หมวดหมู่
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่มุสลิมไทย โพสต์
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> Muslimthai Focus
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
ฉุกเฉินต่อ19จังหวัด5จว.เลิกชงนิรโทษกรรมอาวุธ
เผยพบสูตรบึ้มในกระเป๋าอ้อ"เนวิน"แฉ"มิสเตอร์พี"บงการ

ครม.อนุมัติ คงไว้ “พ.ร.ก.ฉุกเฉิน” 19 จังหวัด ส่วนอีก 5 จว. “นครปฐม-นครสวรรค์-ศรีสะเกษ-น่าน-กาฬสินธุ์” สั่งยกเลิกแล้ว ระบุชัดหากมีปัญหาประกาศใช้ใหม่ได้อีก นอกจากนี้ไฟเขียวพ.ร.บ.นิรโทษกรรมอาวุธฯ เปิดช่องแนวร่วมเสื้อแดง ส่งมอบคืนอาวุธสงคราม ยัน “ศอฉ.-สมช.”ไม่ได้ขัดแย้งกัน ขณะที่ “เทพเทือก” ยอมรับสภาพ อนาคตอาจทำงานลำบากขึ้น โวยแหลกข้อมูลฝ่ายค้านโกหก “บิ๊กป๊อก” ช่วยการันตี ไม่เคยจับเสื้อแดง ขังค่ายทหารเมืองกาญจนบุรี “อภิสิทธิ์” ฝากขอบคุณกัมพูชา ช่วยไทยคลี่ปมคดีระเบิด แนวโน้มสัมพันธ์เริ่มบวก “เทพไท” แฉสถานที่ฝึกกองกำลังเสื้อแดง ด้าน “เนวิน” ปูดข้อมูล “มิสเตอร์พี” จอมบงการบึ้ม แฉเป้าหมายถล่ม “มาร์ค-เทือก-เนวิน” ด้านดีเอสไอพบสมุดบันทึกสูตรทำระเบิด คุมเข้ม “อ้อ-อ้าย” ฝากขัง “เฉลิม” อัดรัฐไม่มีสำนึกประชาธิปไตย “กมส.-สว.” จวกสวนแนวทางปรองดอง เพื่อไทยกัดไม่ปล่อย ลงพื้นที่สำรวจค่ายทหารฯ

หลังจากกัมพูชาส่งมอบตัว 2 ผู้ต้องหาคดีจ้างวานระเบิดข้างพรรคภูมิใจไทยคือ น.ส.วริศรียา หรืออ้อ บุญสม และนาย  กอบชัย หรืออ้าย บุญปลอด โดยมีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) รับตัวไปสอบสวนตามขั้นตอนซึ่งทั้งคู่ยังคงให้การแบ่งรับแบ่งสู้ ขณะที่ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) เสนอต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินทั้ง 24 จังหวัดตามเดิม ให้เหตุผลว่าสถานการณ์ยังไม่น่าไว้วางใจ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น 

* “สุเทพ”ชี้ใกล้คลี่ปมคดีบึ้ม
    
ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อเวลา 08.45 น. วันที่ 6 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง และ ผอ.ศอฉ. ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในการดำเนินคดีกับน.ส.วริศรียา และนายกอบชัยว่า การสอบสวนสองคนนี้จะทำให้เจ้าหน้าที่มีพยานหลักฐานและข้อมูลสาวไปถึงผู้ร่วมกระบวนการอื่น ๆ ได้มากขึ้น  เมื่อได้ตัวมาแล้วเจ้าหน้าที่จะต้องดำเนินคดีไปตามกฎหมายจะมีความผิดจริงหรือไม่ก็ต้องไปพิสูจน์กัน แต่เท่าที่ได้ฟังรายงานจากเจ้าหน้าที่ทราบว่าพยานหลักฐานที่สอบสวนมานั้นเชื่อว่าสองคนนี้เป็นผู้ที่ร่วมดำเนินการในการกระทำความผิด และเป็นคนสำคัญที่อยู่ในกลุ่มของผู้กระทำความผิด 

* ยืดพ.ร.ก.ฯหวังความสงบ
    
ผู้สื่อข่าวถามว่า การต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินออกไปอีก 3 เดือน จะสามารถทำให้ยุติการเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลได้อย่างราบคาบหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า  ยังตอบไม่ได้ แต่เป็นหน้าที่ที่เราจะต้องดูแลรักษาบ้านเมืองของเรา เราจะพยายามทำงานให้เร็วที่สุด ดีที่สุด และสิ่งที่เป็นปรารถนาสูงสุดของประชาชนคนไทยทั้งประเทศคือเห็นบ้านเมืองกลับมามีภาวะปกติและความสงบ  ส่วนมีการอ้างว่ามีการคง พ.ร.ก.ฉุกเฉินไว้จะกระทบด้านท่องเที่ยวนั้น ตนอยากให้พวกเราเปิดใจให้กว้าง ๆ อย่าไปยึดติดอยู่กับข้ออ้าง ข้อกล่าวหา โดยที่ไม่ได้ดูข้อเท็จจริง สื่อมวลชนถามตัวเองก็ได้ว่าอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯที่มีการประกาศเป็นพื้นที่ฉุกเฉินนั้นมีอะไรบ้างที่ทำให้การดำรงชีวิตตามปกติเกิดปัญหา ถ้าได้ข้อกระจ่างแล้วก็จะเข้าใจ

* ฉุนสื่อตั้งคำถามไม่แฟร์
    
ต่อข้อถามอีกว่า ต่างชาติมองว่า  การคง พ.ร.ก.ฉุกเฉินเอาไว้ทำให้ดูเหมือนว่า สถานการณ์ยังมีความรุนแรงอยู่โดยเฉพาะจ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นจังหวัดท่องเที่ยว นาย สุเทพ ตอบว่า อย่าว่าแต่ชาวต่างชาติเลย  ตนคิดว่าคนไทยเองก็ไม่กล้าไป จ.เชียงใหม่ ในขณะนี้ เพราะมีการเคลื่อนไหวมีปฏิกริยาของคนบางกลุ่มบางพวกที่ จ.เชียงใหม่ กระทำรุนแรงทำให้เสียบรรยากาศ เราไม่ต้องสร้างภาพ ทำตามข้อเท็จจริง เมื่อบ้านเมืองสงบเรียบร้อยได้ นักท่องเที่ยวก็จะมาประเทศไทย เมื่อถามว่าแสดงว่าพิมพ์เขียวการปฏิรูปประเทศไทยจะออกมาในขณะที่ยังคง พ.ร.ก. ฉุกเฉินไว้อยู่ นายสุเทพ กล่าวว่า “ผมคิดว่าคุณ (สื่อมวลชน) ไม่แฟร์ที่ถามผมแบบนี้ ผมไม่ตอบคำถามนี้ ถ้าเขาไปเผาบ้านเผาเมืองคุณเมื่อไหร่ คุณก็จะรู้สึก”  

