หมวดหมู่
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่มุสลิมไทย โพสต์
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
เปิดมุมมอง ผู้บริหารธนาคารอิสลาม เรื่องฮัจย์ ตอนรากเหง้าของปัญหา

สำนักข่าวมุสลิมไทย เปิดมุมมอง ผู้บริหารธนาคารอิสลาม เรื่องฮัจย์ ตอนรากเหง้าของปัญหา

บทสัมภาษณ์: บรรณาธิการข่าว
เรียบเรียง : ฝ่ายข่าว

ปัญหาฮัจย์เกิดขึ้นในทุกๆปี ปัจจุบันผู้ที่เกี่ยวข้องกับฮัจย์เรื่องเงินๆทองๆ นั้นมีด้วยกัน 4 คน

1. ฮุจญาต (ผู้เดินทางไปทำฮัจย์)

2. แซะคือผู้ที่นำพาฮุจญาต ผู้ที่ดูแลฮุจญาตในตลอดช่วงเวลาทำฮัจย์

3. ผู้ประกอบการ ผู้ทำหน้าที่เป็นตัวประสานงาน-เอกสารต่างๆทั้งหมด

4. กรมศาสนา ผู้ทำหน้าที่ กำกับดูแลผู้ประกอบการให้ทำตามกรอบ-ข้อกำหนด

ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย กำลังเป็นปัจจัยสำคัญ ที่จะเป็นกลไกสำคัญในการแก้ปัญหาฮัจย์ในปัจจุบัน แต่ปัจจุบันนี้ ธนาคารอิสลาม (ไร้ดอกเบี้ย: ไม่มีรีบา) กำลังตกเป็นจำเลย ที่ 2

           ว่า "แสวงผลประโยชน์ เอาเปรียบผู้ประกอบการฮัจย์"   (จำเลยที่ 1 คือ กรมศาสนา)

คุณอารีย์ อารีย์สมาน (ซ้ายมือ) บัญญัติ ทิพย์หมัด CEO Muslimthai.com  (ขวา)

เกี่ยกับเรื่องดังกล่าวนี้ คุณอารีย์ อารีย์สมาน ผู้ช่วยกรรมการธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ผู้ดูแลธุรกรรมเกี่ยวกับฮัจย์ของธนาคารอิสลาม เผยความในใจว่า

รากเหง้าปัญหาฮัจย์
- องค์ประกอบสำคัญของปัญหาคือ การที่ฮุจญาตไม่มีเงิน 
ผู้ประกอบการไม่ควรเอาเงินของคนอื่น (ฮุจญาต) มาใช้ แต่ผู้ประกอบการควรที่จะหาเงินเพื่อมาลงทุนเอง ไม่ใช้เอาเงินของฮุจญาตมาเช่าบ้าน มาออกพาสปอต มาเช่าเครื่องบิน

    พอทุกคนรอเงินจากฮุจญาต แต่ฮุจญาตมีเงินเพียง 30%เท่านั้น (จากจำนวนผู้ไปทำฮัจย์ทั้งหมด)  เมื่อผู้ประกอบการไม่มีเงิน ดังนั้นปัญหาจึงเกิดขึ้น

    การลงทุนทั้งหมด แซะและผู้ประกอบการไม่มีเงิน (กระเป๋าแห้ง) ดังนั้นจึงแก้ปัญหาเฉพาะหน้าโดยการวางเงินบางส่วน กรมศาสนาเห็นว่ามันไม่เหมาะสม จึงเป็นที่มาของกรมศาสนาต้องออกกฏมาบังคับ ต่างๆ ความวุ่นวายจึงเกิดขึ้น 
 
การแก้ปัญหาของกรมศาสนา

      กรมศาสนาจึงคิดออกกฏ-ข้อกำหนดต่างๆ (แซะดีๆ มองว่าเป็นการบีบบังคับและรู้สึกลำบากใจ อึดอัด)  ก่อนออกวีซ่า  บ้านต้องพร้อม ตั่วต้องพร้อม ค่าเหยียบเมืองต้องพร้อม ประกอบกับปัญหาที่ว่า ด้วยความไม่รู้ของกรมศาสนา ปัญหาจึงมีมากขึ้นและที่สำคัญ “ระบบราชการ ต้องรายงานแต่เรื่องดีๆ เรื่องเสียๆหายไม่สามารถรายงานได้” 

