หมวดหมู่
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่มุสลิมไทย โพสต์
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> Muslimthai Focus
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
คุณมาดี รูปโฉมใหม่ สำมะโนประชากรไทย 2553
คยจำได้ไหมว่าเมื่อ 10 ปีที่แล้ว (2543) มีบุรุษ สตรี สวมหมวกกันไอแดดไว้บนศีรษะ ขณะที่ในมือก็ถือกระเป๋าเอกสารสีดำ ซึ่งข้างในบรรจุเอกสารสำคัญมากมาย ส่วนมืออีกข้างก็คอยเคาะประตูหรือกดกริ่งหน้าบ้าน ขณะที่ปากก็ค่อยๆ เปล่งวาจาแนะนำตัวเองว่าเป็นเจ้าหน้าที่มาสำรวจสำมะโนประชากรและเคหะ
       
       และปีนี้ 2553 การสำรวจสำมะโนประชากรฯ ก็เวียนบรรจบมาครบอีกรอบหนึ่ง ซึ่งเป็นครั้งที่ 11 และเป็นวาระครบรอบ 100 ปีของการจัดทำสำมะโนประชากรของไทย
       
       นอกจากปีนี้จะครบรอบหนึ่งศตวรรษการทำสำมะโนประชากรแล้ว ยังเป็นนิมิตหมายอันดีของการเริ่มต้นทำสิ่งใหม่ๆ ที่แปลกแตกต่างไปจากการทำสำรวจสำมะโนฯ ครั้งก่อน ด้วยการเพิ่มนวัตกรรมใหม่ วิธี รูปแบบ อุปกรณ์เครื่องมือ โดยเฉพาะเครื่องแบบของเจ้าหน้าที่พนักงานภาคสนามที่มาในรูปโฉมใหม่ไฉไลกว่าเดิม จะเรียกชุดที่เจ้าหน้าที่ใส่ว่า 'ชุดคุณมาดี' สีชมพู
       
       แต่เอ๊ะ! หลายคนอาจสงสัยว่า การทำสำมะโนประชากรคืออะไร ทำเพื่ออะไร ทำไมต้องเป็นคุณมาดี และคุณมาดีนั้นคือใคร ดังนั้นเรามาทำความเข้าใจกับคำถามทั้งหลายทั้งมวลเหล่านี้ที่ผุดอยู่ในหัวก่อนที่จะถึงวันสำคัญ 1 กันยายน 2553นี้ และเพื่อให้ทุกคนเปิดใจกว้างอ้าแขนรับเหล่าคุณมาดีที่จะมาก๊อก ก๊อก ก๊อก ประตูบ้าน
       
       สำมะโนประชากรฯ นั้นสำคัญไฉน
       แม้การสำรวจสำมะโนประชากรจะเริ่มต้นอย่างเป็นทางการวันที่ 1-30 กันยายน 2553 แต่รู้ไหมว่าระบบการทำงานได้มีการวางแผนมานานก่อนหน้านี้หลายปี เพื่อให้การสำรวจครั้งนี้ครบถ้วนสมบูรณ์พร้อมมากที่สุด ขนาดถึงขั้นส่งเจ้าหน้าที่ไปสำรวจภาคสนามแบบทดลองก่อนที่จะปฏิบัติงานจริงๆ เพื่อสร้างความรู้เข้าใจ แก่ประชาชนถึงการทำสำมะโนประชากร และเพื่อให้คุ้นเคยกับเจ้าหน้าที่ที่จะลงปฏิบัติงานจริงอีกครั้ง
       
       ซึ่งในเรื่องนี้ จีราวรรณ บุญเพิ่ม ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) ได้บอกเล่าอย่างชัดเจนว่า การทำสำมะโนประชากรฯ เป็นการเก็บข้อมูลของประชาชนในความเป็นอยู่ที่แท้จริง ซึ่งมีความสำคัญกับทุกหน่วยงานและมีความจำเป็นต้องใช้ข้อมูลตรงส่วนนี้เพื่อจัดทำแผนนโยบายการสร้างสาธารณูปโภคต่างๆ โดยเฉพาะในประเทศไทยเป็นประเทศที่มีการเคลื่อนย้ายทางแรงงานสูง มีคนอีสานไปทำงานภาคกลาง ภาคใต้ เป็นจำนวนมาก จึงส่งผลให้ภาพความจริงกับที่อยู่ตามทะเบียนบ้านแตกต่างกัน
       
