หมวดหมู่
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่มุสลิมไทย โพสต์
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> Muslimthai Focus
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
แนวโน้มราคาทองคำวันนี้ วิเคราะห์ราคาทองคำวันนี้ โดย KTAM ชี้สิ้นปีราคาทองคำขยับเพิ่ม เตรียมดักรอผลตอบแทน

KTAMชี้สิ้นปีราคาทองคำขยับเพิ่ม ส่ง"โกลด์ฟันด์"ดักรอผลตอบแทน

บลจ.กรุงไทย มองสิ้นปีราคาทองคำขยับเพิ่ม1,350 -1,500 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ หลังได้อานิสงค์เงินดอลลาร์อ่อนค่าส่งผลให้แบงก์ชาติทั่วโลกกระจายการลงทุนโดยเฉพาะทองคำ ล่าสุดส่งกองทุน "แคแทมโกลด์ฟันด์" เอาใจนักลงทุนดักรอผลตอบแทน เปิดขายไอพีโอเเล้วตั้งแต่วันนี้ถึง 7 กันยายน 53 นี้ 
       
       นายสมชัย บุญนำศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ทองเป็นสินทรัพย์เพื่อการลงทุนที่ได้รับความสนใจมากที่สุดประเภทหนึ่งในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากราคาทองปรับตัวขึ้นมาก จากประมาณ 400 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ ในปี 2547 มาอยู่ที่ประมาณ 1,200 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ ในปัจจุบัน (7,500 บาท/ทอง 1 บาท มาเป็น 18,500 บาท/ ทอง 1 บาท) ซึ่งผู้ซื้อทอง หรือผู้ลงทุนในทองในช่วงเวลาดังกล่าวจะได้กำไรถึงร้อยละ 200 ซึ่งเป็นระดับกำไรที่สูงมาก เมื่อลองเทียบกับผลตอบแทนจากการลงทุนในหุ้น (SET Index) ในช่วงเวลาเดียวกัน ผู้ลงทุนจะได้ผลตอบแทนประมาณร้อยละ 40
       
       อย่างไรก็ตาม ราคาทองได้ปรับตัวขึ้นมากแล้ว ส่งผลให้นักลงทุนบางส่วนมีความกังวลเกี่ยวกับราคาทองในอนาคต ราคาทองมักถูกผลักดันจากปัจจัยพื้นฐานหลายปัจจัย ได้แก่ ภาวะเศรษฐกิจ ค่าเงินดอลล่า ราคาสินค้าโภคพัณฑ์โดยรวม อัตราดอกเบี้ยและเงินเฟ้อ ความต้องการลงทุนของนักลงทุน และความต้องการลงทุนเพื่อเป็นเงินทุนสำรองของธนาคารกลาง
       
       ทั้งนี้โดยปรกติแล้วราคาทองจะปรับตัวสูงขึ้นเมื่อนักลงทุนมีความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจ หรือความเสี่ยงของประเทศ (Economic and Sovereign Risks) ราคาทองปรับตัวขึ้นจาก 650 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ เป็น 950 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ ในปี 2550 จากความเสี่ยงจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในขณะที่ราคาทองปรับขึ้นจาก 1,090เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ เป็น1,230 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ ใน ช่วงต้นปี 2553 จากความกังวลเกี่ยวกับปัญหาหนี้ภาครัฐในยุโรป คาดการณ์ว่า ความกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจน่าจะเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้ราคาทอง ปรับตัวขึ้นได้อีกในช่วงครึ่งหลังของปี 2553 และปี 2554
       
       สำหรับปัจจัยทางด้านทางค่าเงินนั้นราคาทองมักจะปรับตัวผกผันกับค่าเงินดอลล่า ซึ่งเราคาดการณ์ว่าค่าเงินดอลล่ามีแนวโน้มที่จะอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐฯมีแนวโน้มที่จะชะลอตัวลงในช่วงครึ่งหลังของปี 2553 ส่งผลให้นักลงทุนคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯมีแนวโน้มที่จะอัดฉีดเม็ดเงินเข้าไปในระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น ซึ่งปัจจัยดังกล่าวน่าจะเป็นปัจจัยที่ทำให้ราคาทองปรับตัวสูงขึ้นได้ในช่วงปี 2554-2555
       ขณะที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐฯมีแนวโน้มที่จะอยู่ในระดับ 0-0.25% จนถึงปี 2554 ในขณะที่ภาวะเงินเฟ้อมีแนวโน้มที่จะปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเงินเฟ้อจากราคาอาหารที่ปรับตัวสูงขึ้น สถานการณ์ ดังกล่าวส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยอยู่ต่ำกว่าอัตราเงินเฟ้อ (Negative Real Interest Rate) โดยปรกติ เมื่อเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวราคาทองจะปรับตัวขึ้นประมาณร้อยละ 20-40 ต่อปี
       
