หมวดหมู่
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่มุสลิมไทย โพสต์
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> Muslimthai Focus
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
มาร์ค แฉนปช.จ้องป่วนแน่เร็วๆนี้ แก้แค้นรัฐบาล
"มาร์ค"แฉนปช.จ้องป่วนแน่เร็วๆนี้ แก้แค้นรัฐบาล
เตรียมใช้กม.ฟันพวกหัวรุนแรง บิ๊กบัง-พ่อเมืองหนุนพรก.ฉุกเฉิน
ดีเอสไอส่ง"อ้อ-อ้าย"เข้าเรือนจำ ยันเป็นผู้จัดจำหน่ายบึ้ม!รายใหญ่

 แจงท่อแดง: นางมยุรี เศวตาศัย หรือ แกนนำเสื้อแดง อยุธยา เข้าชี้แจงการทำธุรกรรมทางการเงินต่อดีเอสไอ พร้อมกับยอมรับว่าจ่ายเงินค่าอาหารให้เสื้อแดงแสนกว่าบาท 
 เสี่ยใบหยก:นายพันธุ์เลิศ ใบหยก เจ้าของตึกใบหยก เข้าชี้แจงการทำธุรกรรมต่อดีเอสไอ เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2553 

 เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า กลุ่มเสื้อแดงแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) มีความต้องการที่จะเคลื่อนไหว ในระยะอันใกล้นี้แน่นอน และจะขึ้นอยู่กับสถานการณ์เงื่อนไขที่จะใช้ในการเคลื่อนไหว 
 คำสัมภาษณ์ของนายกรัฐมนตรี ได้สอดคล้องกับรายงานของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง ผู้อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.)ที่รายงานต่อ ครมเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ที่ระบุกลุ่มเสื้อแดงมีการเคลื่อนไหวสะสมอาวุธจ้องล้มรัฐบาลก่อนสิ้นปี เพื่อให้ครม.ต่อพรก.ฉุกเฉินทั้ง 24 จังหวัด แต่ครม.อนุมัติให้ต่อแค่ 19 จังหวัด เป็นเวลา3 เดือน 

 พร้อมใช้กฎหมายจัดการ 
 นายอภิสิทธิ์ ยังให้สัมภาษณ์ถึงการรับมือกลุ่มเสื้อแดงที่จะเคลื่อนไหวนัดล้างตาเพื่อล้มรัฐบาลหนนี้ว่า รัฐบาลจะดูแลสถานการณ์บ้านเมืองให้ดีที่สุด โดยใช้2 ทางคือ การบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มคนที่โน้มเอียงไปในเรื่องความรุนแรง กับอีกด้านคือการพยายามทำความเข้าใจกับประชาชนไม่ให้ถูกชักนำมาเป็นเครื่องมือของคนที่จะใช้ความรุนแรง 
 กระนั้นก็ตาม นายกฯยอมรับว่า เป็นเรื่องที่ยังไม่ง่ายนัก ที่จะเข้าถึงกลุ่มคนดังกล่าว เพราะหน่วยงานที่เข้าไปทำ ก็รายงานกลับมาว่ายังไม่ง่ายนัก ซึ่งเหตุผลที่ต้องดึงเอาภาคส่วนต่างๆเข้ามาช่วยกันทำมากขึ้น 

 ปิดทางนปช.เปิดทีวีช่องใหม่ 
 ด้านความพยายาม ของกลุ่มเสื้อแดง ในการติดตั้งสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมช่องใหม่"เอเชีย อัพเดต" ขึ้น นั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ต้องดูว่าถ้าตั้งขึ้นมาผิดกฎหมายก็ทำไม่ได้ ส่วนจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิดปัญหาอีกรอบหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เขามีความพยายามที่เคลื่อนไหวอยู่ แต่ในส่วนของรัฐบาล นั้น สามารถทำได้เท่าที่มีอำนาจตามกฎหมาย เราคงไม่สามารถที่จะไปใช้วิธีการอื่นได้ แต่บางเรื่องก็ยังมีช่องโหว่ในทางกฎหมายอยู่ 
 ส่วนจะมีการปิดช่องโหว่ในทางกฎหมาย หรือไม่นั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า มันไม่สามารถทำได้ง่ายๆ เพราะบางเรื่องมันเป็นอำนาจ ซึ่งโดยหลักการไม่ได้อยู่กับรัฐบาลแล้วแต่ไปอยู่กับองค์กรอิสระ อย่างไรก็ดี นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นครั้งที่ 3 ครั้งนี้พึงระมัดระวังอย่างเต็มที่แม้กระทั่งการที่เราคง พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯทั้งๆที่ทราบว่าจะมีแรงกดดันจากบางฝ่ายเรา ก็ทำเพื่อจะให้มันเปลี่ยนผ่านไปสู่การมีความสงบในบ้านเมือง 