       “สุดท้ายก็เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการต่างๆ จากภาครัฐ การจัดสรรงบประมาณต่างๆ องค์การสหประชาชาติพยายามให้ทุกประเทศทำการสำรวจสำมะโนประชากรฯ อย่างน้อยควรทำทุก 10 ปี มีบางประเทศที่มีทรัพยากรทางประชากรมากเขาทำทุก 5 ปี เช่น ออสเตรเลีย เกาหลี อเมริกา”
       
       หลังจากปี 2543 ที่ประเทศไทยมีการสำรวจสำมะโนประชากร ครั้งสุดท้าย ถึงปัจจุบันนี้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางด้านสภาพความเป็นอยู่ของประชาชนมาก โครงสร้างความเป็นอยู่เริ่มเปลี่ยน เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ มีอัตราการเกิดน้อยลง แต่งงานช้าลง มีลูกช้าลง เริ่มมีเรื่องแรงงานต่างด้าวเข้ามาด้วย
       
       “เมื่อสถานการณ์ความเป็นอยู่เปลี่ยน รูปแบบการลงไปสำรวจก็ต้องเปลี่ยนแปลงไปด้วย เมื่อก่อนเราขอความร่วมมือจากครู ให้ช่วยทำการสำรวจ แต่ตอนนี้ไม่ได้แล้วเพราะครูไม่มีเวลาว่าง เราจึงต้องหาลูกจ้างชั่วคราวมาทำหน้าที่ตรงนี้”
       
       เมื่อโครงสร้างความเป็นอยู่เปลี่ยนแปลงไปมาก โดยเฉพาะในเมืองใหญ่อย่าง กรุงเทพมหานคร ที่คนเริ่มรักษาสิทธิและมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น และมีคนอีกจำนวนมากที่อาศัยอยู่ในอาคารสูง บ้านจัดสรร จึงเป็นเหตุผลหนึ่งในการสร้างคุณมาดีให้เกิดขึ้นมา
       
       “บางคนยังมีความระแวง ครั้งนี้ เราจ้าง อาสาสมัครคนในชุมชนเอง จึงไม่ทำให้เกิดความระแวง เรามีเครื่องแต่งกายที่ได้มาตรฐาน ออกไปหาประชาชน หากยังกังวลก็สามารถขอดูบัตรได้เลย”
       
       เป็นเรื่องที่น่าชื่นชมสำหรับรูปแบบการเข้าไปหาประชาชนของคุณมาดี ที่คำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงทางสังคมเป็นที่ตั้ง แต่ทั้งนี้คุณมาดีที่เตรียมตัวไปเคาะประตูบ้านของทุกคนก็ไม่ได้เป็นใครมาจากไหน ก็คือ เจ้าหน้าที่อาสาสมัครที่ต้องผ่านการอบรมที่ได้มาตรฐานจาก สสช. 
       
       จากใจ 'คุณมาดี' 
       หลายคนก็อาจจะพอคุ้นบ้างแล้วว่าคุณมาดีคือใคร เนื่องจากได้มีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้ทราบล่วงหน้าแล้วว่าจะมีการทำสำมะโนประชากร รวมทั้งยังมีการทดลองลงไปสำรวจพื้นที่ในเขตกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัดบางส่วน แต่ก็ยังมีอีกไม่น้อยที่ไม่รู้ข้อมูลที่แน่ชัด เผลอๆ เมื่อถึงวันที่1 กันยายน 2553 หรือวันที่สำรวจจริงๆ มีคนใส่ชุดสีชมพูไปเคาะประตูบ้านอาจจะถึงขั้นตะลึงงันก็ได้
       
       “ถึงแม้การสำรวจสำมะโนประชากรและเคหะ จะเริ่มอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 กันยายนนี้ แต่ทุกวันนี้ เราก็เริ่มลงพื้นที่สำรวจ ทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่แล้ว และหลายๆ จังหวัดก็เริ่มทำการสำรวจอย่างจริงจังแล้วค่ะ”
       
