หมวดหมู่
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่มุสลิมไทย โพสต์
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> Muslimthai Focus
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
เกาะติดข้อพิพาท กรณีเขาพระวิหาร


เขาพระวิหาร




เขาพระวิหาร

          กลายเป็นปัญหาที่เรื้อรังกันมาหลายสิบปีแล้ว สำหรับข้อพิพาทกรณีปราสาทเขาพระวิหาร ที่ไทยและกัมพูชาต่างมีจุดยืนที่ขัดแย้งกันโดยสิ้นเชิง และไม่มีทีท่าว่าจะตกลงกันได้ ยิ่งล่าสุด เมื่อกัมพูชาได้ดำเนินการขอขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหารให้เป็นมรดกโลกอย่างจริงจังอีกครั้ง โดยอ้างว่าเป็นโบราณสถานที่อยู่ในเขตประเทศตน งานนี้ก็เลยทำให้ข้อพิพาทนี้กลายเป็นประเด็นใหญ่โตขึ้นมาอย่างไม่มีข้อสงสัย และดูท่าว่าเรื่องนี้คงไม่จบกันได้ง่าย ๆ เมื่อไทยและกัมพูชาต่างอ้างอิงแผนที่คนละฉบับกันอยู่ และต่างฝ่ายต่างก็ยืนยันในจุดยืนของตัวเองชัดเจน

          เริ่มจากฝ่ายกัมพูชา ที่พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้คณะกรรมการมรดกโลกลงมติรับรองให้ปราสาทเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก ซึ่งกระบวนการดังกล่าวก็มาถึงขั้นตอนการนำเสนอการจัดการพื้นที่ปราสาทเขาพระวิหารให้คณะกรรมการมรดกโลกได้พิจารณากันแล้ว ในการประชุมเมื่อวันที่ 22-30 มิถุนายนที่ผ่านมา ที่ประเทศสเปน ซึ่งหากการนำเสนอครั้งนี้ได้รับการลงมติรับรองจากคณะกรรมการมรดกโลก ก็จะทำให้ปราสาทเขาพระวิหารได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยสมบูรณ์

          ส่วนอีกฝ่าย คือ รัฐบาลไทย ก็ยังยืนยันจุดยืนเดิมว่าจะคัดค้านการขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก และไม่เห็นด้วยที่จะยกเลิกบันทึกความเข้าใจการสำรวจ และการปักปันเขตแดนทางบกปี 2543 หรือ เอ็มโอยู แล้วไปยอมรับการแบ่งพื้นที่ตามแผนที่ที่กัมพูชาได้ โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ได้ยืนยันอย่างหนักแน่นว่ารัฐบาลไทยจะยึดหลักสันปันน้ำในการแบ่งพื้นที่บริเวณปราสาทเขาพระวิหาร และไม่ยอมรับการใช้พื้นที่ของกัมพูชาอย่างเด็ดขาด เพราะถือเป็นการรุกล้ำอธิปไตยของไทย ขณะเดียวกัน ก็ยังมีหลายหน่วยงานของไทยแสดงจุดยืนว่า รัฐบาลไม่ใช่เพียงคัดค้านการขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกเท่านั้น ต้องเรียกร้องยกเลิกบันทึกความเข้าใจการสำรวจและการปักปันเขตแดนทางบกปี 2543 แล้วขับไล่ทหารและชาวกัมพูชาออกจากพื้นที่ดังกล่าวให้หมด เพื่อรักษาผลประโยชน์และอธิปไตยของประเทศไว้

          จากข้อขัดแย้งดังกล่าว ทำให้ทั้งไทยและกัมพูชาต่างเตรียมแถลงจุดยืนที่หนักแน่น ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก ที่ประเทศบราซิล ซึ่งการประชุมนี้ถูกเลื่อนจากวันที่ 28 กรกฎาคมเป็นคืนวันที่ 29 กรกฎาคมนี้ (ตามเวลาประเทศไทย) โดยในการประชุมลงมติกรณีพิพาทดังกล่าวจะใช้คะแนนเสียง 2 ใน 3 ของคณะกรรมการจาก 21 ชาติ ซึ่งทางผู้แทนไทยก็ได้หารือกันเกี่ยวกับท่าที แนวโน้มของคะแนนเสียงในที่ประชุม พร้อมทั้งได้มีการโน้มน้าวใจจากคณะกรรมการประเทศอื่นเพื่อสนับสนุนฝ่ายไทย