       ในระบบการทำงานปัจจุบัน ผู้ที่ควบคุมเรื่องการเงินตัวจริงๆ คือ “แซะ” แซะคือผู้ที่นำพาฮุจญาต ผู้ที่ดูแลฮุจญาตตั้งแต่วันแรกของการเดินทาง-อยู่ที่ซาอุดิอาราเบีย-กลับประเทศไทย  ซึ่งผู้ประกอบการเป็นเพียงตราประทับเท่านั้น เงินทุกบาท ทุกสตางค์จะต้องผ่านมือแซะทั้งหมด แต่จะเห็นว่า กฏหมายในปัจจุบันนี้ไม่ได้เข้าไปควบคุมแซะเลยแม้แต่น้อย ควบคุมเพียงผู้ประกอบการ ดังนั้นเมื่อเกิดเหตุการณ์หรือปัญหาต่างๆ ความผิดก็จะตกอยู่ที่ผู้ประกอบการ “ไม่สามารถเอาผิดแซะได้” 

ธนาคารอิสลาม

 ปัญหาซ้ำซาก จำเจ

       เมื่อถามว่า ผู้ประกอบการเลวร้ายหรือไม่? สามารถตอบได้เลยว่า ส่วนมากจะเป็นคนดี มีเพียงบางส่วนเท่านั้น และโดยเฉพาะ แซะ ซึ่งเป็นคนทำงานจริงๆ-ฮุจญาตก็ไว้วางใจแซะ เพราะส่วนมากแซะจะเป็นคนใกล้ชิดกับฮุจญาต จะรู้ปัญหาต่างๆทั้งหมด

     แต่สิ่งที่เกิดขึ้น คือ แซะ ต้องมาเสียค่าหัวคิดให้กับผู้ประกอบการ เพราะไปเช่าที่พักเองไม่ได้ ออกตั๋วไม่ได้ ซึ่งต้องอาศัยผู้ประกอบการ นั้นเปรียบเสมือนว่า “ผู้ประกอบการเป็นเพียง Broker กินหัวคิว “

กระแสเงินหมุน โดยแซะ

      แซะที่เอาเงินฮุจญาตมาหมุนในการดำเนินการต่างๆนั้น มีเพียง 4-5 คนเท่านั้น และประการสำคัญที่ไม่ควรจะมองข้ามได้เลย คือ
- แซะไม่ได้บอก ไม่ได้แจกแจงถึงที่พัก  ในเมืองต่างๆ ซึ่งเมื่อถึงเวลาจริงๆจะไปหาที่พักถูกๆ เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย คือไปเช่าที่พักที่อาหรับทิ้งแล้ว

กรณีตัวอย่าง จากความไม่แน่นอน

      กำไร-ขาดทุน ยกตัวอย่างเช่น มีการเช่าบ้านเกินไป 1 ห้อง เป็นมูลค่า ห้าหมืนบาท (อัตราเฉลี่ยค่าเช่าบ้านในปัจจุบัน)  ปัจจุบันโค้วต้าที่ผู้ประกอบการจะได้ในแต่ละปีนั้น ไม่มีใครรู้ ที่แน่นอน แต่จำเป็นต้องเช่าบ้านไว้เพื่อ การขออนุมัติวีซ่า ซึ่งหากไปเช่าที่พักแล้ว ผลปรากฏว่าไม่ได้โค้วต้า หรือฮุตญาตไม่ไปสักคน นั้นหมายถึงขาดทุนเป็นเงินกว่า 50,000บาทนั้นเอง