       พนิดา พูลพังงา เจ้าหน้าที่สถิติชำนาญการ สำนักงานสถิติแห่งชาติ ผู้รับบทบาทเป็นหนึ่งใน 'คุณมาดี' ร่วมกับคุณมาดีอีกราว 70,000 คน ทั่วประเทศ รับอาสาบอกกล่าวถึงบรรยากาศการลงพื้นที่เพื่อสำรวจสำมะโนประชากรครั้งใหญ่นี้ ที่ในบางครั้ง ก็ต้องพบเจอกับอุปสรรค
       
       โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อต้องเผชิญกับสภาพการณ์ที่ประชาชน 'ไม่ชอบขี้หน้า เจ้าหน้าที่รัฐ' อันเป็นผลสะท้อนจากเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองที่แพร่ระบาดไปทั่วทุกหัวระแหง
       
       “พื้นที่ที่ดิฉันรับผิดชอบก็คือพื้นที่เขตดอนเมืองค่ะ ซึ่งก็รู้ๆ กันอยู่ว่าพื้นที่นี้เป็นฐานเสียงของใคร ยอมรับเลยค่ะ ว่า วันแรกๆ ที่เราลงไปสำรวจ และทำความเข้าใจกับประชาชนเรื่องการเก็บข้อมูลสำมะโนประชากร ก็เจอบางคนเขาแสดงท่าทีไม่เป็นมิตร แล้วเขาก็บอกด้วยความไม่ชอบใจ ว่าเขาไม่ชอบเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ขอยุ่งเกี่ยว เขาจะไม่ให้ความร่วมมือ
       
       “เมื่อเจอแบบนี้เราก็ต้องใจเย็นๆ รับฟังเขา วันนั้นดิฉันก็ปล่อยให้เขาระบายออกมาให้หมด อะไรที่เขาไม่พอใจ ก็ให้เขาพูดออกมา พออารมณ์เขาเริ่มเย็นลงแล้ว เราก็ค่อยๆ อธิบายว่า การทำหน้าที่ของเราไม่เกี่ยวข้องอะไรกับความขัดแย้งทางการเมือง สิ่งที่เราทำ คือ การสำรวจข้อมูลประชากรของประเทศที่มีผลต่อการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคต่างๆ ให้เพียงพอ เราต้องค่อยๆ อธิบาย ใช้ความอ่อนโยน ใช้คำพูดที่นุ่มนวลกับเขา สักพักเขาก็เข้าใจและให้ความร่วมมือ”
       
       ถึงแม้จะดูมีอุปสรรคอยู่บ้าง แต่ไม่ว่าอย่างไร พนิดา ก็ยืนยันว่า ประชาชนไม่น้อยมีความเข้าใจ และให้ความร่วมมือกับการสำรวจครั้งนี้ หรือถ้ายังมีใครคลางแคลง ไม่เชื่อมั่นว่าสำรวจไปทำไม เพื่ออะไร และจะรู้ได้อย่างไรว่า คุณมาดีที่มาเยือนบ้านของตนนั้น เป็นเจ้าหน้าที่รัฐจริงๆ ไม่ใช่มิจฉาชีพปลอมตัวมา
       
       พนิดาตอบคำถามเหล่านี้ว่า เครื่องแบบประจำตัวของคุณมาดีนอกจากจะมีเสื้อแจ็กเกตสีชมพู มีหมวกสีชมพูแล้ว เจ้าหน้าที่ทุกคนจะพกบัตรประจำตัวที่รับรองโดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ เมื่อมีใบรับรองแน่ชัดเช่นนี้ จึงขอให้ประชาชนเชื่อมั่นได้
       
