หมวดหมู่
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่มุสลิมไทย โพสต์
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> Muslimthai Focus
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
ก.คลังวิตกหนี้รัฐสิ้นปีพุ่งแตะ 50% หวั่นหลังเลือกตั้งได้ "รัฐบาลใหม่" มือจะเติบกู้แหลก
ก.คลังวิตกหนี้รัฐสิ้นปีพุ่งแตะ 50% หวั่นหลังเลือกตั้งได้ "รัฐบาลใหม่" มือจะเติบกู้แหลก

สบน.วิตกภาระหนี้ภาครัฐพุ่งสิ้นปีนี้แตะ 50% ส่งสัญญาณลดสัดส่วนหนี้ต่อจีดีพีลงจาก 62% เหลือ 58% ในปี 2555 หวั่นหลังเลือกตั้งรัฐบาลใหม่ดึงเงินกู้ 4 แสนล้านมาใช้ในรูป พ.ร.ก. เร่งบริหารหนี้ต่างประเทศ ลดหนี้เงินเยนป้องกันความเสี่ยง



แหล่งข่าวจากสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า ภายในสิ้นปีงบประมาณ 2553 หากกระทรวงการคลังกู้เงินตามแผนการขาดดุลงบประมาณ และตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.)เงินกู้ 4 แสนล้านบาท จะส่งผลสัดส่วนหนี้สาธารระเพิ่มขึ้นไปที่ระดับ 49-50% ของจีดีพี ซึ่งระดับหนี้สาธารณะหากอยู่ที่ 50% แม้จะยังไม่กระทบเสถียรภาพการคลังแต่ต้องมีความระมัดระวังมากขึ้นในภาวะที่ประเทศยุโรป ทั้งกรีซและอีกหลายประเทศเริ่มมีปัญหาหนี้สูงมากจนยากต่อการบริหารจัดการ ทำให้ สบน.ต้องส่งสัญญาณไปยังรัฐบาลให้ลดการกู้เงินลง เพราะหากยังเดินหน้ากู้เงินตาม พ.ร.บ. 4 แสนล้านบาท จะส่งผลให้สัดส่วนหนี้เพิ่มขึ้นไปถึง 62% ในปี 2555 ซึ่งถือว่าสูงมากและสูงกว่ากรอบความยั่งยืนทางการคลังที่ขยายไว้จาก 50% เป็น 60% ข้อวิตกกังวลดังกล่าวจึงเป็นสาเหตุสำคัญที่กระทรวงการคลังต้องขอถอน พ.ร.บ.ออกมา เพราะจะช่วยลดหนี้ลงไปได้ 4% เหลือภาระหนี้สูงสุดที่ 58% ในปี 2555 จากนั้นจะเริ่มปรับดลงมาตามการขยายตัวของเศรษฐกิจ
 

แหล่งข่าวกล่าวว่า ขณะนี้ยังมีความเป็นห่วงว่าหากมีการเลือกตั้ง และมีรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศตามที่นายกรัฐมนตรีประกาศวันยุบสภาไว้ก่อนหน้านี้ อาจทำให้รัฐบาลใหม่ที่เข้ามาหาช่องทางใช้เงินโดยดึงเอา พ.ร.บ. 4 แสนล้านบาทกลับมาอีกและเสนอเป็น พ.ร.ก.แทน เพราะงบฯปี 2554 นั้นได้จัดสรรรไว้หมดแล้ว ทำให้ไม่สามารถเพิ่มโครงการใหม่ๆเข้าไปได้ โดยอ้างสถานการณ์ความเดือดร้อนของประชาชน ผู้ประกอบการ และความจำเป็นในการดูแลภาวะเศรษฐกิจโดยรวม หากเป็นเช่นนั้นอาจจะบั่นทอนเสถียรภาพทางการคลังได้
 

ส่วนความคืบหน้ากรณีการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.)ขอเบิกจ่ายเงินกู้องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งประเทศญี่ปุ่น หรือไจก้า เพื่อลงทุนโครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต ระยะแรกมูลค่า 63,018 ล้านเยน หรือประมาณ 22,783 ล้านบาท เป็นค่าค่าโครงสร้างพื้นฐาน งานโยธา ค่าระบบไฟฟ้า เครื่องกล ตู้รถไฟฟ้า ฯลฯ นั้น แหล่งข่าวกล่าวว่า คงไม่สามารถดำเนินการได้เพราะผิดธรรมเนียมปฏิบัติที่เคยกู้เงินจากญี่ปุ่นมายาวนาน โดยกระทรวงการคลังเป็นผู้ค้ำประกันเงินกู้ดังกล่าวจะพิจารณาความเหมาะสมในการบริหารหนี้สกุลเงินตราต่างประเทศอยู่แล้ว หากเบิกเงินกู้เข้ามาก็สามารถสวอปเป็นเงินบาทได้ในภายหลัง ทาง ร.ฟ.ท.ไม่ต้องวิตกกับภาระดังกล่าว
 

แหล่งข่าว กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาสบน.ได้บริหารหนี้สกุลเงินตราต่างประเทศให้สอดคล้องกับภาวะตลาดเงิน เนื่องจากเห็นว่าเงินเยนแข็งค่าขึ้นมากอาจทำให้รัฐบาลมีภาระในการชำระคืนมากขึ้นในอนาคตเพราะส่วนใหญ่หนี้ต่างประเทศของไทยจะเป็นสกุลเงินเยนและมีระยะเวลาตั้งแต่ 7-25 ปี ที่ผ่านมาจึงมีการสวอปหนี้เงินเยนเป็นสกุลเงินบาทแล้ว 20% จาก 60% เหลือเพียง 40% ส่วนหนี้สกุลเงินดอลลาร์ที่มีสัดส่วน 30% ของหนี้ต่างประเทศนั้นก่อนหน้านี้เคยสวอปเป็นบาท แต่ช่วงนี้เห็นว่ายังไม่ต้องเร่งดำเนินการ เพราะการถือดอลลาร์ไว้ยังมีโอกาสได้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน
 

"สบน.ได้เสนอให้หน่วยงานที่กู้เงินเยนเข้ามาลงทุนเร่งสวอปหนี้เป็นเงินบาทเพื่อป้องกันความผันผวนจากอัตราแลกเปลี่ยน แต่หลายแห่งไม่ดำเนินการ เช่น การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ รฟม.ที่ลงทุนรถไฟฟ้าใต้ดินสายที่วิ่งในปัจจุบันนั้นไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงไว้ ทำให้ขณะนี้ต้องชำระหนี้เพิ่มมากขึ้นทุกปี ขณะที่สำนักงบประมาณจัดสรรเงินให้ค่อนข้างจำกัด ทำให้เป็นภาระในการเร่งหารายได้เพิ่ม"แหล่งข่าวกล่าว

 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
บทความที่น่าสนใจ
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com

Warning: include(../../main/globalsitemap.php): failed to open stream: No such file or directory in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194

Warning: include(): Failed opening '../../main/globalsitemap.php' for inclusion (include_path='.:/usr/lib/php:/usr/local/lib/php') in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194