หมวดหมู่
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่มุสลิมไทย โพสต์
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> Muslimthai Focus
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
เปิด106บัญชี"แม้ว-ญาติ-บ.ในเครือ-นปช.-ส.ส.พท.-อดีตทรท.-ตท.10 -เสธ.แดง"ศอฉ.ห้ามโอนเงินตัดท่อน้ำเลี้ยง
เปิด106บัญชี"แม้ว-ญาติ-บ.ในเครือ-นปช.-ส.ส.พท.-อดีตทรท.-ตท.10 -เสธ.แดง"ศอฉ.ห้ามโอนเงินตัดท่อน้ำเลี้ยง

นายถวิล เปลี่ยนสี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ในฐานะเลขานุการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ศอฉ  กล่าวว่า ศอฉ.มีคำสั่งที่ 49/2553 เรื่องห้ามมิให้กระทำการใดๆ หรือสั่งให้กระทำการใดๆ เกี่ยวกับการทำธุรกรรมทางการเงิน หรือการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินของบุคคล หรือนิติบุคคลเท่าที่จำเป็นแก่การรักษาความมั่นคงของรัฐ ความปลอดภัยของประเทศและความปลอดภัยของประชาชน โดย


1.ห้ามมิให้สถาบันการเงิน ธนาคาร บริษัทหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ บริษัทประกันชีวิตและบริษัทประกันวินาศภัย และสหกรณ์ นิติบุคคลที่ได้รับอนุญาติให้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับปัจจัยชำระเงินต่างประเทศตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน นิติบุคคลที่ได้รับอนุญาตให้บริการโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ ทำนิติกรรมสัญญาหรือการดำเนินการใดๆ ทางการเงิน ทางธุรกิจหรือการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพพย์สินกับบุคคลหรือนิติบุคคลตามบัญชีรายชื่อ 106 คน ซึ่งแบ่งเป็น 13 นิติบุคคลและ 96 บุคคล

 

และข้อ 3.ให้สถาบันการเงินและนิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจแจ้งและส่งข้อมูลเกี่ยวกับธุรกรรมของบุคคลหรือนิติบุคคลตามข้อ 1 ได้กระทำขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2552 จนถึงวันที่ 17 พ.ค. 2553 มายังหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินภายในวันที่ 20 พฤษภาคม 2553


 4.การขอเพิกถอนคำสั่ง นั้นให้ดำเนินการเป็นรายครั้งแล้วโดยให้ยื่นคำขอและแสดงตนต่อหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินพร้อมด้วยหลักฐานที่แสดงว่า การดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สิน ไม่ได้เป็นการกระทำหรือสนับสนุนการกระทำเพื่อให้เกิดเหตุสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง


5.ผู้ใดฝ่าฝืนคำสั่งต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปีหรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับตามาตรา 18 แห่ง พรก.ฉุกเฉิน

 

รายงานข่าวจาก ศอฉ.แจ้งว่า มาตรการห้ามสถาบันการเงิน ดำเนินการทำธุรกรรมการเงิน กับบุคคลและกลุ่มนิติบุคคล จำนวน 106 ราย เป็นยาแรงสำหรับกลุ่มทุนที่เข้าไปสนับสนุนกลุ่มก่อความไม่สงภายในประเทศโดย ศอฉ.มอบหมายให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ( ปปง.) และกรมสรรพากร นัดประชุมร่วมกัน ในวันที่ 17 พฤษภาคม เวลา 09.30 ที่ดีเอสไอ เพื่อกำหนดแนวทางการทำงานร่วมกัน ทั้งนี้หากกลุ่มบุคคลดังกล่าวต้องการเบิกถอนเงิน หรือทำธุรกรรมการเงินใดๆ ต้องได้รับความเห็นชอบก่อน ซึ่งเจ้าหน้าที่ดีเอสไอและกรมสรรพากรจะตั้งโต๊ะภายในกรมทหารราบที่ 11 พิจารณาเป็นรายบุคคล รายธุรกรรม และต้องนำหลักฐานมาแสดงว่าจะต้องเบิกเงินเพื่อไปทำกิจการใด

 

รายงานข่าวระบุอีกว่า ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่พบข้อมูลว่า กลุ่มตระกูลชินวัตร กลุ่มตระกูลวงศ์สวัสดิ์ คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร และบุคคลที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มบุคคลดังกล่าว ทยอยถอนเงินสดออกจากบัญชี ไปแล้ว จำนวน 1 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ตาม หากตรวจสอบการทำธุรกรรมย้อนหลังพบว่า เงินจำนวนดังกล่าวเป็นการสนับสนุน หรือท่อน้ำเลี้ยงกลุ่มผู้ชุมนุม และไม่สามารถชี้แจงได้ จะถูกดำเนินการทางภาษี ทั้งนี้หากมีหลักฐานยึดโยงกับขบวนการก่อการร้าย ก็จะนำไปสู่การยึดทรัพย์


ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับ  106 นิติบุคคล แบ่งเป็น 13 นิติบุคคลคือบริษัท ทุน นวัตกรรม จำกัด  บริษัทนิวโอ๊ค จำกัด บริษัทบี พี พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด บริษัทประไหมสุหรี พร้อพเพอร์พี้ จำกัด บริษัท พี ที คอร์ปอเรชั่น จำกัด บริษัทเอส ซี เค เอสเทต จำกัด บรัทเอส ซี ออฟฟิซ ปาร์ค จำกัด บริษัทเอสซี ออฟฟิซ พลาซ่า จำกัด บริษัท โอ เอ ไอ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด บริษัทโอเอไอ คอนซัลแต้นท์แอนด์แมนเนจเม้นท์ จำกัด บริษัทโอเอไอ แมนเนจเม้นท์ จำกัด บริษัท โอเอไอ ลีสซิ่ง จำกัด บริษัทโอเอไอ เอ็ดดูเคชั่น จำกัด


สำหรับ 93 บุคคลนั้นประกอบไปด้วยบุคคลในครอบครัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และญาติๆ อาทิ นายพายัพ ชินวัตร นายบรรณพจน์ ดามาพงษ์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายสมชาย วงส์สวัสดิ์ นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น.ส.ชินณิชา วงศ์สวัสดิ์และพล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร ไปจนถึงคนใกล้ชิด อาทิ  นางกาญจนภา หงษ์เหิน อดีตเลขานุการคุณหญิงพจมาน์ ดามาพงษ์ อดีตภรรยาพ.ต.ท.ทักษิณ  นายสาโรจน์ หงษ์ชูเวช คนใกล้ชิดที่คอยดูแลการดำเนินการของพรรคเพื่อไทย นายชานนท์ สุวสิน

 

ไปจนถึงนักการเมืองและอดีตนักการเมือง พรรคไทยรักไทย พลังประชาชนและพรรคเพื่อไทย อาทิ นายชูชาติ หาญสวัสดิ์ นายนพดล ปัทมะ นางสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ นางพงศ์เทพ เทพกาญจนา นายสันติ  พร้อมพัฒน์  นายงยุทธ ติยะไพรัช นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงษ์ไพศาล นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ นายพันเลิศ ใบหยก นายการุณ โหสกุล พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ 


นอกจากนั้น ยังมีกลุ่มแกนนำคนเสื้อแดง นำโดย นายวีระ มุสิกพงศ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง นายจรัญ ดิษฐาอภิชัย นายอารีย์ ไกรนรา นายขวัญชัย ไพรพณา นายนิสิต สินธุไพรและนายทหาร ที่มีชื่อว่าคุมกำลังให้เครือข่ายคนเสื้อแดง อาทิ พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี พล.ท.มนัส เปาริก พล.ท.พฤณฑ์ สุวรรณทัต พล.ต.ท.สล้าง บุนนาค พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธแดง


แต่เป็นที่น่าสังเกตุว่าในคำสั่ง ศอฉ. ไม่ปรากฎชื่อของ นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำคนเสื้อแดงคนสำคัญ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย


 

--------------------------------------

 

คำสั่งศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน
ที่ ๔๙/๒๕๕๓

 

เรื่อง ห้ามมิให้กระทำการใด ๆ หรือคำสั่งให้กระทำการใด ๆ เกี่ยวกับการทำธุรกรรมทางการเงินหรือการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินของบุคคล หรือนิติบุคคลเท่าที่จำเป็นแก่การรักษาความมั่นคงของรัฐ ความปลอดภัยของประเทศ และความปลอดภัยของประชาชน


ตามที่นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง และใช้อำนาจตามมาตรา ๑๑ วรรคสอง แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ ออกประกาศตามมาตรา ๑๑ แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ ลงวันที่ ๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๓ นั้น


เนื่องจากปรากฎว่า ในเขตท้องที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงดังกล่าว มีการก่อการร้าย การใช้กำลังประทุษร้ายต่อชีวิตร่างกาย หรือทรัพย์สิน และมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีการกระทำที่มีความรุนแรงกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ ความปลอดภัยในชีวิตหรือทรัพย์สินของรัฐหรือบุคคล ประกอบกับการสืบสวนสอบสวนของพนักงานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องพบว่า มีผู้นำเงินหรือทรัพย์สินมาใช้ในการกระทำ หรือสนับสนุนการกระทำให้เกิดเหตุการณ์สถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าวเป็นจำนวนมาก กรณีจึงมีความจำเป็นที่จะต้องเร่งแก้ไขปัญหาให้ยุติได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที


