หมวดหมู่
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่มุสลิมไทย โพสต์
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> Muslimthai Focus
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
อ่านเกมจีน ลับ ลวง พราง ยืดหยุ่นค่าเงินหยวน ผ่าน"ดร.วีรพงษ์ รามางกูร"เหตุผลทางศก.หรือการเมืองกันแน่?
อ่านเกมจีน ลับ ลวง พราง ยืดหยุ่นค่าเงินหยวน ผ่าน"ดร.วีรพงษ์ รามางกูร"เหตุผลทางศก.หรือการเมืองกันแน่?

ชั่วโมงนี้คนทำมาค้าขาย-ลงทุน ถ้าไม่เกาะติดความเคลื่อนไหวของ"ค่าเงินหยวน"ไว้บ้างเห็นที่อาจจะตกขบวน ล่าสุด"ดร.โกร่ง" ดร.วีรพงษ์ รามางกูร เขียนในคอลัมน์คนเดินตรอกไว้อย่างน่าสนใจ

ประชาชาติธุรกิจ

เงินหยวนของจีน

คอลัมน์ คนเดินตรอก

โดย ดร.วีรพงษ์ รามางกูร




เมื่อกลางเดือนมิถุนายน รัฐบาลจีนประกาศเป็นครั้งแรกหลังจากที่ไม่พูดว่ากระไร มาถึง 2 ปีว่าทางการจีนจะเปลี่ยนนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนจากที่เคยตรึงค่าเงินของจีนไว้ที่ 6.28 หยวนต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐมาเป็นเวลานานกว่า 2 ปี โดยอ้างว่าจีนจำเป็น ต้องตรึงค่าเงินหยวนไว้กับเงินดอลลาร์สหรัฐเพราะปัญหาความผันผวนทางเศรษฐกิจและการเงินของโลกอันสืบเนื่องมาจากปัญหา "หนี้ด้อยคุณภาพ" ของสหรัฐซึ่งกระทบกระเทือนจีนด้วย

บัดนี้ สถานการณ์ทางเศรษฐกิจของจีนกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว จีนอาจจะสามารถให้เงินหยวนของจีนเมื่อเทียบค่ากับเงินดอลลาร์สหรัฐแล้วอาจจะมีค่ายืดหยุ่นได้มากขึ้น แทนที่จะตรึงไว้ตายตัวที่ประมาณ 6.28 หยวนต่อ 1 ดอลลาร์

ทันทีที่ข่าวนี้แพร่ออกไป นักเศรษฐศาสตร์ นักการเงินตะวันตก ก็ขานรับกันด้วยความยินดีเป็นอย่างยิ่ง

เหตุที่ชาวตะวันตกทั้งยุโรปและอเมริกาพากันยินดี ก็เพราะทั้งยุโรปและอเมริกาหมดปัญญาที่จะแก้ไขปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจที่กำลังลุกลามใหญ่โตอยู่ในยุโรป โดยเฉพาะประเทศที่เรียกกันว่า PIGSE หรือโปรตุเกส อิตาลี กรีซ สเปน และอังกฤษ ที่ร่อแร่และกำลังจะลุกลามเป็น โรคระบาดไปที่อเมริกาและส่วนอื่น ๆ ของโลก

เครื่องมือทางการเงินที่เหลืออยู่สำหรับอเมริกาและอังกฤษก็คือ การขึ้นอัตรา ดอกเบี้ย ซึ่งก็ไม่ควรจะทำเพราะยิ่งซ้ำเติมภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่อยู่แล้วให้หนักยิ่งขึ้น

ครั้นจะตัดงบประมาณแผ่นดิน ขึ้นภาษี ลดการขาดดุลงบประมาณก็เหมือนกัน เศรษฐกิจก็จะย่ำแย่ลงไปอีก

แม้ค่าเงินยูโรจะลดค่าลงไปเรื่อย ๆ ก็ไม่ได้ช่วยอะไร นอกจากทำให้เยอรมนีและฝรั่งเศสดีขึ้น ส่วนประเทศอื่น ๆ ที่ไม่อยู่ ในเขตที่ใช้เงินยูโรก็จะแย่ลง

