หมวดหมู่
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่มุสลิมไทย โพสต์
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> Muslimthai Focus
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
ททท.ไม่หวั่นสถานการณ์บ้านเมือง

เดินหน้าออกงานดึงชาวอาหรับเที่ยวไทย

ตอนนี้สถานการณ์เมืองไทยเป็นอย่างไรบ้าง? ปลอดภัยไหม? มาเที่ยวได้รึเปล่า? ฯลฯ...นี่เป็นสารพัดคำถามที่ทั้งนักข่าวและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจำนวนมากให้ความสนใจ และอยากสอบถามกับคนไทย ซึ่งแม้จะแสดงให้เห็นว่า ชาวต่างชาติมองภาพประเทศไทยด้วยความกังวลแค่ไหน แต่ในอีกแง่มุมหนึ่งมันกลับตอกย้ำให้เห็นว่า ชาวต่างชาติยังให้ความสนใจ และอยากมาเที่ยวไทยอยู่ เพียงแต่ไม่แน่ใจว่าจะมาเที่ยวได้หรือไม่
   
และด้วยเหตุนี้เอง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ซึ่งเป็นหน่วยงานทำการตลาดดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาในไทย จำเป็นจะต้องเดินหน้าทำตลาด เรียกนักท่องเที่ยวให้กล้าเดินทางมาเที่ยวไทยต่อไป ไม่ว่าสถานการณ์ในประเทศจะเดินไปทางไหน เพราะหากหยุดอยู่กับที่ ไม่ออกไปทำตลาดในโอกาสสำคัญ จะเป็นการตอกย้ำให้การท่องเที่ยวไทยยิ่งแย่ลงไปอีก เพราะชาวต่างชาติจะยิ่งรู้สึกว่าสถาน การณ์ในไทยหนักหนาสาหัสเกินกว่าจะมาเที่ยวได้ และงานล่าสุดที่ ททท.ไปเข้าร่วม เพื่อตอกย้ำให้ต่างชาติมีความเชื่อมั่นในการมาเที่ยวไทยมากขึ้นก็คือ งานอาระเบียน ทราเวล มาร์เกต 2010 (เอทีเอ็ม) ซึ่งเป็นงานส่งเสริมการขายสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลาง ที่จัดขึ้น ณ เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมื่อวันที่ 4-7 พ.ค.ที่ผ่านมา
   
งานเอทีเอ็มนั้นถือเป็นงานสำคัญที่คนในวงการท่องเที่ยวทราบกันดีว่า หากตั้งใจจะไปเจาะตลาดตะวันออกกลางต้อง  ไม่พลาดงานนี้ ด้วยเหตุนี้จึงมีองค์กรการท่องเที่ยวทั่วโลกเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง โดยในส่วนของ ททท. ซึ่งเข้าร่วมงานนี้ได้ขนเอา ผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยไปร่วมตั้งโต๊ะเจรจาธุรกิจในงานนี้กว่า 85 ราย เป็น    โรงแรม 61 ราย บริษัทนำเที่ยว 20 ราย และอื่น ๆ อีก 4 ราย ภายในพื้นที่ออกบูธ 440 ตารางเมตร ซึ่งยังไม่นับรวมผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่แยกตัวออกไปเปิดบูธขายแพ็กเกจท่องเที่ยวไทยเองต่างหาก

“จุฑาพร เริงรณอาษา” รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออกลาง และอเมริกา ททท. แสดงความเห็นว่า ตลาดตะวันออกกลางมีศักยภาพเติบโตมาก โดยททท. คาดว่า ปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางมาไทย 400,000 คน เพิ่มขึ้น 8% จากปีที่ผ่านมา ที่เดินทางเข้ามากว่า 370,000 คน ซึ่งนับรวมชาวต่างชาติที่ทำงานอยู่ในตะวันออกกลางแล้ว ขณะที่ 3 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-มี.ค.) มีชาวตะวันออกกลางมาเที่ยวไทยแล้วถึง 104,521 คน เพิ่มขึ้น 26% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน หากสถานการณ์การเมืองไทย เรียบร้อยขึ้น มั่นใจว่านักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางจะหลั่งไหลมาแน่นอน เพราะรัฐบาลไทยสนับสนุนตลาดนี้มาก เห็นได้จากล่าสุดที่ ครม.มีมติ เพิ่มระยะเวลาการพำนักในไทย สำหรับชาวตะวันออกกลาง    5 ประเทศ ได้แก่ โอมาน, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, กาตาร์, บาห์เรน และคูเวต ที่เข้ามาขอตรวจลงตรา (วีซ่า) จากเดิมอยู่ได้ 30 วัน เป็น 90 วัน ซึ่งทำให้ชาวตะวันออกกลางที่ต้องการมารักษาพยาบาลสะดวกมากขึ้น
   