 เร่งเข็นพรบ.คืนอาวุธปืน 
 ด้านการที่ ครม.มีมติออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรมอาวุธสงครามและวัตถุระเบิด นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลเห็นว่าขณะนี้มีการใช้อาวุธสงครามเข้ามาเกี่ยวข้องการชุมนุมมากขึ้น ต้องหาทางที่จะมีกลไกและแรงจูงใจให้อาวุธที่อยู่ในมือของคนต่างๆคืนกลับมา สู่การครอบครองของภาครัฐ แต่ว่าจะเป็นการดำเนินการในเวลา 60 วันหลังจากกฎหมายบังคับใช้ ถ้ามาคืนจะไม่มีความผิด 
 ส่วนการนำเข้าพิจารณาสภาผู้แทนราษฎร จะทันต่อการแก้ไขสถานการณ์หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราก็พยายามที่จะเร่ง ตั้งใจว่าจะให้พิจารณาในสภาให้สั้นที่สุด โดยพยายามเสนอ 3 วาระรวด มันไม่มีทางเลือกอื่น เพราะมันเป็นความพยายามทำให้เราบังคับใช้กฎหมายได้ง่ายขึ้น ส่วนที่ไม่ออกเป็นพระราชดำหนด(พ.ร.ก.)นั้นอาจจะมีปัญหาได้หากถูกตีความ หากถูกตีความกฎหมายมันจะใช้ไม่ได้เลย 

 "เทือก"ยอมรับทำงานลำบาก 
 วันเดียวกัน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ในฐานะ ผอ.ศอฉ.กล่าวถึงการคงพรก.ไว้แค่ 19 จังหวัดและยกเลิกอีก 5 จังหวัด โดยเห็นว่า ศอฉ.คงทำงานยากขึ้นเพราะได้ประเมินสถานการณ์มาตลอด เห็นว่าสถานการณ์บ้านเมืองยังไม่น่าไว้วางใจ ยังมีคนคิดร้ายต่อบ้านเมือง และดำรงความมุ่งหมายเหมือนเดิม คนที่เป็นหัวขบวน เป็นนายทุน ยังไม่บรรลุเป้าหมาย เลยสั่งการให้มีการเคลื่อนไหวต่อ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่น่าหนักใจ ตนเชื่อว่าคนไทยไม่ปรารถนาที่จะเห็นการเผาบ้าน เผาเมือง เห็นการเอาอาวุธมาไล่ฆ่าฟันเจ้าหน้าที่ 
 ดังนั้นจึงมีความเห็นว่าควรจะต้องคง พ.ร.ก.ไว้อีกระยะหนึ่ง จนกว่าจะมั่นใจได้ว่าไม่มีการยุยงปลุกปั่นให้ผู้คนเข้าใจผิด หรือลุกขึ้นมาแสดงความโกรธเคืองด้วยข้อมูลที่ผิด ๆ แต่เมื่อรายงานครม.แล้ว ทางครม.ก็มองอีกมุมหนึ่ง และให้เลิกพรก.ฉุกเฉิน 5 จังหวัด ซึ่งไม่มีปัญหาอะไร ศอฉ.ก็ต้องปฎิบัติตาม เพราะ ศอฉ.อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ครม. 

 บอกนายกฯไม่ได้หักหน้า 
 ผู้สื่อข่าวถามว่ามองว่าการที่ครม.มีมติเช่นนี้เป็นการที่นายกรัฐมนตรีหักหน้าหรืองัดข้อ ศอฉ. จะทำให้การทำงานของศอฉ.เสียกระบวนหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า "ไม่มีเหตุผลอะไรที่นายกรัฐมนตรีจะมาหักหน้าผมหรือ ศอฉ. เพราะ ศอฉ.เป็นมือเป็นเท้าให้กับนายกรัฐมนตรี ถ้ามาหักก็เหมือนกับหักมือหักเท้าตัวเอง จะไปทำทำไม แต่นายกรัฐมนตรีมีความรับผิดชอบมากกว่าผม และต้องมองรอบด้านมากกว่า ในขณะที่ตนมีหน้าที่ความรับผิดชอบ ทำให้ประเทศชาติอยู่รอดปลอดภัย ในขณะที่นายกรัฐมนตรีต้องมองเรื่องอื่นอีก" นายสุเทพ กล่าว 
 เมื่อถามว่าการที่นายกรัฐมนตรีติงว่าไม่ควรเสพติดพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไปสอดคล้องกับมุมมองของบุคคลและองค์กรภายนอกที่ตำหนิคัดค้านการที่ศอฉ.คงพ.ร.ก.อย่างต่อเนื่อง นายสุเทพ กล่าวว่า คิดว่านายกรัฐมนตรีเปรียบเปรย และเป็นคำพูดที่เปรียบเปรยว่าถ้าเราใช้ พ.ร.ก.นี้นานเกินไป จะทำให้เกิดความเคยชิน และเกิดความรู้สึกว่าเหมือนเสพติด ซึ่งจะทำให้เกิดความกังวลใจว่าหากไม่มี พ.ร.ก. จะทำอย่างไร เราทำเท่าที่มีความจำเป็นต้องทำเท่านั้น 
 ผู้สื่อข่าวถามว่าการใช้พรก.ฉุกเฉิน กันพร่ำเพรื่อ และกินระยะเวลานานเหมือนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนก็เป็นคนไทย เป็นมนุษย์ปุถุชนธรรมดา มีหัวใจเหมือนกับคนไทย ตนเริ่มเข้าอายุปีที่ 62 แล้วก็เตรียมตัวรีไทร์ ตัวเอง กลับไปทำงานให้กับครอบครัว และประชาชน ก็หวังที่จะเห็นบ้านเมืองมีความสงบเรียบร้อย ไม่ได้คิดบ้าอำนาจอะไร หรือคิดที่จะอยู่ในอำนาจ เพราะไม่ใช่เรื่องสนุกเท่าไหร่นักกับการที่มาทำงานแบบที่ตนทำอยู่นี้ 