* อัดโกหกเสื้อแดงถูกขังคุก
    
ส่วนกรณีที่ทางพรรคเพื่อไทยนำกลุ่มคนเสื้อแดง 8 คน ที่อ้างถูกจับกุมคุมขังเอาไว้ในค่ายทหารแห่งหนึ่งใน จ.กาญจนบุรี มาแถลงข่าวนั้น นายสุเทพ กล่าวว่า ตนเพิ่งเห็นข่าวนี้และโดยหลักการยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐดำเนินการทุกอย่างอยู่ในกรอบของกฎหมาย ตนจะไปสอบสวนหาความจริงให้ว่าเป็นอย่างไร ผู้สื่อข่าวถามว่า ยังมีกระแสข่าวด้วยว่ามีการจับกุมแกนนำเอาไว้ที่กรมราช ทัณฑ์ ประมาณ 300 คน และบางส่วนถูกจับกุมไว้ที่ จ.สระบุรี นายสุเทพ กล่าวว่า ผมกล้ายืนยันว่าที่บอกว่ากรมราชทัณฑ์ควบคุมตัว 300 คนเป็นการโกหก คนฟังต้องมีวิจารณญาณให้ดี เนื่องจากจะถูกควบคุมตัวเป็นผู้ต้องหาที่อยู่ระหว่างการพิจารณาคดีและศาลมีคำสั่งให้ควบคุมตัว และอีกพวกหนึ่ง คือพวกที่ศาลพิพากษาแล้วไม่ใช่ว่าจะเข้าไปอยู่ได้ง่าย ๆ
    
“ยืนยันในฐานะที่เป็นรองนายกฯว่ากรณีการควบคุมตัวทั้งหมดจะต้องดำเนินการภายใต้กรอบกฎหมายและคนที่ไปดำเนินการควบคุมตัวจะต้องมารายงานให้ที่ประชุม  ศอฉ.ได้รับทราบ ดังนั้นการที่กุข่าวออกมาอย่างนี้จึงเชื่อไว้ก่อนเลยว่าเป็นเรื่องโกหก”

* “ผบ.ทบ.”ออกโรงช่วยโต้
    
เมื่อถามต่อว่า กรณีที่นายวสันต์ สาย รัศมี อาสาหน่วยกู้ชีพพยานปากสำคัญคดีสังหารหมู่ 6 ศพในวัดปทุมวนาราม ได้รับหมายเรียกจากศอฉ.ถือว่าเป็นการกุข่าวด้วยหรือไม่ นายสุเทพ ตอบว่า ตนไม่วิจารณ์กรณีอย่างนั้น และเมื่อถามว่า ขณะนี้การจับกุมคุมขังประชาชนโดยใช้อำนาจตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ยุติลงหรือยัง อย่างล่าสุดที่มีการจับกุมนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ “บก.ลายจุด” ที่นำผ้าแดงไปผูกที่ป้ายราชประสงค์ นายสุเทพ กล่าวว่า กรณีนี้สื่อมวลชนต้องมีใจให้กว้าง คงไม่ใช่แค่เป็นการผูกริบบิ้น มีการประกาศพื้นที่ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไม่ให้มีการชุมนุมหรือกระทำการใด ๆ ที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง 
    
ด้าน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. กล่าวถึงกระแสข่าวการควบคุม หรือกักขังหน่วงเหนี่ยวกลุ่มคนเสื้อแดง 8 คน ไว้ในค่ายทหารใน จ.กาญจนบุรี ขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง กองพลทหารราบที่ 9 ไม่เคยกักตัวกลุ่มคนเสื้อแดงทั้ง 8 คนตามที่มีกระแสข่าวออกมาแต่อย่างใด

* พบสมุดจดสูตรทำระเบิด
    
ส่วนที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ เปิดเผยถึงการควบคุมตัวน.ศ.วริศรียา และนายกอบชัย ว่า ผู้ต้องหายังคงให้การภาคเสธ เบื้องต้นยอมรับเพียงว่าเป็นผู้ให้สถานที่พักพิงกับกลุ่มผู้ต้องหาคดีวางระเบิดพรรคภูมิใจไทย แต่ไม่เกี่ยวข้องกับการประกอบระเบิดและการนำระเบิดไปวางจึงไม่นำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบการรับสารภาพ โดยจะนำตัวไปขออำนาจศาลอาญาฝากขัง พร้อมกับผู้ต้องหาชุดแรก ซึ่ง จะครบกำหนด ผัดฟ้องฝากขังนัดที่ 2 วันที่ 7 ก.ค. เวลา 09.00 น. อย่างไรก็ดีพนักงานสอบสวนดีเอสไอยังพบวัตถุพยานสำคัญในกระเป๋าเดินทางของ น.ศ.วริศรียา หรืออ้อ  เป็นสมุดบันทึกจดสูตรการทำวัตถุระเบิดซึ่งน.ศ.วริศรียา ยอมรับว่าเป็นสมุดของตนเอง แต่ปฏิเสธว่าไม่ใช่ลายมือของตนเองที่จดบันทึกดังกล่าว 

* ดีเอสไอเปิดห้องขังโชว์สื่อ 
    
ด้าน พ.ท.สิทธิพร เจริญพุฒ ผอ. ส่วนควบคุมผู้ต้องหาและรักษาของกลาง  กล่าวถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยและ  การดูแล 2 ผู้ต้องขังว่า ห้องขังดีเอสไอมีระบบการควบคุมดูแลความปลอดภัยระดับสูง เนื่องจากออกแบบมาจากห้องขังต่างประเทศ มีจำนวน 18 ห้อง ลักษณะเป็นห้องผนัง 3 ด้าน ด้านหน้าเป็นกระจกมีช่องเปิดสำหรับวางอาหาร 3 มื้อ มีที่นอนเป็นเบาะพร้อมหมอนและผ้าห่ม นอกจากนี้ภายในยังกั้นเป็นห้องน้ำส่วนตัว จะมีเจ้าหน้าที่ประจำดูแลความปลอด ภัยตลอด 24 ชั่วโมง โดยจะเดินตรวจตราความเรียบร้อยเป็นระยะ ๆ เนื่องจากมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ต้องสแกนม่านตาก่อน เข้าไปในพื้นที่ 