       นอกจากนั้น อาคารสูงเช่น คอนโดฯ อพาร์ตเมนต์ แฟลตต่างๆ สำนักงานสถิติแห่งชาติก็จะมีจดหมายแจ้งอย่างเป็นทางการไว้ล่วงหน้าด้วยเพราะอาคารส่วนใหญ่มักมีระบบเข้า-ออกด้วยคีย์การ์ด มีระบบรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด เว้นเพียงบ้านเรือนทั่วไป ที่เจ้าหน้าที่จะพบปะประชาชนด้วยตนเองโดยไม่จำเป็นต้องมีหมายแจ้งล่วงหน้า
       
       “ขอความร่วมมือจากประชาชนทุกคนด้วยค่ะ ว่าอยากให้เชื่อใจ เชื่อมั่น และให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ เพราะว่าข้อมูลที่เราได้รับจากทุกๆ ครัวเรือนนั้น ถือเป็นข้อมูลที่สำคัญและมีส่วนอย่างมากในการพัฒนาประเทศ”
       
       ย้อนอดีตหน้าที่ที่ภาคภูมิใจ
       แม้ปีนี้จะมีการเพิ่มสีสันลูกเล่นของการสำรวจสำมะโนประชากรมากขึ้นกว่าปีก่อนๆ แต่การทำงานการลงพื้นที่หรือประสบการณ์ที่เจ้าหน้าที่ชุดใหม่จะได้รับคงจะไม่แตกต่างไปจากเดิมมากนัก
       
       โดยอดีตเจ้าหน้าที่สำรวจสำมะโนประชากรอย่าง นิคม ได้บอกเล่าประสบการณ์ที่เคยทำหน้าที่นี้มาแล้ว 2 ครั้งให้ฟังว่า เคยลงไปสำรวจสำมะโนประชากรครั้งแรกเมื่อปี 2533 และครั้งที่สองปี 2543 โดยจะเรียกคนที่ลงไปเก็บข้อมูลนี้ว่า พนักงานแจงนับ
       
       “ตอนที่ผมลงไปสำรวจ ส่วนใหญ่เขาจะให้ครู ข้าราชการ เพราะบุคคลเหล่านี้จะใกล้ชิดกับชาวบ้านในพื้นที่ค่อนข้างเยอะ และสมัยนั้นยังไม่มีอาสาสมัครในพื้นที่ องค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.) เทศบาล เจ้าหน้าที่ชุมชน ดังนั้นพวกครูจึงเป็นแกนนำหลักในการทำสำมะโนประชากร จะทำช่วงปิดเทอม คือเดือนเมษายนทำกัน 1 เดือน
       
       “แต่รู้มาว่า ครั้งที่จะทำล่าสุดนี้จะเอาอบต.มาเข้าร่วมด้วย เช่น ตำบลไหนรับผิดชอบพื้นที่ใดก็จะให้พนักงาน เจ้าหน้าที่ของเขาลงมาทำหรืออาจจะมีการว่าจ้างลูกจ้างมาสำรวจก็ได้ แต่ก็ต้องมีการอบรมก่อนลงพื้นที่ก่อนนะ”
       
       อย่างไรก็ตามอดีตเจ้าหน้าที่ผู้นี้ยังบอกขั้นตอนการทำงานให้ฟังว่า ก่อนที่จะลงพื้นที่ชาวบ้านก็จะรู้มาก่อนล่วงหน้าแล้วว่าจะมีเจ้าหน้าที่มาสำรวจสำมะโนประชากร โดยทางอำเภอจะเรียกประชุมหรือไม่ก็ส่งหนังสือราชการมาถึงผู้ใหญ่บ้าน กำนันของแต่ละแห่ง
       
       “หลังจากนั้นผู้ใหญ่บ้าน กำนันก็จะประชุมลูกบ้านให้ทราบว่าวันไหนที่จะมีคนลงมาสำรวจ และขอให้ความร่วมมือตอบคำถามตามความจริง ไม่ต้องกลัว ขั้นตอนการทำงานของเราคือ จะมีแบบสำรวจสอบถามว่าครัวเรือนนี้ตั้งอยู่ที่ไหน ประเภทของครัวเรือนที่อยู่อาศัย จำนวนสมาชิก และจะมีอีกชุดหนึ่งที่จะถามลงลึกไปอีก เช่น บ้านหรือครัวเรือนหลังนี้มีเพศใดบ้าง อายุ สัญชาติ การศึกษา อาชีพ การย้ายถิ่นของคนในบ้าน รายได้ ”
       