 หนุนศอฉ.สอบ"พร้อมพงษ์" 
 นายสุเทพ ยังสนับสนุนให้ ศอฉ.ดำเนินคดีกับนายพร้อมพงษ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ที่ไปกล่าวหาทหารหลอกกลุ่มเสื้อแดงจากเวทีราชประสงค์ ไปขังไว้ที่ค่ายทหารแห่งหนึ่งที่จ.กาญจนบุรี 
 "เป็นการพูดโกหกทั้งสิ้น ผมตรวจสอบแล้ว ไม่ได้เป็นไปตามข้อกล่าวหา"นายสุเทพ ยืนยัน 
 ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทยเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเปิดสถานีโทรทัศน์เสื้อแดง "ทีวีเอเชียอัพเดท" ทางศอฉ.จะติดตามการเคลื่อนไหวนี้อย่างไร นายสุเทพ กล่าวว่า การใช้สื่อถ้าเอามาปลุกระดมด้วยการบิดเบือนข้อเท็จจริง ทำให้คนไทยเกลียดชังระหว่างกัน ทำให้คนไทยบาดหมางกัน บ้านเมืองตกอยู่ในอันตรายก็จะดำเนินการตามกฎหมาย ตนจะติดตามความเคลื่อนไหวนี้ 

 แฉนปช.ซ่องสุมกำลังฝึกอาวุธ 
 นายเทพไท เสนพงษ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว่า ทางพรรคได้รับข้อมูลว่ากลุ่มนปช. ยังมีการเคลื่อนไหวและซ่องสุมกำลังในบางพื้นที่ โดยได้รับข้อมูลมาอย่างน้อย 3 จุด ซึ่งได้ระบุเส้นทางและวิธีการว่ามีการฝึกกองกำลังใช้อาวุธคือ 1.เขาโลมฟาน อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา ที่ต้องเดินทางเข้าไปกว่า 10 ชั่วโมง 2.การ ฝึกอาวุธของกลุ่มกะเหรี่ยงที่ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ซึ่ง หากเสร็จสิ้นภารกิจแล้วก็จะถอยกำลังไปยังตะเข็บชายแดน และ 3.แฟลตการเคหะ 53 ซ.คู้บอน ที่มีการชุมนุมของกลุ่มคนชุดดำเป็นประจำ จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องติดตามพฤติกรรมอย่างใกล้ชิด และจะส่งข้อมูลทั้งหมดให้กับศอฉ.เพื่อติดตามตรวจสอบต่อไป 
 ทั้งนี้เห็นว่ารัฐบาลทำถูกแล้ว ที่ยังคงพรก.ฉุกเฉิน เอาไว้เพื่อให้บ้านเมืองเกิดความสงบเรียบร้อย 

 "บิ๊กบัง"หนุน พรก.ฉุกเฉิน 
 วันเดียวกัน พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน หรือ"บิ๊กบัง" ประธานที่ปรึกษาพรรคมาตุภูมิ อดีตประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ(คมช.)กล่าวสนับสนุนที่รัฐบาลยังคง พรก.ฉุกเฉิน 19 จังหวัด โดยให้เหตุผลว่า แม้อาจจะกระทบต่อการท่องเที่ยว เรื่องเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของประชาชน แต่เห็นว่าในเรื่องความปลอดภัย ในชีวิตและทรัพย์สิน ก็เป็นเรื่องสำคัญ 
 เมื่อถามว่าหากนำ พรบ.ความมั่นคงฯมาใช้จะสามารถที่จะเทียบเคียงได้หรือไม่ พล.อ.สนธิ กล่าวว่า ต้องดูในเนื้อหาและรายละเอียดของ พรก.เพราะรัฐบาลคงพิจราณาเรื่องของผลประโยชน์ของชาติ เป็นสำคัญ หากยังคง พรก.อยู่ความเรียบร้อยก็สามารถที่จะจัดการได้ 
 เมื่อถามว่า ในมาตรา 17 ให้อำนาจฝ่ายความมั่นคงมากเกินไปหรือไม่ พล.อ.สนธิ กล่าว ว่า พรก.ดังกล่าวคงไม่ให้อำนาจมากเกินไป ถ้าเจ้าหน้าที่ไปดำเนินการก็ต้องอยู่ภายใต้พรก. ไม่สามารถใช้อำนาจเกินกว่าที่กฏหมายกำหนด 