* “วริศรียา”เครียดหลบสื่อ
    
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังสอบปากคำน.ส.วริศรียา มีอาการเครียดอย่างเห็นได้ชัดทำให้ต้องมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลความเคลื่อนไหวใกล้ชิด และได้มีญาติติดต่อเข้าเยี่ยม 2 คน  อย่างไรก็ดีในระหว่างเจ้าหน้าที่พาคณะสื่อมวลชนเข้าไปบันทึกภาพห้องขัง บริเวณชั้น 6 นั้น พนักงานสอบสวนได้นำตัวน.ส.วริศรียา ออกมาจากลิฟต์เพื่อนำตัวเข้าควบคุมในห้องขัง ซึ่งน.ส.วริศรียา ไม่ทราบมาก่อนว่าจะเจอสื่อมวลชนจำนวนมากจึงค่อนข้างตกใจ ก่อนจะรีบก้มหน้าพร้อมนำเสื้อแจ๊กเกตมาบังเอาไว้ 

* ครม.มีมติคงพ.ร.ก.“19จว.”
    
ต่อมาเวลา 12.30 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รมต.ประจำสำนักนายกฯ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมครม.ว่า ที่ประชุมครม.ให้เห็นชอบขยายพ.ร.ก.ฉุกเฉิน 19 จังหวัดไปอีก 3 เดือนและยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินใน 5 จังหวัด คือ จ.นครปฐม นครสวรรค์ ศรีสะเกษ กาฬสินธุ์ และน่าน เพราะความรุนแรงของแต่ละจังหวัดแตกต่างกันจึงน่าจะพิจารณาตามความเป็นจริงซึ่งประชาชนในจังหวัดนั้นก็ไม่ได้เป็นผู้ก่อปัญหาอะไร แต่ประชาชนในพื้นที่และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าดูแลกันเองได้ 
    
นายองอาจ กล่าวต่อว่า รัฐบาลจะเฝ้าติดตามสถานการณ์ต่อไปด้วย หากมีสถาน การณ์อะไรเกิดขึ้นก็สามารถประกาศ พ.ร.ก. ใหม่ได้ ซึ่งตนก็เห็นด้วยกับนายกฯว่าเมื่อ  บางพื้นที่ปัญหาน้อยลงก็น่าจะยกเลิกและ ครม. ส่วนใหญ่ก็เข้าใจในเหตุผลของนายกฯ เมื่อถามว่าคิดว่าทางศอฉ.จะเข้าใจเรื่องนี้หรือไม่ นายองอาจ กล่าวว่า เราเข้าใจว่าทาง ศอฉ.  ทำหน้าที่ด้านความมั่นคงแต่รัฐบาลต้องดูภาพ รวมทั้งหมด และเชื่อว่าความคิดเห็นของ ครม. จะเป็นความเห็นที่ถูกต้องเหมาะสมที่สุด  

* “ศอฉ.-ครม.”ไม่ขัดแย้งกัน
    
ด้านนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม ครม. ว่า ศอฉ. และ ครม. ไม่ได้มีความขัดแย้งกัน เพราะว่า ศอฉ. พิจารณาในแง่ความมั่นคงว่าเลิกไม่ได้ และใน  ส่วนของกระทรวงมหาดไทยก็ไม่มีปัญหาอะไร อย่างไรก็ตามในพื้นที่ 5 จังหวัดที่ประกาศยกเลิกไปสถานการณ์เบาบางกว่าจังหวัดที่ยังไม่ยกเลิก แต่ก็ยังมีความเคลื่อนไหวในพื้นที่ทั้ง 24 จังหวัด รวมทั้งจังหวัดอื่น ๆ ที่ไม่ได้อยู่ใน 24 จังหวัด เมื่อถามว่ายังต้องจับตา 5 จังหวัดที่ประกาศยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หรือไม่ นายถวิล กล่าวว่า คงต้องดู และพร้อมที่จะกลับมาประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินใหม่ ถ้าหากการยกเลิกไปแล้วทำให้สถานการณ์การเคลื่อน  ไหวรุนแรงและเลวร้ายมากยิ่งขึ้น

* สมช.ให้มองข้ามภาพลวงตา
    
เลขาฯ สมช. ยังกล่าวด้วยว่า สำหรับพ.ร.ก.ฉุกเฉินต้องมองข้ามภาพลวงตาใน 3 เรื่อง คือ 1.เรามองว่าตอนนี้สถานการณ์สงบเรียบร้อย แต่สถานการณ์ตอนนี้ไม่ได้สงบ  เรียบร้อยจริงโดยพื้นฐานยังมีการเคลื่อนไหวใต้ดินและการติดต่อในรูปแบบต่าง ๆ อยู่ การที่องค์กรสิทธิฯออกมาระบุว่าการคง พ.ร.ก. ฉุกเฉินไว้ เป็นภาพที่ไม่น่าดูนั้นก็เป็นภาพลวงตาภาพหนึ่ง เพราะว่าเราต้องมองความจำเป็นของ พ.ร.ก.ฉุกเฉินว่ามันทำให้สถานการณ์ เข้าสู่ความสงบเรียบร้อยได้ 2.เราไม่อยากจะกลับไปสู่สถานการณ์รุนแรงเหมือนครั้งที่ผ่านมา ประชาชนส่วนใหญ่ยังพร้อมที่จะอยู่กับ พ.ร.ก. ฉุกเฉินมากกว่าอยู่กับการชุมนุมที่เป็นอันตราย และ 3.ช่วงที่ผ่านมาขนาดมี พ.ร.ก.ฉุกเฉินที่มีอำนาจเต็มที่ยัง เอาไม่อยู่และเกิดความเสียหายมากมาย ถ้าอาศัยกฎหมายธรรมดาก็จะทำให้เกิดความเสียหายขึ้นได้