ทุกคนมีสิทธิไปฮัจย์

      โดยหลักการแล้วคนที่จะไปฮัจย์ ควรมีความพร้อมเรื่องเงินมาก่อนเป็นลำดับแรก ไม่ใช่ว่า “เงินมาพร้อมตอนก่อนใกล้ๆจะเดินทาง” เมื่อเงินพร้อม จะสร้างความมั่นใจกับผู้ประกอบการ

      หากเงินพร้อม ก็จะรู้ว่าใครจะไป สิ่งที่ตามมาคือ จะทราบว่า ต้องใช้รถกี่คัน บ้านกี่หลัง เช่าเครื่องกี่ที่ นั้นก็เป็นที่มาของความชัดเจน และจะไม่ทำให้ผู้ประกอบขาดทุน
การออมควรที่จะเกิดขึ้น ค่านิยมการขายที่ดิน เพื่อไปฮัจย์ ควรลืมมันซ่ะ

ธนาคารอิสลามคิดที่จะเป็นผู้ประกอบการเองหรือไม่

       ธนาคารอิสลามไม่คิดที่จะลงไปลึกขนาดนั้น เพราะเป็นสถาบันการเงิน เราไม่คิดที่จะลงไปปฏิบัติขนาดนั้น เพราะไม่คุ้มค่าต่อการลงทุน 

       ธุรกรรมฮัจย์ ทั้งหมดดังเช่น เช่าบ้าน จองตั๋ว พาฮุจญาตไป วงเงินในแต่ละปี ไม่เกิน 3000 ล้าน หากธนาคารต้องใช้พนักงานกว่า 200 คนในการทำธุรกิจกับวงเงินแค่นี้ และพนักงานจำนวนดังกล่าวทำงานเพียงแค่ 4 เดือน มันไม่คุ้มค่าอย่างแน่นอน 

        ปัจจุบันวงเงิน 30,000ล้านเราใช้พนักงานเพียงแค่ 25 คนเท่านั้น และพนักงานดังกล่าว ทำงานทั้งปีอีกด้วย

สร้างระบบการออม

      การออมเงินเป็นการสร้างนิสัย เป็นการสร้างอนาคต แต่การสร้างระบบการออม “อาจจะขัดกับแซะที่ไม่ดี” เพราะฮุจญาตทุกคนจะนำเงินมาออมที่ธนาคาร โดยธนาคารจะนำเงินดังกล่าวไปลงทุนและแบ่งผลกำไรให้ (ตลอดระยะเวลาที่ฮุจญาตยังไม่เดินทาง)

     ท้ายที่สุด หากฮุจญาตต้องการเดินทาง ก็จะเบิกเงินจากธนาคาร ซึ่งผลดีก็จะเกิดขึ้นกับผู้ประกอบการอย่างแน่นอน เพราะมีความชัดเจนว่า “ฮุจญาตคนที่จะบิน มีความพร้อมเรื่องเงิน”

      ปัจจุบันบันมีแซะและผู้ประกอบการร่วมโครงการจำนวนมาก และอนาคตจะมีแนวโน้มที่ดีมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้บุคคลเหล่านี้ก็จะขึ้นบัญชีว่า “หากเงินพร้อมก็จะไปกับแซะและผู้ประกอบการที่ได้ตกลงกันไว้ อย่างแน่นอน”

      ปัจจุบันธนาคารอิสลามก็เปิดรับทุกแซะและทุกผู้ประกอบการ
ซึ่งการออมเงิน ตอบโจทย์

    - แก้ปัญหา ไปฮัจย์ไม่ต้องขายทีดิน
    - ไปแล้วไม่ทิ้งภาระให้คนอยู่ข้างหลัง
     - ผู้ประกอบการมั่นใจว่า ฮุจญาต ที่บินมีเงินแน่นอน- www.muslimthai.com

โปรดติดตาม ตอนต่อไป

 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
บทความที่น่าสนใจ
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com

Warning: include(../../main/globalsitemap.php): failed to open stream: No such file or directory in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194

Warning: include(): Failed opening '../../main/globalsitemap.php' for inclusion (include_path='.:/usr/lib/php:/usr/local/lib/php') in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194