ถ้าเงินยูโรลดค่าลงเรื่อย ๆ ก็เท่ากับว่าค่าเงินดอลลาร์สหรัฐและค่าเงินเยนญี่ปุ่นแข็งค่าขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่นก็คงจะแย่ลงไปเพราะสินค้าส่งออกของตัวก็จะแพงขึ้น ส่วนสินค้าส่งออกของยุโรปจะถูกลง การขยายตัวการผลิตของอเมริกาและญี่ปุ่นก็จะไม่เกิดขึ้น ดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัดก็จะไม่ลดลง ปัญหาหนี้สินก็จะไม่ได้รับการแก้ไข ไม่มีใครอยากให้กู้ ครั้นจะลดการขาดดุลการค้า ดุลบัญชีเดินสะพัดก็ต้องตัดการบริโภคและการลงทุนลง ลดความเป็นอยู่ของผู้คนลง ลดค่าจ้างเงินเดือนลง ถ้าลดไม่ได้ก็ต้องปลดคนงานออกปัญหาความวุ่นวายทางการเมืองก็เกิดขึ้น

ทางเดียวที่เหลืออยู่ก็คือ ขอร้องให้จีนขึ้นค่าเงินหยวนของตนเพื่อช่วยให้สินค้าของจีนที่เข้าไปตีตลาดในยุโรปและอเมริกามีราคาแพงขึ้นบ้าง ขณะเดียวกันสินค้าของยุโรปและอเมริกาในสายตาของคนจีนมีราคาถูกลงบ้าง จีนจะได้ซื้อของอเมริกาและยุโรปมากขึ้น ยุโรปและอเมริกาจะได้ซื้อของจีนน้อยลง การขาดดุลของอเมริกาและยุโรปจะได้ลดลงบ้าง

ส่วนญี่ปุ่นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ กล้าหาญชาญชัยขัดใจอเมริกาและไอเอ็มเอฟ ประกาศว่าจะไม่ยอมให้ค่าเงินเยนของญี่ปุ่นแข็งขึ้นตามเงินดอลลาร์ แต่จะทำได้แค่ไหนก็คงต้องติดตามดูกันต่อไป

ผู้คนพากันสงสัยว่าจีนจะทำจริงอย่างประกาศหรือไม่ เพราะในคำประกาศก็ยังกำกวมว่าการขึ้นค่าเงินหยวนจีนเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ จีนจะทำอย่างค่อยเป็น ค่อยไป ไม่ทำอย่างฮวบฮาบ ดังนั้น คำประกาศของจีนจึงน่าจะมีนัยอย่างนี้

อย่างแรก จีนจะคงระบบอัตราแลกเปลี่ยนคงที่กับตะกร้าที่ไม่ประกาศว่าในตะกร้าเงิน มีเงินอะไรไว้บ้างต่อไป โดยมีทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยนไว้ และประกาศอัตราแลกเปลี่ยนเป็นวัน ๆ ไป ณ อัตราที่ประกาศ ทุนรักษาระดับรับซื้อและรับขายเงินดอลลาร์ไม่อั้นเหมือนกับระบบของเราเมื่อก่อนวิกฤตการณ์ต้มยำกุ้ง ผิดกับของเราแต่เพียงทุนรักษาระดับของเราประกาศอัตราซื้อขาย เวลา 09.00 น. ของจีนเขาประกาศ 17.00 น. เวลาปิดทำการ

อย่างที่ 2 จีนไม่เคยแสดงตนเลยว่าอยากจะเปลี่ยนฐานะจากการเป็นสมาชิก ไอเอ็มเอฟตามมาตรา 8 มาเป็นสมาชิกตามมาตรา 14 เพราะการเป็นสมาชิกตามมาตรา 14 ต้องมีคุณสมบัติหลายอย่าง เช่น มีฐานะทุนสำรองที่มั่นคง ไม่ขาดดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัดติดต่อกันหลายปี เมื่อเป็นสมาชิกตามมาตรา 14 แล้วก็ต้องเปิดตลาดเสรี ต้องลดการควบคุมการเคลื่อนย้ายของเงินทุน การเลื่อนฐานะการเป็นสมาชิกจากประเทศที่ไม่มั่นคงมาเป็นสมาชิกที่มั่นคงแล้วซื้อบ้านใน ต่างประเทศจะได้มั่นใจว่าเขาสามารถ นำเงินเข้า-ออกได้อย่างเสรี และต้องเปิดเผยข้อมูลทางการเงินอย่างโปร่งใส ผู้ลงทุนจะได้ใช้วิจารณญาณได้

