หมวดหมู่
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่มุสลิมไทย โพสต์
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> Muslimthai Focus
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
แฉหัวจ่ายเงินโยงนักฆ่าแดง คือส.ส.ตัวแสบไม่ใช่นักธุรกิจ
ความไม่ชอบมาพากลเกี่ยวกับการโอนเงินจากบัญชีของ น.ส.วสา เทพเรียน เลขานุการสาวสวยของวิสุทธิ์  ไชย ณรุณ ส.ส.พะเยา พรรคเพื่อไทย ประธานคณะกรรมาธิการการปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด ในสภาผู้แทนราษฎร ไปยังบัญชี กษิ ดิฐธนรัชต์ ผู้ต้องหาคดีระเบิดสมานเมตตาแมนชั่นถึงสองครั้ง 
       
       เป็นเรื่องที่น่าแกะรอยถึงความสัมพันธ์ระหว่าง วสา กับ วิสุทธิ์ และตัวละครที่ยังไม่มีการเปิดเผย คือ ผู้จ้างวานให้ วสาโอนเงินให้กับกษิ
       
       ใครเป็นใครมีความเชื่อมโยงกันอย่างไร เป็นสิ่งที่ตำรวจและดีเอสไอที่จะรับโอนคดีระเบิดสมานเมนตตาแมนชั่นไปรับผิดชอบต้องหาคำตอบมาคลายข้อข้องใจให้กับสังคม เพราะกรณีนี้ถือเป็นกุญแจสำคัญดอกหนึ่งที่อาจนำไปสู่การจับกุมกลุ่มก่อการร้ายหัวโจก
       
       คนคิดแผนชั่วทำร้ายชาติบ้านเมืองในห้องแอร์ได้ 
       
       เนื่องจาก ขณะนี้แม้จะมีความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีบึ้มป่วนเมืองที่คลายปมไปได้หลายเปลาะจากทั้งพยาน หลักฐาน และการซัดทอดของ 11 นักฆ่าแดง แต่ก็ล้วนเป็นการเชื่อมโยงที่จำกัดวงอยู่เฉพาะกลุ่มปฏิบัติการเท่านั้น
       
       ยังขาดจิ๊กซอว์ที่จะต่อภาพไปถึงระดับมันสมองส่วนเลวที่ยังไม่เปิดเผยตัว เชื่อมต่อไปยังท่อน้ำแดงว่าใครเป็นคนเปิดวาล์ว ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่การสืบสวนสอบสวนต้องขยายผลโยงใยให้ถึง
       
       เพราะถ้าจับได้แค่พวกนักฆ่ารับจ้าง ก็คงไม่สามารถยุติเสียงระเบิดกลางกรุงได้ เนื่องจากระดับวางแผนยังอยู่และวาล์วท่อน้ำเลี้ยงก็ยังไม่ถูกปิด
       
       การโอนเงินของ วสา จึงเป็นหลักฐานชิ้นแรกที่เชื่อมโยงถึงนักการเมืองพรรคเพื่อไทยที่มี ทักษิณ ชินวัตร เป็นเจ้าของไปถึงกลุ่มผู้ปฏิบัติการโฉด 
       
       วสา โอนเงินจากบัญชีของตัวเองไปยังบัญชีของ กษิ ครั้งแรกวันที่ 3 ตุลาคม 2553 จำนวน 4 หมื่นบาท และครั้งที่สองวันที่ 6 ตุลาคม 2553 จำนวน 5 หมื่นบาท รวมสองครั้งเป็นเงิน 9 หมื่นบาท เท่ากับว่า การโอนเงินเกิดขึ้นก่อนเกิดเหตุระเบิด 1 วัน และโอนเงินกันอีกครั้งหลังเหตุระเบิดเพียงสองวันเท่านั้น
       
       จะเป็นไปได้หรือไม่ ว่าการโอนเงินครั้งแรกจะเป็นการจ่ายเพื่อให้ก่อเหตุ ส่วนการโอนครั้งหลังเป็นการจ่ายเพื่อให้หลบหนี เหล่านี้เป็นสิ่งที่ตำรวจต้องเค้นความจริงจาก วสา ให้ได้ว่า ใครเป็นคนให้เงินเธอไปโอนกันแน่
       
       สิ่งที่น่าสงสัยจากคำพูดของ วิสุทธิ์ คือ เขาเลือกที่จะอธิบายต่อสังคมเกี่ยวกับการโอนเงินเพียงครั้งเดียว คือ ยอดห้าหมื่นบาทที่เกิดขึ้นหลังจากเหตุระเบิดเกิดขึ้นแล้ว และใช้ประเด็นนี้มาเป็นเหตุผลว่า ถ้าผู้โอนและผู้จ้างให้โอนมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดจริงก็คงไม่กล้าโอนเงินอย่างเปิดเผยให้กับ กษิ จนกลายเป็นหลักฐานมัดตัวเหมือนที่เป็นอยู่ โดยไม่เอ่ยถึงการโอนเงินครั้งแรกก่อนเกิดเหตุเลย
       
