หมวดหมู่
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่มุสลิมไทย โพสต์
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> Muslimthai Focus
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
ผวาฆ่าตัดตอน มาร์ค สั่งคุมก๊วนนักรบแดง/ตู่ ลั่น เมธี ตายแน่

ผวาฆ่าตัดตอน ‘มาร์ค’สั่งคุมก๊วนนักรบแดง/‘ตู่’ลั่น‘เมธี’ตายแน่

 

ทางการไม่ยืนยันจับ "กษิ" ผู้ต้องหาบึ้มสมานเมตตาแมนชั่น ขณะที่นายกฯ กำชับเจ้าหน้าที่ระวัง หวั่นมีฆ่าตัดตอนจะสาวถึงผู้บังการไม่ได้ พร้อมยอมรับมีกลุ่มฝึกอาวุธจำนวนมากที่ถูกจับได้ "ธาริต" ย้ำ 6 คนอยู่เบื้องหลังโจรแดง มีชีวิตอยู่ทั้งภายในประเทศและหลบหนีออกนอก เผยเป็นระดับแกนนำ นปช. บางคนถูกระงับการทำธุรกรรม "ตู่" ฟันฉับ "เมธี" ถูกฆ่าแน่แล้วโยนความผิดให้จตุพร
     นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม ถึงกระแสจับกุมตัวนายกษิ ดิฐธนรัตน์ ผู้ต้องหาในคดีระเบิดสมานเมตตาแมนชั่น อ.บางบัวทอง ได้ที่ จ.ชลบุรี ว่า อยู่ระหว่างการดำเนินการกันอยู่ แต่ยังไม่ได้รับรายละเอียด เห็นเพียงจากข่าวเท่านั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและดีเอสไอยังไม่ได้รายงานมา
     "ตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่กำลังพยายามขยายผลในทุกๆ ทางอยู่แล้ว และเจ้าหน้าที่ก็ดูมีความมั่นอกมั่นใจมากขึ้นในหลายกระบวนการ และต้องการให้ไปถึงผู้บงการและให้เกิดความชัดเจน"
     ผู้สื่อข่าวถามว่า กลัวว่าจะมีการตัดตอนก่อนที่จะไปถึงตัวผู้บงการหรือไม่ นายกฯ บอกว่า เจ้าหน้าที่คงทราบดีอยู่แล้วว่าอาจจะมีความพยายามตรงนี้ ฉะนั้นเขาจะต้องมีความระมัดระวัง ส่วนกรณีไปพาดพิงถึงประเทศเพื่อนบ้านนั้น คงไม่มีปัญหา เพราะตนให้สัมภาษณ์ชัดเจนอยู่แล้วว่ารัฐบาลไม่ได้ไปกล่าวหา คงไม่มีความจำเป็นต้องชี้แจงอะไร คงเข้าใจกันอยู่แล้ว
     "แน่นอนคือยังมากกว่าที่จับไปแล้ว ฉะนั้นจะต้องมีการติดตามอยู่อีกจำนวนหนึ่ง เรื่องนี้เจ้าหน้าที่เขาพยายามอยู่ ส่วนใหญ่อาจจะทราบชื่อเล่น ภูมิลำเนา ก็ติดตามกันอยู่" นายกฯ ตอบคำถามที่ว่ากลุ่มคนที่ไปฝึกการใช้อาวุธมีจำนวนมากแค่ไหน และกระจายอยู่ในประเทศอย่างไรบ้าง
     เมื่อถามว่ากลุ่มกองกำลังเหล่านี้ได้เช็กเรื่องของท่อน้ำเลี้ยงหรือไม่ว่ามาจากไหน นายกฯ บอกว่า เป็นส่วนหนึ่งของการที่จะต้องขยายผลออกไป ซักว่าการขยายผลตรงนี้ดูเหมือนเข้าใกล้พรรคการเมืองมากขึ้นจะมีส่วนเกี่ยวพันอะไรกันหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ต้องให้เจ้าหน้าที่เขาทำไปตามข้อเท็จจริง เพราะไม่อยากให้กลายเป็นเรื่องประเด็นทางการเมือง แต่ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรก็ต้องเป็นอย่างนั้น
     นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงแนวทางการสืบสวนสอบสวนดำเนินคดีกับกลุ่มแนวร่วมคนเสื้อแดง 6 คน ที่อยู่เบื้องหลังการสนับสนุนส่งกลุ่มนักรบแดง 39 คน ไปฝึกการใช้อาวุธในประเทศเพื่อนบ้านว่า ดีเอสไอกำลังเร่งสืบสวนหาข้อมูลตรวจสอบความเชื่อมโยงของกลุ่มนักรบแดงกับกลุ่มนักรบพระเจ้าตากหรือฮาร์ดคอลูกน้องของ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ซึ่งเบื้องต้นเชื่อว่าทั้ง 2 กลุ่มมีความเกี่ยวข้องกัน
     นายธาริตกล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ต้องให้เวลาพนักงานสอบสวนได้ทำงานในการรวบรวมพยานหลักฐานในการพิจารณาออกหมายจับบุคคลที่อยู่เบื้องหลังการส่งกลุ่มนักรบแดงไปฝึกอาวุธที่ประเทศเพื่อนบ้าน ประมาณ 6 คน ซึ่งจากข้อมูลพบว่าผู้ต้องสงสัยทั้ง 6 คนยังมีชีวิตอยู่บางส่วน ยังอยู่ในประเทศไทย และบางส่วนได้หลบหนีออกไปประเทศเพื่อนบ้าน
     "ยืนยันว่ารายชื่อกลุ่มบุคคลต้องสงสัยทั้ง 6 คน ที่อยู่เบื้องหลังนักรบแดงเป็นข้อมูลที่ตรงกันระหว่างข้อมูลการข่าวของดีเอสไอ และการสอบปากคำกลุ่มนักรบแดง 11 คน ที่ได้กันตัวไว้เป็นพยานในคดีก่อการร้ายแล้ว กลุ่มบุคคลที่ให้การสนับสนุนการฝึกกองกำลังนักรบแดงเป็นบุคคลระดับแกนนำ นปช. ดีเอสไอมีรายชื่อทั้ง 6 คนแล้ว แต่ยังไม่อาจเปิดเผยได้ เนื่องจากทั้งหมดยังเชื่อมโยงไปถึงบุคคลอื่นๆ อีกจำนวนหนึ่ง"
     อธิบดีดีเอสไอกล่าวว่า ผู้ที่อยู่เบื้องหลังการฝึกอาวุธของกลุ่มนักรบแดงมีพฤติการณ์ทั้งให้การชักชวนให้ร่วมฝึกอาวุธ พาไปฝึกอบรม และสนับสนุนทางการเงิน บางรายมีรายชื่ออยู่ในกลุ่มบัญชีท่อน้ำเลี้ยงตามบัญชีของ ศอฉ. ที่เคยถูกตรวจสอบธุรกรรมการเงิน แต่ดีเอสไอจำต้องเสนอขอให้เพิกถอนคำสั่งระงับการทำธุรกรรมการเงิน เนื่องจากตรวจสอบไม่พบความเคลื่อนไหวทางบัญชี
     เขากล่าวอีกว่า ผู้ที่สนับสนุนการเงินให้กลุ่มนักรบแดง ดีเอสไอทราบตัวบุคคลกลุ่มดังกล่าวแล้ว แต่ยอมรับว่ายังไม่มีข้อมูลหรือพยานหลักฐานว่าใครคือหัวจ่ายสุดท้ายสนับสนุนเงินให้กับกลุ่มนักรบแดง ดีเอสไอกำลังเร่งตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินของบุคคลที่ต้องสงสัยที่อยู่เบื้องหลังในการนำกลุ่มนักรบแดงไปฝึกอาวุธ เนื่องจากการตัดท่อน้ำเลี้ยงของกลุ่มก่อความไม่สงบเป็นมาตรการที่มีประสิทธิภาพอย่างมากในการป้องกันเหตุการณ์ความไม่สงบในช่วงการชุมนุม ช่วงนั้นทุกคนหยุดหมดไม่มีการโอนเงิน
     ส่วนกระแสข่าวตำรวจจับกุมนายกษิ ดิฐธนรัชต์ ผู้ต้องหาคดีระเบิดสมานเมตตาแมนชั่น ตนยังไม่ได้รับข้อมูลดังกล่าวอย่างเป็นทางการ และยืนยันว่ายังไม่ได้มีการพูดคุยกันในระดับผู้นำหน่วยงานความมั่นคง คาดว่าหากมีการจับกุมจริงอาจเป็นระดับปฏิบัติที่อาจอยู่ระหว่างสอบสวนขยายผล จึงยังไม่รายงานผู้บริหาร แต่ยืนยันว่าดีเอสไอไม่ได้จับกุมนายกษิแน่นอน
     พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวว่ามีการจับกุมตัวนายกษิ ว่าตำรวจยังไม่สามารถจับกุมนายกษิได้แต่อย่างใด ขณะที่ทราบว่ากองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ได้จัดชุดไล่ล่าตัวอยู่ หากได้ตัวมาจะแจ้งให้ทราบ
     วันเดียวกัน น.ส.วสา เทพเรียน หรือแอม เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่าเป็นผู้โอนเงินเข้าไปยังบัญชีธนาคารของนายกษิ พร้อมด้วยนายสุรชัย (ไม่ทราบนามสกุล) ซึ่งก่อนหน้านี้ น.ส.วสาอ้างว่าเป็นผู้ว่าจ้างให้โอนเงิน รวมทั้งนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ส.ส.พะเยา พรรคเพื่อไทย ได้นัดพบกันที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 เพื่อเข้าให้ปากคำพูดคุยกับ พ.ต.อ.ภาณุเดช บุญเรือง รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่
     อย่างไรก็ตาม พ.ต.อ.ภาณุเดชไม่เปิดเผยถึงรายละเอียดในเรื่องดังกล่าว ขณะที่นายวิสุทธิ์กล่าวกับผู้สื่อข่าวเพียงว่า หลังแยกกันทราบเพียงว่า น.ส.วสาและนายสุรชัยรู้สึกดีใจมากที่ได้พบกับตำรวจ เพราะก่อนหน้านี้ทั้ง 2 เกรงว่าจะไม่มีความปลอดภัยจากบุคคลอื่นที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ ส่วนที่มีการแจ้งดำเนินคดีกับคนทั้ง 2 หรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ คิดว่าตำรวจคงปล่อยตัว น.ส.วสากลับ ส่วนนายสุรชัยนั้นมีเจ้าหน้าที่ไม่ทราบชุดประกบพาตัวเดินทางไปสอบสวนที่กรุงเทพฯ ในช่วงเย็นแล้ว
     ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การทหาร สภาผู้แทนราษฎร ที่มี พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ได้มีการประชุมเหตุระเบิดที่อาคารสมานเมตตาแมนชั่น พร้อมทั้งเชิญ พ.ต.อ.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข รองผู้บังคับการกองพิสูจน์หลักฐานกลางมาชี้แจง
     พ.ต.อ.ธวัชชัยชี้แจงว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถเก็บรายละเอียดของพยานหลักฐานได้ครบถ้วน เนื่องจากตัวอาคารอยู่ในสภาพที่มีความเสี่ยงต่อการถล่ม ขณะเดียวกันภาพจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิด พนักงานสอบสวนเพิ่งส่งเทปบันทึกภาพมาให้พิสูจน์หลักฐานในรายละเอียดมาเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม ขณะนี้อยู่ระหว่างการตกลงว่าจะให้ตรวจสอบในจุดใดบ้างของภาพ
     กมธ.บางส่วนยังได้สอบถามว่า เหตุระเบิดดังกล่าวมีการเชื่อมโยงกับเหตุความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้หรือไม่ โดย พ.ต.อ.ธวัชชัยบอกว่า เหตุระเบิดที่เกิดขึ้นไม่น่าเชื่อมโยงกับการก่อเหตุไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ แต่มีความพยายามทำให้มีลักษณะใกล้เคียงกันเท่านั้น