       กระนั้นเพื่อให้ชาวบ้านเกิดความเชื่อมั่นและแน่ใจว่าคนที่มาเคาะประตูบ้านคือพนักงานแจงนับจริงๆ นิคมบอกว่าผู้ทำหน้าที่นี้ทุกคนต้องมีอุปกรณ์เครื่องแบบบ่งบอกที่ชัดเจน
       
       “เขาจะมีกระเป๋าเอกสาร หมวก แฟ้มรองเขียน ดินสอให้โดยจะเขียนข้อความสัญลักษณ์ว่า สำมะโนประชากรและลงท้ายด้วยปีที่ทำ ไปสำรวจบ้านไหนเราก็จะแสดงสัญลักษณ์นี้ไปทุกที่เพื่อความมั่นใจของชาวบ้าน”
       
       ยินดีต้อนรับ 'คุณมาดี'
       ถึงจะยังไม่ถึงวันที่มีการสำรวจจริงๆ แต่เชื่อว่าการปรับปรุงโฉมของเจ้าหน้าที่ที่มาในคราบคุณมาดีครั้งนี้อาจทำให้ประชาชนรู้สึกดี อยากให้ข้อมูลกล้าเปิดเผยมากขึ้นก็ได้ เนื่องด้วยนิสัยคนไทยที่ใครเป็นมิตรมาก็ดีตอบ และยิ่งคุณมาดีที่มาทำหน้าที่เก็บข้อมูลเพื่อนำไปเป็นฐานข้อมูลของประเทศด้วยแล้ว ทุกคนคงยินดีเปิดประตูบ้านต้อนรับเป็นแน่
       
       เช่นเดียวกับ จรัญ ศิริปรีชารัตน์ ที่บอกว่า แม้จะไม่รู้ว่าจะมีการสำรวจครั้งใหม่เมื่อใด แต่ก็ยินดีให้ความร่วมมืออย่างแน่นอน รวมทั้งยังเล่าเหตุการณ์แต่ครั้งก่อนให้ฟังอีกว่า
       
       “รู้สึกว่าเมื่อหลายปีมาแล้ว แต่จำไม่ได้ว่าปีไหนเคยมีเจ้าหน้าที่มาที่บ้านและบอกว่า มาสำรวจสำมะโนประชากรโดยจะแต่งกายมีกระเป๋า หมวก แสดงหลักฐานยืนยัน โดยจะเขียนว่าสำมะโนประชากรอะไรสักอย่างนี่แหละ เราก็ตอบข้อมูลไปตามจริง เพราะก่อนหน้านี้ไม่กี่วันที่เขาจะมาถามก็มีประกาศว่า จะมีเจ้าหน้าที่มาสำมะโนประชากรขอให้ความร่วมมือด้วย เราก็เลยไม่กลัวหรือว่ากังวลอะไรหรือคิดว่าเขาเป็นคนร้ายคิดไม่ดี
       
       “ที่บอกว่าคนที่ลงมาทำจะแต่งกายด้วยชุดสีชมพูก็คิดว่าเป็นความคิดที่ดี เพราะจะทำให้ประชาชนจดจำได้ง่ายว่า ถ้ามีเจ้าหน้าที่มาทำสำมะโนประชากรจะแต่งกายด้วยชุดสีชมพู มีเอกลักษณ์ดี ไม่ต้องกลัวว่าใครจะมาหลอกเรา”
       
       ซึ่งก็ไม่ต่างกับนิคม อดีตเจ้าหน้าที่ ที่บอกว่า แม้ปีนี้จะไม่ได้ลงมือไปสำรวจแล้ว แต่ก็ยินดีที่จะให้ความร่วมมือในการสำรวจครั้งนี้เช่นกัน
       
       “อย่างเช่นปีนี้ ได้ข่าวเจ้าหน้าที่ที่จะลงสำรวจจะแต่งกายด้วยชุดสีชมพู หรือที่เขาเรียกกันว่าคุณมาดี ผมก็เห็นด้วยนะว่าที่มีการกำหนดให้แต่งชุดแบบนี้ มีสีสันต่างจากปีก่อนๆ อาจจะดูเป็นมิตรกับชาวบ้านมากขึ้น เราก็ต้องให้ความร่วมมืออย่างแน่นอนข้อมูลที่เขาเก็บก็เพื่อพวกเราและเพื่อพัฒนาสังคมให้ดียิ่งขึ้น”
       ……….
       
