จะย้ายมาเมื่อมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น
     ส่งผลให้ตลาดซื้อขาย-ย้ายพรรคของ ส.ส.บางราย บางพรรค ปั่นราคาค่าตัวกันสูงถึง 9 หลัก!
     และพรรคการเมืองหนึ่งที่มีข่าวในเรื่อง "เลือดไหลเข้า" มากที่สุด คงหนีไม่พ้น
     พรรคเสื้อน้ำเงิน-ภูมิใจไทยของเนวิน ชิดชอบ  
     ที่ล่าสุดแกนนำพรรคคุยเขื่องว่าเติบโตอย่างรวดเร็ว กระแสสังคมให้การตอบรับโดยเฉพาะ "อีสาน" พื้นที่เป้าหมายการเมืองใหญ่ของพรรคภูมิใจไทยที่แกนนำพรรคต้องการตัวเลข ส.ส.อีสานกลับเข้าสภาในตัวเลข 40 ที่นั่ง ส่วน ส.ส.ทั่วประเทศหวังที่ 60 ที่นั่ง อันเป็นเรื่องที่สวนกับภาพลักษณ์ในทางลบของพรรค ที่รัฐมนตรีโควตาภูมิใจไทยแต่ละคนมีแต่ข่าวฉาวทางลบเกือบทุกคน
     โดยก่อนหน้านี้  หลังการโหวตให้ความเห็นชอบร่าง พ.ร0บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2554 พรรคภูมิใจไทยได้เช็กชื่อ ส.ส.ทั้งที่ใส่เสื้อน้ำเงินเต็มตัว และพวกที่ตัวมาอยู่กับพรรคมานานเป็นปีแล้วแต่ชื่ออยู่พรรคอื่นหรือพวกฝากเลี้ยงไว้ตามพรรคการเมืองต่างๆ ในช่วงการเลือกตั้งซ่อมหลังมีการยุบพรรคพลังประชาชน-ชาติไทย-มัชฌิมาธิปไตย เพราะตอนนั้นพรรคภูมิใจไทยตั้งพรรคไม่ทัน
     ภูมิใจไทยอ้างว่ามี ส.ส.ในสังกัดทั้งสิ้น 53 คน แยกเป็น ส.ส.ภูมิใจไทย 31 คน และที่ร่วมงานการเมืองกับพรรคทั้งแบบเปิดเผยและไม่เปิดเผย คือมีข้อตกลงล่วงหน้ากันไว้แล้ว รวมถึงรับเงินเลี้ยงดูจากภูมิใจไทยไปแล้วอีก 22 คน
     ซึ่งชื่อ ส.ส.ที่มีชื่ออยู่พรรคอื่น แต่ตัวและใจอยู่กับภูมิใจไทยหลายคนมาอยู่ตั้งแต่ตั้งพรรควันแรกๆ เพราะตามหัวหน้ากลุ่มมา เช่น จากเพื่อแผ่นดิน ที่มีทั้ง ส.ส. "กลุ่มบ้านริมน้ำ" ของสุชาติ ตันเจริญ และ ส.ส.กลุ่มมุสลิม ที่เคยอยู่กับ นพ.แวมาฮาดี แวดาโอะ หรือ "หมอแว" รวมทั้งสิ้น 10 คน
     1.ณัฐพล ตันเจริญ ส.ส.ฉะเชิงเทรา 2.พิเชษฐ์ ตันเจริญ ส.ส.ฉะเชิงเทรา 3.ปุระพัฒน์ วิเศษจินดาวัฒนา ส.ส.สัดส่วน 4.มานพ ปัตนวงศ์ ส.ส.สัดส่วน 5.นิมุคตาร์ วาบา ส.ส.ปัตตานี 6.ยุซรี ซูสารอ ส.ส.ปัตตานี 7.พิกิฏ ศรีชนะ ส.ส.ยโสธร 8.รณฤทธิชัย คานเขต ส.ส.ยโสธร 9.พีระพงษ์ เฮงสวัสดิ์ ส.ส.บุรีรัมย์ และล่าสุดรายที่ 10 ที่เพิ่งมาได้ไม่นานคือ รัชนี พลซื่อ ส.ส.ร้อยเอ็ด ภรรยาเอกภาพ พลซื่อ ที่ก่อนหน้าเคยอยู่กับกลุ่มพญานาคของพินิจ จารุสมบัติ
     ส่วนที่มาจากพรรคเพื่อไทย พบว่า ส่วนใหญ่ก็เปิดตัวมานานแล้ว ตัวเลขล่าสุดยังอยู่ที่ 6 คน แต่คนภูมิใจไทยบอกว่าจริงๆ แล้วมีมากกว่านั้น แต่หลายคนยังมาไม่ได้เพราะไม่ถึงเวลา 6 คนเพื่อไทยจึงยังเป็นชื่อเดิม คือ
