หมวดหมู่
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่มุสลิมไทย โพสต์
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> Muslimthai Focus
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
ค่าเงินบาทแข็ง คนไทยยุค เงินบาทแข็ง ได้อย่างเสียอย่าง
นอกจากเรื่องเหตุบ้านการเมืองที่กำลังระอุ มีการวางบึ้ม! ไม่เว้นแต่ละวัน ขณะเดียวกันเรื่องเศรษฐกิจปากท้องก็เป็นปัญหาให้ผู้บริหารบ้านเมืองยันนักธุรกิจผู้ทำการค้าต้องกุมขมับกระสับกระส่ายกันเลยทีเดียว เมื่อล่าสุดค่าเงินบาทได้แข็งค่าอยู่ที่ 29.80 บาทต่อดอลล่าร์สหรัฐ ซึ่งนับว่าเป็นสถิติแข็งค่าในรอบ13 ปี
       
       จึงนับได้ว่าการที่เงินบาทแข็งค่าเป็นเรื่องที่หลายฝ่ายกำลังหวั่นวิตกเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะนักลงทุนเจ้าของธุรกิจด้านการส่งออกทั้งหลายที่ได้รับผลกระทบไปเต็มๆ เพราะได้รับมูลค่าการส่งออกที่น้อยลง และในช่วงระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้รายได้ของผู้ส่งออกไทยหายไปกว่า 6,000 ล้านบาท รวมทั้งคาดว่าหากมีการแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่องและจะไปกระทบการส่งออกในปีหน้าได้
       
       ดังนั้น หลายภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบต่างก็เรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาบาทแข็งอย่างเร่งด่วน ก่อนที่ผู้ส่งออกจะได้รับความเสียหายมากกว่านี้
       
       และแน่นอนว่า จากสภาวะที่เงินบาทแข็งตัวก็ย่อมส่งผลให้ประชาชนคนเดินดินกินข้าวแกง พนักงานกินเงินเดือน หรือแม้แต่กลุ่มคนที่ต้องมีส่วนเข้ามาเกี่ยวข้องกับการแลกเปลี่ยนเงินตราจากค่าเงินบาทไทยเป็นค่าเงินต่างประเทศโดยหลีกเลี่ยงไม่ได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน นักศึกษาที่ศึกษายังต่างแดน นักชอป ขาเที่ยวที่ชอบตระเวนท่องเที่ยวต่างประเทศแน่นอน ดังนั้นมาดูกันว่าคนเหล่านี้จะได้รับผลกระทบต่อภาวะเงินบาทแข็งค่าเช่นนี้อย่างไรบ้าง
       
       เรียนต่างแดน ไม่หวั่นค่าเงินบาทแข็งตัว
       
       ต้องยอมรับว่ามีเด็กนักเรียน นักศึกษาไทยจำนวนไม่น้อยทีเดียวที่ได้เดินทางไปศึกษาต่อยังต่างประเทศ และถือได้ว่าเป็นคนอีกส่วนหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากสภาวะเงินบาทแข็งค่าเช่นกัน แต่ผลกระทบที่กล่าวถึงนั้นเป็นผลกระทบทางด้านบวกซะมากกว่า โดยเฉพาะด้านการแลกเปลี่ยนเงินได้ในจำนวนที่มากขึ้นจากปกติ
       
       ดังเช่น ภูวดล วิรุฬห์ลือชา นักศึกษาแพทย์แห่งมหาวิทาลัยแพทยศาสตร์แห่งรัฐตูลา ประเทศรัสเซีย ที่ได้ไปศึกษาต่อระดับชั้นปริญญาตรีตั้งแต่ปี 2550 ก็บอกว่า แต่เดิมตอนมาเรียนที่รัสเซียระยะแรกๆ ค่าเงินไทย 1 บาทแลกเป็นเงินรูเบิล (เงินสกุลรัสเซีย) ได้ไม่ถึง 1 รูเบิล แต่มาตอนนี้ 1 บาทของไทยสามารถแลกเงินรูเบิลได้ถึง 1 รูเบิลเลยทีเดียว
       
       “สำหรับนักศึกษาที่มาเรียนยังต่างประเทศคิดว่าไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรมากมายนัก อย่างในประเทศรัสเซียค่าเงินรูเบิลก็พอๆ กับค่าเงินบาทไทย และตอนนี้ค่าเงินที่รัสเซียก็แข็งตัวเช่นกันแต่เป็นไปในอัตราที่ไม่สูงมากนัก ถ้าในภาวะเช่นนี้คิดว่าธุรกิจด้านการนำเข้าจะส่งผลดี นักธุรกิจที่ทำธุรกิจด้านการนำเข้าจะส่งผลดีมาก เจ้าของกิจการสามารถซื้อสินค้าเข้ามาขายได้โดยใช้ต้นทุนที่น้อยลง แต่ขณะเดียวกันผู้ที่ทำธุรกิจส่งออกจะส่งผลเสียอย่างร้ายแรง”
       