       แม้การทำสำมะโนประชากรและเคหะ จะเริ่มทำกันมาเนิ่นนานนับ 100 ปีแล้ว และวัตถุประสงค์ของการจัดทำแต่ละครั้งคงไม่ต่างกัน โดยเฉพาะปีนี้ที่ได้มีการพัฒนาปรับปรุงรูปแบบการลงพื้นที่โดยใช้คุณมาดีเป็นสื่อกลาง ซึ่งนับว่าเป็นความคิดที่ดี ที่ช่วยสะท้อนให้ประชาชนเข้าถึง เข้าใจและพร้อมให้ความร่วมมือมากขึ้น และอาจจะช่วยลดช่องว่างเข้าใจการทำงานระหว่างชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ของรัฐได้บ้าง
       …......
       
       ถ้าจะนับย้อนหลังไปก่อนหน้านี้ ไทยเริ่มนับจำนวนประชากรครั้งแรกในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อปี 2448 โดยเรียกการทำครั้งนั้นว่า 'บัญชีพลเมือง' แต่ปีที่เริ่มการทำสำมะโนประชากรครั้งแรกคือ ปี 2452 โดยครั้งแรกถึงครั้งที่ 5 จัดทำโดยกระทรวงมหาดไทย เรียกว่า'การทำสำมะโนครัว' และครั้งที่ 6 เป็นต้นมา ซึ่งได้แก่ ปี 2503, 2513, 2523, 2533,2543 จัดทำโดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ และรวมทั้งปีนี้ 2553 นี้ด้วย
       
       การจัดทำสำมะโนประชากรและเคหะ นั่นก็เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลประชากรทุกคนในประเทศ ตามที่อยู่จริง ซึ่งเป็นเสมือนการฉายภาพนิ่ง ณ วันสำมะโน (วันที่กำหนดขึ้นเพื่อใช้เป็นเวลาอ้างอิง) เพื่อแสดงภาพว่าประเทศไทยมีประชากรเท่าใด อยู่ที่ไหน เป็นชายหรือหญิง เป็นเด็ก คนทำงาน หรือคนแก่ มีจำนวนคนพิการเท่าใด การศึกษาระดับไหน อาชีพอะไร มีความเป็นอยู่อย่างไรบ้าง
       
       ซึ่งแตกต่างกับข้อมูลจากทะเบียนราษฎของกระทรวงมหาดไทย คือ ข้อมูลจากทะเบียนราษฎร แสดงจำนวนประชากรตามทะเบียนบ้าน (ตามกฎหมาย) และมีข้อมูลเฉพาะเพศและอายุ เท่านั้น ทั้งนี้ประชากรจำนวนมากที่ไม่ได้อาศัยอยู่ในที่อยู่อาศัยตามทะเบียนบ้าน
       
       และการสำรวจสำมะโนประชากรครั้งที่ 11 นี้ยังกำหนดทางเลือกในการให้ข้อมูลที่หลากหลายขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ให้ข้อมูล 4 ช่องทางด้วยกัน ได้แก่ การให้พนักงานไปสัมภาษณ์ที่บ้าน การให้ข้อมูลผ่านทางอินเทอร์เน็ต การให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ และการส่งแบบสอบถามทางไปรษณีย์
       
       ..........
       
       เรื่อง : ทีมข่าว CLICK
       ภาพ : ทีมภาพCLICK และ สำนักงานสถิติแห่งชาติ
 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
บทความที่น่าสนใจ
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com

Warning: include(../../main/globalsitemap.php): failed to open stream: No such file or directory in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194

Warning: include(): Failed opening '../../main/globalsitemap.php' for inclusion (include_path='.:/usr/lib/php:/usr/local/lib/php') in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194