          ขณะที่การหยั่งเสียงล่าสุดยังพบว่า คณะกรรมการส่วนใหญ่ยังคงสนับสนุนฝ่ายกัมพูชาเป็นจำนวนมาก แต่อย่างไรก็ตาม ทางรัฐบาลไทยก็ได้เตรียมรับมือไว้แล้ว โดยอาจจะใช้วิธีวอล์คเอาท์จากที่ประชุมเพื่อแสดงจุดยืนว่า ไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของกัมพูชา และอาจจะถอนตัวออกจากภาคีมรดกโลกก็ได้ ซึ่งทางรัฐบาลไทยจะให้อำนาจแก่ นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นผู้แทนไทยในการร่วมประชุมครั้งนี้ ในการตัดสินใจอย่างเต็มที่ เพื่อรักษาไว้ซึ่งผลประโยชน์ของชาติ โดยในขณะนี้ นายสุวิทย์ คุณกิตติ ก็ได้ยอมรับว่าหนักใจกับการเข้าร่วมประชุมครั้งนี้อย่างมาก แต่ก็จะทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายอย่างดีที่สุด

          ขณะที่ฝ่ายกัมพูชา นายฮอร์ นัมฮง  รัฐมนตรีต่างประเทศของกัมพูชา ก็ได้มีการออกมาโจมตีความเคลื่อนไหวของฝ่ายไทย ที่พยายามคัดค้านการขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก โดยนายฮอร์ได้ กล่าวว่า รัฐบาลกัมพูชาทราบดีว่าทางการไทยเตรียมประท้วง และจะไม่ยอมรับการขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกแน่นอน แต่ทางกัมพูชาไม่ได้รู้สึกหนักใจกับท่าทีของรัฐบาลไทยเลย เพราะคิดว่าความพยายามของฝ่ายไทยนั้นเป็นความพยายามของพวกคนตกยุค ที่มัวแต่จมอยู่กับอดีต และชอบขุดคุ้ยเรื่องราวในอดีตขึ้นมาเป็นประเด็นอยู่ไม่จบไม่สิ้น ซึ่งมันจะเป็นความพยายามที่สูญเปล่าอย่างแน่นอน เพราะไม่ว่าทางไทยจะพยายามมากแค่ไหน ก็ไม่มีทางจะเปลี่ยนแปลงความจริงที่ว่าปราสาทเขาพระวิหารเป็นของกัมพูชาได้ 

          ด้านนายเจีย ดารา รองผู้บัญชาการกองทัพบกกัมพูชาในจังหวัดพระวิหารออกมาเปิดเผยว่า เขาได้แจ้งกับบรรดานักการทูตของนานาชาติในกรุงพนมเปญไปแล้ว เกี่ยวกับพฤติกรรมของ ทางการไทยที่พยายามใช้พระสงฆ์และชาวบ้าน เป็นเครื่องมือในการรุกล้ำพรมแดนของกัมพูชา บริเวณพื้นที่โดยรอบปราสาทเขาพระวิหารตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ซึ่งคนไทยควรยุติพฤติกรรมดังกล่าวได้แล้ว แต่ถ้ายังไม่หยุดทางกัมพูชาก็จะต้อนรับคนไทยที่รุกล้ำดินแดนของกัมพูชาด้วยกระสุนปืน

          อย่างไรก็ดี นางไอรินา โบโกวา ผู้อำนวยการใหญ่แห่งยูเนสโก ได้เปิดเผยเกี่ยวกับประเด็นข้อพิพาทดังกล่าวว่า หัวใจสำคัญของภารกิจองค์กรยูเนสโก คือการคุ้มครองและส่งเสริมมรดกทางวัฒนธรรมและทางธรรมชาติด้วยความสันติ ความเคารพ และปราศจากอคติ อยากให้มรดกโลกเป็นสัญลักษณ์แห่งสันติภาพ การร่วมมือและปรองดองกัน

 

จากกระปุกดอทคอม

 

 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
บทความที่น่าสนใจ
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com

Warning: include(../../main/globalsitemap.php): failed to open stream: No such file or directory in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194

Warning: include(): Failed opening '../../main/globalsitemap.php' for inclusion (include_path='.:/usr/lib/php:/usr/local/lib/php') in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194