ทั้งนี้ “ชุมพล ศิลปอาชา” รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วย “สุรพล เศวตเศรนี” ผู้ว่าการ ททท. ได้ใช้โอกาสนี้แจกแจงสถานการณ์การเมืองไทย ข้อมูลสถานที่ที่ยังท่องเที่ยวได้ในไทยให้สื่อต่างชาติได้รับทราบพร้อม ๆ กับชูจุดเด่นสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวไทยภายใต้แนวคิด 3จี สำหรับขายในงานนี้ ได้แก่ กู๊ด เฮลท์ คือ สุขภาพที่ดี โดยเน้นเรื่องการรักษาพยาบาลที่ดีในไทย, กู๊ด ฟู้ดส์ คือ อาหารที่ดี เน้นให้เห็นว่าไทยมีอาหารรสชาติถูกปาก และประกอบอาหารถูกต้องตามหลักฮาลาลของศาสนาอิสลาม คนในตะวันออกลางที่ส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลามจึงรับประทานได้ และ กู๊ด ไพรซ์ คือสินค้าและบริการท่องเที่ยวราคาสมเหตุสมผล คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป
   
สำหรับบรรยากาศงานปีนี้ ผู้ประกอบ การไทยหลายรายที่เคยมาร่วมงานนี้เมื่อปีที่ผ่านมา ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า มีคนมาร่วมงานลดลง ส่วนหนึ่งอาจเป็นผลจากเศรษฐกิจในดูไบเพิ่งจะอยู่ในระยะฟื้นตัวหลังจากเกิดปัญหาเมื่อไม่นานมานี้ ขณะที่การนัดหมายเจรจาธุรกิจระหว่างผู้ซื้อชาวตะวันออกกลาง และผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยก็ลดลงเช่นกัน ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ส่วนหนึ่งเป็นผลพวงมาจากปัญหาความวุ่นวายในไทยเอง ที่ทำให้ผู้ซื้อบางส่วนเมินที่จะมาเจรจาธุรกิจกับผู้ประกอบการไทย แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้น ก็ยังมีผู้ซื้ออีก กลุ่มหนึ่งซึ่งส่วนใหญ่รู้จักประเทศไทยดี และมีความคุ้นเคยส่วนตัวกับผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยที่มาร่วมงานก็ยังเดินหน้ามาเจรจาธุรกิจอยู่
   
ลองมาฟังเสียงเอกชนบางรายกันดูว่า ได้รับกระแสตอบรับอย่างไรกันบ้างจากงานครั้งนี้
   
เริ่มที่ “ณาตยา ชิตชลธาร” ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด กลุ่มโรงแรมและรีสอร์ทในเครือมาลี จังหวัดภูเก็ต ระดับ 3-5 ดาว ระบุว่า ยอดขายโดยรวมที่ได้จากงานเอทีเอ็มปีนี้ลดลงจากปีที่  ผ่านมา เพราะตัวแทนจำหน่ายกังวลกับสถานการณ์ในไทย จึงต้องการรอดูสถานการณ์ไปก่อน หากมั่นใจเมื่อไหร่จึงจะกลับมา แต่หากดูเฉพาะโรงแรมระดับ 5 ดาวอย่าง มะลิษา วิลล่า สูท จะขายดีมาก เพราะตรงกับความต้องการของลูกค้าตะวันออกกลางอยู่แล้ว ที่  ชื่นชอบการเข้าพักโรงแรมหรูระดับ 5 ดาว และรีสอร์ทประเภทที่อยู่เป็นสัดส่วนในบ้านของตัวเองมีสระว่าย น้ำส่วนตัว (พูล   วิลล่า)
   