 บอกทำให้ชาติปลอดภัย 
 เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตุว่าการที่รัฐบาล คงพรก.ฉุกเฉินไว้ เพราะไม่ให้เสื้อแดงฟื้นใช่หรือไม่ พล.อ.สนธิ กล่าวว่า เรื่องของความมั่นคงไม่เกี่ยวกับคนเสื้อแดง เพราะคนเสื้อแดงก็อาจไม่ใช่ต้นเหตุที่ออกมาสร้างสถานการณ์ แต่เพราะมี พรก.ฉุกเฉิน จึงทำให้มีความปลอดภัยและความสงบ 
 พล.อ.สนธิ ยังกล่าวถึง สถานภาพอายุของรัฐบาล ว่า รัฐบาลขณะนี้มีความเข้มแข็ง และส.ส.ซีกรัฐบาลก็เกินกึ่งหนึ่ง ดังนั้นการบริหารจัดการของรัฐบาลที่มีประสบการณ์ น่าจะอยู่ไปได้อีกนาน ทั้งนี้ทางพรรคมาตุภูมิ ยังพร้อมที่จะสนับสนุนรัฐบาลต่อไป 

 เชียงใหม่-อุดร หนุนพรก.ฉุกเฉิน 
 นายอมรพันธุ์ นิมานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรีมีมติต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 19 จังหวัด ไปอีก 3 เดือน ซึ่งรวม จ.เชียงใหม่ ด้วย ว่า เพราะสถานการณ์ใน จ.เชียงใหม่ ไม่น่าไว้วางใจ โดย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จะเป็นเครื่องมือให้เจ้าหน้าที่ทำงานง่ายขึ้น 
 ทั้งนี้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไม่ได้กระทบการดำเนินชีวิตประจำวันของประชาชน แต่ยอมรับกระทบต่อการท่องเที่ยวบ้าง ซึ่งทางจังหวัดได้เร่งจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวอีกทางหนึ่ง สำหรับวิทยุชุมชนนั้นให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีกับเจ้าหน้าที่ ส่วนสถานีที่มีการปลุกระดมยั่วยุให้เกิดความรุนแรงนั้น ได้มีการยุติการออกอากาศไปแล้ว 
 ขณะที่นายวิรัตน์ ลิ้มสุวัฒน์ รักษาการผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ยอมรับว่า สถานการณ์ในจังหวัดยังไม่สงบ ยังมีข่าวลอบวางระเบิดและเผาศาลากลาง จึงจำเป็นต้องคง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในจังหวัดไว้ก่อน พร้อมกันนี้ จะชี้แจงให้ภาคเอกชนเข้าใจและปรับตัวกับสถานการณ์ดังกล่าว 
 ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็น 1 ใน 5 จังหวัดที่คณะรัฐมนตรีมีมติยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน กล่าวว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการประเมินอย่างรอบคอบแล้ว จึงตัดสินใจยกเลิก อย่างไรก็ตาม จ.นครปฐม ยังมีการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงอยู่บ้าง แต่ยังอยู่ในขั้นที่ควบคุมได้ ทั้งนี้ หากมีการเคลื่อนไหวที่รุนแรง ก็คงยอมกันไม่ได้ 

 ดีเอสไอฝากขัง"อ้อ-อ้าย" 
 ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เมื่อเวลา 10.00 น.นี้ พ.ต.ท.พเยาว์ ทองเสน พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ควบคุมตัวนายกอบชัย หรืออ้าย บุญปลอด อายุ 43 ปี และนางวริศรียา บุญสม อายุ 43 ปี ผู้ต้องหาคดี " ร่วมกันผลิต และมีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ทำให้เกิดระเบิดจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่ทรัพย์สิน และน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคนอื่น และก่อการร้าย" ตามประมาวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,135/1,221,222,33/1 พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ มาตรา 38 และ74 มาขออำนาจศาลฝากขังครั้งแรก โดยคำร้องฝากขังระบุพฤติการณ์สรุปว่า 
 เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.53 เวลา 11.00 น.ผู้ต้องหาทั้งสองได้ร่วมกับพวกรวม 7 คน ใช้ถังแก๊สประกอบเป็นระเบิดแล้วนำไปวางในซอยพหลโยธิน 43 ข้างที่ทำการพรรคภูมิใจไทย จนเกิดระเบิด เหตุเกิดแขวงและเขตลาดพร้าว ต่อเนื่องแขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. ต่อมาทางการกัมพูชาจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองได้และส่งตัวกลับมาดำเนินคดียังประเทศไทยเมื่อวัน 5 ก.ค.ที่ผ่านมา 
 พนักงานสอบสวนได้สอบสวนมาโดยตลอด แต่ยังไม่แล้วเสร็จ ต้องสอบพยานบุคคลอีก 20 ปาก รอผลการตรวจพิมพ์ลายนิ้วมือ ผลสอบรายการใช้โทรศัพท์และธุรกรรมการเงิน และตรวจหาสารวัตถุระเบิดที่บ้านผู้ต้องหา และอื่น ๆ ด้วยความจำเป็นดังกล่าว จึงขอฝากขังผู้ต้องหาทั้งสองไว้ 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 7 - 18 ก.ค. นี้ 
 ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนขอคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากพฤติการณ์ของผู้ต้องหา เป็นการก่อเหตุร้ายแรงให้เกิดความปั่นป่วนและความหวาดกลัวในหมู่ประชาชน หากได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวเกรงว่าจะหลบหนีหรือไปยุ่งเหยิงต่อพยานหลักฐาน ศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้านจึงอนุญาตให้ฝากขังได้ 