       วิสุทธิ์ ที่ วสา เรียกว่า “ป๋า” ยอมรับว่ารู้เห็นการโอนเงินทุกอย่างที่เกิดขึ้นในสภาผู้แทนราษฎร รวมถึงการที่ วสา ได้รับค่าเหนื่อยในการโอนเงินครั้งละ 500 บาท แถม วิสุทธิ์ ยังรู้จักดีกับคนจ้างวานให้ วสา โอนเงินด้วย โดยอ้างว่าเป็นนักธุรกิจรายหนึ่งที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับการเมือง และการันตีให้ด้วยว่า นักธุรกิจนิรนามรายนี้ไม่เกี่ยวพันกับเหตุระเบิด
       
       หากมีความบริสุทธิ์ใจจริงทำไมทั้ง วสา และนักธุรกิจรายดังกล่าว ไม่รีบเข้าพบตำรวจเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ แต่เลือกที่จะหลีกลี้จากสังคมปล่อยให้ วิสุทธิ์ รับเป็นหนังหน้าไฟชี้แจงกับสังคมแทน แล้วทำไม วิสุทธิ์ ซึ่งยืนยันว่าตัวเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องจึงยอมรับเผือกร้อนนี้มาเป็นธุระของตัวเอง
       
       ถ้าไม่เอ็นดู วสา จนแทบด่าวดิ้น ก็ต้องแนบแน่นอย่างยิ่งกับนักธุรกิจนิรนามรายนี้ 
       
       การทอดเวลาออกไปถึงวันศุกร์นี้ค่อยนำตัว วสา และเปิดตัวนักธุรกิจผู้จ้างโอนเงินเข้าบัญชี กษิ เป็นเพราะต้องใช้เวลาอยู่ใน “โรงเตี๊ยม” เตรียมเรื่องให้ตรงกันก่อน ค่อยออกแขกเล่นลิเกให้ตำรวจดูใช่หรือไม่
       
       แต่ไม่ว่าจะวางพล็อตเรื่องให้สมบูรณ์เพียงใด อาชญากรรมก็มักทิ้งร่องรอยอยู่เสมอ เพราะคนในสภาฯเขาเม๊าท์กันให้แซ่ดว่า
       
       แท้จริงแล้วผู้จ้างให้ วสา ไปโอนเงินนั้น ไม่ใช่นักธุรกิจแต่เป็น ส.ส.ภาคเหนือคนหนึ่ง ชื่อย่อ “ส.”ที่ใกล้ชิดกับวิสุทธิ์ สังกัดพรรคเดียวกันนั่นแหละที่เป็นผู้จ้างวาน 
       
       และที่ต้องทอดเวลาเพื่อตั้งหลักก่อนเข้าพบตำรวจ ก็เพราะต้องเสียเวลาหา “แสตนอินใจถึง”มารับบทบาทนักธุรกิจให้ เนื่องจากเกรงว่าถ้าความจริงเปิดเผยมันจะขว้างงูไม่พ้นพรรค และพ่อที่อยู่นอกประเทศ
       
       ข้อมูลเหล่านี้จะ จริง เท็จประการใด เจ้าหน้าที่บ้านเมืองต้องทำเรื่องนี้ให้กระจ่าง
       
       ถ้าคนที่ติดต่อธุรกิจกับ กษิ เป็น ส.ส.ของพรรคเพื่อไทยจริง คงต้องสาวให้ลึก เนื่องจากไม่น่าจะเป็นการทำธุรกิจก่อสร้างร่วมกันตามที่มีการกล่าวอ้าง เพราะ กษิ มิได้มีประวัติทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แต่อย่างใด หากพัวพันกับการค้าปุ๋ยยูเรียซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการประกอบระเบิดต่างหาก
       
       ส่วนความสัมพันธ์ระหว่าง วสา กับ วิสุทธิ์ ที่ยังเป็นที่กังขาต่อสังคมนั้น ก็อย่าไปสงสัยคนแก่เลย เพราะคนวงในเขากระซิบบอกมาว่า วสา เป็นเพื่อนสนิทแนบท้องกับบุตรสาวของ วิสุทธิ์ จริง ๆ
       
       เสียงดนตรีไทยฉิ่งฉาบจึงดังกระหึ่ม จนเป็นที่รับรู้ของคนในกรรมาธิการฯ ปปง.และเป็นเหตุผลที่ วิสุทธิ์ เสนอชื่อ วสา เป็นเลขานุการประจำคณะกรรมาธิการฯชุดนี้ 
       
       ถ้าจะให้ดีทางตำรวจน่าจะตรวจเส้นทางบัญชีของ ทิพย์หทัย บุตรสาวของ วิสุทธิ์ ดูด้วยว่า มีเงินเข้าบัญชีครั้งละเป็นล้านจริงหรือไม่
       
       เผื่อจะได้ข้อมูลเพิ่มว่ามีบุพการีรายใดกำลังใช้บุตรที่บรรลุนิติภาวะแล้วทำธุรกรรมทางการเงินแทน ในช่วงที่ถูก ศอฉ.คุมธุรกรรมทางการเงินเพื่อปกปิดท่อต่อน้ำเลี้ยงแดงหรือไม่
       
       หากขยายผลได้คงมีอีกหลายคนที่ต้องนอนผวา เพราะกลัวว่าจะถูกฆ่าตัดตอนเหมือนหมาข้างถนน
 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
บทความที่น่าสนใจ
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com
สารบัญเว็บไซต์ Muslimthaipost.com
SubDomain หน้าหลัก