       อย่างไรก็ตาม โดยความคิดเห็นส่วนตัวของนักศึกษาแพทย์แดนหมีขาว บอกว่า ในฐานะที่มาเรียนต่างแดนและทางบ้านเป็นผู้ส่งเงินค่าใช้จ่ายจากไทยมาให้ในสภาวะที่ค่าเงินบาทแข็งตัวเช่นนี้ ก็ย่อมส่งผลดีแน่นอนในส่วนที่ว่าเวลาแลกเงินจากเมืองไทยสามารแลกได้แบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย
       
       “ตัวอย่างเช่นจากแรกๆ ที่ทางบ้านส่งมาให้หนึ่งพันบาทเอามาแลกได้หกร้อยถึงเจ็ดร้อยรูเบิล แต่ตอนนี้เมื่อส่งมาให้หนึ่งพันบาทก็สามารถแลกได้พันบาท ทำให้เงินที่จะนำไปใช้จ่ายก็มากขึ้นซื้อของหรือเก็บเป็นเงินออมได้ในจำนวนที่เยอะขึ้นเช่นกัน”
       
       ขณะที่ปัทมา เรืองไพศาลบำรุง นักศึกษาที่เคยไปศึกษาต่อระดับชั้นปริญญาโท ด้านสื่อสารการตลาด แห่งมหาวิทยาลัย Westminster ประเทศอังกฤษ และตอนนี้ก็เดินทางกลับเมืองไทยมาได้ 2 สัปดาห์แล้วก็บอกว่า ได้ไปเรียนปริญญาโทตั้งแต่ปี 2552 โดยช่วงที่ไปเรียนแรกๆ ค่าเงินบาทค่อนข้างอ่อนตัวก็กระทบต่อตนเองพอสมควร แต่พอเรียนได้ไประยะหนึ่งค่าเงินบาทก็แข็งขึ้น ก็ถือได้ว่าเป็นช่วงโอกาสที่ดีสำหรับนักศึกษาที่เรียนอยู่ต่างประเทศ
       
       “การที่เราจะเจอเรื่องเงินบาทแข็งหรืออ่อนค่าก็คิดว่าเป็นช่วงจังหวะด้วย โชคดีที่มาช่วงหลังๆ ค่าเงินแข็งค่าขึ้น ทำให้ไม่ส่งผลกระทบอะไรมากนัก และเราก็ถือโอกาสช่วงนี้รีบกดเงินมาเก็บไว้ ถ้ากดบ่อยๆ ก็ต้องเสียค่าชาร์จเยอะเช่นกัน สำหรับพวกสินค้า ข้าวของก็จะมีการซื้อไว้จำนวนเยอะๆ เพราะเราก็ไม่รู้ว่าค่าเงินจะขึ้นหรือลงเมื่อไหร่ และอีกอย่างสินค้าบางชนิดก็มีราคาแพงสมคำเล่าลือ แต่บางอย่างก็มีราคาถูก ดังนั้นเมื่อถึงภาวะค่าเงินเปลี่ยนนแปลงก็ต้องมีการปรับตัวในการใช้เงินด้วย”
       
       ขาชอป ขาเที่ยวสุขใจ
       
       ในยุคที่เงินบาทแข็งค่าขึ้นเรื่อยๆ สินค้าลักชัวรีแบรนด์เนมไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า เครื่องหนัง นาฬิกา หรือเครื่องสำอางนำเข้าจากต่างประเทศ ก็ได้รับความสนใจจากนักชอปทั้งหลายที่กำลังมีความสุขกับสินค้าราคาถูกลงจากปรากฏการณ์เงินบาทแข็งค่า สินค้านำเข้าหลายตัวจึงถือโอกาสลดราคากระหน่ำ เพื่อเพิ่มยอดการขายในช่วงที่ต้นทุนต่ำ โดยเฉพาะพวกขาชอป นักเที่ยวที่ทุกปีต้องเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ ช่วงนี้ดูจะคึกคักเป็นพิเศษ
       
       อย่างสุพัตรา กรมขุนทด นักเดินทางที่ชอบท่องเที่ยว แสดงความคิดเห็นว่า ปรากฏการณ์ค่าเงินบาทที่แข็งตัวในขณะนี้เป็นประโยชน์ต่อผู้ที่เดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศ และใช้เงินดอลลาร์ในการซื้อบริการหรือชอปปิ้ง ซึ่งจะเป็นกลุ่มคนมีเงินที่สามารถเดินทางได้ทุกเมื่อ ไม่ใช่กลุ่มที่มีการวางแผนการเดินทางล่วงหน้าไว้แล้ว
       
       “เราก็แลกเงินดอลลาร์ไปจากเมืองไทยในอัตราที่น้อยกว่าเดิม เป็นผลดีของคนที่เขาแลกเงินไปจำนวนมากๆ ทั้งซื้อของและค่าที่พักต่างๆ แต่ก็ต้องเช็กอัตราค่าเงินของประเทศอื่นด้วยเช่นกัน”
       