 ส่งตัวผู้ต้องหาเข้าเรือนจำ 
 ต่อมาเวลา 12.45 น เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้ควบคุมผู้ต้องหาทั้งสองขึ้นรถเรือนจำไปควบคุมไว้ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพและทัณฑสถานหญิงกลาง ต่อไป 
 วันเดียวกันนี้ พ.ต.ท.พเยาว์ ทองเสน พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ยัง ได้ยื่นคำร้องขอฝากขังครั้งที่ 2 นายอเนก สิงขุนทด,นายกำพล คำคง,และนายเดชพล พุทธจง แนวร่วม นปช.ผู้ต้องหาร่วมกันวางระเบิดพรรคภูมิใจไทยต่อศาลอาญอีกเป็นเวลา 12 วัน จนถึงวันที่ 19 ก.ค. นี้ เนื่องจากต้องสอบพยานอีก 14ปาก รอผลการตรวจพิสูจน์ของกลาง ,รอผลสอบประวัติอาชญากรรม และอื่น ๆ ผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอร์เร้นท์ ไปยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพ 

 สารภาพจดสูตรทำระเบิด 
 ด้าน นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แถลงว่าจากการสอบปากคำ นายกอบชัย และนางวริศรียา นั้นสาระสำคัญเพิ่มขึ้น จากที่ก่อนหน้านี้ ได้ค้นพบสิ่งของสำคัญคือโทรศัพท์มือถือจากอ้อ 3 เครื่อง และจากอ้าย 2 เรื่อง รวมถึงค้นกระเป๋าถือสุภาพสตรี 
 "ก่อนที่เราจะค้นกระเป๋า ที่มีสมุดจดบันทึก เราถามเขาก่อนว่าเป็นกระเป๋าเขาจริงหรือไม่ ซึ่งเขายอมรับว่ากระเป๋า และสมุดเป็นของเขาจริง แต่ลายมือจดสูตรการผลิตระเบิดตอนแรกเขาตกใจเพราะไม่ใช่ลายมือเขา แต่เมื่อคืนที่ผ่านมาพนักงานสอบสวน ได้สอบสวนขยายผล และอ้าย ยอมรับสารภาพว่าเป็นคนจดสูตรเป็นลายมือของเขาเอง เห็นชัดว่าสมุดเป็นของอ้อ เก็บในกระเป๋าสะพายอ้อ แต่เป็นลายมืออ้าย ตรงนี้จะพิสูจน์ลายมืออีกครั้ง" 

 DSIชี้ซัพพลายเออร์รายใหญ่ 
 อธิบดีดีเอส ไอ แถลงด้วยว่า ประการสำคัญ การผลิตระเบิดของอ้อ กับอ้าย เป็นลักษณะซัพพลายเออร์ รายใหญ่ ไม่ใช่เล็กๆ อย่างที่เกิดเหตุที่ข้างพรรคภูมิใจไทย เพราะมีจำนวนที่มากกว่านั้น 
 ผู้สื่อข่าวถามว่าสูตรที่จดเป็นระเบิดชนิดใด และมีเฉพาะระเบิดที่ประกอบจากถังแก๊สหรือไม่ อธิบดีดีดีเอสไอ กล่าวว่า เขายอมรับว่าจดสูตรมาอีกที แสดงว่าเขาไม่มีความรู้ในด้านนี้ 
 ผู้สื่อข่าวถามว่าสูตรที่พบเป็นสูตรเดียวกับที่พบในการก่อเหตุพื้นที่ภาคใต้หรือไม่ นายธาริต กล่าวว่า ไม่สามารถบอกได้เพราะรายละเอียดทั้งหมดจะอยู่ที่พนักงานสอบสวน 
 ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า มีความชัดเจนเรื่องพยานหลักฐานหรือยังว่าทั้ง 2 คนนั้นเกี่ยวข้อง นายธาริต กล่าวตอบว่า เกี่ยวข้องแน่นอน เราจึงได้แจ้งข้อหา ทำผลิต มีไว้ในครอบครอง ทำให้เกิดระเบิด และร่วมกันก่อการร้าย 
 อธิบดีดีเอสไอ เปิดเผยว่า วันนี้ได้ฝากขังผู้ต้องหาต่อศาลอาญา และยื่นคำร้องขอรับตัวกลับมา เพราะเราจะให้เขานำไปชี้บ้านที่เกิดเหตุเพราะฝ่ายชายรับสารภาพในรายละเอียดว่าจดสูตรระเบิด ขึ้นอยู่กับศาลจะอนุญาตหรือไม่ ถ้าอนุญาตในวันที่ 8 กรกฎาคม จะนำไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ 