ส่วน “สมชัย รัตนโอภาส” กรรมการ ผู้จัดการโรงแรมเอ-วัน กล่าวว่า โรงแรม เอ-วัน ที่อยู่ใกล้กับโรงพยาบาลกรุงเทพ ได้รับกระแสตอบรับจากตลาดตะวันออกกลางดีมาก โดยเฉพาะจากประเทศคูเวต และกาตาร์ ซึ่งนิยมมารักษาพยาบาลที่เมืองไทยอยู่แล้ว เพราะชื่อเสียงการรักษาพยาบาลและการดูแลของคนไทย ฉะนั้นไม่ว่าสถานการณ์บ้านเมืองในไทยจะเป็นเช่นไร กลุ่มนี้ก็ยังเดินทางมาอยู่ โดยเน้นเลือกหาโรงแรมเข้าพักใกล้เคียงกับที่รักษาพยาบาล เพื่อความสะดวกในการเดินทาง

“วัชราภรณ์ ผิวขาว” ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด บริษัท ดิสคัฟเวอรี่ฮอลิเดย์ ระบุว่า แม้บรรยากาศงานปีนี้จะไม่คึกคักเหมือนปีที่ผ่านมา แต่บริษัทก็ยังขายแพ็กเกจสินค้าและบริการท่องเที่ยวให้ตัวแทนจำหน่ายในตะวันออกกลางได้

เพราะปรับเปลี่ยนแพ็กเกจ จากเดิมขายแพ็กเกจมาเที่ยวกรุงเทพฯอย่างเดียวนานนับสัปดาห์ เป็นการเที่ยวพ่วงระหว่างกรุงเทพฯ และมาเลเซีย โดยลดวันพักในกรุงเทพฯ ให้สั้นลง และให้นักท่องเที่ยวใช้เวลาที่เหลือไปเที่ยวมาเลเซียแทน แม้ว่ายอดขายที่ได้จะไม่มากอย่างที่หวัง แต่ก็ยังเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับช่วงที่ไทยมีสถานการณ์ การเมืองไม่เรียบร้อยแบบนี้

ขณะที่ “เสนีย์ ภูวเศรษฐาวร” นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุย กล่าวว่า การขายรอบนี้ไม่ต้องใช้กลยุทธ์ลดราคาเลย เพราะตัวแทนจำหน่ายชาวตะวันออกกลางที่มาสอบถามแพ็กเกจท่องเที่ยวกับผู้ประกอบการท่องเที่ยวในเกาะสมุย ไม่ค่อยกังวลเรื่องสถานการณ์การเมือง ส่วนใหญ่มาจาก อิหร่าน กาตาร์ และซาอุดีอาระเบีย โดยเฉพาะอิหร่านให้ความสนใจเกาะสมุย มาก เพราะต้องการมาเที่ยวเกาะสมุยต่อ หลังจากเที่ยวชมมาเลเซียแล้ว โดยอาศัยเที่ยวบินตรงจากมาเลเซียเดินทางมาเกาะสมุย

 จะเห็นว่า ทุกเสียงที่กล่าวมา ล้วนยังขายสินค้าและบริการท่องเที่ยวกับตลาดตะวันออกกลางได้ แต่ในระดับที่ต่ำลง แสดงให้เห็นว่าความอยากมาเที่ยวไทยของคนตะวันออกกลางนั้นมีเต็มล้นอยู่ในหัวใจอยู่แล้ว แต่ติดตรงที่ว่า สถานการณ์วุ่นวายในไทยจะเบาบางและนิ่งสงบลงเมื่อไหร่

ขึ้นอยู่กับคนไทยแล้วว่า จะเลือกดันทุรังนำพาประเทศไปสู่ความวุ่นวายต่อไป หรือเลือกหันหน้ามาตกลงกันด้วยน้ำใจไมตรีตามแบบฉบับที่คนไทยมี เพื่อให้ปัญหาทุกอย่างจบลงเร็ววัน เพราะถ้าวันนั้นมาถึงเมื่อไหร่ ความอัดอั้นของชาวต่างชาติที่อยากมาเที่ยวไทยอยู่ล้นปรี่ก็จะถูกปลดปล่อยทันที และเมื่อนั้นการท่องเที่ยวไทยก็พร้อมกลับเข้าสู่ภาวะสดใสทันที.

จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์
dailynews

 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
บทความที่น่าสนใจ
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com

Warning: include(../../main/globalsitemap.php): failed to open stream: No such file or directory in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194

Warning: include(): Failed opening '../../main/globalsitemap.php' for inclusion (include_path='.:/usr/lib/php:/usr/local/lib/php') in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194