       อย่างไรก็ตามปัจจัยจากความต้องการลงทุนในทองมีแนวโน้มที่จะปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งความต้องการลงทุนในทองเป็นหนึ่งปัจจัยหลัก ที่ส่งผลให้ราคาทองปรับสูงขึ้น นอกจากนี้ ความต้องการซื้อทองจากธนาคารกลางยังเป็นปัจจัยที่สำคัญที่ส่งผลให้ราคาทอง ปรับสูงขึ้นมาก โดยในปัจจุบันทองยังเป็นสัดส่วนที่น้อยมากในเงินทุนสำรองของธนาคารทั่วโลก ซึ่งสัดส่วนดังกล่าวมีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นในอนาคต เนื่องจากค่าเงินดอลล่าร์มีแนวโน้มที่จะอ่อนค่าลง ส่งผลให้ธนาคารกลางต่างๆต้องกระจายการลงทุนไปในสินทรัพย์อื่นๆรวมถึงทองคำ จากปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ราคาทองมีโอกาสที่จะปรับตัวขึ้นได้ถึง 1,350เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ - 1,500 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ ใน12-24 เดือน
       
       นายสมชัย กล่าวต่อไปว่า บลจ.ได้เปิดขายหน่วยลงทุน กองทุนเปิดเคแทม โกลด์ ฟันด์ ( KTAM Gold Fund : KT-GOLD ) ระหว่างวันที่ 24 สิงหาคม - 7 กันยายน 2553 มูลค่าโครงการ 2,000 ล้านบาท ในราคา 10 บาทต่อหน่วยมูลค่าขั้นต่ำในการสั่งซื้อ 2,000 บาท ซึ่งกองทุนดังกล่าวเป็นกองทุนที่มีนโยบายการลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน SPDR ? Gold Trust (กองทุนรวมหลัก)เพียงกองทุนเดียวโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิของกองทุน โดยกองทุนรวมหลัก จัดตั้งขึ้นภายใต้กฎหมายของประเทศสวิสเซอร์แลนด์ และบริหารจัดการโดย World Gold Trust Services, LLC กองทุนรวมหลักมีนโยบายมุ่งเน้นลงทุนในทองคำแท่ง เพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับผลตอบแทนของราคาทองคำ
       
       นอกจากนี้ กองทุนดังกล่าว ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ นิวยอร์ก ญี่ปุ่น ฮ่องกง และสิงคโปร์ ซึ่งบริษัทจัดการจะทำการซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนดังกล่าว ในตลาดหลักทรัพย์ ประเทศ สิงคโปร์ และใช้สกุลเงินดอลล่าร์สหรัฐ ส่วนที่เหลือลงทุนในตราสารหนี้ ที่มีลักษณะคล้ายเงินฝากหรือตราสารหนี้ทั่วไป หรือเงินฝากในสถาบันการเงินตามกฎหมายไทย ที่มีอายุตราสารหรือสัญญา หรือระยะเวลาการฝากเงิน แล้วแต่กรณี ต่ำกว่า 1 ปี เพื่อสำรองเงินไว้สำหรับดำเนินงานของกองทุนรอการลงทุนในต่างประเทศ หรือรักษาสภาพคล่องของกองทุนตามที่คณะกรรมการก.ล.ต.กำหนด กองทุนจะลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 25 ของมูลค่าเงินลงทุนในต่างประเทศ

 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
บทความที่น่าสนใจ
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com

Warning: include(../../main/globalsitemap.php): failed to open stream: No such file or directory in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194

Warning: include(): Failed opening '../../main/globalsitemap.php' for inclusion (include_path='.:/usr/lib/php:/usr/local/lib/php') in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194