 จ่อค้นบ้าน"อ้อ"ย่านโชคชัย 4 
 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อธิบดีดีเอสไอ ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีก่อการร้ายได้ประสานไปยัง พ.ญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ขอสนับสนุนเจ้าหน้าที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ให้เข้าสนับสนุนภาระกิจการเข้าตรวจสอบพยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์หาสารประกอบวัตถุระเบิดและดีเอ็นเอ เพื่อหาพยานหลักฐานประกอบสำนวนเพิ่มเติม ที่บ้านของ น.ส.ริศรียา บุญสม หรืออ้อ เลขที่ 36/79 โชคชัย 4 ซอย 82 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กทม.ในเวลา 13.00 น.ของวันที่ 9 ก.ค. หลังจากการสอบสวนของดีเอสไอพบว่า นายกอบชัย บุญปลอด หรือ อ้าย ให้การรับสารภาพยอมรับว่า เกี่ยวข้องกับเหตุวางระเบิดพรรคภูมิใจไทย 

 จี้บัวแก้วขอตัวพายัพ-ดีเจอ้อม 
 พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผช.ผบ.ตร. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการขยายผลสอบสวนคดีนางวริศรียา และนายกอบชัย ผู้ต้องหาคดีระเบิดพรรคภูมิใจไทย ว่า คดีนี้อยู่การการดูแลของดีเอสไอแล้ว และเชื่อว่าคงจะได้ข้อมูลเบาะแสเพิ่มเติม 
 เมื่อถามว่ามีการประสานงานกับประเทศกัมพูชาเพื่อส่งตัวคนอื่นกลับมา พล.ต.ท.อัศวิน กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศ โดยอธิบดีกรมอาเซียน นายพีระพงษ์ ณ ระนอง 
 เมื่อถามว่าเบื้องต้นผู้ต้องหาระบุหรือไม่ว่ามีแกนนำนปช.คนอื่นอยู่ที่กัมพูชาด้วย พล.ต.ท.อัศวิน กล่าวว่า เขาบอกได้พบเห็นพบปะพูดจากับนางกัญญาภัค มณีจักรหรือดีเจอ้อม นายพายัพ ปั้นเกตุ แกนนำกลุ่มนปช. และมีผอ.อีกคน แต่ไม่ได้ระบุชัดว่าเป็นใคร ทั้งนี้ผู้ต้องหาไม่ได้พูดถึงว่าได้พบกับนายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง กับนายสุภรณ์ อัตคถาวงศ์ เชื่อว่าเขาคงไม่เจอ ซึ่งเราไม่แน่ใจว่าอยู่ที่ไหน 
 เมื่อถามถึงว่าในส่วนดีเจอ้อมและนายพายัพ ก็เป็นที่ต้องการตัวของทางการไทย แต่ทำไมกัมพูชาไม่ส่งตัวกลับมา พล.ต.ท.อัศวิน กล่าวว่า ตอบไม่ได้ เพราะตนทำเฉพาะคดีอาชญากรรมซึ่งเป็นหน้าที่ของตำรวจ คนอื่นเป็นคดีการเมืองก็ว่ากันไป ต่างคนต่างแยกกันทำ 
 เมื่อถามว่าได้ข้อมูลกลุ่มนปช.ที่เข้าไปอยู่กัมพูชาว่ามีใครบ้าง พล.ต.ท.อัศวิน กล่าวว่า เป็นเรื่องลับ ขอสงวนไว้ก่อน แต่มีการประสานกันอยู่ เมื่อถามว่าอ้ออ้ายไม่เคยบอกว่าถูกเสื้อแดงหักหลัง พล.ต.ท.อัศวิน กล่าวว่า ต้องไปฟังเทปที่เขาให้สัมภาษณ์ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ 

 เผย"เนวิน"ไม่ได้อยู่ในบัญชีถูกฆ่า 
 พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาราชการแทน ผบ.ตร. (รรท.ผบ.ตร.) กล่าว ว่า ตนยังไม่ทราบรายละเอียดที่ นายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย ออกมาระบุเขา ตนเองเป็นหนึ่งในเป้าหมายของบุคคลที่จะถูกลอบสังหารเช่นเดียวกับ นายกรัฐมนตรี และ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี โดยมี มิสเตอร์พี เป็นผู้วางแผนอยู่เบื้องหลัง 
 "ผมยังไม่รู้ว่า มิสเตอร์พีคือใคร เบื้องต้นทางการข่าวไม่มีชื่อ นายเนวิน ตกเป็นเป้าหมายที่จะถูกลอบสังหาร"พล.ต.อ.ปทีป กล่าว 