* “เทือก”แย้มทำงานยากขึ้น
    
หลังจากที่มีข่าวว่านายกฯไม่เห็นด้วยกับการต่อพ.ร.ก.ฉุกเฉินทั้ง 24 จังหวัดนั้น รายงานข่าวในที่ประชุมครม.เปิดเผยว่า เรื่องนี้นายสุเทพ เป็นคนจัดการ แต่นายกฯก็ได้ค้านเพื่อแสดงความคิดเห็นเฉย ๆ ซึ่งในความเป็นจริง ศอฉ. เสนอประกาศ พ.ร.ก. ใน 24  จว.ตามเดิม แต่สภาความมั่นคงไม่เห็นด้วย โดยให้ยกเลิกไป 4 จังหวัด คือ นครสวรรค์  นครปฐม ศรีสะเกษ น่าน แต่นายกฯได้เสนอเพิ่ม 1 จังหวัด คือ กาฬสินธุ์ อย่างไรก็ดีรายงานข่าวแจ้งว่า ในระหว่างที่นายสุเทพชี้แจงทาง ศอฉ. ได้จัดทำเอกสารลับประกอบเหตุผลการคง พ.ร.ก. เช่น ตารางการก่อเหตุของจังหวัดต่าง ๆ เป็นต้น นอกจากนี้นาย  สุเทพ ยังได้กล่าวในที่ประชุมว่าหลังจากนี้ไปทาง ศอฉ. คงจะทำงานลำบากขึ้น แต่เมื่อ  ที่ประชุม ครม. มีความเห็นเป็นอย่างไรก็ต้องปฏิบัติตามนั้น

* ระบุ5จว.สถานการณ์ปกติ
    
ขณะเดียวกันนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ กล่าวถึงครม.มีมติเห็นชอบขยายเวลาการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ใน 19 จว. ออกไปอีก 90 วันว่า สำหรับ 5 จังหวัดที่ ครม. ให้ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน คือ จ.นคร ปฐม นครสวรรค์ ศรีสะเกษ กาฬสินธุ์ และน่าน เพราะเห็นว่าสถานการณ์เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะความเป็นปกติ และเจ้าหน้าที่ก็สามารถใช้อำนาจหน้าที่ตามกฎหมายปกติดูแลได้ แต่ถึงที่สุดหากใน 5 จังหวัด เกิดเหตุความ  ไม่สงบขึ้นมาก็สามารถประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินได้อีก ทั้งนี้ก็ยอมรับว่า ทางศอฉ.ต้องการให้ขยายเวลาต่อไปทั้งหมดเพราะทางเจ้าหน้าที่ ที่ทำงานก็มีความเห็นค่อนข้างสอดคล้องกัน ครม.จึงได้สอบถามว่ามีสภาพพื้นที่ไหนบ้างที่น่าจะพยายามเร่งในการคืนความเป็นระบบปกติเข้าไป

* ไฟเขียวนิรโทษกรรมอาวุธ
    
ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้มีข้อกังวลว่าอาจจะมีการละเมิดสิทธิมนุษยชนของเจ้าหน้าที่ ศอฉ.บางคน นายกฯ กล่าวว่า ทุกอย่างมันไม่ได้หมายความว่ากฎหมายนี้สามารถใช้อำนาจโดยไม่มีขีดจำกัด ตัวอย่างเช่น การที่จะมีการออกหมายจับก็ต้องมีการไปขอศาลก่อน เป็นต้น ขอบเขตจะมีการกำหนดไว้ชัดเจน และที่ผ่านมาทุกกรณีที่มีปัญหาก็จะมีการตรวจสอบ ทาง ศอฉ. เองก็ระมัดระวังในเรื่องนี้
    นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ครม.ยังเห็นชอบในหลักการของกฎหมายในเรื่องของการที่จะให้ประชาชนสามารถคืนอาวุธปืน อาวุธสงคราม วัตถุระเบิด โดยไม่มี ความผิด โดยจะต้องเสนอร่างกฎหมายฉบับดังกล่าว โดยจะให้มีผลเป็นเวลา 60 วัน หลังจากที่กฎหมายประกาศใช้ เหมือนกับการนิรโทษกรรมคนที่ครอบครองอาวุธสงครามเพื่อเป็นการจูงใจให้เขามาคืนอาวุธดังกล่าวกับเจ้าหน้าที่ ก็เป็นอีกเครื่องมือหนึ่งที่รัฐบาลได้อนุมัติไปในวันนี้

* ฝากขอบคุณรัฐบาลเขมร
    
สำหรับกรณีที่ 2 ผู้ต้องหาคดีจ้างวานระเบิดพรรคภูมิใจไทย ระบุว่าช่วงที่อยู่กัมพูชาได้พบกับดีเจอ้อม และนายพายัพ ปั้นเกตุ อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่าเรื่องนี้ก็ต้องมีการขยายผลติดตาม และเป็นการชี้ให้เห็นอีกครั้งว่าข้อมูลของผู้เกี่ยว  ข้องโดยเฉพาะในส่วนของแกนนำเสื้อแดง ก็จะไม่พูดตรง เมื่อถามว่าตอนนี้มีรายงานหรือไม่ว่าแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงอยู่ในกัมพูชากี่คน นายกฯ ตอบว่า มีแต่ที่พาดพิงถึง ซึ่งการขยายผลนั้นก็ดำเนินการอยู่ อีกทั้งก็มีข่าวจากฝ่ายอื่น ๆ ด้วยที่ต้องนำมาประกอบกันและจะขอความร่วมมือกับทางกัมพูชาไปด้วย ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชารัฐบาลก็ได้ขอบคุณในความร่วมมือไปแล้ว และเราก็จะแสวงหาความร่วมมือในลักษณะนี้ต่อไป

* นายกฯมึน “มาร์คเอเอฟ 7”
    
นอกจากนี้นายอภิสิทธิ์ ปฏิเสธที่จะตอบคำถามกรณีที่เว็บบอร์ดอินเทอร์เน็ตและเว็บไซต์เฟซบุ๊ก ระบุว่านายวิทวัส ท้าวคำลือ หรือ “มาร์ค” อายุ 17 ปี ผู้เข้าแข่งขันรอบสุดท้ายรายการเรียลิตี้ทีวีล่าฝันยอดนิยม ทรู อะคาเดมี่ แฟนเทเชีย ซีซั่น 7 (เอเอฟ 7) หมายเลข “วี 11” โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัววิพากษ์วิจารณ์โจมตีการทำงานของนายอภิสิทธิ์ ว่าใช้ความรุนแรงสลายม็อบคนเสื้อแดง ส่งผลให้มีคนบางกลุ่มโทรศัพท์เข้าไปร้องเรียนให้ผู้ผลิตรายการ เอเอฟ 7 ตัดนายวิทวัสออกจากการแข่งขัน โดยนายอภิสิทธิ์ แสดงสีหน้างงเล็กน้อย ก่อนที่จะเดินหนีไปทันที