     1.จุมพฏ บุญใหญ่ ส.ส.สกลนคร 2.ร.ต.ปรพล อดิเรกสาร ส.ส.สระบุรี 3.สมบูรณ์ วันไชยธนวงศ์ ส.ส.สัดส่วน 4.วุฒิชัย กิตติธเนศวร ส.ส.นครนายก 5.นที สุทินเผือก หรือกรุง ศรีวิไล ส.ส.สมุทรปราการ 6.จิรพันธ์ ลิ้มสกุลศิริรัตน์ ส.ส.สมุทรปราการ
     ส่วน ปิยะรัช หมื่นแสน ส.ส.ร้อยเอ็ด ที่ลงมติหนุน พ.ร.บ.งบฯ 54 ขัดกับมติพรรคเพื่อไทย ทางภูมิใจไทยยังไม่ตอบรับว่าจะให้เข้ามาอยู่ด้วย เพราะมองว่าปิยะรัชมีโอกาสสอบตกสูง จนเพื่อไทยก็ไม่คิดส่งลงสมัคร ทำให้ปิยะรัชพยายามจะขอมาอยู่กับภูมิใจไทยด้วย
     ส่วนพรรคชาติไทยพัฒนามี 1 คน คือ น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ส.ส.ลพบุรี
     พรรคประชาราชมี 2 คนคือ จักรกฤษณ์ ทองศรี ส.ส.บุรีรัมย์ และสมชัย เจริญชัยฤทธิ์ ส.ส.นครสวรรค์
     ขณะที่จากพรรครวมชาติพัฒนาของสุวัจน์ ลิปตพัลลภ พบว่า ที่เป็นข่าวมาตลอดและมักไปปรากฏตัวร่วมประชุมกับ ส.ส.ภูมิใจไทย มี 3 คน คือ 1.วินัย ภัทรประสิทธิ์ ส.ส.พิจิตร น้องชายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ 2.วรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ ส.ส.มุกดาหาร 3.ไกร ดาบธรรม ส.ส.เชียงใหม่ แต่ทั้ง 3 คนก็ยังแบ่งรับแบ่งสู้และปฏิเสธมาตลอด
     โดยปัจจัยสำคัญในการย้ายมาภูมิใจไทยของ 3 ส.ส.รวมชาติพัฒนาก็คือ การรอดูท่าทีของ "ประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์" รมช.คลัง นายทุนใหญ่ของพรรคด้วยว่าจะรอดในคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ที่ประดิษฐ์ติดร่างแหด้วย เพราะเป็นเลขาธิการพรรค ปชป.ในช่วงเกิดเหตุหรือไม่
     ถ้าประดิษฐ์รอด ก็ไม่แน่อาจทำพรรคขนาดเล็ก-กลางแล้วได้ร่วมรัฐบาลเป็นรัฐมนตรีได้ตลอดอย่างที่เป็นอยู่ หรืออาจจะไปอยู่กับเนวินที่ภูมิใจไทยก็ได้ ขณะที่ "สุวัจน์ ลิปตพัลลภ" แกนนำพรรคอีกคนหนึ่งที่คุมพื้นที่โคราช ก็รอดูเช่นกันว่าประดิษฐ์จะเอาอย่างไร แต่ระหว่างนี้ก็ผูกสัมพันธ์กับกลุ่ม 3 พีเพื่อแผ่นดิน คือ ไพโรจน์ สุวรรณฉวี กันไปก่อน เพื่อผนึกกำลังกันในโคราชสู้กับทั้งเพื่อไทยและภูมิใจไทย จนอาจเป็นไปได้ที่กลุ่มโคราชของสุวัจน์จะย้ายไปอยู่กับกลุ่ม 3 พี เพื่อแผ่นดิน ในอนาคต
     ซึ่ง ส.ส.จากพรรคอื่นที่ย้ายมาอยู่กับภูมิใจไทยตอนนี้ ก็พบว่าเริ่มมีการเปิดสาขาพรรค เปิดตัวลงสมัครกันแล้วในพื้นที่ แม้ในทางข้อกฎหมายชื่อบางคนจะอยู่กับอีกพรรคการเมืองก็ตาม แต่ที่ภูมิใจไทยต้องเร่งเปิดตัวเร็วก็เพราะเป็นพรรคใหม่ และต้องแข่งกับ "เพื่อไทย" ในหลายพื้นที่ จึงอุ่นเครื่องเร็วกว่าพรรคอื่น