 "บุญจง"ปัดเอ่ยถึงมิสเตอร์พี 
 นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย แกนนำพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีผู้ร่วมก่อเหตุวางระเบิดที่ทำการพรรคภูมิใจไทย ที่ยังคงถูกเจ้าหน้าที่ตามจับกุมตัวอีกหลายราย ว่า เรื่องนี้มีการเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่าย มีผู้เกี่ยวข้องหลายคน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการจับกุมเป็นระยะๆ ในส่วนที่กำลังหลบหนี คงไม่เกินความสามารถของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่จะนำตัวมาดำเนินคดี เพราะทั้งหมดมีตัวตนจึงไม่ใช่เรื่องยาก 
 เมื่อถามถึงกระแสข่าวที่ระบุว่า นายเนวิน ชิดชอบ แกนนำกลุ่มเพื่อนเนวิน กล่าวในที่ประชุมพรรคภูมิใจไทย ว่า ผู้ที่วางแผนลอบทำร้ายนายเนวิน คือ มิสเตอร์พี นายบุญจง กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่าเป็นใคร ถ้านายเนวิน พูด ก็ต้องไปถามนายเนวิน เมื่อถามว่าย้ำว่า มิสเตอร์พี ย่อมาจาก พายัพ ปันเกตุ หรือไม่ นายบุญจง กล่าวว่า ไม่ทราบ พร้อมยุติการให้สัมภาษณ์ทันที 

 พร้อมพงษ์รอหมายเรียกศอฉ. 
 นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตนพร้อมเข้าชี้แจง กับศอฉ.กรณีที่ตนเผยว่าทหารหลอกกลุ่มเสื้อแดงไปขังไว้ที่ค่ายทหารแห่งหนึ่งที่ จ.กาญจนบุรี ทั้งนี้ขอให้ ศอฉ.มีหมายเรียกมาแล้วตนจะไป ซึ่งตนไม่ได้บิดเบือน แต่ผู้ที่ถูกขังเขามาร้องกับพรรคเพื่อไทย และเราต้องการพิสูจน์เรื่องนี้ให้สังคมรับทราบ โฆษกพรรคเพื่อไทย ยังได้ยื่นเรื่องดังกล่าวต่อ คณะกรรมการสิทธิมนุษย์ชนแห่งชาติให้เข้าไปตรวจสอบอีกด้วย 

 ต้องนิรโทษกรรมทั้งหมด 
 พล.ต.อ.วิรุฬ ฟื้นแสน ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย กล่าวให้ความเห็นกรณีที่รัฐบาลเตรียมเสนอกฎหมายนิรโทษกรรม คืนอาวุธสงคราม หวังเป็นก้าวแรกไปสู่การปรองดองว่า หากเป็นแนวคิดที่จะปรองดอง ก็เป็นเรื่องที่ดี แต่แนวคิดในการให้เอาปืนอาวุธสงครามมาคืนโดยไม่เอาความผิดนั้น ยังไม่เพียงพอ แต่ต้องนิรโทษกรรมให้ทุกฝ่าย ทั้งเจ้าหน้าที่ และผู้ชุมนุม เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม เกิดความปรองดองอย่างแท้จริง 
 นายประเกียรติ นาสิมมา ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การนิรโทษกรรมแค่การคืนปืนอาวุธสงคราม ยังไม่ใช่ทำให้เกิดการปรองดองได้ ถ้ารัฐบาลต้องการให้ปรองดองจริง ควรจะมีการยกเลิก พรก.ฉุนเฉินฯด้วย 

 หวั่นโดนไล่ล่าคุกคามไม่เลิก 
 ด้าน นายไชยา พรหมมา ส.ส.หนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เป็นเรื่องดีที่จะนิรโทษกรรมให้กับการคืนอาวุธสงคราม ซึ่งตนไม่อยากให้มองแค่อาวุธสงครามแต่จะมีหลักประกันด้วยว่าจะไม่ไปตามคุกคามคนที่นำอาวุธมีคืนและไม่เอาผิดเพราะเกรงว่าจะมีการเชื่อมโยงไปตามไล่ล่า จากที่อยู่ในที่มืดออกมาสู่ที่เปิดเผย ที่ผ่านมารัฐบาลก็มองว่าเป็นศัตรู จึงเป็นห่วงความปลอดภัยของคนเหล่านี้ 
 อย่างไรก็ตามขณะนี้ก็อยากทราบว่าอาวุธสงคามจำนวนมากเป็นเท่าไหร่ที่หายไป เป็นหน่วยไหนบ้าง เพราะข้อเท็จจริง ไม่มีใครทราบซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ไม่ใช่แค่ออกกฎหมายมาแก้แล้ว คิดว่าปัญหาจะจบสิ้นหมดไป จะต้องสร้างความสมานฉันท์ สร้างความเข้าใจให้เกิดความยุติธรรมในสังคม 

 DSIสอบเพื่อนคุณหญิงอ้อ 
 วันเดียวกันนี้ ผู้ที่ถูกต้องสงสัยว่าเป็นท่อน้ำเลี้ยงกลุ่มเสื้อแดง ได้เข้ารายงานตัวต่อ ดีเอสไอ ตามคำสั่งของศอฉ.อาทิ นางวิยดี สุตะวงศ์ นายพศิน หอกลาง เพื่อนคุณหญิงพจมาน ชินวัตร, นางมยุรี เศวตาศัย แกนนำคนเสื้อแดง จ.อยุธยา และ นายทัศ เชาวนเสถียร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร G-NETและนายอุดมเดช รัตนเสถียร ส.ส. นนทบุรี พรรคเพื่อไทย ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนคดีพิเศษพร้อมด้วยทนายความ 
 ส่วน นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ เจ้าของห้างสรรพสินค้าอิมพีเรียลลาดพร้าว นายสมหวัง อัศราษี เจ้าของบริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้ามิตซูชิต้า และนางจุฑารัตน์ เมนะเสวต เพื่อนคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ไม่ได้เดินทางเข้าชี้แจงด้วยตนเอง แต่ได้มอบอำนาจให้ทนายความดำเนินการแทน 

