หมวดหมู่
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่มุสลิมไทย โพสต์
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> Muslimthai Focus
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
แม้ว หายหัว เปลี่ยนยุทธศาสตร์หรือโรคร้ายรุม
ผ่าประเด็นร้อน
       
       แม้ว่าพยายามจะไม่พูดถึง ทักษิณ ชินวัตร มากนัก เพื่อให้บ้านเมืองได้ก้าวข้ามผ่านสิ่งเลวร้ายไปเสียที แต่อย่างไรก็ตามในช่วงที่การอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2554 ที่เริ่มขึ้นมาตั้งแต่วันที่ 18 สิงหาคม จนล่วงมาค่อนวันที่ 2 เมื่อวานนี้( 19 สิงหาคม) บรรยากาศยังเป็นไปอย่างจืดชืดและไร้มาตรฐานในการทำหน้าที่ของ ส.ส.นั่นคือยังไม่รู้กาละเทศะ ไม่รู้ว่านี่คือการอภิปรายงบประมาณวาระที่ 2-3 เป็นเรื่องการปรับลดงบประมาณกับคณะกรรมาธิการ ไม่ใช่เวทีซักฟอกรัฐบาล ทำให้จำใจต้องผ่านเลยไปก่อน
       
       ขณะเดียวกันบังเอิญว่า เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ถวิล เปลี่ยนศรี ได้ตอบคำถามสื่อมวลชนเมื่อสองวันก่อนที่ระบุว่า การที่ ทักษิณ ชินวัตร หายหน้าหายตาในช่วงเวลานี้อย่างน้อยทำให้บรรยากาศการเมืองภายในดีขึ้น ทำให้หลายคนกลับมาฉุกคิดแบบแตกประเด็นออกไปอีกว่า สาเหตุที่หายหน้าไปอย่างปัจจุบันทันด่วนในช่วงเกือบเดือนมานี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
       
       ที่ผ่านมาเคยได้ยินคำพูดของ ทักษิณ ครั้งสุดท้ายระหว่างที่มีการโฟนอินเข้ามาในงานเลี้ยงวันเกิดของเขาที่แกนนำเสื้อแดงจัดให้ที่จังหวัดราชบุรี เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคมที่ผ่านมา หลังจากนั้นก็เงียบหายไปไม่ได้ยินทั้งเสียง และไม่มีข้อความผ่านทางทวิตเตอร์อย่างที่มักเคยทำมาก่อนหน้านี้ เพราะแม้แต่วันที่ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกามีมติไม่รับอุทธรณ์คดียึดทรัพย์ 46,000 ล้านบาท หลังจากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตัดสินยึดทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดินทำให้คดียุติ เมื่อไม่กี่สัปดาห์มานี้ “เขาก็ยังเงียบ” เงียบจนผิดปกติ มีแต่เพียงทนายความรับจ้างอย่าง นพดล ปัทมะ เท่านั้นที่ออกมาแสดงความคิดเห็นบ้างเท่านั้น
       
       การเงียบที่เกิดขึ้นแม้ว่าหลายฝ่ายอยากให้เป็นแบบนั้น แต่อีกด้านหนึ่งมันก็อดไม่ได้ที่จะต้องคิดไปต่างๆนานาว่ามันเป็นเพราะอะไรกันแน่
       
       หากสังเกตจากคำพูดหลายครั้งที่ผ่านมา รวมถึงครั้งสุดที่มักย้ำว่า “ไม่ต้องห่วงผม ยังสุขภาพดี” และ “เดินทางบ่อย” โทนคำพูดทั้งจากปากของตัวเองรวมถึงญาติพี่น้องคนใกล้ชิดมักออกมาแบบนี้ ล่าสุดเมื่อวานนี้( 19 สิงหาคม) “น้องเขย” สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ก็ยังพูดทำนองดังกล่าวนั่นคือ ทักษิณยังสบายดีและเดินทางบ่อย
       
       อย่างไรก็ดีก็ต้องมาประเมินกันว่าทำไม ทักษิณ ถึงได้เงียบเสียงลงในช่วงนี้ ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะการรุกคืบของกระทรวงการต่างประเทศที่ประกบติดไปทุกพื้นที่ที่ ทักษิณ หลบไปกบดาน โดยชี้แจงถึงผลกระทบทางด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศหากยังให้ที่พักพิงกับ “ผู้ร้าย” ที่หลบหนีคดีคอรัปชั่นซึ่งศาลได้ตัดสินลงโทษแล้ว และยิ่งประเทศไหนที่ ทักษิณ ใช้เป็นฐานในการป่วนประเทศไทยยิ่งต้องเจอกับแรงกดดันทั้งในทางลับและในทางเปิดเผยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะประเทศในยุโรป ที่แม้จะรังเกียจการรัฐประหาร แต่ขณะเดียวกันก็รังเกียจผู้นำคอรัปชั่นเช่นเดียวกัน หลายประเทศถึงกับยื่นเงื่อนไขให้อาศัยอยู่ในประเทศได้ แต่ห้ามดำเนินกิจกรรมทางการเมืองเป็นอันขาดทำให้เขามีที่ยืนอย่างถาวรได้น้อยลงทุกที
       