     นายวิทยา บุรณศิริ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย อ่านแถลงการณ์พรรคเพื่อไทยต่อกรณีความไม่สงบในประเทศไทย โดยถ้อยแถลงตอนหนึ่งระบุว่า วันนี้เราไม่อยากให้มีการพูดลอยๆ โดยยังไม่ตรวจสอบข้อเท็จจริง เพราะบางครั้งมันกระทบการเมือง เพื่อไม่ให้มีการเข้าใจผิด รัฐบาลต้องเร่งรัดดำเนินการไปตามกฎหมาย ไม่อยากให้เกิดภาพพรรคการเมืองอยู่เบื้องหลัง เมื่อรัฐบาลทราบต้องดำเนินการไม่ว่าเป็นใครก็แล้วแต่
     "กรณีการโอนเงินของเลขาฯ คณะกรรมาธิการที่มีนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ส.ส.พะเยา พรรคเพื่อไทยเป็นประธานนั้น ก็ต้องพิสูจน์ก่อน อย่าเพิ่งพาดพิงไปถึงใคร หรือพรรคการเมืองใด ต้องเห็นใจผู้ถูกกล่าวหาด้วย เขายังเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ แน่นอนว่าหากมีการพาดพิงมาถึงพรรคโดยไม่มีข้อเท็จจริง หรือทำให้เสียหาย ก็ต้องดำเนินการฟ้องร้องแน่นอน" นายวิทยากล่าว
     ด้านนายวัชระ เพชรทอง ส.ส.กรุงเทพมหานคร ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน ออกมาเปิดเผยอีกครั้งหลังระบุว่า นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และแกนนำคนเสื้อแดง ได้ที่นำนายอารีย์ ไกรนรา หัวหน้าการ์ด นปช.มาเป็นที่ปรึกษา โดยกรณีนี้ยังพบว่า พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาคนที่ 2 ได้แต่งตั้งนายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท แกนนำคนเสื้อแดงที่เป็นผู้ต้องหาก่อการร้าย เป็นคณะทำงานทางการเมืองในตำแหน่งที่ปรึกษา โดยได้รับเงินค่าตอบแทนเดือนละ 1 หมื่นบาท ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. 2551 จนถึงปัจจุบัน
     "ถือว่า พ.อ.อภิวันท์มีส่วนสนับสนุนผู้ก่อความไม่สงบให้ได้รับเงินเดือน ซึ่งเป็นภาษีของประชาชนมาเป็นเวลากว่า 2 ปีแล้ว จึงอยากให้ พ.อ.อภิวันท์ออกมาแสดงความรับผิดชอบด้วยการพิจารณาตัวเอง และคืนเงินให้กับสภา" นายวัชระกล่าว
     นายจตุพรกล่าวว่า คุณสมบัติของนายอารีย์ ทุกคนสามารถไปถามนายสุขุม นวลสกุล และนายชูศักดิ์ ศิรินิล อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหงได้ เพราะนายอารีย์ได้เป็นข้าราชการของมหาวิทยาลัยรามคำแหง มีคุณสมบัติตามระเบียบสภาผู้แทนราษฎรว่าด้วยการตั้งผู้ทรงคุณวุฒิเป็นที่ปรึกษา ผู้ชำนาญการ นักวิชาการ และเลขานุการประจำคณะกรรมาธิการสามัญ
     ส่วนเรื่องเงินเดือนนั้น นายอารีย์ได้รับเพียง 4 เดือน ตั้งแต่ ต.ค.52-ม.ค.53 และจนถึง ก.ย.53 ยังไม่มีการรับ ตนมีเอกสารจากคณะกรรมาธิการแสดงชัดเจน ซึ่งเป็นเอกสารที่ได้แสดงในที่ประชุมกรรมาธิการ ซึ่งในที่ประชุมก็ได้มีการตำหนินายวัชระที่ออกมากล่าวหาเรื่องนี้แล้ว เป็นการกล่าวหาที่ไร้วุฒิภาวะที่สุด