อาศัยอำนาจตามข้อ ๖ ของประกาศตามมาตรา ๑๑ แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ ลงวันที่ ๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๓ ประกอบกับคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ พิเศษ ๙๓/๒๕๕๓ เรื่อง แต่งตั้งผู้กำกับการปฏิบัติงาน หัวหน้าผู้รับผิดชอบ และพนักงานเจ้าหน้าที่ในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง (เพิ่มเติม) ลงวันที่ ๑๖ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๓ จึงออกคำสั่ง ดังนี้


ข้อ ๑ ห้ามมิให้สถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน ธนาคารตามที่ได้มีกฎหมายจัดตั้งขึ้น โดยเฉพาะ บริษัทหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ บริษัทประกันชีวิตตามกฎหมายว่าด้วยการประกันชีวิต และบริษัทประกันวินาศภัยตามกฎหมายว่าด้วยการประกันวินาศภัย และสหกรณ์ตามกฎหมายว่าด้วยสหกรณ์ นิติบุคคลที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับปัจจัยชำระเงินต่างประเทศตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน นิติบุคคลที่ได้รับอนุญาตให้บริการโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ ทำนิติกรรมสัญญา หรือการดำเนินการใด ๆ ทางการเงิน ทางธุรกิจ หรือการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินกับบุคคลหรือนิติบุคคลตามบัญชีรายชื่อแนบท้ายคำสั่งนี้


ข้อ ๒ บุคคล หรือนิติบุคคลตามข้อ ๑ ให้หมายความรวมถึงผู้ได้รับผลประโยชน์ในทอดสุดท้าย ได้แก่ บุคคลธรรมดาผู้เป็นเจ้าของที่แท้จริง หรือผู้ใช้อำนาจควบคุมการทำธุรกรรมของบุคคลหรือนิติบุคคลตามข้อ ๑ หรือบุคคลอื่นที่ทำธุรกรรมแทนบุคคล หรือนิติบุคคลตามข้อ ๑ รวมถึงบุคคลผู้ใช้อำนาจควบคุมนิติบุคคลตามข้อ ๑ หรือบุคคล หรือนิติบุคคลตามข้อ ๑ ที่มีการตกลงกันทางกฎหมายด้วย


ข้อ ๓ ให้สถาบันการเงิน และนิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจตามข้อ ๑ แจ้งและส่งข้อมูลเกี่ยวกับการทำธุรกรรมของบุคคล หรือนิติบุคคลตามข้อ ๑ ที่ได้กระทำขึ้นตั้งแต่วันที่ ๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๒ จนถึงวันที่ ๑๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ มายังหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินภายในวันที่ ๒๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๓


ข้อ ๔ การขอเพิกถอนคำสั่งห้ามทำนิติกรรม สัญญาหรือการดำเนินการใด ๆ ทางการเงิน ทางธุรกิจ หรือการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินกับบุคคลหรือนิติบุคคลตามข้อ ๑ เฉพาะรายครั้งแล้วแต่กรณี ให้บุคคลหรือนิติบุคคลตามข้อ ๑ พร้อมด้วยสถาบันการเงิน หรือนิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจ ตามข้อ ๑ ยื่นคำขอ และแสดงตนต่อหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินพร้อมด้วย หลักฐานที่แสดงว่าการทำนิติกรรม สัญญาหรือการดำเนินการใด ๆ ทางการเงิน ทางธุรกิจ หรือการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินตามข้อ ๑ ไม่ได้เป็นการกระทำ หรือสนับสนุนการกระทำเพื่อให้เหตุสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง


ข้อ ๕ ผู้ใดฝ่าฝืนคำสั่งนี้ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับตามมาตรา ๑๘ แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘


ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป


สั่ง ณ วันที่ ๑๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๓


พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา
หัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน

 

-------------------------------------

 

 

สำหรับบัญชีรายชื่อดังกล่าวมีดังนี้


บัญชีรายชื่อบุคคลแนบท้ายคำสั่งศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่ 49/2553

ลงวันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ.2553


นิติบุคคล

1.บริษัท ทุนนวัตกรรม จำกัด

2.บริษัท นิวโอ๊ค จำกัด

3.บริษัท บี.พี.พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด

4.บริษัท ประไหมสุหรี พร้อมเพอร์ตี้ จำกัด

5.บริษัท พี.ที.คอร์ปอเรชั่น จำกัด

6.บริษัท เอส ซี เค เอสเทต จำกัด

7.บริษัท เอส ซี ออฟฟิซ ปาร์ค จำกัด

8.บริษัท เอสซี ออฟฟิซ พลาซ่า จำกัด

9.บริษัท โอ เอ ไอ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด

10.บริษัท โอเอไอ คอนซัลแต้นท์แอนด์แมนเนจเม้นท์ จำกัด

11.บริษัท โอเอไอ แมนเนจเม้นท์ จำกัด

12.บริษัท โอเอไอ ลีสซิ่ง จำกัด

13.บริษัท โอเอไอ เอ็ดูเคชั่น จำกัด

 