 โวยศอฉ.เล่นงานแต่นปช. 
 นางมยุรี กล่าวก่อนเข้าชี้แจงกับดีเอสไอว่า ตนมารับทราบข้อสงสัยของดีเอสไอก่อน และจะมาชี้แจงอีก ตนถูกอายัดเงินไว้หลายล้าน แต่เราต้องทำธุรกิจดาวเทียมเบิกเงินให้คนงาน ไม่ได้รับเงินมาจากใคร ส่วนเรื่องอาหารที่บริจาคให้คนเสื้อแดงก็เป็นเรื่องของสิทธิมนุษยชน เป็นสิทธิที่เราทำได้ ใช้เงินประมาณ 1 แสนบาท 
 ส่วนเงินที่เบิกออกจากบัญชีได้เอาไปทำโรงงานจานดาวเทียมกรณีกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยบริจาคให้เยอะแยะทำไมไม่เล่นงาน กลับมาเล่นงานแต่คนเสื้อแดง พันธมิตรทำไม่มีปัญหาอะไร ส่วนเสื้อแดงหายใจผิดที่ก็มีปัญหาแล้ว 
 นายอุดมเดช กล่าวว่า มาฟังสิ่งที่พนักงานสอบสวนตั้งข้อสงสัยจึงได้รับทราบรายการธุรกรรมอะไรบ้าง ซึ่งของตนได้มากมายอะไรประมาณ 8 แสนบาท เบิกมา 4 ครั้งเพราะต้องกินต้องใช้ และต้องดูแลชาวบ้าน เนื่องจากเราเป็นผู้แทน 
 ส่วนกรณีที่ ศอฉ.ตั้งข้อสงสัยว่าเป็นท่อน้ำเลี้ยงของกลุ่มเสื้อแดงนั้น นายอุดมเดช กล่าวว่า ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปสนับสนุนเนื่องจากกลุ่มเสื้อแดงเขามาชุมนุมของเขาเองและพร้อมจะซื้อข้าวปลากินเองอยู่แล้ว ตนไม่จำเป็นต้องซื้อให้ ถึงจะให้เลี้ยงก็ไม่สามารถเลี้ยงได้ไหมโดยพนักงานสอบสวนจะเรียกตนเข้ามาชี้แจงอีกครั้งในวันที่ 22 ก.ค. นี้ ซึ่งตนจะนำเอกสารการใช้จ่ายส่วนตัวเข้ามาชี้แจง 

 แบ่งท่อแดงออกเป็น3กลุ่ม 
 นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงการตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัยของ 83 ราย ว่า ได้เรียกประชุมพนักงานสอบสวนเพื่อวางแผนคัดกรองกลุ่มบุคคลออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มแรกเป็นกลุ่มสีขาว หรือกลุ่มที่ชี้แจงรายละเอียดธุรกรรมการเงินได้อย่างโปร่งใส มีหลักฐานยืนยัน ตรวจสอบที่มาที่ไปได้ชัดเจน กลุ่มที่ 2 เป็นกลุ่มสีดำ หรือกลุ่มที่มีความเชื่อมโยงสนับสนุนการเงินให้กับการก่อการร้ายโดยตรง ซึ่งพนักงานสอบสวนจะแจ้งข้อหาดำเนินคดีก่อการร้ายกับบุคคลในกลุ่มนี้ ส่วนกลุ่มที่ 3 เป็นกลุ่มสีเทา หรือมีพฤติการณ์ต้องสงสัย แต่ขาดหลักฐานยืนยันว่าเกี่ยวข้องกับการสนับสนุนทางการเงินแก่กลุ่มก่อการร้าย ซึ่งพนักงานสอบสวนต้องขยายผลต่อไป โดยเบื้องต้นจะนำรายละเอียดพฤติกรรมของแต่ละบุคคลเข้าเป็นส่วนหนึ่งในสำนวนการสอบสวน เพื่ออ้างอิงเป็นพยานแวดล้อม 
 อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวอีกว่า ภายหลังการเข้าชี้แจงธุรกรรมการเงิน ดีเอสไอจะยังไม่เสนอให้ปลดรายชื่อบุคคลใดออกจากบัญชีต้องห้ามไม่ให้ทำธุรกรรมการเงินของ ศอฉ. เพื่อรอให้พนักงานสอบสวนตรวจสอบเปรียบเทียบ และวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงิน และข้อมูลการชำระภาษีเงินได้ของแต่ละบุคคลก่อน
 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
บทความที่น่าสนใจ
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com

Warning: include(../../main/globalsitemap.php): failed to open stream: No such file or directory in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194

Warning: include(): Failed opening '../../main/globalsitemap.php' for inclusion (include_path='.:/usr/lib/php:/usr/local/lib/php') in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194