* เปิดทางเสื้อแดงคืนอาวุธ 
    
ด้านนายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกฯ ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกฯ ให้สัมภาษณ์กรณี ครม. เห็นชอบในหลักการร่าง พ.ร.ก. ยกเว้นความผิดทางแพ่งและทางอาญาให้แก่ผู้นำอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิดที่ไม่ได้รับอนุญาต หรือที่กฎหมายห้ามออกใบอนุญาตมามอบให้แก่ทางราชการ พ.ศ…. ตามที่ ศอฉ. เสนอ โดย ครม. มีข้อสังเกตและมีมติร่วมกันว่าควรออกเป็น พ.ร.บ. เพื่อให้มีรายละเอียดขั้นตอนกำกับชัดเจน ไม่ให้เกิดปัญหาตามมาในภายหลัง ถ้าหากออกเป็น พ.ร.ก. อาจจะถูกมองว่าเป็นการใช้อำนาจมาก ดังนั้นการพิจารณาให้รอบคอบและออก เป็น พ.ร.บ. จึงน่าจะดีสำหรับทุกฝ่าย และต้องนำเข้าสู่สภาเพื่อให้มีการถกเถียงกัน โดย ครม. มีมติให้เร่งรัดเรื่องนี้ให้รวดเร็วด้วย ซึ่งจะต้องประสานกับรัฐสภาต่อไปเมื่อมีการเปิด สมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร

* มหาดไทยเจ้าภาพรับมอบ
    
เมื่อถามว่าการออก พ.ร.บ.นี้เป็นเพราะในช่วงที่มีการชุมนุมของคนเสื้อแดงมีอาวุธของเจ้าหน้าที่ถูกขโมยไปหรือไม่ นายปณิธาน กล่าวว่า ถือเป็นส่วนหนึ่ง แต่ความ จริงแล้วมีอาวุธอยู่ในมือของคนกลุ่มนี้อยู่ก่อนแล้วด้วยที่ไม่ใช่การยึดจากเจ้าหน้าที่ เพราะมีการสะสมอาวุธก่อนหน้าการชุมนุม โดยจะมีรายละเอียดในเรื่องการส่งมอบ คัดแยก และทำลาย ซึ่งในกรณีที่ส่งมอบแล้วไม่รู้ว่าหน่วยงานใดเป็นเจ้าของก็ให้กระทรวงกลาโหมรับมอบจากกระทรวงมหาดไทย และ นำไปทำลายต่อไป หรือให้กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยนำไปใช้ประโยชน์ก็ได้ หรือมีข้อยกเว้นในเรื่องการเก็บรักษาเพื่อการศึกษาต่อไป เป็นต้น 

* สัมพันธ์ “ไทย-เขมร” เริ่มดี
    
นอกจากนี้นายปณิธาน ยังเปิดเผยด้วยว่า ขณะนี้มีสัญญาณที่ดีกับกัมพูชาในการร่วมมือกันในหลาย ๆ เรื่อง ถึงแม้ในบางประเด็นยังมีปัญหาอยู่บ้าง แต่ภาพรวมความสัมพันธ์ทั้งหมดและพัฒนาการในเรื่องความสัมพันธ์ถือว่าเริ่มเป็นบวก โดยเฉพาะในเรื่องการจับกุมบุคคลที่ทำผิดกฎหมายข้ามพรมแดน ซึ่งทำให้เราสามารถเข้าใจกระบวน การที่เชื่อมโยงในการเดินทางข้ามพรมแดนได้ ตรงนี้ถือเป็นก้าวสำคัญซึ่งบุคคลเหล่านี้สามารถที่จะนำไปสู่การขยายผลและมีข้อมูลที่จะนำไปสู่การดำเนินคดีต่าง ๆ ได้ ตอนนี้เรามีกุญแจที่จะสามารถไขเข้าไปได้ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมาก 
    
เมื่อถามว่าเหตุใดกัมพูชาไม่จับกุมบุคคลที่อยู่ในระดับใหญ่กว่านี้ ไม่ว่าจะเป็นนายจักรภพ เพ็ญแข หรือนายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง แกนนำ นปช. ที่มีข่าวเคลื่อนไหว อยู่ในประเทศกัมพูชาให้ไทย นายปณิธาน ตอบว่า ทางการไทยยังไม่ได้ยืนยันว่าบุคคลระดับแกนนำดังกล่าวหลบหนีอยู่ในกัมพูชาหรือประเทศใด เรื่องนี้ยังเป็นเพียงข่าวลือเท่านั้น ต้องรอการยืนยันอีกระยะเวลาหนึ่ง  

* “สปส.” เยียวยา 451 ล้าน
    
นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ เปิดเผยว่า ครม. ได้เห็นชอบวิธีการเบิกจ่ายเงินช่วยเหลือค่าจ้างให้กับผู้ประกอบการและลูกจ้าง ที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง โดยสำนักงบประมาณ จะจ่ายผ่านทางสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ในวงเงิน 451 ล้านบาท ซึ่งมีเงื่อนไขว่าลูกจ้างที่จะ ได้รับเงินช่วยเหลือนี้ต้องผ่านการตรวจสอบจาก สปส. แล้ว ส่วนเงินช่วยเหลือเรื่องค่าเช่าที่รัฐบาลจะจ่ายแทนผู้ประกอบการรายย่อยนั้น จะจ่ายผ่านสำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน แทนการจ่ายผ่านสมาคมผู้ประกอบการวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ ในวงเงิน 311 ล้านบาท

* “เนวิน” แฉมิสเตอร์ “พี”
    
ที่พรรคภูมิใจไทย ช่วงบ่ายวันเดียวกัน มีการประชุมพรรคภูมิใจไทยตามปกติ โดยนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรค ได้พูดกับสมาชิกถึงเหตุการณ์ระเบิดที่ทำการพรรค ที่ผ่านมา เรื่องนี้สมาชิกพรรคทุกคนไม่ต้องเป็นห่วงเพราะเป้าจริง ๆ คือตน ซึ่งในวันดังกล่าวตน แม้จะไม่มีการประชุมพรรคตาม ปกติ แต่ตนได้นัดนายอนุทิน ชาญวีรกูล และปลัดกระทรวงคนหนึ่งมาที่พรรคในเวลา 11.00 น. เพื่อคุยธุระกัน แต่เนื่องจากวันนั้นนายอนุทิน ป่วยจึงได้เลื่อนเวลานัดเป็น 12.00 น. ที่อาคารสิริภิญโญ แทน ซึ่งนายเนวิน เชื่อว่า คนร้ายรู้ความเคลื่อนไหวของตัวเอง และเป้าจริง ๆ มี  3 คน คือ นายอภิสิทธิ์ นายสุเทพ และตน ดังนั้นขอทุกคนไม่ต้องเป็นห่วง และรู้ตัวคนทำแล้วว่าเป็นฝีมือของใครที่บงการอยู่เบื้องหลัง คือ “มิสเตอร์ พี”

* เผยโฉม 8 กรรมการ “คอป.”
    
นายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงผลประชุม ครม. ว่า ที่ประชุม ครม. ให้ความเห็นชอบแก้ไขระเบียบสำนักนายกฯเรื่องการแต่งตั้งคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ที่มีนายคณิต ณ นคร เป็นประธาน โดยให้ประธานเป็นผู้มีอำนาจในการแต่งตั้งคณะกรรมการได้โดยอิสระ และกำหนดคณะกรรมการฯรายงานผลสอบสวนและผลการ  ดำเนินการให้สาธารณชนรับทราบในทุก 6 เดือน ทั้งนี้เนื่องจากกรณีที่นายคณิต ได้เสนอรายชื่อคณะกรรมการจำนวน 8 ราย เพื่อขอให้ ครม. อนุมัติเห็นชอบ แต่ที่ประชุม ครม. พิจารณาแล้วเห็นว่าการทำงานของคณะกรรมการฯมีความเป็นอิสระ ดังนั้นไม่จำเป็นต้องให้ ครม. อนุมัติ  
    
สำหรับกรรมการทั้ง 8 คน ประกอบด้วย 1.นายกิตติพงษ์ กิติยารักษ์ 2.นางจุฑารัตน์ เอื้ออำนวย 3.นายเดชา สังขวรรณ 4.นายไพโรจน์ พลเพชร 5.นายมานิจ สุขสมจิตร 6.นพ.รณชัย คงสกนธ์ 7.นายสมชาย หอมลออ และ 8.นายสุรศักดิ์ ลิขสิทธิ์วัฒนกุล

* “เทพไท”ปูดพื้นที่ฝึกอาวุธแดง 
    
นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า วันนี้มีการเคลื่อนไหวในเรื่องสงครามสื่อตาม “แผนตากสิน 2” แล้ว โดยเห็นได้จากการออกหนังสือ “เรด พาวเวอร์” โดยเนื้อหาส่วนใหญ่ 90% เป็นการโจมตีรัฐบาลบิดเบือนข้อเท็จจริง มีแผนการเคลื่อนไหวอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ปัจจุบันทราบว่ามีการฝึกกองกำลังในหลายพื้นที่ เช่นที่ เขต อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา ช่วงเขาโลมฟาน ทางเข้าบ้านหนอง กระทุ่ม เขาตำแย ทางไปบ้านโคกสะอาด ซึ่งต้องเดินเท้าเข้าไปนานกว่า 10 ชม. มีมวลชนคนเสื้อแดง และแนวร่วมนับพันคนใช้  สถานที่ดังกล่าวฝึกกองกำลังและซักซ้อมอาวุธร่วมกับกลุ่มนักรบทุ่งสัมฤทธิ์และทหารบางส่วนนอกจากนี้ยังมีจังหวัดตะเข็บแนวชายแดนไทย-กัมพูชาและพม่า ทั้ง จ.หนองคาย อุดรธานี ราชบุรี ในเขต อ.สวนผึ้ง และตะเข็บชายแดนในพื้นที่ของประเทศเพื่อนบ้าน

* กสม.จี้ทบทวนยืดพ.ร.ก.ฯ
    
ที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กรรมการสิทธิฯ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการด้านสิทธิการเมืองและสิทธิพลเมือง กล่าวว่า ในวันที่ 8-12 ก.ค.นี้ ทางคณะอนุกรรมการฯจะลงพื้นที่เรือนจำที่มีการควบคุมตัวคนเสื้อแดง ใน จ.ขอนแก่น อุดรธานี อุบลราชธานี อำนาจเจริญ มุกดาหาร เชียงราย เชียงใหม่ รวมถึงกาญจนบุรี โดยจะรวบรวมข้อมูลนำเข้าสู่ที่ประชุมในวันที่ 7 ก.ค. เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงก่อนนำเสนอ เข้าสู่ที่ประชุม กสม. ต่อไป เพื่อเสนอให้ที่ประชุม กสม. มีมติเพื่อให้รัฐบาลมาชี้แจงกรณีที่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนภายใต้การบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทั้งนี้ทางคณะอนุกรรมการฯ จะทำหนังสือทวงติงถึงการใช้ พ.ร.ก.ดังกล่าวให้นายกฯพิจารณาทบทวนต่อไป

* วุฒิฯเชื่อกดฝ่ายตรงข้าม 
     
ที่รัฐสภา นายนิคม ไวยรัชพานิช รองประธานวุฒิสภา กล่าวว่าการที่ ครม. มีมติให้ต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินออกไปอีกนั้น เชื่อว่าไม่สามารถป้องกันคนที่คิดจะกระทำก่อการร้ายได้ เพราะหากจะมีการยิงนายกฯหรือบุคคลระดับสูงของรัฐบาลตามที่ฝ่ายรัฐออกมาให้ข่าว ก็คง ไม่ทำในพื้นที่ กทม. หรือในเขตจังหวัดที่คง พ.ร.ก.ฉุกเฉินไว้ แต่การคงกฎหมายฉบับนี้ไว้ยิ่งกระทบต่อความน่าเชื่อถือรัฐบาล เปิดช่องให้คนที่จ้องหาโอกาสดำเนินการได้ ที่สำคัญเป็นการขัดต่อกระบวนการยุติธรรม จึงอยากให้พิจารณาทบทวน เพราะยังมีการใช้อำนาจ ใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือเพื่อกดฝ่ายตรงข้าม  

* กมธ.ซักข้อมูลงบกองทัพ 

ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า การประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย ประจำ  ปีงบประมาณ 2554 กมธ.ได้พิจารณางบของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราช อาณาจักร (กอ.รมน.) จำนวน 8,792,618,300 บาท โดยพล.อ.พิรุณ แผ้วพลสง เสนาธิการทหารบก ในฐานะเลขาธิการกอ.รมน. ได้ส่งเอกสารให้กมธ. ซึ่งนายวิทยา บุรณศิริ ส.ส.อยุธยา พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กอ.รมน. ตั้งเบิก 2,080 ล้านบาท ช่วงการชุมนุม ส่วนกองทัพบกตั้งเบิก 1,850 ล้านบาท รายการเหมือนกันหมด แสดงว่าใช้ไปเกือบ 3,900 ล้านบาทแล้ว แถมแสดงในลักษณะเหมาจ่าย ไม่มีรายละเอียดว่า หน่วยไหนบ้างในกำลัง 60,000 นาย ที่มาประจำการในกทม.ช่วงการชุมนุม และหากครม.ต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จะต้องใช้งบอีกเท่าไหร่ 
    
พล.อ.พิรุณ ชี้แจงว่า ตัวเลขดังกล่าว ได้แยกให้ดูว่า ในยอดรวม 2,080 ล้านบาทของกอ.รมน. เฉพาะในส่วนของกองทัพบกเบิกจ่ายไปเท่าไหร่ ขณะนี้ลดกำลังพลเหลือประมาณ 4 พันกว่าคนแล้ว หากครม.ต่ออายุก็ต้องคำนวณค่าใช้จ่ายอีกครั้ง ส่วนข้อห่วงใยเรื่องภารกิจของกอ.รมน. ยินดีรับไปปรับปรุงการทำงาน
  
* “เหลิม”อัดไม่มีสำนึกปชต. 
    