ประการที่ 3 ธนาคารพาณิชย์ไม่ว่าจะเป็นรัฐวิสาหกิจ หรือของเอกชน ต้องอยู่ในกฎเกณฑ์ของธนาคารเพื่อการชำระเงินระหว่างประเทศ หรือบีไอเอส

แต่เนื่องจากจีนไม่ยอมขยับฐานะของตนกับไอเอ็มเอฟ ไม่เหมือนกับไทย เราลืมขยับฐานะของเราทันทีที่มีคุณสมบัติ ครบถ้วนเมื่อปี 2533 เพราะต้องการเงินทุนให้ไทยเข้ามาลงทุนในตลาดทุนของเรา แต่จีนไม่ต้องการเงินเช่นนั้นเพราะเขาหาได้จากการเกินดุลการค้าก็มากมายอยู่แล้ว

เมื่อจีนไม่ได้สมัครขอเลื่อนฐานะสมาชิกภาพกับไอเอ็มเอฟ จีนก็ไม่มีพันธะจะต้องลอยตัวค่าเงินหยวน ความจำเป็นก็ไม่มี ไม่ต้องเปิดเผยข้อมูลต่าง ๆ ในบัญชีเงินทุนของตน

ประเทศต่าง ๆ จะลอยตัวค่าเงินของตัวเมื่อค่าเงินของตนแข็งเกินฐานะทางเศรษฐกิจการเงินของตน แต่กรณีของจีนนั้นกลับกัน เชื่อกันว่าค่าเงินของจีนอ่อนกว่าฐานะทางเศรษฐกิจการเงินของตัว ทุก ๆ วันทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยนของจีนต้องซื้อดอลลาร์สุทธิกว่าวันละ 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ปีหนึ่งก็ร่วม 4 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ทั้ง ๆ ที่รัฐบาลจีนทั้งรัฐบาลกลางและรัฐบาลมณฑลรวมทั้งภาคเอกชนลงทุนอย่างหนัก 

เงินก็ไม่เฟ้อเพราะปริมาณกิจกรรมทางเศรษฐกิจขยายตัวในอัตราที่สูงเท่า ๆ กับการขยายตัวของปริมาณเงินหยวน ทั้ง ๆ ที่จีนไม่ยอมให้เงินหยวนไหลออกนอกประเทศเพราะการค้าและการลงทุน ให้ไหลออกได้นิดหน่อยสำหรับนักท่องเที่ยว ความต้องการเงินหยวนในประเทศก็ยังเพียงพอรองรับการขยายตัวของปริมาณเงินที่ขยายตัวจากการรับซื้อเงินตราต่างประเทศเข้าไว้ในทุนรักษาระดับแลกเปลี่ยน

การรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยนดังกล่าวจึงเป็นประโยชน์ต่อผู้ผลิตและผู้ส่งออกทั้งที่เป็นรัฐวิสาหกิจ กึ่งรัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชนเป็นอย่างยิ่ง ทำให้เศรษฐกิจจีนขยายตัวในอัตราที่สูงตัวเลข 2 หลักมาเป็นเวลานานโดยไม่เป็นอันตราย ต่อเสถียรภาพทางการเงิน

เมื่อเป็นเช่นนี้ทำไมจีนจึงยอมประกาศว่าจีนจะยอมขยับอัตราแลกเปลี่ยนของตนบ้างอย่างค่อยเป็นค่อยไป

ที่คิดว่าจีนกลัวอเมริกาและไอเอ็มเอฟ ก็ไม่น่าจะใช่ เพราะจีนไม่มีปมด้อยกับอเมริกาและยุโรป เหมือนญี่ปุ่นหรือไทย จีนไม่เคยคิดว่าตนด้อยกว่าฝรั่งหรือฝรั่งเก่งกว่าจีน