     เช่นในภาคเหนือ ที่พรรคภูมิใจไทยเปิดตัวผู้สมัครในจังหวัดเชียงรายของ สมบูรณ์ วันไชยธนวงศ์ ส.ส.สัดส่วน เพื่อไทยไปแล้วโดยจะส่งคนใน 3 ตระกูลใหญ่เชียงรายลงสมัครรับเลือกตั้ง คือ "วันไชยธนวงศ์-จงสุทธนามณี-เลิศนุวัฒน์" เพื่อแข่งขันกับพรรคเพื่อไทย
     อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ "สงวน พงษ์มณี" ส.ส.ลำพูน พรรคเพื่อไทย ฮาร์ดคอร์เสื้อแดงตัวจริง กลับไม่ให้ราคากับ ส.ส.เหนือเพื่อไทยที่ย้ายพรรค โดยบอกว่า พวกนี้เตรียมตัวสอบตกได้เลย ให้หาเสียงยังไงก็ไม่ชนะ เพราะคนเหนือผูกพันกับทักษิณ ชินวัตร และเพื่อไทย
     "ก่อนหน้านี้เมื่อช่วงสงกรานต์มีการจัดงานรดน้ำดำหัว ส.ส.เหนือเพื่อไทยคนหนึ่งที่ตอนนี้กำลังจะย้ายพรรค ปรากฏคนมาเป็นหมื่น แน่นไปหมด แต่พอมีข่าวเขาย้ายออกจากเพื่อไทยไปอยู่กับฝายตรงข้าม คนเหนือรับไม่ได้ ปรากฏมีการจัดงานอะไรที่บ้าน ส.ส.คนนั้นไม่มีใครไปร่วมงานเลย พวกที่ย้ายออกจากเพื่อไทยเช่นที่อีสาน ส่วนใหญ่ก็เป็นพวกมีปัญหาทั้งนั้น คือพรรคไม่เอาแล้วเขาถึงย้ายไปพรรคอื่น"
     นั่นเป็นเสียงของการด่าไล่หลังพวกย้ายพรรค  แต่ฝ่ายที่ย้ายมาอยู่ด้วยก็ให้เหตุผลต่างๆ กันไป บ้างก็อ้างว่าเพราะประชาชนในพื้นที่เรียกร้อง หรือพรรคที่ย้ายไปอยู่ด้วยมีแนวทางการทำงานที่ไปด้วยกันได้ แต่เหตุผลลับๆ ลึกๆ อย่างเช่น เพราะพรรคที่ย้ายมาอยู่ด้วยมี "เงิน-ค่าตอบแทน" ให้ที่ดีกว่าของแบบนี้ ไม่เคยมีนักการเมืองคนไหนยอมรับต่อหน้าสาธารณชน
     อย่างกรณีคนย้ายมาพรรคภูมิใจไทยอย่าง  "รัชนี พลซื่อ" ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อแผ่นดิน รายนี้บอกในวันเปิดตัวเข้าพรรคไว้ว่า
     "ร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทย เพราะมีนโยบายที่ดี ชัดเจน ชอบนโยบายประชานิยมสังคมเป็นสุข และการปกป้องสถาบัน ย้ายมาภูมิใจไทยแล้วดูแลชาวบ้านได้ เพราะการเป็น ส.ส.ต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ ถ้าช่วยประชาชนไม่ได้ก็ไม่รู้จะเป็น ส.ส.ทำไม"
 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
บทความที่น่าสนใจ
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com

Warning: include(../../main/globalsitemap.php): failed to open stream: No such file or directory in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194

Warning: include(): Failed opening '../../main/globalsitemap.php' for inclusion (include_path='.:/usr/lib/php:/usr/local/lib/php') in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194