ที่พรรคเพื่อไทย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลยังคง พ.ร.ก.ฉุกเฉินไว้ ใน 19 จังหวัด ว่า แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลนายอภิสิทธิ์ ไม่มีสำนึกความเป็นประชาธิปไตย ยังนึกสนุกกับอำนาจที่มีอย่างไม่จำกัด ทั้งที่เดิมทีแล้ว พ.ร.ก.  ฉุกเฉิน ออกมาเพื่อใช้ในภาคใต้ ในพื้นที่ที่มีความไม่สงบเรียบร้อย แต่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ กลับเอามาใช้ในพื้นที่ กทม. ที่สถานการณ์สงบลงแล้ว ทำให้สังคม เศรษฐกิจ ปั่นป่วนไปหมด แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลนายอภิสิทธิ์กำลังทำเพื่อใครกันแน่ ทำเพื่อให้อยู่ในอำนาจให้นานที่สุดใช่หรือไม่ ซึ่งอยากบอกว่าถ้าเป็นอย่างนั้นก็ให้รัฐบาลประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ยาวไปจนถึงการเลือกตั้งครั้งหน้าเลย จะได้อยู่กับอำนาจให้สนุกเต็มที่ และเชื่อว่าหลังเลือกตั้งครั้งหน้าเสียงของประชาธิปัตย์จะไม่ถึง 100 เสียงอย่างแน่นอน 

* ยื่นกสม.ตรวจค่ายไทรโยค 
    
ด้านนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีที่มีการคุมขังกลุ่มผู้ชุมนุมไว้ที่ค่ายทหารใน จ.กาญจนบุรี ว่า คณะทำงานของพรรคเพื่อไทยได้ลงพื้นที่ตรวจสอบค่ายทหารต่าง ๆ ในจังหวัดกาญจนบุรี โดยนำรูปกำแพงในค่ายทหารหลายแห่งให้กลุ่ม นปช. ที่ถูกกักขังไว้ได้ดู ซึ่งเกือบทุกคนเห็นตรงกันว่าน่าจะเป็นกำแพงค่ายทหารชื่อว่า “ค่ายฝึกไทรโยค” หรือค่ายฝึกไทย-สิงคโปร์ ซึ่งเราได้ไปถ่ายรูปถ่ายมาแล้วเมื่อวันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมา เป็นที่น่าสังเกตว่าหลังจากที่ปรากฏเป็นข่าวไปแล้ว เดิมที่ค่ายดังกล่าวไม่มีทหารรักษาการมากนัก พอมาวันนี้กลับมีทหารมายืนรักษาการประจำจุดอย่างคึกคัก ในวันที่ 7 ก.ค. ตนจะไปยื่นหนังสือถึง นพ. นิรันดร์ กรรมการสิทธิฯเพื่อขอให้ลงไปตรวจสอบกรณีดังกล่าว นอกจากนี้จะร่างคำร้องต่อศาลจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อขอให้มีคำสั่งปล่อยตัว นปช. ที่ยังถูกคุมขังอยู่ เชื่อว่าน่าจะมีอยู่อีกประมาณ 70 คน

* พท.ไม่ได้เปิดทีวีดาวเทียม 
    
นายพร้อมพศ์ ยังกล่าวด้วยว่า กรณีที่มีข่าวระบุว่าพรรคเพื่อไทยเปิดโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมนั้น ขอยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยไม่ได้เปิดช่องโทรทัศน์ดาวเทียมแห่งใหม่ แต่การดำเนินการทั้งหมดเป็นของบริษัทเอกชน ที่ใช้ชื่อว่า เดโมเครซี่ นิวส์ เน็ตเวิร์ค ซึ่งมีสำนักงานอยู่ที่ชั้น 5 อิมพีเรียล ลาดพร้าว พรรคเพื่อไทยไม่ได้มีส่วนร่วมในการบริหาร แต่จะมีส่วนร่วมคือบุคลากรของพรรคไปเป็นวิทยากร หรือผู้ดำเนินรายการเท่านั้น จึงขอยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยจะไม่มีทางทำผิดรัฐธรรมนูญมาตรา 48 หรือทำผิดกฎหมายเลือกตั้งโดยเด็ดขาด

* ยื่นหนังสือค้านสภามะกัน
    
นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตยพร้อมด้วยคณะ ได้เข้ายื่นหนังสือกับนายประชา ประสพดี ประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎรเพื่อให้ตรวจสอบการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ว่าคุกคามเสรีภาพประชาชนหรือไม่ และอยากเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวนายสมบัติ บุญงามองค์ ผู้อำนวยการมูลนิธิกระจกเงา และหยุดการออกหมายจับนายวสันต์ สายรัศมี อาสาหน่วยกู้ภัยฯ โดยในวันที่ 12 ก.ค. ทางกลุ่มฯ จะไปยื่นหนังสือถึงสถานทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย เพื่อคัดค้าน กรณีที่รัฐสภาสหรัฐ สนับสนุนแผนปรองดองของรัฐบาล เนื่องจากเป็นแผนที่รัฐบาลตั้งขึ้นเพื่อหลอกลวงประชาชน ทั้งที่มีการไล่ล่าแกนนำคนเสื้อแดง รวมทั้งมีการคง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อกดดันคนเสื้อแดงด้วย 