     "ผมในฐานะกรรมาธิการคนหนึ่ง จึงจะยื่นเรื่องลาออกจากคณะกรรมาธิการชุดนี้ เพราะผมไม่ได้ต้องการเป็นอยู่แล้ว และที่สำคัญคือสมเพช ไม่ต้องการเจอหน้านายวัชระ หรือกรรมาธิการคนอื่นๆ เรื่องราวทั้งหมดไม่น่าเกิดขึ้น เพราะนายวัชระ หรือแม้แต่นายเทพไท เสนพงศ์ ก็รู้จักนายอารีย์เป็นอย่างดี" นายจตุพรกล่าว และว่า ส่วนกรณีของนายวิภูแถลง ก็ได้ถาม พ.อ.อภิวันท์แล้วไม่ได้เป็นเช่นเดียวกัน นายวัชระควรมีวุฒิภาวะมากกว่านี้
     เขากล่าวอีกว่า ขอเตือนนายธาริตว่าการนำคนที่อยู่ในโครงการคุ้มครองพยานออกมาทำเรื่องราวต่างๆ เป็นสิ่งที่ผิด พ.ร.บ.คุ้มครองพยานชัดเจน ซึ่งนายเมธีก็ได้รับเงินเดือนจากดีเอสไอตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ทั้งที่ตอนจับกุมนั้นถูกตั้งข้อหาปล้นปืนพร้อมของกลาง และคดีก่อการร้าย แต่เป็นการตกลงกันระหว่างดีเอสไอกับนายเมธี ในเรื่องที่ปล่อยให้ออกมาให้ข่าวใส่ร้ายตนต่างๆ จึงขอเตือนนายธาริตว่า การส่งนายเมธีออกมาเป็นตัวแทนทำเรื่องใส่ร้ายต่างๆ นั้น ตนจะฟ้องหมิ่นประมาทให้หมด ทั้งเรื่องกล่าวหาโกงเงินบริจาค 68 ล้าน เรื่องกล่าวหาตนทำอะไรกับผู้หญิงที่ชายหาด และเรื่องการโทร.ข่มขู่
     "ขอเตือนว่านายเมธีสุดท้ายจะมีคนไปเก็บเพื่อตัดตอน แล้วยัดข้อกล่าวหาว่าผมเป็นคนฆ่า ผมเองมีเพื่อนในวงการเยอะ รู้หมดว่าอะไรเป็นอะไร จะพูดอย่างไรก็ตามคนเสื้อแดงเขารู้ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร เตือนนายธาริตว่าต้องดูแลชีวิตนายเมธีให้ดีๆ เพราะนายเมธีอยู่ที่ใด ดีเอสไอเป็นคนเดียวที่รู้ เพราะนายเมธีอยู่ในโครงการคุ้มครองพยาน ดังนั้นหากนายเมธีเป็นอะไรไป ดีเอสไอต้องรับผิดชอบ" นายจตุพรกล่าว
     นายจตุพรยังกล่าวถึงกรณีที่ดีเอสไอระบุว่ามีนักรบแดง 6 คนที่ยังหลบหนีอยู่ ตนขอเรียกร้องให้ออกมาระบุให้ชัด และขอท้าดีเอสไอว่ากล้าไปพิสูจน์ในประเทศกัมพูชาหรือไม่ การที่ดีเอสไอออกมาพูดอย่างนี้ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างไทยและกัมพูชาที่แย่อยู่แล้ว ยิ่งแย่ลงไปอีก
     นายสงวน พงษ์มณี ส.ส.ลำพูน พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีดีเอสไอออกมาระบุข้อมูลเสื้อแดงไปฝึกอาวุธในกัมพูชาว่า เรื่องนี้ยังไม่มีข้อเท็จจริง การพูดเช่นนั้นสร้างความขัดแย้งให้กับประเทศเพื่อนบ้าน เพราะถ้าหากประเทศเพื่อนบ้านย้อนถามบ้างว่าไทยมีการฝึกอาวุธให้คนบางกลุ่มไปต่อต้านรัฐบาลประเทศเพื่อนบ้านแล้ว ทางดีเอสไอจะอธิบายอย่างไร

 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
บทความที่น่าสนใจ
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com

Warning: include(../../main/globalsitemap.php): failed to open stream: No such file or directory in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194

Warning: include(): Failed opening '../../main/globalsitemap.php' for inclusion (include_path='.:/usr/lib/php:/usr/local/lib/php') in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194