บุคคลธรรมดา

 

14.พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร

15.คุณหญิงพจมาน ชินวัตร หรือดามาพงศ์ หรือ ณ ป้อมเพชร

16.นายพานทองแท้ ชินวัตร

17.น.ส.แพทองธาร ชินวัตร

18.น.ส.พินทองทา ชินวัตร

19.น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

20.นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์

21.นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์

22.นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์

23.นางกาญจนาภา หงษ์เหิน

24.นายชานนท์ สุวสิน

25.นายสาโรจน์ หงษ์ชูเวช

26.นายเอกราช ช่างเหล่า

27.นายชูชาติ หาญสวัสดิ์

28.นายการุณ โหสกุล

29.นายนพดล ปัทมะ

30.นายวิชาญ มีนชัยนันทน์

 

31.นางสุดารัตน์ เกยุราพันธ์

32.นายพงษ์เทพ เทพกาญจนา

33.นางพิมพา จันทรประสงค์

34.นายสันติ พร้อมพัฒน์

35.นายเชิดชัย ตันติศิรินทร์

36.นายประชา ประสพดี

37.นายไชยา สะสมทรัพย์

38.นายวุฒิชัย กิตติธเนศวร

39.นายยงยุทธ ติยะไพรัช

40.นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์


41.นายเจริญ จรรย์โกมล

42.นายสุทิน คลังแสง

43.นายเรืองเดช สุวรรณฝ่าย

44.นายเรืองยุทธ ประสาทสวัสดิ์ศิริ

45.นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ

46.นายสมบุญ ขุนทองไทย

47.นางมยุรี เศวตาศัย

48.นายอุดมเดช รัตนเสถียร

49.นายไพโรจน์ อิสรเสรีพงศ์

50.นายพายัพ ชินวัตร

51.นายจิระศักดิ์ เตชะทวีกุล

52.น.ส.พนิดา ปัญจาบุตร

53.นางวิยดี สุตะวงศ์

54.นายเจริญ คัมภีรภาพ

55.นายทัศ เชาวนเสถียร

 

56.พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก

57.นายสุชน ชาลีเครือ

58.นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงษ์ไพศาล

59.นายอนุสรณ์ ปั้นทอง

60.น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ

61.นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์

62.นายพันเลิศ ใบหยก

63.นายสมหวัง อัสราศี

64.น.ส.จุฬารัตน์ เมนะเศวต

65.นายสมชาย ไพบูลย์

 

 

66.พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร

67.นายสงวน พงษ์มณี

68.น.ส.ชินณิศา วงศ์สวัสดิ์

69.พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์

70.นายไพโรจน์ ตันบรรจง

71.นางอรุณี ชำนาญญา

72.นายวิเชียร ขาวขำ

73.นายพีระพันธ์ พาลุสุข

74.นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ

75.พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ

 

76.นายพายัพ ปั้นเกตุ

77.นายสุชาติ ลายน้ำเงิน

78.นายนิยม วรปัญญา

79.นายณัฐวุฒิ ใสเกื้อ

80.นายเหวง โตจิราการ

 

81.นายวีระ มุสิกพงศ์

82.นายขวัญชัย สาราคำ

83.นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง

84.นายจรัล ดิษฐาอภิชัย

85.นายนิสิต สินธุไพร

86.นายก่อแก้ว พิกุลทอง

87.นายชินวัฒน์ หาบุญพาด

88.นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไทย

89.นายอดิศร เพียงเกษ

90.นายวรพล พรหมิกบุตร

 

91.นายสำเริง ประจำเรือ

92.นายวิสา คัญทัพ

93.นายยศวลิต ชูกล่อม

94.นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์

95.นางดรุณี กฤตบุญญาลัย

96.พ.ต.ต.เสงี่ยม สำราญรัตน์

97.นายวันชนะ เกิดดี

98.นายอารีย์ ไกรนรา

99.นายวรวุฒิ วิชัยดิษฐ

100.นายเมธาพันธ์ โพธิธีรโรจน์

 

101.นายประชัญ หรือ ฌอน บุญประคอง

102.พลเอกพัลลภ ปิ่นมณี

103.พล.ท.มนัส เปาริก

104.พล.ท.พฤณฑ์ สุวรรณทัด

105.พล.ต.ท.สล้าง บุนนาค

106.พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล

 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
บทความที่น่าสนใจ
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com

Warning: include(../../main/globalsitemap.php): failed to open stream: No such file or directory in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194

Warning: include(): Failed opening '../../main/globalsitemap.php' for inclusion (include_path='.:/usr/lib/php:/usr/local/lib/php') in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194