* “สล้าง”แจ้งข้อมูลธุรกรรม
    
ที่ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ สำนักคดีการเงินการธนาคาร กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ผู้ที่มีรายชื่อเข้าชี้แจงธุรกรรมการเงินต้องสงสัยได้ทยอยเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนตามตารางนัดหมาย อาทิ พล.ท.มนัส เปาริก อดีตรองแม่ทัพภาคที่ 3 สมาชิกพรรคเพื่อไทย, พล.ท.พฤณท์ สุวรรณทัต ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม, พล.ต.อ.สล้าง บุน นาค อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ, นายจตุพร เจริญเชื้อ ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย, นายเมธาพันธ์ โพธิธีรโรจน์ แนวร่วม นปช., นายสาโรจน์ หงส์ชูเวช บุคคลใกล้ชิดตระกูลชินวัตร ฯลฯ ทั้งนี้ พล.ต.อ.สล้าง กล่าวว่า เงินในบัญชีอื่น ๆ ชี้แจงได้ เพราะได้แบ่งให้ลูก ๆ ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเงินสดหรือที่ดิน ส่วนตัวไม่ได้มีค่าใช้จ่ายประจำวันมากนักจึงไม่เดือดร้อน 

* ตร.เมืองรถม้าฝึกติวเข้ม
    
ที่สนามศูนย์ฝึกตำรวจภาค 5 ลำปาง พล.ต.ต.บุญมี สมสุข รอง ผบช.ภ. 5 ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมการฝึกความพร้อมของตำรวจให้พร้อมรับกับสถานการณ์ที่ไม่ปกติในการชุมนุมต่าง ๆ ซึ่งในพื้นที่จ.ลำปางยังคงมีพ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยมี พ.ต.อ.นันทวิทย์ เทียมบุญธง รอง ผบก.ภ.จว.ลำปาง และ พ.ต.อ. พิทักษ์ นาสมวาส ผกก.สภ.เมืองลำปาง พร้อมคณะนายตำรวจในพื้นที่ให้การต้อนรับ 
    
ส่วนที่ สภ.เมือง จ.เชียงใหม่ นางสายรุ้ง วัฒนพงศศิริกุล อายุ 46 ปี ภรรยานาย  เพชรวรรต แกนนำกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 และนายวรวุฒิ รุจนาภินันท์ อายุ 54 ปี หรือดีเจแดง สองแคว ได้เดินทางเข้ามอบตัวต่อ พ.ต.ท.สวัสดิ์ หล้ากาศ รอง ผกก.สภ.เมือง  เชียงใหม่ ข้อหาร่วมกันมีและใช้เครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาตและร่วมกันเสนอข่าวทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัวหรือเจตนาบิดเบือนข้อมูล ซึ่งเป็นความผิดในช่วงประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หลังมอบตัวสอบปากคำเบื้องต้นแล้วจึงปล่อยตัวไป

* อัยการสูงสุดเมินคำขู่“สนธิ”
    
นายจุลสิงห์ วสันตสิงห์ อัยการสูงสุด (อสส.) กล่าวถึงกรณีนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ที่ออกมาพาดพิงที่อัยการยื่นฟ้องนายสนธิ ในคดีหมิ่นเบื้องสูง แต่กลับไม่เร่งรัดสั่งคดีหมิ่นเบื้องสูงซึ่งมีนายจักรภพ เพ็ญแข เป็นผู้ต้องหา ทั้งที่เหตุการณ์ผ่านมา 4 ปีแล้วว่า ทางคณะทำงานอัยการกำลังเร่งพิจารณาพยานหลักฐานในสำนวน แต่ยังไม่มีคำสั่งออกมา ทุกอย่างเราต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ยืนยันว่าเรากำลังดำเนินการอยู่  และจะเร่งให้เร็วที่สุด ส่วนที่นายสนธิ ขู่เช็กบิลอัยการที่เกี่ยวข้องทุกคนนั้น นายจุลสิงห์ กล่าวว่า ไม่เป็นไร เพราะเราทำตามหน้าที่แล้ว ไม่ได้ขึ้นอยู่กับฝ่ายใดทั้งสิ้น

* “มาร์ค”ให้เวลาคอป. 2 ปี
    
ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 18.15 น. นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์อีกครั้งถึงการกำหนดเวลาการทำงานของคอป.ที่มี นายคณิต ณ นคร เป็นประธาน เพียง 2 ปี ว่า นายคณิต เป็นผู้มาขอเวลาดังกล่าวเอง เพราะมองว่างานที่จะต้องทำมีทั้งการแสวงหาข้อเท็จจริง และการเข้าไปวิเคราะห์สาเหตุของปัญหา รวมถึงข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการป้องกันปัญหาความขัดแย้งในอนาคต ดังนั้น จะมีภารกิจค่อนข้างกว้างพอสมควรและระยะเวลา 2 ปี ในการทำหน้าที่ของคณะกรรมการฯ ก็ถือว่าเกินอายุของรัฐบาลชุดนี้แล้วจึงต้องมีการออกระเบียบสำนักนายกฯ ส่วนกรณีของนายวิทวัส หรือ “มาร์ค วี11” ผู้เข้าแข่งขัน (เอเอฟ 7) โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัววิพากษ์วิจารณ์ด้วยถ้อยคำรุนแรงนั้นยังไม่ได้อ่านข้อความ แต่ถ้าโพสต์ด้วยข้อความที่หยาบคายก็ถือว่าไม่เหมาะสม

* ออกหมายเรียก“พร้อมพงศ์” 
    
ที่กองบัญชาการกองทัพบก พ.อ. สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกศอฉ.แถลงผลการประชุมศอฉ.ว่า ที่ประชุมให้ความสำคัญกับกรณีที่นายพร้อมพงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทยซึ่งระบุว่า ทางศอฉ.มีการควบคุมตัวผู้ชุมนุมจำนวน 11 คนไปไว้ในพื้นที่จ.กาญจนบุรีแบบไม่ถูกต้องตามกฎหมายนั้น จากการตรวจสอบจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วยังไม่พบข้อมูลในลักษณะดังกล่าวจึงถือเป็นข้อมูลเท็จ ทำให้ประชาชน สื่อมวลชนเข้าใจผิดได้ ดังนั้นในวันที่ 7 ก.ค.นี้ทางศอฉ.มอบหมายให้ตำรวจออกหมายเรียกนายพร้อมพงศ์ มาชี้แจงข้อมูลถ้ามีคำตอบที่ไม่ชัดเจนคงจะต้องดำเนินการตามข้อกฎหมายต่อไป 2 ข้อหา คือ  เรื่องการเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ และการกล่าวเท็จที่ให้ผู้อื่นต้องคดีอาญา หากไม่มาชี้แจงตามที่ออกหมายเรียก 2 ครั้ง ก็จะออกหมายจับต่อไป
 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
บทความที่น่าสนใจ
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com

Warning: include(../../main/globalsitemap.php): failed to open stream: No such file or directory in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194

Warning: include(): Failed opening '../../main/globalsitemap.php' for inclusion (include_path='.:/usr/lib/php:/usr/local/lib/php') in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194