       ด้านวิไลลักษณ์ (ขอสงวนนามสกุล) ผู้ที่ใช้ชีวิตและทำงานอยู่กลางเมืองนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เล่าถึงผลกระทบของเงินบาทที่แข็งค่ากับชีวิตของตนเองว่า โดยส่วนตัวไม่ได้รับผลกระทบมากเท่าไหร่ เนื่องจากทำงานและได้รับเงินเป็นดอลลาร์อยู่แล้ว จะมีผลก็ต่อเมื่อส่งเงินกลับมาที่เมืองไทยเท่านั้น
       
       “มีผลกระทบอย่างมากหากพูดถึงการส่งเงินกลับมาที่ไทย ช่วงนี้ยังต้องระงับเอาไว้ก่อน ไม่ควรส่งตอนนี้ แต่ถ้าคนที่เขาแลกเงินไทยมาซื้อของที่นี่ก็จะได้ประโยชน์จากค่าเงินที่แข็งขึ้น”
       
       บาทแข็งกระเทือนถึงนางฟ้า!
       
       ใช่ว่าเรื่องเงินบาทแข็งจะส่งผลกระทบแต่ชาวบ้านเดินดินเท่านั้น แต่กับอาชีพที่ถูกขนานนามว่า 'นางฟ้า' อย่างแอร์โฮสเตส (โดยเฉพาะในต่างแดน) เรียกได้ว่าโดนหางเลขไปเต็มๆ เช่นกัน
       
       “ถ้าเป็นแอร์ฯ ที่ทำงานอยู่ในประเทศคงไม่ส่งผลอะไร แต่สำหรับแอร์ฯ ที่สังกัดอยู่ต่างประเทศ แน่นอนว่ากระทบโดยตรง เพราะพวกเราทำงานได้เงินเป็นสกุลอื่น พอเงินบาทแข็ง จะส่งเงินกลับบ้านทีหนึ่งก็ต้องคิดหนัก เพราะเงินหายไปเยอะพอสมควรค่ะ อย่างที่โดฮา (กาตาร์) สมัยก่อน 1 เรียล เท่ากับประมาณ 10 บาท แต่ตอนนี้เหลือแค่ 8 บาทเท่านั้นเอง” อรณิชชา (ขอสงวนนามสกุล) พนักงานต้อนรับของสายการบินหนึ่งในประเทศตะวันออกกลางเริ่มเล่า
       
       “ทุกคนที่มาทำงานต่างประเทศมีจุดประสงค์หลักๆ คืออยากมีรายได้ที่มากกว่าในประเทศไทย และเกือบทุกคนจะส่งเงินกลับบ้านอยู่บ่อยๆ พอเงินบาทแข็งตัวทุกคนก็ต้องมีการปรับตัว อย่างเราในตอนนี้ก็ไม่แลกเงินกลับเป็นบาทแล้ว เก็บเป็นเงินเรียลไว้ก่อนดูแนวโน้มแล้วค่อยตัดสินใจอีกทีว่าควรจะแลกกลับตอนไหน บางคนก็บอกให้เก็บเป็นเงินยูโรแทนดอลลาร์ บางคนถึงขั้นซื้อทองเก็บกันแล้วก็มี”
       
       อรณิชชา บอกต่อว่าถึงแม้หลายๆ สายการบินจะมีเงินประกันค่าเงินมอบให้อยู่แล้วทุกเดือนแต่ก็ยังไม่เพียงพออยู่ดี เพราะเมื่อเอาเข้าจริงๆ ถ้าแลกกลับเป็นเงินบาทจำนวนเงินที่มีเยอะอยู่ตอนนี้ก็ทำให้ตนเองขาดทุนอยู่ดี
       
       ดังนั้นอาจจะกล่าวได้ว่า ถ้าพูดถึงผลกระทบจริงๆ แล้ว สำหรับคนธรรมดามทั่วไปก็คงจะไม่ได้รับผลกระทบจากสภาวะเงินบาทแข็งค่าชัดเจนมากเท่าผู้ที่อยู่ในแวดวงธุรกิจทั้งนำเข้าและส่งออก 
       
       และยิ่งโดยเฉพาะกลุ่มคนอย่างนักศึกษาที่มีแผนจะไปเรียนเมืองนอกหรือกำลังศึกษาต่อต่างประเทศ รวมทั้งบรรดานักชอป คนชอบเที่ยวต่างแดนก็ดูเหมือนจะเป็นโอกาสดีหรือส่งผลเชิงบวกมากกว่า อย่างไรเสียก็อย่าลืมว่าช่วงเงินบาทแข็งเช่นนี้ก็ควรที่จะมีการเก็บออมไว้บ้าง เพราะไม่รู้ว่าอนาคตค่าเงินหรือเศรษฐกิจ (ไทย) จะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรต่อไป-ผู้จัดการออนไลน์
 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
บทความที่น่าสนใจ
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com

Warning: include(../../main/globalsitemap.php): failed to open stream: No such file or directory in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194

Warning: include(): Failed opening '../../main/globalsitemap.php' for inclusion (include_path='.:/usr/lib/php:/usr/local/lib/php') in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194