จีนไม่เคยกลัวว่าอเมริกาหรือยุโรปจะกล้าปิดตลาดสำหรับสินค้าจีน เพราะถ้า ทำอย่างนั้นจีนอาจจะตอบโต้ และผู้ที่ จะเจ็บกว่าก็คืออเมริกาและยุโรป เพราะจีนเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ ถ้าจีนทุ่มขายพันธบัตรของอเมริกาและยุโรปเมื่อไร ราคาของพันธบัตรเหล่านั้นจะลดลงอย่างฮวบฮาบ กลายเป็นเศษกระดาษ ดอกเบี้ยจะพุ่งขึ้นอย่างมหาศาล อเมริกา และยุโรป อาจจะล้มละลาย ทั้งอเมริกาและยุโรป คงไม่กล้าทำ

แต่ที่จีนยอมประกาศเช่นนั้น ถ้าทำจริงก็คงจะเป็นเพราะเห็นประโยชน์ของตนเองมากกว่า เพราะขณะนี้ยุโรปกำลังย่ำแย่ไม่มีทางแก้ไขอะไรได้ มีแนวโน้มว่าจะระบาดลุกลามไปที่อเมริกา

ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ผลก็จะย้อนกลับมาที่เอเชีย รวมทั้งจีน อินเดีย และรัสเซียก็ได้ มีอยู่ 2 วิธีที่จีนอาจจะหนีได้ คือ เอาเงินทุนสำรองมากมายเข้าไปซื้อกิจการต่าง ๆ แบบญี่ปุ่นเคยทำในทศวรรษที่ 1980 แล้วญี่ปุ่นก็ขาดทุนมหาศาล

อีกวิธีหนึ่งก็คือ เลี้ยงอเมริกาและยุโรปไม่ให้ตาย แต่ก็ไม่ให้โต โดยการค่อย ๆ ขึ้นค่าเงินหยวนไปทีละน้อย ๆ เพื่อรอเวลาให้จีนมีความเป็นที่หนึ่งทางเทคโนโลยีในหลาย ๆ ด้าน เช่น ด้านอวกาศ ด้านชีวภาพ ความมั่นคงทางพลังงาน ความมั่นคงทางวัตถุดิบ และในที่สุดทางด้านการทหารซึ่งจีนยังล้าหลังสหรัฐอเมริกาและยุโรปอยู่อย่างน้อย 2 ทศวรรษ

จีนต้องระมัดระวังที่จะไม่ต้อนยุโรปและอเมริกาเข้ามุมอับทางเศรษฐกิจ มิฉะนั้นจะเกิดอันตรายต่อจีนและชาวโลกเอง

ในสมัยพระเจ้าเฉียนหลงแห่งราชวงศ์ฉิง ยุโรปขาดดุลกับจีนมหาศาล อังกฤษเกือบล้มละลายเพราะจีนไม่มีอะไรต้องซื้อจากยุโรปนอกจากอาวุธ ส่วนยุโรปต้องการทุกอย่างจากจีน อังกฤษจึงต้องนำฝิ่นเข้าไปขายในจีน เมื่อจีนสั่งห้ามนำฝิ่นเข้า อังกฤษจึงถือโอกาสทำสงคราม จีนแพ้สงครามและสูญเสียอย่างมหาศาล

จีนคงไม่ยอมให้เกิดภาวะเช่นนั้นอีก อย่างน้อยใน 20 ปีข้างหน้า

คราวนี้จีนคงยอมขึ้นค่าเงินหยวนจริง ๆ ไม่ใช่ด้วยเหตุผลทางเศรษฐกิจแต่เป็นเหตุผลทางการเมือง

 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
บทความที่น่าสนใจ
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com

Warning: include(../../main/globalsitemap.php): failed to open stream: No such file or directory in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194

Warning: include(): Failed opening '../../main/globalsitemap.php' for inclusion (include_path='.:/usr/lib/php:/usr/local/lib/php') in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194