       อีกด้านหนึ่งหากพิจารณาจากข่าวคราวที่เคยมีอย่างหนาหูในเรื่องของโรคร้ายที่ประดังเข้ามาก่อนหน้านี้กรณีเป็น “มะเร็งต่อมลูกหมาก” ที่บางครั้งเลวร้ายถึงขนาดเข้าขั้นโคมา หรือช็อกจนเสียชีวิตมาแล้วก็มี แม้ว่าที่ผ่านมาทั้งตัวเขาเองและคนใกล้ชิดต่างออกมาปฏิเสธเป็นระยะ แต่ถึงอย่างไรข่าวในทำนองนี้ก็ยังมีปรากฎออกมาอยู่เสมอ
       
       ครั้งนี้ก็เช่นเดียวกันเมื่อเห็นว่า ทักษิณ เงียบเสียงไปอย่างผิดปกติ มันก็อดไม่ได้ที่จะเกิดข้อสงสัยขึ้นมาอีกว่า การที่จู่ๆเปลี่ยนแปลงแบบหักมุมแบบนี้ อย่างน้อยก็ทำให้ข้อสังเกตเกี่ยวกับเรื่องข่าวการป่วยด้วยโรคร้ายเกิดขึ้นอีกครั้ง หรืออีกอย่างหนึ่งก็อาจเป็นไปได้อีกว่าการเงียบเสียงที่เกิดขึ้นเพื่อไม่ต้องการผิดเงื่อนไขการพำนักอาศัยอยู่ ซึ่งในที่นี้ความหมายก็คือเพื่อต้องการรักษาอาการในประเทศที่มีเทคโนโลยีในการรักษาชั้นยอดใช่หรือไม่
       
       นอกเหนือจากนี้ประเด็นที่หลายคนให้น้ำหนักไม่น้อยก็คือ ทักษิณ กำลัง “เปลี่ยนยุทธศาสตร์” ใหม่ แทนที่จะเล่นแต่บทโฉ่งฉ่างหาเสียงเอาใจต่อสายแต่รากหญ้าเสื้อแดงเหมือนเช่นที่ผ่านมา ปรับมาเป็นยุทธวิธีใต้ดิน เดินเกมเคลื่อนไหวโดยตรงกับต่างประเทศ และที่ผ่านมาก็ได้เห็นร่องรอยการเคลื่อนไหวออกไปทางนั้นตลอด ทั้งการว่าจ้าง “ทนายฝรั่งมีชื่อ” อย่าง โรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ล็อบบี้วงในกับผู้มีอิทธิพลทั้งในรัฐบาล และสภาคองเกรสในประเทศสำคัญที่คิดว่าจะมีผลต่อภาพลักษณ์ของเขา รวมไปถึงกระทบในทางลบต่อรัฐบาลไทยในปัจจุบัน ซึ่งที่ผ่านมาก็ต้องยอมรับว่าทำงานได้ผลไม่น้อย หลายครั้งทำให้เกิดแรงกระเพื่อมพอสมควร และล่าสุดยังได้ทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รอบสองเพื่อบีบให้เปิดเผยข้อมูลกรณีการ “กระชับพื้นที่” สลายการจลาจลของเสื้อแดงเมื่อเดือนพฤษภาคม
       
       แม้ว่าอาจจะไม่ต้องการหวังผลให้เกิดขึ้นตามที่ต้องการ แต่เป้าหมายก็เพื่อให้เป็นข่าวกระจายแบบตอกย้ำออกไปในต่างประเทศ
       
       ดังนั้นนาทีนี้ไม่ว่าการเงียบเสียง ไม่รู้ความเคลื่อนไหวของ ทักษิณ ในช่วงเกือบหนึ่งเดือนผ่านมาจะมาจากสาเหตุอะไร ไม่ว่าจะเป็นเพราะต้องการเปลี่ยนยุทธศาสตร์การป่วนใหม่หันไปเน้นใต้ดิน หรือว่าอีกกรณีหนึ่งอาจเป็นเพราะโรคร้ายรุมเร้า แต่เอาเป็นว่าการเงียบจนผิดปกติแบบนี้บางทีมันก็น่ากลัวกว่าส่งเสียงดังเหมือนกัน !!
 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
บทความที่น่าสนใจ
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com

Warning: include(../../main/globalsitemap.php): failed to open stream: No such file or directory in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194

Warning: include(): Failed opening '../../main/globalsitemap.php' for inclusion (include_path='.:/usr/lib/php:/usr/local/lib/php') in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194